๕. ปญฺจมปณฺณาสกํ
(๒๑) ๑. กิมิลวคฺโค
๑. กิมิลสุตฺตํ
๒๐๑. เอกํ สมยํ ภควา กิมิลายํ [กิมฺพิลายํ (สี. ปี.) อ. นิ. ๖.๔๐; ๗.๕๙] วิหรติ เวฬุวเน. อถ โข อายสฺมา กิมิโล [กิมฺพิโล (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา กิมิโล ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก นุ โข, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม น จิรฏฺฐิติโก โหตี’’ติ? ‘‘อิธ, กิมิล, ตถาคเต ปรินิพฺพุเต ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา, ธมฺเม อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา, สงฺเฆ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา, สิกฺขาย อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา, อญฺญมญฺญํ อคารวา วิหรนฺติ อปฺปติสฺสา. อยํ โข, กิมิล, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม น จิรฏฺฐิติโก โหตี’’ติ.
‘‘โก ปน, ภนฺเต, เหตุ โก ปจฺจโย, เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม จิรฏฺฐิติโก โหตี’’ติ? ‘‘อิธ, กิมิล, ตถาคเต ปรินิพฺพุเต ภิกฺขู ภิกฺขุนิโย อุปาสกา อุปาสิกาโย สตฺถริ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา, ธมฺเม สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา, สงฺเฆ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา, สิกฺขาย สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา, อญฺญมญฺญํ สคารวา วิหรนฺติ สปฺปติสฺสา. อยํ โข, กิมิล, เหตุ อยํ ปจฺจโย, เยน ตถาคเต ปรินิพฺพุเต สทฺธมฺโม จิรฏฺฐิติโก โหตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. ธมฺมสฺสวนสุตฺตํ
๒๐๒. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ธมฺมสฺสวเน. กตเม ปญฺจ? อสฺสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทาเปติ, กงฺขํ วิตรติ [วิหนติ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)], ทิฏฺฐึ อุชุํ กโรติ, จิตฺตมสฺส ปสีทติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ธมฺมสฺสวเน’’ติ. ทุติยํ.
๓. อสฺสาชานียสุตฺตํ
๒๐๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร [ภทฺโท (ปี.)] อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? อชฺชเวน, ชเวน, มทฺทเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตฺวว สงฺขํ คจฺฉติ. ‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? อชฺชเวน, ชเวน, มทฺทเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ ปาหุเนยฺโย ทกฺขิเณยฺโย อญฺชลิกรณีโย อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ. ตติยํ.
๔. พลสุตฺตํ
๒๐๔. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, พลานิ. กตมานิ ปญฺจ? สทฺธาพลํ, หิริพลํ, โอตฺตปฺปพลํ, วีริยพลํ, ปญฺญาพลํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ พลานี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. เจโตขิลสุตฺตํ
๒๐๕. [อ. นิ. ๙.๗๑; ม. นิ. ๑.๑๘๕; ที. นิ. ๓.๓๑๙] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, เจโตขิลา. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สตฺถริ กงฺขติ วิจิกิจฺฉติ นาธิมุจฺจติ น สมฺปสีทติ, ตสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย. ยสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย, อยํ ปฐโม เจโตขิโล.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ธมฺเม กงฺขติ…เป… สงฺเฆ กงฺขติ…เป… สิกฺขาย กงฺขติ…เป… สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโต โหติ อนตฺตมโน อาหตจิตฺโต ขิลชาโต. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีสุ กุปิโต โหติ อนตฺตมโน อาหตจิตฺโต ขิลชาโต, ตสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย. ยสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย, อยํ ปญฺจโม เจโตขิโล. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ เจโตขิลา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. วินิพนฺธสุตฺตํ
