๓. อสฺสาชานียสุตฺตํ
๒๐๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร [ภทฺโท (ปี.)] อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? อชฺชเวน, ชเวน, มทฺทเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. ‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? อชฺชเวน, ชเวน, มทฺทเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ. ตติยํ.