๓. ตติยปณฺณาสกํ
(๑๑) ๑. วลาหกวคฺโค
๑. ปฐมวลาหกสุตฺตํ
๑๐๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, วลาหกา. กตเม จตฺตาโร? คชฺชิตา โน วสฺสิตา, วสฺสิตา โน คชฺชิตา, เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา, คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกูปมา [ปุ. ป. ๑๕๗] ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? คชฺชิตา โน วสฺสิตา, วสฺสิตา โน คชฺชิตา, เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา, คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ โน วสฺสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาสิตา โหติ, โน กตฺตา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก คชฺชิตา, โน วสฺสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ, โน คชฺชิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล กตฺตา โหติ, โน ภาสิตา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ, โน คชฺชิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก วสฺสิตา, โน คชฺชิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ภาสิตา โหติ, โน กตฺตา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก เนว คชฺชิตา [เนว คชฺชิตา โหติ (ก.)], โน วสฺสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ภาสิตา จ โหติ กตฺตา จ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก คชฺชิตา จ [คชฺชิตา จ โหติ (ก.)] วสฺสิตา จ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ปฐมํ.
๒. ทุติยวลาหกสุตฺตํ
๑๐๒. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, วลาหกา. กตเม จตฺตาโร? คชฺชิตา โน วสฺสิตา, วสฺสิตา โน คชฺชิตา, เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? คชฺชิตา โน วสฺสิตา, วสฺสิตา โน คชฺชิตา, เนว คชฺชิตา โน วสฺสิตา, คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก คชฺชิตา, โน วสฺสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ, โน คชฺชิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสฺสิตา โหติ, โน คชฺชิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก วสฺสิตา, โน คชฺชิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คชฺชิตา โหติ, โน วสฺสิตา. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก เนว คชฺชิตา, โน วสฺสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คชฺชิตา จ โหติ วสฺสิตา จ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, วลาหโก คชฺชิตา จ วสฺสิตา จ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วลาหกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. กุมฺภสุตฺตํ
๑๐๓. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, กุมฺภา. กตเม จตฺตาโร? ตุจฺโฉ ปิหิโต, ปูโร วิวโฏ, ตุจฺโฉ วิวโฏ, ปูโร ปิหิโต – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร กุมฺภา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร กุมฺภูปมา [ปุ. ป. ๑๖๐] ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? ตุจฺโฉ ปิหิโต, ปูโร วิวโฏ, ตุจฺโฉ วิวโฏ, ปูโร ปิหิโต.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ ปิหิโต? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ ปิหิโต. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, กุมฺโภ ตุจฺโฉ ปิหิโต; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปูโร โหติ วิวโฏ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปูโร โหติ วิวโฏ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, กุมฺโภ ปูโร วิวโฏ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ วิวโฏ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ตุจฺโฉ โหติ วิวโฏ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, กุมฺโภ ตุจฺโฉ วิวโฏ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปูโร โหติ ปิหิโต? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปูโร โหติ ปิหิโต. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, กุมฺโภ ปูโร ปิหิโต; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร กุมฺภูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.
๔. อุทกรหทสุตฺตํ
๑๐๔. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อุทกรหทา. กตเม จตฺตาโร? อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส, คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส, อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส, คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อุทกรหทา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อุทกรหทูปมา [ปุ. ป. ๑๖๑] ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส, คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส, อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส, คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ คมฺภีโรภาโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อุทกรหโท อุตฺตาโน คมฺภีโรภาโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ อุตฺตาโนภาโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อุทกรหโท คมฺภีโร อุตฺตาโนภาโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อุตฺตาโน โหติ อุตฺตาโนภาโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อุทกรหโท อุตฺตาโน อุตฺตาโนภาโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คมฺภีโร โหติ คมฺภีโรภาโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อุทกรหโท คมฺภีโร คมฺภีโรภาโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อุทกรหทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. อมฺพสุตฺตํ
๑๐๕. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, อมฺพานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อามํ ปกฺกวณฺณิ [ปกฺกวณฺณี (ปุ. ป. ๑๕๙)], ปกฺกํ อามวณฺณิ [อามวณฺณี (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], อามํ อามวณฺณิ, ปกฺกํ ปกฺกวณฺณิ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ อมฺพานิ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อมฺพูปมา [ปกฺกวณฺณี (ปุ. ป. ๑๕๙)] ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อาโม ปกฺกวณฺณี, ปกฺโก อามวณฺณี, อาโม อามวณฺณี, ปกฺโก ปกฺกวณฺณี.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาโม โหติ ปกฺกวณฺณี? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาโม โหติ ปกฺกวณฺณี. เสยฺยถาปิ ตํ, ภิกฺขเว, อมฺพํ อามํ ปกฺกวณฺณิ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ อามวณฺณี? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ อามวณฺณี. เสยฺยถาปิ ตํ, ภิกฺขเว, อมฺพํ ปกฺกํ อามวณฺณิ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาโม โหติ อามวณฺณี? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส น ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาโม โหติ อามวณฺณี. เสยฺยถาปิ ตํ, ภิกฺขเว, อมฺพํ อามํ อามวณฺณิ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ ปกฺกวณฺณี? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส ปาสาทิกํ โหติ อภิกฺกนฺตํ ปฏิกฺกนฺตํ อาโลกิตํ วิโลกิตํ สมิญฺชิตํ ปสาริตํ สงฺฆาฏิปตฺตจีวรธารณํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปกฺโก โหติ ปกฺกวณฺณี. เสยฺยถาปิ ตํ, ภิกฺขเว, อมฺพํ ปกฺกํ ปกฺกวณฺณิ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อมฺพูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ปญฺจมํ.