๒๐๖. [อ. นิ. ๙.๗๒; ที. นิ. ๓.๓๒๐] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, เจตโสวินิพนฺธา [เจโตวินิพทฺธา (สารตฺถทีปนีฏีกายํ)]. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กาเมสุ อวีตราโค [อวิคตราโค (ก.)] โหติ อวิคตจฺฉนฺโท อวิคตเปโม อวิคตปิปาโส อวิคตปริฬาโห อวิคตตโณฺห. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กาเมสุ อวีตราโค โหติ อวิคตจฺฉนฺโท อวิคตเปโม อวิคตปิปาโส อวิคตปริฬาโห อวิคตตโณฺห, ตสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย. ยสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย, อยํ ปฐโม เจตโสวินิพนฺโธ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กาเย อวีตราโค โหติ…เป… รูเป อวีตราโค โหติ…เป… ยาวทตฺถํ อุทราวเทหกํ ภุญฺชิตฺวา เสยฺยสุขํ ปสฺสสุขํ มิทฺธสุขํ อนุยุตฺโต วิหรติ…เป… อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรติ – ‘อิมินาหํ สีเลน วา วเตน วา ตเปน วา พฺรหฺมจริเยน วา เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’ติ. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อญฺญตรํ เทวนิกายํ ปณิธาย พฺรหฺมจริยํ จรติ – ‘อิมินาหํ สีเลน วา วเตน วา ตเปน วา พฺรหฺมจริเยน วา เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’ติ, ตสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย. ยสฺส จิตฺตํ น นมติ อาตปฺปาย อนุโยคาย สาตจฺจาย ปธานาย, อยํ ปญฺจโม เจตโสวินิพนฺโธ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ เจตโสวินิพนฺธา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ยาคุสุตฺตํ
๒๐๗. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ยาคุยา. กตเม ปญฺจ? ขุทฺทํ [ขุทํ (สี. ปี.) ขุธาติ สกฺกตานุโลมํ. มหาว. ๒๘๒] ปฏิหนติ, ปิปาสํ ปฏิวิเนติ, วาตํ อนุโลเมติ, วตฺถึ โสเธติ, อามาวเสสํ ปาเจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ยาคุยา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ทนฺตกฏฺฐสุตฺตํ
๒๐๘. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทนฺตกฏฺฐสฺส อขาทเน. กตเม ปญฺจ? อจกฺขุสฺสํ, มุขํ ทุคฺคนฺธํ โหติ, รสหรณิโย น วิสุชฺฌนฺติ, ปิตฺตํ เสมฺหํ ภตฺตํ ปริโยนนฺธติ [ปริโยนทฺธนฺติ (สี. ปี.), ปริโยนทฺธติ (สฺยา. กํ. ก.) จูฬว. ๒๘๒ ปสฺสิตพฺพํ], ภตฺตมสฺส นจฺฉาเทติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทนฺตกฏฺฐสฺส อขาทเน.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ทนฺตกฏฺฐสฺส ขาทเน. กตเม ปญฺจ? จกฺขุสฺสํ, มุขํ น ทุคฺคนฺธํ โหติ, รสหรณิโย วิสุชฺฌนฺติ, ปิตฺตํ เสมฺหํ ภตฺตํ น ปริโยนนฺธติ, ภตฺตมสฺส ฉาเทติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ทนฺตกฏฺฐสฺส ขาทเน’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. คีตสฺสรสุตฺตํ
๒๐๙. [จูฬว. ๒๔๙] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ ภณนฺตสฺส. กตเม ปญฺจ? อตฺตนาปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชติ, ปเรปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชนฺติ, คหปติกาปิ อุชฺฌายนฺติ – ‘ยเถว มยํ คายาม, เอวเมวํ โข สมณา สกฺยปุตฺติยา คายนฺตี’ติ, สรกุตฺติมฺปิ นิกามยมานสฺส สมาธิสฺส ภงฺโค โหติ, ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ ภณนฺตสฺสา’’ติ. นวมํ.
๑๐. มุฏฺฐสฺสติสุตฺตํ
๒๑๐. [มหาว. ๓๕๓] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมยโต. กตเม ปญฺจ? ทุกฺขํ สุปติ, ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌติ, ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ, เทวตา น รกฺขนฺติ, อสุจิ มุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา มุฏฺฐสฺสติสฺส อสมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมยโต.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส สมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมยโต. กตเม ปญฺจ? สุขํ สุปติ, สุขํ ปฏิพุชฺฌติ, น ปาปกํ สุปินํ ปสฺสติ, เทวตา รกฺขนฺติ, อสุจิ น มุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา อุปฏฺฐิตสฺสติสฺส สมฺปชานสฺส นิทฺทํ โอกฺกมยโต’’ติ. ทสมํ.
กิมิลวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
กิมิโล ธมฺมสฺสวนํ, อาชานีโย พลํ ขิลํ;
วินิพนฺธํ ยาคุ กฏฺฐํ, คีตํ มุฏฺฐสฺสตินา จาติ.
(๒๒) ๒. อกฺโกสกวคฺโค
๑. อกฺโกสกสุตฺตํ
๒๑๑. ‘‘โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อกฺโกสกปริภาสโก อริยูปวาที สพฺรหฺมจารีนํ, ตสฺส ปญฺจ อาทีนวา ปาฏิกงฺขา. กตเม ปญฺจ? ปาราชิโก วา โหติ ฉินฺนปริปนฺโถ [ฉินฺนปริพนฺโธ (ก.)], อญฺญตรํ วา สํกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, พาฬฺหํ วา โรคาตงฺกํ ผุสติ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อกฺโกสกปริภาสโก อริยูปวาที สพฺรหฺมจารีนํ, ตสฺส อิเม ปญฺจ อาทีนวา ปาฏิกงฺขา’’ติ. ปฐมํ.
๒. ภณฺฑนการกสุตฺตํ
๒๑๒. ‘‘โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภณฺฑนการโก กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก, ตสฺส ปญฺจ อาทีนวา ปาฏิกงฺขา. กตเม ปญฺจ? อนธิคตํ นาธิคจฺฉติ, อธิคตา [อธิคตํ (สพฺพตฺถ)] ปริหายติ, ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. โย โส, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ภณฺฑนการโก กลหการโก วิวาทการโก ภสฺสการโก สงฺเฆ อธิกรณการโก, ตสฺส อิเม ปญฺจ อาทีนวา ปาฏิกงฺขา’’ติ. ทุติยํ.
๓. สีลสุตฺตํ
๒๑๓. [มหาว. ๒๐๙; ที. นิ. ๓.๓๑๖] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน ปมาทาธิกรณํ มหตึ โภคชานึ นิคจฺฉติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีลสฺส สีลวิปนฺนสฺส ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ – ยทิ ขตฺติยปริสํ, ยทิ พฺราหฺมณปริสํ, ยทิ คหปติปริสํ, ยทิ สมณปริสํ – อวิสารโท อุปสงฺกมติ มงฺกุภูโต. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีโล สีลวิปนฺโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม อาทีนโว ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทุสฺสีลสฺส สีลวิปตฺติยา.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทาย. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, สีลวา สีลสมฺปนฺโน อปฺปมาทาธิกรณํ มหนฺตํ โภคกฺขนฺธํ อธิคจฺฉติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สีลวา สีลสมฺปนฺโน ยญฺญเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ – ยทิ ขตฺติยปริสํ, ยทิ พฺราหฺมณปริสํ, ยทิ คหปติปริสํ, ยทิ สมณปริสํ – วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต. อยํ ภิกฺขเว, ตติโย อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สีลวา สีลสมฺปนฺโน อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สีลวา สีลสมฺปนฺโน กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม อานิสํโส สีลวโต สีลสมฺปทาย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สีลวโต สีลสมฺปทายา’’ติ. ตติยํ.
