๖. กาลทานสุตฺตํ

๓๖. ‘‘ปญฺจิมานิ, ภิกฺขเว, กาลทานานิ. กตมานิ ปญฺจ? อาคนฺตุกสฺส ทานํ เทติ; คมิกสฺส ทานํ เทติ; คิลานสฺส ทานํ เทติ; ทุพฺภิกฺเข ทานํ เทติ; ยานิ ตานิ นวสสฺสานิ นวผลานิ ตานิ ปฐมํ สีลวนฺเตสุ ปติฏฺฐาเปติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ กาลทานานี’’ติ.

‘‘กาเล ททนฺติ สปฺปญฺญา, วทญฺญู วีตมจฺฉรา;

กาเลน ทินฺนํ อริเยสุ, อุชุภูเตสุ ตาทิสุ.

‘‘วิปฺปสนฺนมนา ตสฺส, วิปุลา โหติ ทกฺขิณา;

เย ตตฺถ อนุโมทนฺติ, เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺติ วา;

น เตน [น เตสํ (ปี. ก.)] ทกฺขิณา อูนา, เตปิ ปุญฺญสฺส ภาคิโน.

‘‘ตสฺมา ทเท อปฺปฏิวานจิตฺโต, ยตฺถ ทินฺนํ มหปฺผลํ;

ปุญฺญานิ ปรโลกสฺมึ, ปติฏฺฐา โหนฺติ ปาณิน’’นฺติ. ฉฏฺฐํ;