๖. ทุติยอมฺพสุตฺตํ
(ฉฏฺฐํ อุตฺตานตฺถเมวาติ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตํ, ปาฬิโปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิปิ น ทิสฺสติ.) [( ) ‘‘ฉฏฺฐํ อุกฺกานตฺถเมวา’’ติ อฏฺฐกถายํ ทสฺสิตํ, ปาฬิโปตฺถเกสุ ปน กตฺถจิปิ น ทิสฺสติ. ‘‘… อามํ ปกฺโกภาสํ, ปกฺกํ อาโมภาส’’นฺติอาทินา ปาโฐ ภเวยฺย]
๗. มูสิกสุตฺตํ
๑๐๗. ‘‘จตสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, มูสิกา. กตมา จตสฺโส? คาธํ กตฺตา โน วสิตา, วสิตา โน คาธํ กตฺตา, เนว คาธํ กตฺตา โน วสิตา, คาธํ กตฺตา จ วสิตา จ – อิมา โข, ภิกฺขเว, จตสฺโส มูสิกา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร มูสิกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? คาธํ กตฺตา โน วสิตา, วสิตา โน คาธํ กตฺตา, เนว คาธํ กตฺตา โน วสิตา, คาธํ กตฺตา จ วสิตา จ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา โหติ, โน วสิตา. เสยฺยถาปิ สา, ภิกฺขเว, มูสิกา คาธํ กตฺตา, โน วสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสิตา โหติ, โน คาธํ กตฺตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วสิตา โหติ, โน คาธํ กตฺตา. เสยฺยถาปิ สา, ภิกฺขเว, มูสิกา วสิตา โหติ, โน คาธํ กตฺตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ, ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คาธํ กตฺตา โหติ โน วสิตา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ น ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว คาธํ กตฺตา โหติ, โน วสิตา. เสยฺยถาปิ สา, ภิกฺขเว, มูสิกา เนว คาธํ กตฺตา โหติ, โน วสิตา; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา จ โหติ วสิตา จ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ธมฺมํ ปริยาปุณาติ – สุตฺตํ, เคยฺยํ, เวยฺยากรณํ, คาถํ, อุทานํ, อิติวุตฺตกํ, ชาตกํ, อพฺภุตธมฺมํ, เวทลฺลํ. โส ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล คาธํ กตฺตา จ โหติ วสิตา จ. เสยฺยถาปิ สา, ภิกฺขเว, มูสิกา คาธํ กตฺตา จ โหติ วสิตา จ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร มูสิกูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. สตฺตมํ.
๘. พลีพทฺทสุตฺตํ
๑๐๘. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, พลีพทฺทา [พลิวทฺทา (สี. สฺยา. กํ. ปี.), พลิพทฺธา (ก.) ปุ. ป. ๑๖๒]. กตเม จตฺตาโร? สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ, ปรควจณฺโฑ โน สควจณฺโฑ, สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ, เนว สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร พลีพทฺทา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร พลีพทฺทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ, ปรควจณฺโฑ โน สควจณฺโฑ, สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ, เนว สควจณฺโฑ โน ปรควจณฺโฑ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สควจณฺโฑ โหติ, โน ปรควจณฺโฑ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สกปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ, โน ปรปริสํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สควจณฺโฑ โหติ, โน ปรควจณฺโฑ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, พลีพทฺโท สควจณฺโฑ, โน ปรควจณฺโฑ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปรควจณฺโฑ โหติ, โน สควจณฺโฑ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปรปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ, โน สกปริสํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ปรควจณฺโฑ โหติ, โน สควจณฺโฑ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, พลีพทฺโท ปรควจณฺโฑ, โน สควจณฺโฑ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สควจณฺโฑ จ โหติ ปรควจณฺโฑ จ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สกปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ ปรปริสญฺจ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สควจณฺโฑ จ โหติ ปรควจณฺโฑ จ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, พลีพทฺโท สควจณฺโฑ จ ปรควจณฺโฑ จ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว สควจณฺโฑ โหติ โน ปรควจณฺโฑ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เนว สกปริสํ อุพฺเพเชตา โหติ, โน ปรปริสญฺจ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนว สควจณฺโฑ โหติ, โน ปรควจณฺโฑ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, พลีพทฺโท เนว สควจณฺโฑ, โน ปรควจณฺโฑ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร พลีพทฺทูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. อฏฺฐมํ.
