๔. จตุตฺถปณฺณาสกํ
(๑๖) ๑. สทฺธมฺมวคฺโค
๑. ปฐมสมฺมตฺตนิยามสุตฺตํ
๑๕๑. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กถํ ปริโภติ, กถิกํ [กถิตํ (ก.)] ปริโภติ, อตฺตานํ ปริโภติ, วิกฺขิตฺตจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ, อเนกคฺคจิตฺโต อโยนิโส จ [อโยนิโส (สฺยา. กํ.)] มนสิ กโรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น กถํ ปริโภติ, น กถิกํ ปริโภติ, น อตฺตานํ ปริโภติ, อวิกฺขิตฺตจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ, เอกคฺคจิตฺโต โยนิโส จ มนสิ กโรติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยสมฺมตฺตนิยามสุตฺตํ
๑๕๒. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กถํ ปริโภติ, กถิกํ ปริโภติ, อตฺตานํ ปริโภติ, ทุปฺปญฺโญ โหติ ชโฬ เอฬมูโค, อนญฺญาเต อญฺญาตมานี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น กถํ ปริโภติ, น กถิกํ ปริโภติ, น อตฺตานํ ปริโภติ, ปญฺญวา โหติ อชโฬ อเนฬมูโค, น อนญฺญาเต อญฺญาตมานี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. ตติยสมฺมตฺตนิยามสุตฺตํ
๑๕๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? มกฺขี ธมฺมํ สุณาติ มกฺขปริยุฏฺฐิโต, อุปารมฺภจิตฺโต [สอุปารมฺภจิตฺโต (สฺยา. กํ.)] ธมฺมํ สุณาติ รนฺธคเวสี, ธมฺมเทสเก อาหตจิตฺโต โหติ ขีลชาโต [ขิลชาโต (สฺยา. ปี.)], ทุปฺปญฺโญ โหติ ชโฬ เอฬมูโค, อนญฺญาเต อญฺญาตมานี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโตปิ สทฺธมฺมํ อภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อมกฺขี ธมฺมํ สุณาติ น มกฺขปริยุฏฺฐิโต, อนุปารมฺภจิตฺโต ธมฺมํ สุณาติ น รนฺธคเวสี, ธมฺมเทสเก อนาหตจิตฺโต โหติ อขีลชาโต, ปญฺญวา โหติ อชโฬ อเนฬมูโค, น อนญฺญาเต อญฺญาตมานี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต สุณนฺโต สทฺธมฺมํ ภพฺโพ นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺต’’นฺติ. ตติยํ.
๔. ปฐมสทฺธมฺมสมฺโมสสุตฺตํ
๑๕๔. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู น สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺติ, น สกฺกจฺจํ ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, น สกฺกจฺจํ ธมฺมํ ธาเรนฺติ, น สกฺกจฺจํ ธาตานํ [ธตานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขนฺติ, น สกฺกจฺจํ อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชนฺติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สกฺกจฺจํ ธมฺมํ สุณนฺติ, สกฺกจฺจํ ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ, สกฺกจฺจํ ธมฺมํ ธาเรนฺติ, สกฺกจฺจํ ธาตานํ ธมฺมานํ อตฺถํ อุปปริกฺขนฺติ, สกฺกจฺจํ อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมํ ปฏิปชฺชนฺติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ทุติยสทฺธมฺมสมฺโมสสุตฺตํ
๑๕๕. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ธมฺมํ น ปริยาปุณนฺติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ น วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ น วิตฺถาเรน ปรํ [ปเรสํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.), ปเร (?)] วาเจนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ น วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ น เจตสา อนุวิตกฺเกนฺติ อนุวิจาเรนฺติ มนสานุเปกฺขนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ธมฺมํ ปริยาปุณนฺติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปเรสํ เทเสนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน ปรํ วาเจนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ วิตฺถาเรน สชฺฌายํ กโรนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ยถาสุตํ ยถาปริยตฺตํ ธมฺมํ เจตสา อนุวิตกฺเกนฺติ อนุวิจาเรนฺติ มนสานุเปกฺขนฺติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. ตติยสทฺธมฺมสมฺโมสสุตฺตํ
๑๕๖. [อ. นิ. ๔.๑๖๐] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ทุคฺคหิตํ สุตฺตนฺตํ ปริยาปุณนฺติ ทุนฺนิกฺขิตฺเตหิ ปทพฺยญฺชเนหิ. ทุนฺนิกฺขิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ ทุนฺนโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ทุพฺพจา โหนฺติ, โทวจสฺสกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตา, อกฺขมา อปฺปทกฺขิณคฺคาหิโน อนุสาสนึ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เย เต ภิกฺขู พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา, เต น สกฺกจฺจํ สุตฺตนฺตํ ปรํ วาเจนฺติ; เตสํ อจฺจเยน ฉินฺนมูลโก สุตฺตนฺโต โหติ อปฺปฏิสรโณ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เถรา ภิกฺขู พาหุลิกา โหนฺติ สาถลิกา โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา, น วีริยํ อารภนฺติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เตสํ ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. สาปิ โหติ พาหุลิกา สาถลิกา โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา, น วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ ภินฺโน โหติ. สงฺเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, ภินฺเน อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริภาสา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา จ โหนฺติ, อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชนา [ปริจฺจชา (สฺยา. กํ.)] จ โหนฺติ. ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว นปฺปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ เอกจฺจานํ อญฺญถตฺตํ โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส สมฺโมสาย อนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺติ. กตเม ปญฺจ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สุคฺคหิตํ สุตฺตนฺตํ ปริยาปุณนฺติ สุนิกฺขิตฺเตหิ ปทพฺยญฺชเนหิ. สุนิกฺขิตฺตสฺส, ภิกฺขเว, ปทพฺยญฺชนสฺส อตฺโถปิ สุนโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู สุวจา โหนฺติ โสวจสฺสกรเณหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตา, ขมา ปทกฺขิณคฺคาหิโน อนุสาสนึ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เย เต ภิกฺขู พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา, เต สกฺกจฺจํ สุตฺตนฺตํ ปรํ วาเจนฺติ; เตสํ อจฺจเยน น ฉินฺนมูลโก [อจฺฉินฺนมูลโก (ก.) อ. นิ. ๔.๑๖๐] สุตฺตนฺโต โหติ สปฺปฏิสรโณ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, เถรา ภิกฺขู น พาหุลิกา โหนฺติ น สาถลิกา, โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา; วีริยํ อารภนฺติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. เตสํ ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. สาปิ โหติ น พาหุลิกา น สาถลิกา, โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา, วีริยํ อารภติ อปฺปตฺตสฺส ปตฺติยา อนธิคตสฺส อธิคมาย อสจฺฉิกตสฺส สจฺฉิกิริยาย. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ สมคฺโค สมฺโมทมาโน อวิวทมาโน เอกุทฺเทโส ผาสุํ วิหรติ. สงฺเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, สมคฺเค น เจว อญฺญมญฺญํ อกฺโกสา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริภาสา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริกฺเขปา โหนฺติ, น จ อญฺญมญฺญํ ปริจฺจชนา โหนฺติ. ตตฺถ อปฺปสนฺนา เจว ปสีทนฺติ, ปสนฺนานญฺจ ภิยฺโยภาโว โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปญฺจโม ธมฺโม สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ ธมฺมา สทฺธมฺมสฺส ฐิติยา อสมฺโมสาย อนนฺตรธานาย สํวตฺตนฺตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ทุกฺกถาสุตฺตํ
