๕. วปฺปสุตฺตํ
๑๙๕. เอกํ สมยํ ภควา สกฺเกสุ วิหรติ กปิลวตฺถุสฺมึ นิโคฺรธาราเม. อถ โข วปฺโป สกฺโก นิคณฺฐสาวโก เยนายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ อายสฺมา มหาโมคฺคลฺลาโน เอตทโวจ –
‘‘อิธสฺส, วปฺป, กาเยน สํวุโต วาจาย สํวุโต มนสา สํวุโต อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทา. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ [อนฺวาสฺสเวยฺยุํ (ก.)] อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘ปสฺสามหํ, ภนฺเต, ตํ ฐานํ. อิธสฺส, ภนฺเต, ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ กตํ อวิปกฺกวิปากํ. ตโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ. อยญฺเจว โข ปน อายสฺมโต มหาโมคฺคลฺลานสฺส วปฺเปน สกฺเกน นิคณฺฐสาวเกน สทฺธึ อนฺตรากถา วิปฺปกตา โหติ.
อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน อุปฏฺฐานสาลา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา อายสฺมนฺตํ มหาโมคฺคลฺลานํ เอตทโวจ –
‘‘กาย นุตฺถ, โมคฺคลฺลาน, เอตรหิ กถาย สนฺนิสินฺนา; กา จ ปน โว อนฺตรากถา วิปฺปกตา’’ติ? ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ เอตทโวจํ – ‘อิธสฺส, วปฺป, กาเยน สํวุโต วาจาย สํวุโต มนสา สํวุโต อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทา. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’นฺติ? เอวํ วุตฺเต, ภนฺเต, วปฺโป สกฺโก นิคณฺฐสาวโก มํ เอตทโวจ – ‘ปสฺสามหํ, ภนฺเต, ตํ ฐานํ. อิธสฺส, ภนฺเต, ปุพฺเพ ปาปกมฺมํ กตํ อวิปกฺกวิปากํ. ตโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’นฺติ. อยํ โข โน, ภนฺเต, วปฺเปน สกฺเกน นิคณฺฐสาวเกน สทฺธึ อนฺตรากถา วิปฺปกตา; อถ ภควา อนุปฺปตฺโต’’ติ.
อถ โข ภควา วปฺปํ สกฺกํ นิคณฺฐสาวกํ เอตทโวจ – ‘‘สเจ เม ตฺวํ, วปฺป, อนุญฺเญยฺยญฺเจว อนุชาเนยฺยาสิ, ปฏิกฺโกสิตพฺพญฺจ ปฏิกฺโกเสยฺยาสิ, ยสฺส จ เม ภาสิตสฺส อตฺถํ น ชาเนยฺยาสิ มเมเวตฺถ อุตฺตริ ปฏิปุจฺเฉยฺยาสิ – ‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ, สิยา โน เอตฺถ กถาสลฺลาโป’’ติ. ‘‘อนุญฺเญยฺยญฺเจวาหํ, ภนฺเต, ภควโต อนุชานิสฺสามิ, ปฏิกฺโกสิตพฺพญฺจ ปฏิกฺโกสิสฺสามิ, ยสฺส จาหํ ภควโต ภาสิตสฺส อตฺถํ น ชานิสฺสามิ ภควนฺตํเยเวตฺถ อุตฺตริ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ – ‘อิทํ ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ? โหตุ โน เอตฺถ กถาสลฺลาโป’’ติ.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, วปฺป, เย กายสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, กายสมารมฺภา ปฏิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติ. โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติ, สนฺทิฏฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิ [วิญฺญูหีติ (สี. ปี. ก.) สํ. นิ. ๔.๓๖๔ ปสฺสิตพฺพํ]. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, วปฺป, เย วจีสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, วจีสมารมฺภา ปฏิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติ. โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติ. สนฺทิฏฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิ. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, วปฺป, เย มโนสมารมฺภปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, มโนสมารมฺภา ปฏิวิรตสฺส เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติ. โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติ. สนฺทิฏฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิ. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, วปฺป, เย อวิชฺชาปจฺจยา อุปฺปชฺชนฺติ อาสวา วิฆาตปริฬาหา, อวิชฺชาวิราคา วิชฺชุปฺปาทา เอวํส เต อาสวา วิฆาตปริฬาหา น โหนฺติ. โส นวญฺจ กมฺมํ น กโรติ, ปุราณญฺจ กมฺมํ ผุสฺส ผุสฺส พฺยนฺตีกโรติ. สนฺทิฏฺฐิกา นิชฺชรา อกาลิกา เอหิปสฺสิกา โอปเนยฺยิกา ปจฺจตฺตํ เวทิตพฺพา วิญฺญูหิ. ปสฺสสิ โน ตฺวํ, วปฺป, ตํ ฐานํ ยโตนิทานํ ปุริสํ ทุกฺขเวทนิยา อาสวา อสฺสเวยฺยุํ อภิสมฺปราย’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’.