๔. พหุภาณิสุตฺตํ
๒๑๔. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา พหุภาณิสฺมึ ปุคฺคเล. กตเม ปญฺจ? มุสา ภณติ, ปิสุณํ ภณติ, ผรุสํ ภณติ, สมฺผปฺปลาปํ ภณติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา พหุภาณิสฺมึ ปุคฺคเล.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา มนฺตภาณิสฺมึ ปุคฺคเล. กตเม ปญฺจ? น มุสา ภณติ, น ปิสุณํ ภณติ, น ผรุสํ ภณติ, น สมฺผปฺปลาปํ ภณติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา มนฺตภาณิสฺมึ ปุคฺคเล’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ปฐมอกฺขนฺติสุตฺตํ
๒๑๕. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อกฺขนฺติยา. กตเม ปญฺจ? พหุโน ชนสฺส อปฺปิโย โหติ อมนาโป, เวรพหุโล จ โหติ, วชฺชพหุโล จ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อกฺขนฺติยา.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ขนฺติยา. กตเม ปญฺจ? พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป, น เวรพหุโล โหติ, น วชฺชพหุโล, อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ขนฺติยา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ทุติยอกฺขนฺติสุตฺตํ
๒๑๖. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อกฺขนฺติยา. กตเม ปญฺจ? พหุโน ชนสฺส อปฺปิโย โหติ อมนาโป, ลุทฺโท จ โหติ, วิปฺปฏิสารี จ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อกฺขนฺติยา.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ขนฺติยา. กตเม ปญฺจ? พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป, อลุทฺโท จ โหติ, อวิปฺปฏิสารี จ, อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ขนฺติยา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ปฐมอปาสาทิกสุตฺตํ
๒๑๗. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อปาสาทิเก. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ, อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ, ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อปาสาทิเก.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ปาสาทิเก. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ, อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ, กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ, กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ปาสาทิเก’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ทุติยอปาสาทิกสุตฺตํ
๒๑๘. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อปาสาทิเก. กตเม ปญฺจ? อปฺปสนฺนา นปฺปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตํ โหติ, สตฺถุสาสนํ อกตํ [น กตํ (สฺยา. กํ. ก.)] โหติ, ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, จิตฺตมสฺส นปฺปสีทติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อปาสาทิเก.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา ปาสาทิเก. กตเม ปญฺจ? อปฺปสนฺนา ปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ ภิยฺโยภาโว โหติ, สตฺถุสาสนํ กตํ โหติ, ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, จิตฺตมสฺส ปสีทติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา ปาสาทิเก’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. อคฺคิสุตฺตํ
๒๑๙. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อคฺคิสฺมึ. กตเม ปญฺจ? อจกฺขุสฺโส, ทุพฺพณฺณกรโณ, ทุพฺพลกรโณ, สงฺคณิกาปวฑฺฒโน [สงฺคณิกาปวทฺธโน (สี.), สงฺคณิการามพทฺธโน (ก.)], ติรจฺฉานกถาปวตฺตนิโก โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อคฺคิสฺมิ’’นฺติ. นวมํ.
๑๐. มธุราสุตฺตํ
๒๒๐. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา มธุรายํ. กตเม ปญฺจ? วิสมา, พหุรชา, จณฺฑสุนขา, วาฬยกฺขา, ทุลฺลภปิณฺฑา – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา มธุราย’’นฺติ. ทสมํ.
อกฺโกสกวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
อกฺโกสภณฺฑนสีลํ, พหุภาณี เทฺว อขนฺติโย;
อปาสาทิกา เทฺว วุตฺตา, อคฺคิสฺมึ มธุเรน จาติ.
(๒๓) ๓. ทีฆจาริกวคฺโค
๑. ปฐมทีฆจาริกสุตฺตํ
๒๒๑. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทีฆจาริกํ อนวตฺถจาริกํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต. กตเม ปญฺจ? อสฺสุตํ น สุณาติ, สุตํ น ปริโยทาเปติ, สุเตเนกจฺเจน อวิสารโท โหติ, คาฬฺหํ [พาฬฺหํ (สฺยา.)] โรคาตงฺกํ ผุสติ, น จ มิตฺตวา โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทีฆจาริกํ อนวตฺถจาริกํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สมวตฺถจาเร. กตเม ปญฺจ? อสฺสุตํ สุณาติ, สุตํ ปริโยทาเปติ, สุเตเนกจฺเจน วิสารโท โหติ, น คาฬฺหํ โรคาตงฺกํ ผุสติ, มิตฺตวา จ โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สมวตฺถจาเร’’ติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยทีฆจาริกสุตฺตํ
๒๒๒. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทีฆจาริกํ อนวตฺถจาริกํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต. กตเม ปญฺจ? อนธิคตํ นาธิคจฺฉติ, อธิคตา ปริหายติ, อธิคเตเนกจฺเจน อวิสารโท โหติ, คาฬฺหํ โรคาตงฺกํ ผุสติ, น จ มิตฺตวา โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทีฆจาริกํ อนวตฺถจาริกํ อนุยุตฺตสฺส วิหรโต.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สมวตฺถจาเร. กตเม ปญฺจ? อนธิคตํ อธิคจฺฉติ, อธิคตา น ปริหายติ, อธิคเตเนกจฺเจน วิสารโท โหติ, น คาฬฺหํ โรคาตงฺกํ ผุสติ, มิตฺตวา จ โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สมวตฺถจาเร’’ติ. ทุติยํ.
