๗. อภิณฺหปจฺจเวกฺขิตพฺพฐานสุตฺตํ

๕๗. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, ฐานานิ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพานิ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. กตมานิ ปญฺจ? ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา. ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ. ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ โยพฺพเน โยพฺพนมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย โยพฺพเน โยพฺพนมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘ชราธมฺโมมฺหิ, ชรํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ อาโรเคฺย อาโรคฺยมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย อาโรเคฺย อาโรคฺยมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘พฺยาธิธมฺโมมฺหิ, พฺยาธึ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ ชีวิเต ชีวิตมโท, เยน มเทน มตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย ชีวิเต ชีวิตมโท โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘มรณธมฺโมมฺหิ, มรณํ อนตีโต’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ ปิเยสุ มนาเปสุ โย ฉนฺทราโค เยน ราเคน รตฺตา กาเยน ทุจฺจริตํ จรนฺติ, วาจาย ทุจฺจริตํ จรนฺติ, มนสา ทุจฺจริตํ จรนฺติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต โย ปิเยสุ มนาเปสุ ฉนฺทราโค โส สพฺพโส วา ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘สพฺเพหิ เม ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘กิญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา? อตฺถิ, ภิกฺขเว, สตฺตานํ กายทุจฺจริตํ วจีทุจฺจริตํ มโนทุจฺจริตํ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต สพฺพโส วา ทุจฺจริตํ ปหียติ ตนุ วา ปน โหติ. อิทํ โข, ภิกฺขเว, อตฺถวสํ ปฏิจฺจ ‘กมฺมสฺสโกมฺหิ, กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามี’ติ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ อิตฺถิยา วา ปุริเสน วา คหฏฺเฐน วา ปพฺพชิเตน วา.

‘‘ส โข [สเจ (ปี. ก.)] โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก ชราธมฺโม [อหญฺเจเวโก ชราธมฺโมมฺหิ (ก.)] ชรํ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา ชราธมฺมา ชรํ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก พฺยาธิธมฺโม พฺยาธึ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา พฺยาธิธมฺมา พฺยาธึ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก มรณธมฺโม มรณํ อนตีโต, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา มรณธมฺมา มรณํ อนตีตา’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข มเยฺหเวกสฺส สพฺเพหิ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว, อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพสํ สตฺตานํ ปิเยหิ มนาเปหิ นานาภาโว วินาภาโว’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺติ.

‘‘ส โข โส, ภิกฺขเว, อริยสาวโก อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘น โข อหญฺเญเวโก กมฺมสฺสโก กมฺมทายาโท กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฺปฏิสรโณ, ยํ กมฺมํ กริสฺสามิ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาโท ภวิสฺสามิ; อถ โข ยาวตา สตฺตานํ อาคติ คติ จุติ อุปปตฺติ สพฺเพ สตฺตา กมฺมสฺสกา กมฺมทายาทา กมฺมโยนิ กมฺมพนฺธุ กมฺมปฺปฏิสรณา, ยํ กมฺมํ กริสฺสนฺติ – กลฺยาณํ วา ปาปกํ วา – ตสฺส ทายาทา ภวิสฺสนฺตี’ติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อภิณฺหํ ปจฺจเวกฺขโต มคฺโค สญฺชายติ. โส ตํ มคฺคํ อาเสวติ ภาเวติ พหุลีกโรติ. ตสฺส ตํ มคฺคํ อาเสวโต ภาวยโต พหุลีกโรโต สํโยชนานิ สพฺพโส ปหียนฺติ, อนุสยา พฺยนฺตีโหนฺตี’’ติ.

‘‘พฺยาธิธมฺมา ชราธมฺมา, อโถ มรณธมฺมิโน;

ยถา ธมฺมา ตถา สตฺตา [สนฺตา (สฺยา. กํ.)], ชิคุจฺฉนฺติ ปุถุชฺชนา.

‘‘อหญฺเจ ตํ ชิคุจฺเฉยฺยํ, เอวํ ธมฺเมสุ ปาณิสุ;

น เมตํ ปติรูปสฺส, มม เอวํ วิหาริโน.

‘‘โสหํ เอวํ วิหรนฺโต, ญตฺวา ธมฺมํ นิรูปธึ;

อาโรเคฺย โยพฺพนสฺมิญฺจ, ชีวิตสฺมิญฺจ เย มทา.

‘‘สพฺเพ มเท อภิโภสฺมิ, เนกฺขมฺมํ ทฏฺฐุ เขมโต [เนกฺขมฺเม ทฏฺฐุ เขมตํ (อ. นิ. ๓.๓๙) อุภยตฺถปิ อฏฺฐกถาย สเมติ];

ตสฺส เม อหุ อุสฺสาโห, นิพฺพานํ อภิปสฺสโต.

‘‘นาหํ ภพฺโพ เอตรหิ, กามานิ ปฏิเสวิตุํ;

อนิวตฺติ [อนิวตฺตี (?)] ภวิสฺสามิ, พฺรหฺมจริยปรายโณ’’ติ. สตฺตมํ;