๗. ทุติยกาลสุตฺตํ
๑๔๗. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, กาลา สมฺมา ภาวิยมานา สมฺมา อนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ. กตเม จตฺตาโร? กาเลน ธมฺมสฺสวนํ, กาเลน ธมฺมสากจฺฉา, กาเลน สมฺมสนา, กาเลน วิปสฺสนา – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร กาลา สมฺมา ภาวิยมานา สมฺมา อนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺติ.
‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุปริปพฺพเต ถุลฺลผุสิตเก เทเว วสฺสนฺเต ตํ อุทกํ ยถานินฺนํ ปวตฺตมานํ ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา ปริปูเรติ; ปพฺพตกนฺทรปทรสาขา ปริปูรา กุโสพฺเภ ปริปูเรนฺติ; กุโสพฺภา ปริปูรา มหาโสพฺเภ ปริปูเรนฺติ; มหาโสพฺภา ปริปูรา กุนฺนทิโย ปริปูเรนฺติ; กุนฺนทิโย ปริปูรา มหานทิโย ปริปูเรนฺติ; มหานทิโย ปริปูรา สมุทฺทํ [สมุทฺทํ สาครํ (สี. ปี. ก.), สมุทฺทสาครํ (สฺยา. กํ.)] ปริปูเรนฺติ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเม จตฺตาโร กาลา สมฺมา ภาวิยมานา สมฺมา อนุปริวตฺติยมานา อนุปุพฺเพน อาสวานํ ขยํ ปาเปนฺตี’’ติ. สตฺตมํ.