๙. รุกฺขสุตฺตํ
๑๐๙. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, รุกฺขา. กตเม จตฺตาโร? เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร, เผคฺคุ สารปริวาโร, สาโร เผคฺคุปริวาโร, สาโร สารปริวาโร – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร รุกฺขา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร รุกฺขูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร, เผคฺคุ สารปริวาโร, สาโร เผคฺคุปริวาโร, สาโร สารปริวาโร.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ เผคฺคุปริวาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม; ปริสาปิสฺส โหติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ เผคฺคุปริวาโร. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, รุกฺโข เผคฺคุ เผคฺคุปริวาโร; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ สารปริวาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม; ปริสา จ ขฺวสฺส โหติ สีลวตี กลฺยาณธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เผคฺคุ โหติ สารปริวาโร. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, รุกฺโข เผคฺคุ สารปริวาโร; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สาโร โหติ เผคฺคุปริวาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม; ปริสา จ ขฺวสฺส โหติ ทุสฺสีลา ปาปธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สาโร โหติ เผคฺคุปริวาโร. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, รุกฺโข สาโร เผคฺคุปริวาโร; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สาโร โหติ สารปริวาโร? อิธ ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม; ปริสาปิสฺส โหติ สีลวตี กลฺยาณธมฺมา. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สาโร โหติ สารปริวาโร. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, รุกฺโข สาโร สารปริวาโร; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร รุกฺขูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ [ปุ. ป. ๑๗๐]. นวมํ.
๑๐. อาสีวิสสุตฺตํ
๑๑๐. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, อาสีวิสา [อาสิวิสา (ก.) ปุ. ป. ๑๖๓]. กตเม จตฺตาโร? อาคตวิโส น โฆรวิโส, โฆรวิโส น อาคตวิโส, อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ, เนวาคตวิโส น โฆรวิโส – อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาสีวิสา. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อาคตวิโส น โฆรวิโส, โฆรวิโส น อาคตวิโส, อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ, เนวาคตวิโส น โฆรวิโส.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ, น โฆรวิโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ [โกโป (ก.) ปุ. ป. ๑๖๓] น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาคตวิโส โหติ, น โฆรวิโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อาสีวิโส อาคตวิโส, น โฆรวิโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ, น อาคตวิโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล โฆรวิโส โหติ, น อาคตวิโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อาสีวิโส โฆรวิโส, น อาคตวิโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาคตวิโส จ โหติ โฆรวิโส จ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อาสีวิโส อาคตวิโส จ โฆรวิโส จ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนวาคตวิโส โหติ น โฆรวิโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล น เหว โข อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เนวาคตวิโส โหติ, น โฆรวิโส. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, อาสีวิโส เนวาคตวิโส น โฆรวิโส; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ปุคฺคลํ วทามิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร อาสีวิสูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ทสมํ.
วลาหกวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
เทฺว วลาหา กุมฺภ-อุทก, รหทา เทฺว โหนฺติ อมฺพานิ;
มูสิกา พลีพทฺทา รุกฺขา, อาสีวิเสน เต ทสาติ.
(๑๒) ๒. เกสิวคฺโค
๑. เกสิสุตฺตํ
๑๑๑. อถ โข เกสิ อสฺสทมฺมสารถิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข เกสึ อสฺสทมฺมสารถึ ภควา เอตทโวจ – ‘‘ตฺวํ โขสิ, เกสิ, ปญฺญาโต อสฺสทมฺมสารถีติ [สญฺญาโต อสฺสทมฺมสารถิ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)]. กถํ ปน ตฺวํ, เกสิ, อสฺสทมฺมํ วิเนสี’’ติ? ‘‘อหํ โข, ภนฺเต, อสฺสทมฺมํ สเณฺหนปิ วิเนมิ, ผรุเสนปิ วิเนมิ, สณฺหผรุเสนปิ วิเนมี’’ติ. ‘‘สเจ เต, เกสิ, อสฺสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ, ผรุเสน วินยํ น อุเปติ, สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ, กินฺติ นํ กโรสี’’ติ? ‘‘สเจ เม, ภนฺเต, อสฺสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ, ผรุเสน วินยํ น อุเปติ, สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ; หนามิ นํ, ภนฺเต. ตํ กิสฺส เหตุ? มา เม อาจริยกุลสฺส อวณฺโณ อโหสี’’ติ.