๓. อตินิวาสสุตฺตํ
๒๒๓. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อตินิวาเส. กตเม ปญฺจ? พหุภณฺโฑ โหติ พหุภณฺฑสนฺนิจโย, พหุเภสชฺโช โหติ พหุเภสชฺชสนฺนิจโย, พหุกิจฺโจ โหติ พหุกรณีโย พฺยตฺโต กึกรณีเยสุ, สํสฏฺโฐ วิหรติ คหฏฺฐปพฺพชิเตหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน, ตมฺหา จ อาวาสา ปกฺกมนฺโต สาเปกฺโข ปกฺกมติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อตินิวาเส.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สมวตฺถวาเส. กตเม ปญฺจ? น พหุภณฺโฑ โหติ น พหุภณฺฑสนฺนิจโย, น พหุเภสชฺโช โหติ น พหุเภสชฺชสนฺนิจโย, น พหุกิจฺโจ โหติ น พหุกรณีโย น พฺยตฺโต กึกรณีเยสุ, อสํสฏฺโฐ วิหรติ คหฏฺฐปพฺพชิเตหิ อนนุโลมิเกน คิหิสํสคฺเคน, ตมฺหา จ อาวาสา ปกฺกมนฺโต อนเปกฺโข ปกฺกมติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สมวตฺถวาเส’’ติ. ตติยํ.
๔. มจฺฉรีสุตฺตํ
๒๒๔. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อตินิวาเส. กตเม ปญฺจ? อาวาสมจฺฉรี โหติ, กุลมจฺฉรี โหติ, ลาภมจฺฉรี โหติ, วณฺณมจฺฉรี โหติ, ธมฺมมจฺฉรี โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อตินิวาเส.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สมวตฺถวาเส. กตเม ปญฺจ? น อาวาสมจฺฉรี โหติ, น กุลมจฺฉรี โหติ, น ลาภมจฺฉรี โหติ, น วณฺณมจฺฉรี โหติ, น ธมฺมมจฺฉรี โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สมวตฺถวาเส’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ปฐมกุลูปกสุตฺตํ
๒๒๕. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา กุลูปเก [กุลุปเก (สฺยา. ปี.), กุลูปเค (สี.)]. กตเม ปญฺจ? อนามนฺตจาเร อาปชฺชติ, รโห นิสชฺชาย อาปชฺชติ, ปฏิจฺฉนฺเน อาสเน อาปชฺชติ, มาตุคามสฺส อุตฺตริ ฉปฺปญฺจวาจาหิ ธมฺมํ เทเสนฺโต อาปชฺชติ, กามสงฺกปฺปพหุโล วิหรติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา กุลูปเก’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ทุติยกุลูปกสุตฺตํ
๒๒๖. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา กุลูปกสฺส ภิกฺขุโน อติเวลํ กุเลสุ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต. กตเม ปญฺจ? มาตุคามสฺส อภิณฺหทสฺสนํ, ทสฺสเน สติ สํสคฺโค, สํสคฺเค สติ วิสฺสาโส, วิสฺสาเส สติ โอตาโร, โอติณฺณจิตฺตสฺเสตํ ปาฏิกงฺขํ – ‘อนภิรโต วา พฺรหฺมจริยํ จริสฺสติ อญฺญตรํ วา สํกิลิฏฺฐํ อาปตฺตึ อาปชฺชิสฺสติ สิกฺขํ วา ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติสฺสติ’. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา กุลูปกสฺส ภิกฺขุโน อติเวลํ กุเลสุ สํสฏฺฐสฺส วิหรโต’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. โภคสุตฺตํ
๒๒๗. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา โภเคสุ. กตเม ปญฺจ? อคฺคิสาธารณา โภคา, อุทกสาธารณา โภคา, ราชสาธารณา โภคา, โจรสาธารณา โภคา, อปฺปิเยหิ ทายาเทหิ สาธารณา โภคา. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา โภเคสุ.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา โภเคสุ. กตเม ปญฺจ? โภเค นิสฺสาย อตฺตานํ สุเขติ ปีเณติ สมฺมา สุขํ ปริหรติ, มาตาปิตโร สุเขติ ปีเณติ สมฺมา สุขํ ปริหรติ, ปุตฺตทารทาสกมฺมกรโปริเส สุเขติ ปีเณติ สมฺมา สุขํ ปริหรติ, มิตฺตามจฺเจ สุเขติ ปีเณติ สมฺมา สุขํ ปริหรติ, สมณพฺราหฺมเณสุ อุทฺธคฺคิกํ ทกฺขิณํ ปติฏฺฐาเปติ โสวคฺคิกํ สุขวิปากํ สคฺคสํวตฺตนิกํ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา โภเคสู’’ติ. สตฺตมํ.
