๑. สุมนสุตฺตํ

๓๑. เอกํ สมยํ…เป… อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข สุมนา ราชกุมารี ปญฺจหิ รถสเตหิ ปญฺจหิ ราชกุมาริสเตหิ ปริวุตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข สุมนา ราชกุมารี ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘อิธสฺสุ, ภนฺเต, ภควโต เทฺว สาวกา สมสทฺธา สมสีลา สมปญฺญา – เอโก ทายโก, เอโก อทายโก. เต กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺเชยฺยุํ. เทวภูตานํ ปน เนสํ [เตสํ (สี.)], ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ?

‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ เทวภูโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – ทิพฺเพน อายุนา, ทิพฺเพน วณฺเณน, ทิพฺเพน สุเขน, ทิพฺเพน ยเสน, ทิพฺเพน อาธิปเตยฺเยน. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ เทวภูโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ’’.

‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, ตโต จุตา อิตฺถตฺตํ อาคจฺฉนฺติ, มนุสฺสภูตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ มนุสฺสภูโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – มานุสเกน อายุนา, มานุสเกน วณฺเณน, มานุสเกน สุเขน, มานุสเกน ยเสน, มานุสเกน อาธิปเตยฺเยน. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ มนุสฺสภูโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ’’.

‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, อุโภ อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ, ปพฺพชิตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘สิยา, สุมเน’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ ปพฺพชิโต สมาโน ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาติ – ยาจิโตว พหุลํ จีวรํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ เสนาสนํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต, ยาจิโตว พหุลํ คิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ ปริภุญฺชติ อปฺปํ อยาจิโต. เยหิ โข ปน สพฺรหฺมจารีหิ สทฺธึ วิหรติ ตฺยสฺส มนาเปเนว พหุลํ กายกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาเปเนว พหุลํ วจีกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาเปเนว พหุลํ มโนกมฺเมน สมุทาจรนฺติ อปฺปํ อมนาเปน, มนาปํเยว พหุลํ อุปหารํ อุปหรนฺติ อปฺปํ อมนาปํ. โย โส, สุมเน, ทายโก โส อมุํ อทายกํ ปพฺพชิโต สมาโน อิเมหิ ปญฺจหิ ฐาเนหิ อธิคณฺหาตี’’ติ.

‘‘สเจ ปน เต, ภนฺเต, อุโภ อรหตฺตํ ปาปุณนฺติ, อรหตฺตปฺปตฺตานํ ปน เนสํ, ภนฺเต, สิยา วิเสโส, สิยา นานากรณ’’นฺติ? ‘‘เอตฺถ โข ปเนสาหํ, สุมเน, น กิญฺจิ นานากรณํ วทามิ, ยทิทํ วิมุตฺติยา วิมุตฺติ’’นฺติ [วิมุตฺตนฺติ (สฺยา. กํ.)].

‘‘อจฺฉริยํ, ภนฺเต, อพฺภุตํ, ภนฺเต! ยาวญฺจิทํ, ภนฺเต, อลเมว ทานานิ ทาตุํ อลํ ปุญฺญานิ กาตุํ; ยตฺร หิ นาม เทวภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, มนุสฺสภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, ปพฺพชิตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานี’’ติ. ‘‘เอวเมตํ, สุมเน! อลญฺหิ, สุมเน, ทานานิ ทาตุํ อลํ ปุญฺญานิ กาตุํ! เทวภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, มนุสฺสภูตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานิ, ปพฺพชิตสฺสาปิ อุปการานิ ปุญฺญานี’’ติ.

อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน [อิทํ วตฺวา (สี. ปี.) เอวมุปริปิ] สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –

‘‘ยถาปิ จนฺโท วิมโล, คจฺฉํ อากาสธาตุยา;

สพฺเพ ตาราคเณ โลเก, อาภาย อติโรจติ.

‘‘ตเถว สีลสมฺปนฺโน, สทฺโธ ปุริสปุคฺคโล;

สพฺเพ มจฺฉริโน โลเก, จาเคน อติโรจติ.

‘‘ยถาปิ เมโฆ ถนยํ, วิชฺชุมาลี สตกฺกกุ;

ถลํ นินฺนญฺจ ปูเรติ, อภิวสฺสํ วสุนฺธรํ.

‘‘เอวํ ทสฺสนสมฺปนฺโน, สมฺมาสมฺพุทฺธสาวโก;

มจฺฉรึ อธิคณฺหาติ, ปญฺจฐาเนหิ ปณฺฑิโต.

‘‘อายุนา ยสสา เจว [อายุนา จ ยเสน จ (ก.)], วณฺเณน จ สุเขน จ;

ส เว โภคปริพฺยูโฬฺห [โภคปริพฺพูโฬฺห (สี.)], เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ. ปฐมํ;