๒๘. นเทฺว
ตตฺถจาติ จสทฺเทน ภวิตพฺพํ, ตถา จ สติ อญฺโญญฺญานชฺฌาสิ ตํ ยโถทกํ ยถาอุทกํตฺยาทิ อิติปิ อิจฺจปิจฺจาทิจ สงฺคหิตํ ภวตีติ, ปุพฺพโลเป ปรโลเป จ ปริยาเยน สมฺปตฺเต ทฺวินฺนมฺปิ ปกฺเข อภาเว สติ กถมิทํ ยุชฺชตีติ โจเทติ‘ยชฺเชว’มิจฺจาทินา, ยชฺเชวนฺติ หิ อยํ นิปาตสมุทาโย อนิฏฺฐาปาทนารมฺภ วตฺตเต, เอวญฺเจ คยฺหตีติ อตฺโถ, ตเทติ อตฺถโต วิญฺญายติ, นิจฺจํ สนฺธิการิยาภาเว การณมาห-‘อุปสิเลสา ภาวโต’ติ, ตเทว สมตฺเถติ อีทิเสสุ หิ’จฺจาทินา, วตฺตุมิฏฺฐตฺตาติ อิมินา สนฺนิกํโส วณฺณาน มทฺธมตฺตกาลพฺยวธานา ปจฺจาสตฺติ, สนฺนิกํสสฺเสตสฺส วจนิจฺฉายํ สติเยว สนฺธิการิยํ โหตีติ ทีเปติ, อุปสิเลสาภาโว วาติ อุปสิเลสาภาโว เอว ภวติ, นาญฺญถาติ อธิปฺปาโย, ตทภาเวจาติ ตสฺส อุปสิเลสสฺส อภาเว จ, สนฺธิการิยาภาเว การณมาห-‘กาลนฺตเรน พฺยวธานา’ติ, กาลนฺตเรนาติ อุภยตฺถ ฐิตวณฺณาน มุจฺจารณกาลโต อญฺเญน มชฺฌปฺปติตกาเลน, สนฺธิ โหเตว… สนฺนิกํสวจนิจฺฉาวเสน อุปสิเลสภาวโต, พุทฺธ วีร อตฺถุราชปุตฺตํ อชรามโรติ เฉโท, ยทิปิ สพฺพมฺเปตํ ยชฺเชวํตฺยาทินา วุตฺตํ กฺวจิ สทฺทปฺปภาเวเนว สิชฺฌติ, ตถาปิ ปกาโร-ยมฺปิ สตฺเถ โยเชตพฺโพ วาติ ทสฺเสตุํ วุตฺโต.