๑๕๗. ‘‘ปญฺจนฺนํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคลานํ กถา ทุกฺกถา ปุคฺคเล ปุคฺคลํ [ปุคฺคลํ ปุคฺคลํ (สี. ปี.)] อุปนิธาย. กตเมสํ ปญฺจนฺนํ? อสฺสทฺธสฺส, ภิกฺขเว, สทฺธากถา ทุกฺกถา; ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถา; อปฺปสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา ทุกฺกถา; มจฺฉริสฺส [มจฺฉริยสฺส (สี. ปี. ก.)] จาคกถา ทุกฺกถา; ทุปฺปญฺญสฺส ปญฺญากถา ทุกฺกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, อสฺสทฺธสฺส สทฺธากถา ทุกฺกถา? อสฺสทฺโธ, ภิกฺขเว, สทฺธากถาย กจฺฉมานาย อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สทฺธาสมฺปทํ อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ [น สมฺปสฺสติ (สี.)], น จ ลภติ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา อสฺสทฺธสฺส สทฺธากถา ทุกฺกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถา? ทุสฺสีโล, ภิกฺขเว, สีลกถาย กจฺฉมานาย อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทํ อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ น จ ลภติ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา ทุสฺสีลสฺส สีลกถา ทุกฺกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, อปฺปสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา ทุกฺกถา? อปฺปสฺสุโต, ภิกฺขเว, พาหุสจฺจกถาย กจฺฉมานาย อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สุตสมฺปทํ อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ, น จ ลภติ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา อปฺปสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา ทุกฺกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, มจฺฉริสฺส จาคกถา ทุกฺกถา? มจฺฉรี, ภิกฺขเว, จาคกถาย กจฺฉมานาย อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, จาคสมฺปทํ อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ น จ ลภติ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา มจฺฉริสฺส จาคกถา ทุกฺกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, ทุปฺปญฺญสฺส ปญฺญากถา ทุกฺกถา? ทุปฺปญฺโญ, ภิกฺขเว, ปญฺญากถาย กจฺฉมานาย อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, ปญฺญาสมฺปทํ อตฺตนิ น สมนุปสฺสติ, น จ ลภติ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา ทุปฺปญฺญสฺส ปญฺญากถา ทุกฺกถา. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ ปุคฺคลานํ กถา ทุกฺกถา ปุคฺคเล ปุคฺคลํ อุปนิธาย.
‘‘ปญฺจนฺนํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคลานํ กถา สุกถา ปุคฺคเล ปุคฺคลํ อุปนิธาย. กตเมสํ ปญฺจนฺนํ? สทฺธสฺส, ภิกฺขเว, สทฺธากถา สุกถา; สีลวโต สีลกถา สุกถา; พหุสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา สุกถา; จาควโต จาคกถา สุกถา; ปญฺญวโต ปญฺญากถา สุกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส สทฺธากถา สุกถา? สทฺโธ, ภิกฺขเว, สทฺธากถาย กจฺฉมานาย นาภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติตฺถียติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สทฺธาสมฺปทํ อตฺตนิ สมนุปสฺสติ ลภติ จ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา สทฺธสฺส สทฺธากถา สุกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, สีลวโต สีลกถา สุกถา? สีลวา, ภิกฺขเว, สีลกถาย กจฺฉมานาย นาภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติตฺถียติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทํ อตฺตนิ สมนุปสฺสติ, ลภติ จ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา สีลวโต สีลกถา สุกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, พหุสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา สุกถา? พหุสฺสุโต, ภิกฺขเว, พาหุสจฺจกถาย กจฺฉมานาย นาภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติตฺถียติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, สุตสมฺปทํ อตฺตนิ สมนุปสฺสติ, ลภติ จ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา พหุสฺสุตสฺส พาหุสจฺจกถา สุกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, จาควโต จาคกถา สุกถา? จาควา, ภิกฺขเว, จาคกถาย กจฺฉมานาย นาภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติตฺถียติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, จาคสมฺปทํ อตฺตนิ สมนุปสฺสติ, ลภติ จ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา จาควโต จาคกถา สุกถา.
‘‘กสฺมา จ, ภิกฺขเว, ปญฺญวโต ปญฺญากถา สุกถา? ปญฺญวา, ภิกฺขเว, ปญฺญากถาย กจฺฉมานาย นาภิสชฺชติ น กุปฺปติ น พฺยาปชฺชติ น ปติตฺถียติ น โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. ตํ กิสฺส เหตุ? ตญฺหิ โส, ภิกฺขเว, ปญฺญาสมฺปทํ อตฺตนิ สมนุปสฺสติ ลภติ จ ตโตนิทานํ ปีติปาโมชฺชํ. ตสฺมา ปญฺญวโต ปญฺญากถา สุกถา. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺนํ ปุคฺคลานํ กถา สุกถา ปุคฺคเล ปุคฺคลํ อุปนิธายา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. สารชฺชสุตฺตํ
๑๕๘. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สารชฺชํ โอกฺกนฺโต [โอกฺกมนฺโต (ก.)] โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อสฺสทฺโธ โหติ, ทุสฺสีโล โหติ, อปฺปสฺสุโต โหติ, กุสีโต โหติ, ทุปญฺโญ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สารชฺชํ โอกฺกนฺโต โหติ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ วิสารโท โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สทฺโธ โหติ, สีลวา โหติ, พหุสฺสุโต โหติ, อารทฺธวีริโย โหติ, ปญฺญวา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ วิสารโท โหตี’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. อุทายีสุตฺตํ
๑๕๙. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุทายี มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสนฺโต นิสินฺโน โหติ. อทฺทสา โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ อุทายึ มหติยา คิหิปริสาย ปริวุตํ ธมฺมํ เทเสนฺตํ นิสินฺนํ. ทิสฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อายสฺมา, ภนฺเต, อุทายี มหติยา คิหิปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสตี’’ติ [เทเสนฺโต นิสินฺโน’’ติ (สฺยา.)].
