๔. สามุคิยสุตฺตํ
๑๙๔. เอกํ สมยํ อายสฺมา อานนฺโท โกลิเยสุ วิหรติ สามุคํ นาม [สาปูคํ นาม (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] โกลิยานํ นิคโม. อถ โข สมฺพหุลา สามุคิยา โกลิยปุตฺตา เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข เต สามุคิเย โกลิยปุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท เอตทโวจ –
‘‘จตฺตาริมานิ, พฺยคฺฆปชฺชา, ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคานิ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน สมฺมทกฺขาตานิ สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ [โสกปริทฺทวานํ (สี.)] สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยาย. กตมานิ จตฺตาริ? สีลปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ, จิตฺตปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ, ทิฏฺฐิปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ, วิมุตฺติปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺยคฺฆปชฺชา, สีลปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ? อิธ, พฺยคฺฆปชฺชา, ภิกฺขุ สีลวา โหติ…เป… สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ. อยํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, สีลปาริสุทฺธิ. อิติ เอวรูปึ สีลปาริสุทฺธึ อปริปูรํ วา ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ, โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ, อิทํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, สีลปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺยคฺฆปชฺชา, จิตฺตปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ? อิธ, พฺยคฺฆปชฺชา, ภิกฺขุ วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, จิตฺตปาริสุทฺธิ. อิติ เอวรูปึ จิตฺตปาริสุทฺธึ อปริปูรํ วา ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ, โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ, อิทํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, จิตฺตปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺยคฺฆปชฺชา, ทิฏฺฐิปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ? อิธ, พฺยคฺฆปชฺชา, ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อยํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, ทิฏฺฐิปาริสุทฺธิ. อิติ เอวรูปึ ทิฏฺฐิปาริสุทฺธึ อปริปูรํ วา…เป… ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ, โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ, อิทํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, ทิฏฺฐิปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺยคฺฆปชฺชา, วิมุตฺติปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ? ส โข โส, พฺยคฺฆปชฺชา, อริยสาวโก อิมินา จ สีลปาริสุทฺธิปธานิยงฺเคน สมนฺนาคโต อิมินา จ จิตฺตปาริสุทฺธิปธานิยงฺเคน สมนฺนาคโต อิมินา จ ทิฏฺฐิปาริสุทฺธิปธานิยงฺเคน สมนฺนาคโต รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ วิราเชติ, วิโมจนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ วิโมเจติ. โส รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ วิราเชตฺวา, วิโมจนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ วิโมเจตฺวา สมฺมาวิมุตฺตึ ผุสติ. อยํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, วิมุตฺติปาริสุทฺธิ. อิติ เอวรูปึ วิมุตฺติปาริสุทฺธึ อปริปูรํ วา ปริปูเรสฺสามิ ปริปูรํ วา ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ, โย ตตฺถ ฉนฺโท จ วายาโม จ อุสฺสาโห จ อุสฺโสฬฺหี จ อปฺปฏิวานี จ สติ จ สมฺปชญฺญญฺจ, อิทํ วุจฺจติ, พฺยคฺฆปชฺชา, วิมุตฺติปาริสุทฺธิปธานิยงฺคํ.
‘‘อิมานิ โข, พฺยคฺฆปชฺชา, จตฺตาริ ปาริสุทฺธิปธานิยงฺคานิ เตน ภควตา ชานตา ปสฺสตา อรหตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน สมฺมทกฺขาตานิ สตฺตานํ วิสุทฺธิยา โสกปริเทวานํ สมติกฺกมาย ทุกฺขโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมาย ญายสฺส อธิคมาย นิพฺพานสฺส สจฺฉิกิริยายา’’ติ. จตุตฺถํ.