‘‘เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส โข, วปฺป, ภิกฺขุโน ฉ สตตวิหารา อธิคตา โหนฺติ. โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป... ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. โส กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตี ภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ’’.
‘‘เสยฺยถาปิ, วปฺป, ถูณํ ปฏิจฺจ ฉายา ปญฺญายติ. อถ ปุริโส อาคจฺเฉยฺย กุทฺทาลปิฏกํ อาทาย. โส ตํ ถูณํ มูเล ฉินฺเทยฺย; มูเล ฉินฺทิตฺวา ปลิขเณยฺย; ปลิขณิตฺวา มูลานิ อุทฺธเรยฺย, อนฺตมโส อุสีรนาฬิมตฺตานิปิ [อุสีรนาฬมตฺตานิปิ (สี.)]. โส ตํ ถูณํ ขณฺฑาขณฺฑิกํ ฉินฺเทยฺย. ขณฺฑาขณฺฑิกํ เฉตฺวา ผาเลยฺย. ผาเลตฺวา สกลิกํ สกลิกํ กเรยฺย. สกลิกํ สกลิกํ กตฺวา วาตาตเป วิโสเสยฺย. วาตาตเป วิโสเสตฺวา อคฺคินา ฑเหยฺย. อคฺคินา ฑเหตฺวา มสึ กเรยฺย. มสึ กริตฺวา มหาวาเต วา โอผุเณยฺย นทิยา วา สีฆโสตาย ปวาเหยฺย. เอวํ หิสฺส, วปฺป, ยา ถูณํ ปฏิจฺจ ฉายา สา อุจฺฉินฺนมูลา ตาลาวตฺถุกตา อนภาวํกตา อายตึ อนุปฺปาทธมฺมา.
‘‘เอวเมวํ โข, วปฺป, เอวํ สมฺมา วิมุตฺตจิตฺตสฺส ภิกฺขุโน ฉ สตตวิหารา อธิคตา โหนฺติ. โส จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา…เป… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา…เป… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา…เป… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา…เป… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย เนว สุมโน โหติ น ทุมฺมโน; อุเปกฺขโก วิหรติ สโต สมฺปชาโน. โส กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘กายปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยมาโน ‘ชีวิตปริยนฺติกํ เวทนํ เวทิยามี’ติ ปชานาติ; ‘กายสฺส เภทา อุทฺธํ ชีวิตปริยาทานา อิเธว สพฺพเวทยิตานิ อนภินนฺทิตานิ สีตี ภวิสฺสนฺตี’ติ ปชานาติ’’.
เอวํ วุตฺเต วปฺโป สกฺโก นิคณฺฐสาวโก ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, ปุริโส อุทยตฺถิโก อสฺสปณิยํ โปเสยฺย. โส อุทยญฺเจว นาธิคจฺเฉยฺย, อุตฺตริญฺจ กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อสฺส. เอวเมวํ โข อหํ, ภนฺเต, อุทยตฺถิโก พาเล นิคณฺเฐ ปยิรุปาสึ. สฺวาหํ อุทยญฺเจว นาธิคจฺฉึ, อุตฺตริญฺจ กิลมถสฺส วิฆาตสฺส ภาคี อโหสึ. เอสาหํ, ภนฺเต, อชฺชตคฺเค โย เม พาเลสุ นิคณฺเฐสุ ปสาโท ตํ มหาวาเต วา โอผุณามิ นทิยา วา สีฆโสตาย ปวาเหมิ. อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… อุปาสกํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. ปญฺจมํ.