‘‘น โข, อานนฺท, สุกรํ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสตุํ. ปเรสํ, อานนฺท, ธมฺมํ เทเสนฺเตน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? ‘อนุปุพฺพึ กถํ [อานุปุพฺพิกถํ (สี.), อนุปุพฺพิกถํ (สฺยา. ปี. ก.)] กเถสฺสามี’ติ ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ; ‘ปริยายทสฺสาวี กถํ กเถสฺสามี’ติ ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ; ‘อนุทฺทยตํ ปฏิจฺจ กถํ กเถสฺสามี’ติ ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ; ‘น อามิสนฺตโร กถํ กเถสฺสามี’ติ ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ; ‘อตฺตานญฺจ ปรญฺจ อนุปหจฺจ กถํ กเถสฺสามี’ติ ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. น โข, อานนฺท, สุกรํ ปเรสํ ธมฺมํ เทเสตุํ. ปเรสํ, อานนฺท, ธมฺมํ เทเสนฺเตน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปเรสํ ธมฺโม เทเสตพฺโพ’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุปฺปฏิวิโนทยสุตฺตํ
๑๖๐. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อุปฺปนฺนา ทุปฺปฏิวิโนทยา. กตเม ปญฺจ? อุปฺปนฺโน ราโค ทุปฺปฏิวิโนทโย, อุปฺปนฺโน โทโส ทุปฺปฏิวิโนทโย, อุปฺปนฺโน โมโห ทุปฺปฏิวิโนทโย, อุปฺปนฺนํ ปฏิภานํ ทุปฺปฏิวิโนทยํ, อุปฺปนฺนํ คมิกจิตฺตํ ทุปฺปฏิวิโนทยํ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อุปฺปนฺนา ทุปฺปฏิวิโนทยา’’ติ. ทสมํ.
สทฺธมฺมวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
ตโย สมฺมตฺตนิยามา, ตโย สทฺธมฺมสมฺโมสา;
ทุกฺกถา เจว สารชฺชํ, อุทายิทุพฺพิโนทยาติ.
(๑๗) ๒. อาฆาตวคฺโค
๑. ปฐมอาฆาตปฏิวินยสุตฺตํ
๑๖๑. ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาฆาตปฏิวินยา ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, เมตฺตา ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาเวตพฺพา; เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, กรุณา ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาเวตพฺพา; เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, อุเปกฺขา ตสฺมึ ปุคฺคเล ภาเวตพฺพา; เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, อสติอมนสิกาโร ตสฺมึ ปุคฺคเล อาปชฺชิตพฺโพ; เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปุคฺคเล อาฆาโต ชาเยถ, กมฺมสฺสกตา ตสฺมึ ปุคฺคเล อธิฏฺฐาตพฺพา – ‘กมฺมสฺสโก อยมายสฺมา กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฺปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสติ กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสตี’ติ; เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ’’ติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยอาฆาตปฏิวินยสุตฺตํ
๑๖๒. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘อาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ –
‘‘ปญฺจิเม, อาวุโส, อาฆาตปฏิวินยา ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? อิธาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ ปริสุทฺธวจีสมาจาโร; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. อิธ ปนาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ ปริสุทฺธกายสมาจาโร; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. อิธ ปนาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธวจีสมาจาโร, ลภติ จ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. อิธ ปนาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ อปริสุทฺธวจีสมาจาโร, น จ ลภติ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. อิธ ปนาวุโส, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปริสุทฺธกายสมาจาโร ปริสุทฺธวจีสมาจาโร, ลภติ จ กาเลน วา กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ; เอวรูเปปิ, อาวุโส, ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ.
‘‘ตตฺราวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร ปริสุทฺธวจีสมาจาโร, กถํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ? เสยฺยถาปิ, อาวุโส, ภิกฺขุ ปํสุกูลิโก รถิยาย นนฺตกํ ทิสฺวา วาเมน ปาเทน นิคฺคณฺหิตฺวา ทกฺขิเณน ปาเทน ปตฺถริตฺวา [วิตฺถาเรตฺวา (สี. ปี.)], โย ตตฺถ สาโร ตํ ปริปาเตตฺวา อาทาย ปกฺกเมยฺย; เอวเมวํ ขฺวาวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร ปริสุทฺธวจีสมาจาโร, ยาสฺส อปริสุทฺธกายสมาจารตา น สาสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา, ยา จ ขฺวาสฺส ปริสุทฺธวจีสมาจารตา สาสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา. เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ.
‘‘ตตฺราวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธวจีสมาจาโร ปริสุทฺธกายสมาจาโร, กถํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ? เสยฺยถาปิ, อาวุโส, โปกฺขรณี เสวาลปณกปริโยนทฺธา. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ฆมฺมาภิตตฺโต ฆมฺมปเรโต กิลนฺโต ตสิโต ปิปาสิโต. โส ตํ โปกฺขรณึ โอคาเหตฺวา อุโภหิ หตฺเถหิ อิติจิติ จ เสวาลปณกํ อปวิยูหิตฺวา อญฺชลินา ปิวิตฺวา ปกฺกเมยฺย. เอวเมวํ โข, อาวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธวจีสมาจาโร ปริสุทฺธกายสมาจาโร, ยาสฺส อปริสุทฺธวจีสมาจารตา น สาสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา, ยา จ ขฺวาสฺส ปริสุทฺธกายสมาจารตา สาสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา. เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ.
‘‘ตตฺราวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร อปริสุทฺธวจีสมาจาโร ลภติ จ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, กถํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ? เสยฺยถาปิ, อาวุโส, ปริตฺตํ โคปเท [โคปทเก (สี. สฺยา.)] อุทกํ. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ฆมฺมาภิตตฺโต ฆมฺมปเรโต กิลนฺโต ตสิโต ปิปาสิโต. ตสฺส เอวมสฺส – ‘อิทํ โข ปริตฺตํ โคปเท อุทกํ. สจาหํ อญฺชลินา วา ปิวิสฺสามิ ภาชเนน วา โขเภสฺสามิปิ ตํ โลเฬสฺสามิปิ ตํ อเปยฺยมฺปิ ตํ กริสฺสามิ. ยํนูนาหํ จตุกฺกุณฺฑิโก [จตุคุณฺฑิโก (สี.), จตุกุณฺฑิโก (สฺยา. กํ. ปี.), จตุโกณฺฑิโก (ที. นิ. ๓.๗)] นิปติตฺวา โคปีตกํ ปิวิตฺวา ปกฺกเมยฺย’นฺติ. โส จตุกฺกุณฺฑิโก นิปติตฺวา โคปีตกํ ปิวิตฺวา ปกฺกเมยฺย. เอวเมวํ โข, อาวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร อปริสุทฺธวจีสมาจาโร ลภติ จ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, ยาสฺส อปริสุทฺธกายสมาจารตา น สาสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา; ยาปิสฺส อปริสุทฺธวจีสมาจารตา น สาปิสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา. ยญฺจ โข โส ลภติ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, ตเมวสฺส [ตเทวสฺส (สี. สฺยา.)] ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพํ. เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ.