๘. อุสฺสูรภตฺตสุตฺตํ
๒๒๘. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อุสฺสูรภตฺเต กุเล. กตเม ปญฺจ? เย เต อติถี ปาหุนา, เต น กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; ยา ตา พลิปฏิคฺคาหิกา เทวตา, ตา น กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; เย เต สมณพฺราหฺมณา เอกภตฺติกา รตฺตูปรตา วิรตา วิกาลโภชนา, เต น กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; ทาสกมฺมกรโปริสา วิมุขา กมฺมํ กโรนฺติ; ตาวตกํเยว อสมเยน ภุตฺตํ อโนชวนฺตํ โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อุสฺสูรภตฺเต กุเล.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สมยภตฺเต กุเล. กตเม ปญฺจ? เย เต อติถี ปาหุนา, เต กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; ยา ตา พลิปฏิคฺคาหิกา เทวตา, ตา กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; เย เต สมณพฺราหฺมณา เอกภตฺติกา รตฺตูปรตา วิรตา วิกาลโภชนา, เต กาเลน ปฏิปูเชนฺติ; ทาสกมฺมกรโปริสา อวิมุขา กมฺมํ กโรนฺติ; ตาวตกํเยว สมเยน ภุตฺตํ โอชวนฺตํ โหติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สมยภตฺเต กุเล’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมกณฺหสปฺปสุตฺตํ
๒๒๙. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา กณฺหสปฺเป. กตเม ปญฺจ? อสุจิ, ทุคฺคนฺโธ, สภีรุ, สปฺปฏิภโย, มิตฺตทุพฺภี – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา กณฺหสปฺเป. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจิเม อาทีนวา มาตุคาเม. กตเม ปญฺจ? อสุจิ, ทุคฺคนฺโธ, สภีรุ, สปฺปฏิภโย, มิตฺตทุพฺภี – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา มาตุคาเม’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยกณฺหสปฺปสุตฺตํ
๒๓๐. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา กณฺหสปฺเป. กตเม ปญฺจ? โกธโน, อุปนาหี, โฆรวิโส, ทุชฺชิโวฺห, มิตฺตทุพฺภี – อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา กณฺหสปฺเป.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจิเม อาทีนวา มาตุคาเม. กตเม ปญฺจ? โกธโน, อุปนาหี, โฆรวิโส, ทุชฺชิโวฺห, มิตฺตทุพฺภี. ตตฺริทํ, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺส โฆรวิสตา – เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, มาตุคาโม ติพฺพราโค. ตตฺริทํ, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺส ทุชฺชิวฺหตา – เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, มาตุคาโม ปิสุณวาโจ. ตตฺริทํ, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺส มิตฺตทุพฺภิตา – เยภุยฺเยน, ภิกฺขเว, มาตุคาโม อติจารินี. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา มาตุคาเม’’ติ. ทสมํ.
ทีฆจาริกวคฺโค ตติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว ทีฆจาริกา วุตฺตา, อตินิวาสมจฺฉรี;
เทฺว จ กุลูปกา โภคา, ภตฺตํ สปฺปาปเร ทุเวติ.
