๔. สีหเสนาปติสุตฺตํ

๓๔. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. อถ โข สีโห เสนาปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สีโห เสนาปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘สกฺกา นุ โข, ภนฺเต, ภควา สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ ปญฺญาเปตุ’’นฺติ?

‘‘สกฺกา, สีหา’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘ทายโก, สีห, ทานปติ พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป. ยมฺปิ, สีห, ทายโก ทานปติ พหุโน ชนสฺส ปิโย โหติ มนาโป, อิทมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ.

‘‘ปุน จปรํ, สีห, ทายกํ ทานปตึ สนฺโต สปฺปุริสา ภชนฺติ. ยมฺปิ, สีห, ทายกํ ทานปตึ สนฺโต สปฺปุริสา ภชนฺติ, อิทมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ.

‘‘ปุน จปรํ, สีห, ทายกสฺส ทานปติโน กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ. ยมฺปิ, สีห, ทายกสฺส ทานปติโน กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ, อิทมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ.

‘‘ปุน จปรํ, สีห, ทายโก ทานปติ ยํ ยเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ – ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ – วิสารโท [วิสารโทว (สี.) อ. นิ. ๗.๕๗ ปสฺสิตพฺพํ] อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต. ยมฺปิ, สีห, ทายโก ทานปติ ยํ ยเทว ปริสํ อุปสงฺกมติ – ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ – วิสารโท อุปสงฺกมติ อมงฺกุภูโต, อิทมฺปิ สนฺทิฏฺฐิกํ ทานผลํ.

‘‘ปุน จปรํ, สีห, ทายโก ทานปติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ. ยมฺปิ, สีห, ทายโก ทานปติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชติ, อิทํ [อิทมฺปิ สีห (ก.)] สมฺปรายิกํ ทานผล’’นฺติ.

เอวํ วุตฺเต สีโห เสนาปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ยานิมานิ, ภนฺเต, ภควตา จตฺตาริ สนฺทิฏฺฐิกานิ ทานผลานิ อกฺขาตานิ, นาหํ เอตฺถ ภควโต สทฺธาย คจฺฉามิ; อหํ เปตานิ ชานามิ. อหํ, ภนฺเต, ทายโก ทานปติ พหุโน ชนสฺส ปิโย มนาโป. อหํ, ภนฺเต, ทายโก ทานปติ; มํ สนฺโต สปฺปุริสา ภชนฺติ. อหํ, ภนฺเต, ทายโก ทานปติ; มยฺหํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘สีโห เสนาปติ ทายโก การโก สงฺฆุปฏฺฐาโก’ติ. อหํ, ภนฺเต, ทายโก ทานปติ ยํ ยเทว ปริสํ อุปสงฺกมามิ – ยทิ ขตฺติยปริสํ ยทิ พฺราหฺมณปริสํ ยทิ คหปติปริสํ ยทิ สมณปริสํ – วิสารโท อุปสงฺกมามิ อมงฺกุภูโต. ยานิมานิ, ภนฺเต, ภควตา จตฺตาริ สนฺทิฏฺฐิกานิ ทานผลานิ อกฺขาตานิ, นาหํ เอตฺถ ภควโต สทฺธาย คจฺฉามิ; อหํ เปตานิ ชานามิ. ยญฺจ โข มํ, ภนฺเต, ภควา เอวมาห – ‘ทายโก, สีห, ทานปติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตี’ติ, เอตาหํ น ชานามิ; เอตฺถ จ ปนาหํ ภควโต สทฺธาย คจฺฉามี’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, สีห, เอวเมตํ, สีห! ทายโก ทานปติ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชตี’’ติ.

‘‘ททํ ปิโย โหติ ภชนฺติ นํ พหู,

กิตฺติญฺจ ปปฺโปติ ยโส จ วฑฺฒติ [ยสสฺส วฑฺฒติ (สฺยา. กํ.), ยสํ ปวฑฺฒติ (ก.)];

อมงฺกุภูโต ปริสํ วิคาหติ,

วิสารโท โหติ นโร อมจฺฉรี.

‘‘ตสฺมา หิ ทานานิ ททนฺติ ปณฺฑิตา,

วิเนยฺย มจฺเฉรมลํ สุเขสิโน;

เต ทีฆรตฺตํ ติทิเว ปติฏฺฐิตา,

เทวานํ สหพฺยคตา รมนฺติ เต [สหพฺยตํ คตา รมนฺติ (สี.), สหพฺยตา รมนฺติ เต (ก.)].

‘‘กตาวกาสา กตกุสลา อิโต จุตา [ตโต จุตา (สี.)],

สยํปภา อนุวิจรนฺติ นนฺทนํ [นนฺทเน (สฺยา. กํ.)];

เต ตตฺถ นนฺทนฺติ รมนฺติ โมทเร,

สมปฺปิตา กามคุเณหิ ปญฺจหิ;

‘‘กตฺวาน วากฺยํ อสิตสฺส ตาทิโน,

รมนฺติ สคฺเค [รมนฺติ สุมนา (ก.), กมนฺติ สพฺเพ (สฺยา. กํ.)] สุคตสฺส สาวกา’’ติ. จตุตฺถํ;