‘‘ตตฺราวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร อปริสุทฺธวจีสมาจาโร น จ ลภติ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, กถํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ? เสยฺยถาปิ, อาวุโส, ปุริโส อาพาธิโก ทุกฺขิโต พาฬฺหคิลาโน อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน. ตสฺส ปุรโตปิสฺส ทูเร คาโม ปจฺฉโตปิสฺส ทูเร คาโม. โส น ลเภยฺย สปฺปายานิ โภชนานิ, น ลเภยฺย สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, น ลเภยฺย ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, น ลเภยฺย คามนฺตนายกํ. ตเมนํ อญฺญตโร ปุริโส ปสฺเสยฺย อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺโน. โส ตสฺมึ ปุริเส การุญฺญํเยว อุปฏฺฐาเปยฺย, อนุทฺทยํเยว อุปฏฺฐาเปยฺย, อนุกมฺปํเยว อุปฏฺฐาเปยฺย – ‘อโห วตายํ ปุริโส ลเภยฺย สปฺปายานิ โภชนานิ, ลเภยฺย สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลเภยฺย ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ, ลเภยฺย คามนฺตนายกํ! ตํ กิสฺส เหตุ? มายํ [อยํ (ก.)] ปุริโส อิเธว อนยพฺยสนํ อาปชฺชี’ติ [อาปชฺเชยฺย (ก.)]! เอวเมวํ โข, อาวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล อปริสุทฺธกายสมาจาโร อปริสุทฺธวจีสมาจาโร น จ ลภติ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, เอวรูเปปิ [เอวรูเป (ปี.)], อาวุโส, ปุคฺคเล การุญฺญํเยว อุปฏฺฐาเปตพฺพํ อนุทฺทยาเยว อุปฏฺฐาเปตพฺพา อนุกมฺปาเยว อุปฏฺฐาเปตพฺพา – ‘อโห วต อยมายสฺมา กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวยฺย, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวยฺย, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวยฺย! ตํ กิสฺส เหตุ? มายํ อายสฺมา [อยมายสฺมา (ก.)] กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชี’ติ [อุปปชฺชตีติ (ก.)]! เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ.
‘‘ตตฺราวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล ปริสุทฺธกายสมาจาโร ปริสุทฺธวจีสมาจาโร ลภติ จ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, กถํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ? เสยฺยถาปิ, อาวุโส, โปกฺขรณี อจฺโฉทกา สาโตทกา สีโตทกา [อจฺโฉทิกา สาโตทิกา สีโตทิกา (สี.)] เสตกา [เสโตทกา (ก.)] สุปติตฺถา รมณียา นานารุกฺเขหิ สญฺฉนฺนา. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย ฆมฺมาภิตตฺโต ฆมฺมปเรโต กิลนฺโต ตสิโต ปิปาสิโต. โส ตํ โปกฺขรณึ โอคาเหตฺวา นฺหาตฺวา จ ปิวิตฺวา จ ปจฺจุตฺตริตฺวา ตตฺเถว รุกฺขจฺฉายาย นิสีเทยฺย วา นิปชฺเชยฺย วา.
เอวเมวํ โข, อาวุโส, ยฺวายํ ปุคฺคโล ปริสุทฺธกายสมาจาโร ปริสุทฺธวจีสมาจาโร ลภติ จ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, ยาปิสฺส ปริสุทฺธกายสมาจารตา สาปิสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา; ยาปิสฺส ปริสุทฺธวจีสมาจารตา สาปิสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพา; ยมฺปิ ลภติ กาเลน กาลํ เจตโส วิวรํ เจตโส ปสาทํ, ตมฺปิสฺส ตสฺมึ สมเย มนสิ กาตพฺพํ. เอวํ ตสฺมึ ปุคฺคเล อาฆาโต ปฏิวิเนตพฺโพ. สมนฺตปาสาทิกํ, อาวุโส, ปุคฺคลํ อาคมฺม จิตฺตํ ปสีทติ.
‘‘อิเม โข, อาวุโส, ปญฺจ อาฆาตปฏิวินยา, ยตฺถ ภิกฺขุโน อุปฺปนฺโน อาฆาโต สพฺพโส ปฏิวิเนตพฺโพ’’ติ. ทุติยํ.
๓. สากจฺฉสุตฺตํ
๑๖๓. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาวุโส ภิกฺขเว’’ติ. ‘‘อาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ –
[อ. นิ. ๕.๖๕-๖๖] ‘‘ปญฺจหาวุโส, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํ สากจฺโฉ สพฺรหฺมจารีนํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธาวุโส, ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ, สีลสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, สมาธิสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปญฺญาสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ. อิเมหิ โข, อาวุโส, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํ สากจฺโฉ สพฺรหฺมจารีน’’นฺติ. ตติยํ.
๔. สาชีวสุตฺตํ
๑๖๔. [อ. นิ. ๕.๖๕] ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ…เป… ‘‘ปญฺจหิ, อาวุโส, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสาชีโว สพฺรหฺมจารีนํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธาวุโส, ภิกฺขุ อตฺตนา จ สีลสมฺปนฺโน โหติ, สีลสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ สมาธิสมฺปนฺโน โหติ, สมาธิสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ ปญฺญาสมฺปนฺโน โหติ, ปญฺญาสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ; อตฺตนา จ วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปนฺโน โหติ, วิมุตฺติญาณทสฺสนสมฺปทากถาย จ อาคตํ ปญฺหํ พฺยากตฺตา โหติ. อิเมหิ โข, อาวุโส, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อลํสาชีโว สพฺรหฺมจารีน’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. ปญฺหปุจฺฉาสุตฺตํ
๑๖๕. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ…เป… ‘‘โย หิ โกจิ, อาวุโส, ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, สพฺโพ โส ปญฺจหิ ฐาเนหิ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน. กตเมหิ ปญฺจหิ? มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา [โมมุหตฺตา (สี.)] ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ปริภวํ ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อญฺญาตุกาโม ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อถ วา ปเนวํจิตฺโต [อถ วา ปกุปฺปนฺโต (สี. ปี.)] ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ – ‘สเจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ [โน จ (สฺยา.)] เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อหมสฺส สมฺมเทว พฺยากริสฺสามี’ติ. โย หิ โกจิ, อาวุโส, ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉติ, สพฺโพ โส อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ, เอเตสํ วา อญฺญตเรน. อหํ โข ปนาวุโส, เอวํจิตฺโต ปรํ ปญฺหํ ปุจฺฉามิ – ‘สเจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อิจฺเจตํ กุสลํ, โน เจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ, อหมสฺส สมฺมเทว พฺยากริสฺสามี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. นิโรธสุตฺตํ
๑๖๖. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ…เป… ‘‘อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ [สมาปชฺเชยฺยปิ วุฏฺฐเหยฺยปิ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] – อตฺเถตํ ฐานํ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ [กพฬึการาหารภกฺขานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อุทายี อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, อนวกาโส ยํ โส ภิกฺขุ อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – นตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
ทุติยมฺปิ โข…เป… ตติยมฺปิ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐานํ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
ตติยมฺปิ โข อายสฺมา อุทายี อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, อนวกาโส ยํ โส ภิกฺขุ อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – นตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ยาวตติยกมฺปิ [ยาวตติยมฺปิ (สี. สฺยา. ปี.)] โข เม อายสฺมา อุทายี ปฏิกฺโกสติ, น จ เม โกจิ ภิกฺขุ อนุโมทติ. ยํนูนาหํ เยน ภควา เตนุปสงฺกเมยฺย’’นฺติ. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐานํ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อุทายี อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, อนวกาโส ยํ โส ภิกฺขุ อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – นตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
ทุติยมฺปิ โข…เป… ตติยมฺปิ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธาวุโส, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐานํ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
ตติยมฺปิ โข อายสฺมา อุทายี อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อฏฺฐานํ โข เอตํ, อาวุโส สาริปุตฺต, อนวกาโส ยํ โส ภิกฺขุ อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – นตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ภควโตปิ โข เม สมฺมุขา อายสฺมา อุทายี ยาวตติยกํ ปฏิกฺโกสติ, น จ เม โกจิ ภิกฺขุ อนุโมทติ. ยํนูนาหํ ตุณฺหี อสฺส’’นฺติ. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ตุณฺหี อโหสิ.
อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อุทายึ อามนฺเตสิ – ‘‘กํ ปน ตฺวํ, อุทายิ, มโนมยํ กายํ ปจฺเจสี’’ติ? ‘‘เย เต, ภนฺเต, เทวา อรูปิโน สญฺญามยา’’ติ. ‘‘กึ นุ โข ตุยฺหํ, อุทายิ, พาลสฺส อพฺยตฺตสฺส ภณิเตน! ตฺวมฺปิ นาม ภณิตพฺพํ มญฺญสี’’ติ! อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘อตฺถิ นาม, อานนฺท, เถรํ ภิกฺขุํ วิเหสิยมานํ อชฺฌุเปกฺขิสฺสถ. น หิ นาม, อานนฺท, การุญฺญมฺปิ ภวิสฺสติ เถรมฺหิ [พฺยตฺตมฺหิ (สฺยา. กํ. ก.)] ภิกฺขุมฺหิ วิเหสิยมานมฺหี’’ติ.
อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีลสมฺปนฺโน สมาธิสมฺปนฺโน ปญฺญาสมฺปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐานํ. โน เจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อญฺญํ อาราเธยฺย, อติกฺกมฺเมว กพฬีการาหารภกฺขานํ เทวานํ สหพฺยตํ อญฺญตรํ มโนมยํ กายํ อุปปนฺโน สญฺญาเวทยิตนิโรธํ สมาปชฺเชยฺยาปิ วุฏฺฐเหยฺยาปิ – อตฺเถตํ ฐาน’’นฺติ. อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อุฏฺฐายาสนา วิหารํ ปาวิสิ.
อถ โข อายสฺมา อานนฺโท อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต เยนายสฺมา อุปวาโณ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อุปวาณํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาวุโส อุปวาณ, อญฺเญ เถเร ภิกฺขู วิเหเสนฺติ. มยํ เตน น มุจฺจาม. อนจฺฉริยํ โข, ปเนตํ อาวุโส อุปวาณ, ยํ ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เอตเทว อารพฺภ อุทาหเรยฺย ยถา อายสฺมนฺตํเยเวตฺถ อุปวาณํ ปฏิภาเสยฺย. อิทาเนว อมฺหากํ สารชฺชํ โอกฺกนฺต’’นฺติ. อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน อุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ อุปวาณํ เอตทโวจ –
‘‘กตีหิ นุ โข, อุปวาณ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต เถโร ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’’ติ? ‘‘ปญฺจหิ, ภนฺเต, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต เถโร ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อิธ, ภนฺเต, เถโร ภิกฺขุ สีลวา โหติ…เป… สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ; พหุสฺสุโต โหติ…เป… ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา; กลฺยาณวาโจ โหติ กลฺยาณวากฺกรโณ โปริยา วาจาย สมนฺนาคโต วิสฺสฏฺฐาย อเนลคลาย [อเนลคฬาย (สฺยา. กํ.)] อตฺถสฺส วิญฺญาปนิยา; จตุนฺนํ ฌานานํ อาภิเจตสิกานํ ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานํ นิกามลาภี โหติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี; อาสวานํ ขยา…เป… สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิเมหิ โข, ภนฺเต, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต เถโร ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จา’’ติ.
‘‘สาธุ สาธุ, อุปวาณ! อิเมหิ โข, อุปวาณ, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต เถโร ภิกฺขุ สพฺรหฺมจารีนํ ปิโย จ โหติ มนาโป จ ครุ จ ภาวนีโย จ. อิเม เจ, อุปวาณ, ปญฺจ ธมฺมา เถรสฺส ภิกฺขุโน น สํวิชฺเชยฺยุํ, ตํ สพฺรหฺมจารี น สกฺกเรยฺยุํ น ครุํ กเรยฺยุํ น มาเนยฺยุํ น ปูเชยฺยุํ ขณฺฑิจฺเจน ปาลิจฺเจน วลิตฺตจตาย. ยสฺมา จ โข, อุปวาณ, อิเม ปญฺจ ธมฺมา เถรสฺส ภิกฺขุโน สํวิชฺชนฺติ, ตสฺมา ตํ สพฺรหฺมจารี สกฺกโรนฺติ ครุํ กโรนฺติ มาเนนฺติ ปูเชนฺตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. โจทนาสุตฺตํ
๑๖๗. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘โจทเกน, อาวุโส, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’.
‘‘กตเม ปญฺจ? กาเลน วกฺขามิ, โน อกาเลน; ภูเตน วกฺขามิ, โน อภูเตน; สเณฺหน วกฺขามิ, โน ผรุเสน; อตฺถสํหิเตน วกฺขามิ, โน อนตฺถสํหิเตน; เมตฺตจิตฺโต [เมตฺตจิตฺเตน (สี. ปี. ก.) จูฬว. ๔๐๐ ปสฺสิตพฺพํ] วกฺขามิ, โน โทสนฺตโร [โทสนฺตเรน (สี. ปี. ก.)]. โจทเกน, อาวุโส, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ.