(๒๔) ๔. อาวาสิกวคฺโค
๑. อาวาสิกสุตฺตํ
๒๓๑. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อภาวนีโย โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น อากปฺปสมฺปนฺโน โหติ น วตฺตสมฺปนฺโน; น พหุสฺสุโต โหติ น สุตธโร; น ปฏิสลฺเลขิตา [สลฺเลขิตา (ก. สี.)] โหติ น ปฏิสลฺลานาราโม; น กลฺยาณวาโจ โหติ น กลฺยาณวากฺกรโณ; ทุปฺปญฺโญ โหติ ชโฬ เอฬมูโค. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อภาวนีโย โหติ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ภาวนีโย โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อากปฺปสมฺปนฺโน โหติ วตฺตสมฺปนฺโน; พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร; ปฏิสลฺเลขิตา โหติ ปฏิสลฺลานาราโม; กลฺยาณวาโจ โหติ กลฺยาณวากฺกรโณ; ปญฺญวา โหติ อชโฬ อเนฬมูโค. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ภาวนีโย โหตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. ปิยสุตฺตํ
๒๓๒. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ.
‘‘กตเมหิ ปญฺจหิ? สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ; พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร สุตสนฺนิจโย, เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ, ตถารูปาสฺส ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺติ ธาตา วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา; กลฺยาณวาโจ โหติ กลฺยาณวากฺกรโณ โปริยา วาจาย สมนฺนาคโต วิสฺสฏฺฐาย อเนลคลาย อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา; จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี; อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’’ติ. ทุติยํ.
๓. โสภนสุตฺตํ
๒๓๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อาวาสํ โสเภติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สีลวา โหติ…เป… สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ; พหุสฺสุโต โหติ…เป… ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา; กลฺยาณวาโจ โหติ กลฺยาณวากฺกรโณ โปริยา วาจาย สมนฺนาคโต วิสฺสฏฺฐาย อเนลคลาย อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา; ปฏิพโล โหติ อุปสงฺกมนฺเต ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตุํ สมาทเปตุํ สมุตฺเตเชตุํ สมฺปหํเสตุํ; จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อาวาสํ โสเภตี’’ติ. ตติยํ.
๔. พหูปการสุตฺตํ
๒๓๔. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อาวาสสฺส พหูปกาโร โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สีลวา โหติ…เป… สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ; พหุสฺสุโต โหติ…เป… ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา; ขณฺฑผุลฺลํ ปฏิสงฺขโรติ; มหา โข ปน ภิกฺขุสงฺโฆ อภิกฺกนฺโต นานาเวรชฺชกา ภิกฺขู คิหีนํ อุปสงฺกมิตฺวา อาโรเจติ – ‘มหา โข, อาวุโส, ภิกฺขุสงฺโฆ อภิกฺกนฺโต นานาเวรชฺชกา ภิกฺขู, กโรถ ปุญฺญานิ, สมโย ปุญฺญานิ กาตุ’นฺติ; จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ อาวาสสฺส พหูปกาโร โหตี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. อนุกมฺปสุตฺตํ
๒๓๕. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ คิหีนํ [คิหึ (สฺยา.), คิหี (กตฺถจิ)] อนุกมฺปติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิสีเล [อธิสีเลสุ (สฺยา.)] สมาทเปติ; ธมฺมทสฺสเน นิเวเสติ; คิลานเก อุปสงฺกมิตฺวา สตึ อุปฺปาเทติ – ‘อรหคฺคตํ อายสฺมนฺโต สตึ อุปฏฺฐาเปถา’ติ; มหา โข ปน ภิกฺขุสงฺโฆ อภิกฺกนฺโต นานาเวรชฺชกา ภิกฺขู คิหีนํ อุปสงฺกมิตฺวา อาโรเจติ – ‘มหา โข, อาวุโส, ภิกฺขุสงฺโฆ อภิกฺกนฺโต นานาเวรชฺชกา ภิกฺขู, กโรถ ปุญฺญานิ, สมโย ปุญฺญานิ กาตุ’นฺติ; ยํ โข ปนสฺส โภชนํ เทนฺติ ลูขํ วา ปณีตํ วา ตํ อตฺตนา ปริภุญฺชติ, สทฺธาเทยฺยํ น วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ คิหีนํ อนุกมฺปตี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ปฐมอวณฺณารหสุตฺตํ