‘‘อิธาหํ, อาวุโส, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ อกาเลน โจทิยมานํ โน กาเลน กุปิตํ, อภูเตน โจทิยมานํ โน ภูเตน กุปิตํ, ผรุเสน โจทิยมานํ โน สเณฺหน กุปิตํ, อนตฺถสํหิเตน โจทิยมานํ โน อตฺถสํหิเตน กุปิตํ, โทสนฺตเรน โจทิยมานํ โน เมตฺตจิตฺเตน กุปิตํ.
‘‘อธมฺมจุทิตสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน ปญฺจหากาเรหิ อวิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ [อุปทหิตพฺโพ (สี. สฺยา. ปี.)] – ‘อกาเลนายสฺมา จุทิโต โน กาเลน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; อภูเตนายสฺมา จุทิโต โน ภูเตน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; ผรุเสนายสฺมา จุทิโต โน สเณฺหน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; อนตฺถสํหิเตนายสฺมา จุทิโต โน อตฺถสํหิเตน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; โทสนฺตเรนายสฺมา จุทิโต โน เมตฺตจิตฺเตน, อลํ เต อวิปฺปฏิสารายา’ติ. อธมฺมจุทิตสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อวิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ.
‘‘อธมฺมโจทกสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน ปญฺจหากาเรหิ วิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ – ‘อกาเลน เต, อาวุโส, โจทิโต [จุทิโต (สี. สฺยา. ปี.)] โน กาเลน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; อภูเตน เต, อาวุโส, โจทิโต โน ภูเตน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; ผรุเสน เต, อาวุโส, โจทิโต โน สเณฺหน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; อนตฺถสํหิเตน เต, อาวุโส, โจทิโต โน อตฺถสํหิเตน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; โทสนฺตเรน เต, อาวุโส, โจทิโต โน เมตฺตจิตฺเตน, อลํ เต วิปฺปฏิสารายา’ติ. อธมฺมโจทกสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ วิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยถา น อญฺโญปิ ภิกฺขุ อภูเตน โจเทตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ.
‘‘อิธ ปนาหํ, อาวุโส, เอกจฺจํ ปุคฺคลํ ปสฺสามิ กาเลน โจทิยมานํ โน อกาเลน กุปิตํ, ภูเตน โจทิยมานํ โน อภูเตน กุปิตํ, สเณฺหน โจทิยมานํ โน ผรุเสน กุปิตํ, อตฺถสํหิเตน โจทิยมานํ โน อนตฺถสํหิเตน กุปิตํ, เมตฺตจิตฺเตน โจทิยมานํ โน โทสนฺตเรน กุปิตํ.
‘‘ธมฺมจุทิตสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน ปญฺจหากาเรหิ วิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ – ‘กาเลนายสฺมา จุทิโต โน อกาเลน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; ภูเตนายสฺมา จุทิโต โน อภูเตน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; สเณฺหนายสฺมา จุทิโต โน ผรุเสน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; อตฺถสํหิเตนายสฺมา จุทิโต โน อนตฺถสํหิเตน, อลํ เต วิปฺปฏิสาราย; เมตฺตจิตฺเตนายสฺมา จุทิโต โน โทสนฺตเรน, อลํ เต วิปฺปฏิสารายา’ติ. ธมฺมจุทิตสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ วิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ.
‘‘ธมฺมโจทกสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน ปญฺจหากาเรหิ อวิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ – ‘กาเลน เต, อาวุโส, โจทิโต โน อกาเลน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; ภูเตน เต, อาวุโส, โจทิโต โน อภูเตน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; สเณฺหน เต, อาวุโส, โจทิโต โน ผรุเสน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; อตฺถสํหิเตน เต, อาวุโส, โจทิโต โน อนตฺถสํหิเตน, อลํ เต อวิปฺปฏิสาราย; เมตฺตจิตฺเตน เต, อาวุโส, โจทิโต โน โทสนฺตเรน, อลํ เต อวิปฺปฏิสารายา’ติ. ธมฺมโจทกสฺส, อาวุโส, ภิกฺขุโน อิเมหิ ปญฺจหากาเรหิ อวิปฺปฏิสาโร อุปทหาตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? ยถา อญฺโญปิ ภิกฺขุ ภูเตน โจทิตพฺพํ มญฺเญยฺยาติ.
‘‘จุทิเตน, อาวุโส, ปุคฺคเลน ทฺวีสุ ธมฺเมสุ ปติฏฺฐาตพฺพํ – สจฺเจ จ, อกุปฺเป จ. มํ เจปิ [ปญฺจหิ (สฺยา. ก.)], อาวุโส, ปเร โจเทยฺยุํ กาเลน วา อกาเลน วา ภูเตน วา อภูเตน วา สเณฺหน วา ผรุเสน วา อตฺถสํหิเตน วา อนตฺถสํหิเตน วา เมตฺตจิตฺตา [เมตฺตจิตฺเตน (สี. ปี. ก.) ม. นิ. ๑.๒๒๗ ปสฺสิตพฺพํ] วา โทสนฺตรา [โทสนฺตเรน (สี. ปี. ก.)] วา, อหมฺปิ ทฺวีสุเยว ธมฺเมสุ ปติฏฺฐเหยฺยํ – สจฺเจ จ, อกุปฺเป จ. สเจ ชาเนยฺยํ – ‘อตฺเถโส มยิ ธมฺโม’ติ, ‘อตฺถี’ติ นํ วเทยฺยํ – ‘สํวิชฺชเตโส มยิ ธมฺโม’ติ. สเจ ชาเนยฺยํ – ‘นตฺเถโส มยิ ธมฺโม’ติ, ‘นตฺถี’ติ นํ วเทยฺยํ – ‘เนโส ธมฺโม มยิ สํวิชฺชตี’ติ.
‘‘เอวมฺปิ โข เต [เอวมฺปิ โข (ก.)], สาริปุตฺต, วุจฺจมานา อถ จ ปนิเธกจฺเจ โมฆปุริสา น ปทกฺขิณํ คณฺหนฺตี’’ติ.
‘‘เย เต, ภนฺเต, ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ชีวิกตฺถา น สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา สฐา มายาวิโน เกตพิโน [เกฏุภิโน (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารา โภชเน อมตฺตญฺญุโน ชาคริยํ อนนุยุตฺตา สามญฺเญ อนเปกฺขวนฺโต สิกฺขาย น ติพฺพคารวา พาหุลิกา สาถลิกา โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา กุสีตา หีนวีริยา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ทุปฺปญฺญา เอฬมูคา, เต มยา เอวํ วุจฺจมานา น ปทกฺขิณํ คณฺหนฺติ.
‘‘เย ปน เต, ภนฺเต, กุลปุตฺตา สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา อสฐา อมายาวิโน อเกตพิโน อนุทฺธตา อนุนฺนฬา อจปลา อมุขรา อวิกิณฺณวาจา อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา โภชเน มตฺตญฺญุโน ชาคริยํ อนุยุตฺตา สามญฺเญ อเปกฺขวนฺโต สิกฺขาย ติพฺพคารวา น พาหุลิกา น สาถลิกา โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา อารทฺธวีริยา ปหิตตฺตา อุปฏฺฐิตสฺสติโน สมฺปชานา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ปญฺญวนฺโต อเนฬมูคา, เต มยา เอวํ วุจฺจมานา ปทกฺขิณํ คณฺหนฺตีติ.
‘‘เย เต, สาริปุตฺต, ปุคฺคลา อสฺสทฺธา ชีวิกตฺถา น สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา สฐา มายาวิโน เกตพิโน อุทฺธตา อุนฺนฬา จปลา มุขรา วิกิณฺณวาจา อินฺทฺริเยสุ อคุตฺตทฺวารา โภชเน อมตฺตญฺญุโน ชาคริยํ อนนุยุตฺตา สามญฺเญ อนเปกฺขวนฺโต สิกฺขาย น ติพฺพคารวา พาหุลิกา สาถลิกา โอกฺกมเน ปุพฺพงฺคมา ปวิเวเก นิกฺขิตฺตธุรา กุสีตา หีนวีริยา มุฏฺฐสฺสติโน อสมฺปชานา อสมาหิตา วิพฺภนฺตจิตฺตา ทุปฺปญฺญา เอฬมูคา, ติฏฺฐนฺตุ เต.
‘‘เย ปน, เต สาริปุตฺต, กุลปุตฺตา สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตา อสฐา อมายาวิโน อเกตพิโน อนุทฺธตา อนุนฺนฬา อจปลา อมุขรา อวิกิณฺณวาจา อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวารา โภชเน มตฺตญฺญุโน ชาคริยํ อนุยุตฺตา สามญฺเญ อเปกฺขวนฺโต สิกฺขาย ติพฺพคารวา น พาหุลิกา น สาถลิกา โอกฺกมเน นิกฺขิตฺตธุรา ปวิเวเก ปุพฺพงฺคมา อารทฺธวีริยา ปหิตตฺตา อุปฏฺฐิตสฺสติโน สมฺปชานา สมาหิตา เอกคฺคจิตฺตา ปญฺญวนฺโต อเนฬมูคา, เต ตฺวํ, สาริปุตฺต, วเทยฺยาสิ. โอวท, สาริปุตฺต, สพฺรหฺมจารี; อนุสาส, สาริปุตฺต, สพฺรหฺมจารี – ‘อสทฺธมฺมา วุฏฺฐาเปตฺวา สทฺธมฺเม ปติฏฺฐาเปสฺสามิ สพฺรหฺมจารี’ติ. เอวญฺหิ เต, สาริปุตฺต, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. สตฺตมํ.
๘. สีลสุตฺตํ
๑๖๘. ตตฺร โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ทุสฺสีลสฺส, อาวุโส, สีลวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ อสติ สมฺมาสมาธิวิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน อสติ ยถาภูตญาณทสฺสนวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค อสติ นิพฺพิทาวิราควิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ. เสยฺยถาปิ, อาวุโส, รุกฺโข สาขาปลาสวิปนฺโน. ตสฺส ปปฏิกาปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ, ตโจปิ …เป… เผคฺคุปิ… สาโรปิ น ปาริปูรึ คจฺฉติ. เอวเมวํ โข, อาวุโส, ทุสฺสีลสฺส สีลวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ อสติ สมฺมาสมาธิวิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน อสติ ยถาภูตญาณทสฺสนวิปนฺนสฺส หตูปนิโส โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค อสติ นิพฺพิทาวิราควิปนฺนสฺส หตูปนิสํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ.
‘‘สีลวโต, อาวุโส, สีลสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ สติ สมฺมาสมาธิสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน สติ ยถาภูตญาณทสฺสนสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค สติ นิพฺพิทาวิราคสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสนํ. เสยฺยถาปิ, อาวุโส, รุกฺโข, สาขาปลาสสมฺปนฺโน. ตสฺส ปปฏิกาปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ, ตโจปิ…เป… เผคฺคุปิ… สาโรปิ ปาริปูรึ คจฺฉติ. เอวเมวํ โข, อาวุโส, สีลวโต สีลสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ สมฺมาสมาธิ; สมฺมาสมาธิมฺหิ สติ สมฺมาสมาธิสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ ยถาภูตญาณทสฺสนํ; ยถาภูตญาณทสฺสเน สติ ยถาภูตญาณทสฺสนสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺโน โหติ นิพฺพิทาวิราโค; นิพฺพิทาวิราเค สติ นิพฺพิทาวิราคสมฺปนฺนสฺส อุปนิสสมฺปนฺนํ โหติ วิมุตฺติญาณทสฺสน’’นฺติ [อ. นิ. ๕.๑๖๘; ๖.๕๐; ๗.๖๕]. อฏฺฐมํ.
๙. ขิปฺปนิสนฺติสุตฺตํ
๑๖๙. อถ โข อายสฺมา อานนฺโท เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สาริปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ [สาราณียํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ –
‘‘กิตฺตาวตา นุ โข, อาวุโส สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ขิปฺปนิสนฺติ จ โหติ, กุสเลสุ ธมฺเมสุ สุคฺคหิตคฺคาหี จ, พหุญฺจ คณฺหาติ, คหิตญฺจสฺส นปฺปมุสฺสตี’’ติ? ‘‘อายสฺมา โข อานนฺโท พหุสฺสุโต. ปฏิภาตุ อายสฺมนฺตํเยว อานนฺท’’นฺติ. ‘‘เตนหาวุโส สาริปุตฺต, สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสิ. อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ –
‘‘อิธาวุโส สาริปุตฺต, ภิกฺขุ อตฺถกุสโล จ โหติ, ธมฺมกุสโล จ, พฺยญฺชนกุสโล จ, นิรุตฺติกุสโล จ, ปุพฺพาปรกุสโล จ. เอตฺตาวตา โข, อาวุโส สาริปุตฺต, ภิกฺขุ ขิปฺปนิสนฺติ จ โหติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ, สุคฺคหิตคฺคาหี จ, พหุญฺจ คณฺหาติ, คหิตญฺจสฺส นปฺปมุสฺสตี’’ติ. ‘‘อจฺฉริยํ, อาวุโส! อพฺภุตํ, อาวุโส!! ยาว สุภาสิตํ จิทํ อายสฺมตา อานนฺเทน. อิเมหิ จ มยํ ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคตํ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ธาเรม – ‘อายสฺมา อานนฺโท อตฺถกุสโล ธมฺมกุสโล พฺยญฺชนกุสโล นิรุตฺติกุสโล ปุพฺพาปรกุสโล’’’ติ. นวมํ.