๒๓๖. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํเสติ; อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํเสติ; สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํเสติ; อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํเสติ; สทฺธาเทยฺยํ น วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ทุติยอวณฺณารหสุตฺตํ
๒๓๗. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อาวาสมจฺฉรี โหติ อาวาสปลิเคธี; กุลมจฺฉรี โหติ กุลปลิเคธี; สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; น อาวาสมจฺฉรี โหติ น อาวาสปลิเคธี; น กุลมจฺฉรี โหติ น กุลปลิเคธี; สทฺธาเทยฺยํ น วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ตติยอวณฺณารหสุตฺตํ
๒๓๘. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อาวาสมจฺฉรี โหติ; กุลมจฺฉรี โหติ; ลาภมจฺฉรี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ; อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ; น อาวาสมจฺฉรี โหติ; น กุลมจฺฉรี โหติ; น ลาภมจฺฉรี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมมจฺฉริยสุตฺตํ
๒๓๙. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาวาสมจฺฉรี โหติ; กุลมจฺฉรี โหติ; ลาภมจฺฉรี โหติ; วณฺณมจฺฉรี [ธมฺมมจฺฉรี (ก.)] โหติ; สทฺธาเทยฺยํ วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? น อาวาสมจฺฉรี โหติ; น กุลมจฺฉรี โหติ; น ลาภมจฺฉรี โหติ; น วณฺณมจฺฉรี โหติ; สทฺธาเทยฺยํ น วินิปาเตติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยมจฺฉริยสุตฺตํ
๒๔๐. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาวาสมจฺฉรี โหติ; กุลมจฺฉรี โหติ; ลาภมจฺฉรี โหติ; วณฺณมจฺฉรี โหติ; ธมฺมมจฺฉรี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? น อาวาสมจฺฉรี โหติ; น กุลมจฺฉรี โหติ; น ลาภมจฺฉรี โหติ; น วณฺณมจฺฉรี โหติ; น ธมฺมมจฺฉรี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อาวาสิโก ภิกฺขุ ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. ทสมํ.
อาวาสิกวคฺโค จตุตฺโถ.
ตสฺสุทฺทานํ –
อาวาสิโก ปิโย จ โสภโน,
พหูปกาโร อนุกมฺปโก จ;
ตโย อวณฺณารหา เจว,
มจฺฉริยา ทุเวปิ จาติ [ยถาภตํ จาปิ อวณฺณเคธา, จตุกฺกมจฺเฉร ปญฺจเมน จาติ (สี. สฺยา.) ยถาภตํ อวณฺณญฺจ, จตุโก มจฺฉริเยน จาติ (ก.)].
(๒๕) ๕. ทุจฺจริตวคฺโค
๑. ปฐมทุจฺจริตสุตฺตํ
๒๔๑. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทุจฺจริเต. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ; อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ; ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ; สมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทุจฺจริเต.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อานิสํสา สุจริเต. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ; อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ; กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ; อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา สุจริเต’’ติ. ปฐมํ.
๒. ปฐมกายทุจฺจริตสุตฺตํ
๒๔๒. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา กายทุจฺจริเต…เป… อานิสํสา กายสุจริเต…เป…. ทุติยํ.
๓. ปฐมวจีทุจฺจริตสุตฺตํ
๒๔๓. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา วจีทุจฺจริเต…เป… อานิสํสา วจีสุจริเต…เป…. ตติยํ.
๔. ปฐมมโนทุจฺจริตสุตฺตํ
๒๔๔. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา มโนทุจฺจริเต…เป… อานิสํสา มโนสุจริเต. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ น อุปวทติ; อนุวิจฺจ วิญฺญู ปสํสนฺติ; กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ; อสมฺมูโฬฺห กาลํ กโรติ; กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อานิสํสา มโนสุจริเต’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ทุติยทุจฺจริตสุตฺตํ
๒๔๕. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา ทุจฺจริเต. กตเม ปญฺจ? อตฺตาปิ อตฺตานํ อุปวทติ; อนุวิจฺจ วิญฺญู ครหนฺติ; ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ; สทฺธมฺมา วุฏฺฐาติ; อสทฺธมฺเม ปติฏฺฐาติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา ทุจฺจริเต.