๑๐. ภทฺทชิสุตฺตํ
๑๗๐. เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม. อถ โข อายสฺมา ภทฺทชิ เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา อานนฺเทน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ ภทฺทชึ อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข, อาวุโส ภทฺทชิ, ทสฺสนานํ อคฺคํ, กึ สวนานํ อคฺคํ, กึ สุขานํ อคฺคํ, กึ สญฺญานํ อคฺคํ, กึ ภวานํ อคฺค’’นฺติ?
‘‘อตฺถาวุโส, พฺรหฺมา อภิภู อนภิภูโต อญฺญทตฺถุทโส วสวตฺตี, โย ตํ พฺรหฺมานํ ปสฺสติ, อิทํ ทสฺสนานํ อคฺคํ. อตฺถาวุโส, อาภสฺสรา นาม เทวา สุเขน อภิสนฺนา ปริสนฺนา. เต กทาจิ กรหจิ อุทานํ อุทาเนนฺติ – ‘อโห สุขํ, อโห สุข’นฺติ! โย ตํ สทฺทํ สุณาติ, อิทํ สวนานํ อคฺคํ. อตฺถาวุโส, สุภกิณฺหา นาม เทวา. เต สนฺตํเยว ตุสิตา สุขํ ปฏิเวเทนฺติ, อิทํ สุขานํ อคฺคํ. อตฺถาวุโส, อากิญฺจญฺญายตนูปคา เทวา, อิทํ สญฺญานํ อคฺคํ. อตฺถาวุโส, เนวสญฺญานาสญฺญายตนูปคา เทวา, อิทํ ภวานํ อคฺค’’นฺติ. ‘‘สเมติ โข อิทํ อายสฺมโต ภทฺทชิสฺส, ยทิทํ พหุนา ชเนนา’’ติ?
‘‘อายสฺมา โข, อานนฺโท, พหุสฺสุโต. ปฏิภาตุ อายสฺมนฺตํเยว อานนฺท’’นฺติ. ‘‘เตนหาวุโส ภทฺทชิ, สุณาหิ, สาธุกํ มนสิ กโรหิ; ภาสิสฺสามี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข อายสฺมา ภทฺทชิ อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปจฺจสฺโสสิ. อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ –
‘‘ยถา ปสฺสโต โข, อาวุโส, อนนฺตรา อาสวานํ ขโย โหติ, อิทํ ทสฺสนานํ อคฺคํ. ยถา สุณโต อนนฺตรา อาสวานํ ขโย โหติ, อิทํ สวนานํ อคฺคํ. ยถา สุขิตสฺส อนนฺตรา อาสวานํ ขโย โหติ, อิทํ สุขานํ อคฺคํ. ยถา สญฺญิสฺส อนนฺตรา อาสวานํ ขโย โหติ, อิทํ สญฺญานํ อคฺคํ. ยถา ภูตสฺส อนนฺตรา อาสวานํ ขโย โหติ, อิทํ ภวานํ อคฺค’’นฺติ. ทสมํ.
อาฆาตวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว อาฆาตวินยา, สากจฺฉา สาชีวโต ปญฺหํ;
ปุจฺฉา นิโรโธ โจทนา, สีลํ นิสนฺติ ภทฺทชีติ.
(๑๘) ๓. อุปาสกวคฺโค
๑. สารชฺชสุตฺตํ
๑๗๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก สารชฺชํ โอกฺกนฺโต โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตี โหติ, อทินฺนาทายี โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารี โหติ, มุสาวาที โหติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก สารชฺชํ โอกฺกนฺโต โหติ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก วิสารโท โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก วิสารโท โหตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. วิสารทสุตฺตํ
๑๗๒. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก อวิสารโท อคารํ อชฺฌาวสติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตี โหติ…เป… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก อวิสารโท อคารํ อชฺฌาวสติ.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก วิสารโท อคารํ อชฺฌาวสติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก วิสารโท อคารํ อชฺฌาวสตี’’ติ. ทุติยํ.
๓. นิรยสุตฺตํ
๑๗๓. ‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตี โหติ…เป… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อุปาสโก ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. ตติยํ.
๔. เวรสุตฺตํ
๑๗๔. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ –
‘‘ปญฺจ, คหปติ, ภยานิ เวรานิ อปฺปหาย ‘ทุสฺสีโล’ อิติ วุจฺจติ, นิรยญฺจ อุปปชฺชติ. กตมานิ ปญฺจ? ปาณาติปาตํ, อทินฺนาทานํ, กาเมสุมิจฺฉาจารํ, มุสาวาทํ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ – อิมานิ โข, คหปติ, ปญฺจ ภยานิ เวรานิ อปฺปหาย ‘ทุสฺสีโล’ อิติ วุจฺจติ, นิรยญฺจ อุปปชฺชติ.
‘‘ปญฺจ, คหปติ, ภยานิ เวรานิ ปหาย ‘สีลวา’ อิติ วุจฺจติ, สุคติญฺจ อุปปชฺชติ. กตมานิ ปญฺจ? ปาณาติปาตํ, อทินฺนาทานํ, กาเมสุมิจฺฉาจารํ, มุสาวาทํ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานํ – อิมานิ โข, คหปติ, ปญฺจ ภยานิ เวรานิ ปหาย ‘สีลวา’ อิติ วุจฺจติ, สุคติญฺจ อุปปชฺชติ.
‘‘ยํ, คหปติ, ปาณาติปาตี ปาณาติปาตปจฺจยา ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ, ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต เนว ทิฏฺฐธมฺมิกํ ภยํ เวรํ ปสวติ, น สมฺปรายิกํ ภยํ เวรํ ปสวติ, น เจตสิกํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ. ปาณาติปาตา ปฏิวิรตสฺส เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหติ.
‘‘ยํ, คหปติ, อทินฺนาทายี…เป….
‘‘ยํ, คหปติ, กาเมสุมิจฺฉาจารี…เป….
‘‘ยํ, คหปติ, มุสาวาที…เป….
‘‘ยํ, คหปติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐายี สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานปจฺจยา ทิฏฺฐธมฺมิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, สมฺปรายิกมฺปิ ภยํ เวรํ ปสวติ, เจตสิกมฺปิ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ, สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรโต เนว ทิฏฺฐธมฺมิกํ ภยํ เวรํ ปสวติ, น สมฺปรายิกํ ภยํ เวรํ ปสวติ, น เจตสิกํ ทุกฺขํ โทมนสฺสํ ปฏิสํเวเทติ. สุราเมรยมชฺชปมาทฏฺฐานา ปฏิวิรตสฺส เอวํ ตํ ภยํ เวรํ วูปสนฺตํ โหตี’’ติ.
‘‘โย ปาณมติปาเตติ, มุสาวาทญฺจ ภาสติ;
โลเก อทินฺนํ อาทิยติ, ปรทารญฺจ คจฺฉติ;
สุราเมรยปานญฺจ, โย นโร อนุยุญฺชติ.