‘‘ภควา ปน, ภนฺเต, อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ. กถํ ปน, ภนฺเต, ภควา ปุริสทมฺมํ วิเนตี’’ติ? ‘‘อหํ โข, เกสิ, ปุริสทมฺมํ สเณฺหนปิ วิเนมิ, ผรุเสนปิ วิเนมิ, สณฺหผรุเสนปิ วิเนมิ. ตตฺริทํ, เกสิ, สณฺหสฺมึ – อิติ กายสุจริตํ อิติ กายสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ วจีสุจริตํ อิติ วจีสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ มโนสุจริตํ อิติ มโนสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ เทวา, อิติ มนุสฺสาติ. ตตฺริทํ, เกสิ, ผรุสสฺมึ – อิติ กายทุจฺจริตํ อิติ กายทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ วจีทุจฺจริตํ อิติ วจีทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ มโนทุจฺจริตํ อิติ มโนทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ นิรโย, อิติ ติรจฺฉานโยนิ, อิติ เปตฺติวิสโย’’ติ.
‘‘ตตฺริทํ, เกสิ, สณฺหผรุสสฺมึ – อิติ กายสุจริตํ อิติ กายสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ กายทุจฺจริตํ อิติ กายทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ วจีสุจริตํ อิติ วจีสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ วจีทุจฺจริตํ อิติ วจีทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ มโนสุจริตํ อิติ มโนสุจริตสฺส วิปาโก, อิติ มโนทุจฺจริตํ อิติ มโนทุจฺจริตสฺส วิปาโก, อิติ เทวา, อิติ มนุสฺสา, อิติ นิรโย, อิติ ติรจฺฉานโยนิ, อิติ เปตฺติวิสโย’’ติ.
‘‘สเจ เต, ภนฺเต, ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ, ผรุเสน วินยํ น อุเปติ, สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ, กินฺติ นํ ภควา กโรตี’’ติ? ‘‘สเจ เม, เกสิ, ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ, ผรุเสน วินยํ น อุเปติ, สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ, หนามิ นํ, เกสี’’ติ. ‘‘น โข, ภนฺเต, ภควโต ปาณาติปาโต กปฺปติ. อถ จ ปน ภควา เอวมาห – ‘หนามิ, นํ เกสี’’’ติ! ‘‘สจฺจํ, เกสิ! น ตถาคตสฺส ปาณาติปาโต กปฺปติ. อปิ จ โย ปุริสทมฺโม สเณฺหน วินยํ น อุเปติ, ผรุเสน วินยํ น อุเปติ, สณฺหผรุเสน วินยํ น อุเปติ, น ตํ ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ, นาปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺติ. วโธ เหโส, เกสิ, อริยสฺส วินเย – ยํ น ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ, นาปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺตี’’ติ.
‘‘โส หิ นูน, ภนฺเต, สุหโต โหติ – ยํ น ตถาคโต วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญติ, นาปิ วิญฺญู สพฺรหฺมจารี วตฺตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺตีติ. อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… อุปาสกํ มํ, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. ปฐมํ.
๒. ชวสุตฺตํ
๑๑๒. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ. กตเมหิ จตูหิ? อชฺชเวน, ชเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ ภโทฺร อสฺสาชานีโย ราชารโห โหติ, ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส. กตเมหิ จตูหิ? อชฺชเวน, ชเวน, ขนฺติยา, โสรจฺเจน – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ. ทุติยํ.
๓. ปโตทสุตฺตํ
๑๑๓. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ภทฺรา อสฺสาชานียา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ – ‘กึ นุ โข มํ อชฺช อสฺสทมฺมสารถิ การณํ กาเรสฺสติ, กิมสฺสาหํ [กถมสฺสาหํ (ก.)] ปฏิกโรมี’ติ! เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ภโทฺร อสฺสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย น เหว โข ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ, อปิ จ โข โลมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ – ‘กึ นุ โข มํ อชฺช อสฺสทมฺมสารถิ การณํ กาเรสฺสติ, กิมสฺสาหํ ปฏิกโรมี’ติ! เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ภโทฺร อสฺสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย น เหว โข ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ นาปิ โลมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ, อปิ จ โข จมฺมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ – ‘กึ นุ โข มํ อชฺช อสฺสทมฺมสารถิ การณํ กาเรสฺสติ, กิมสฺสาหํ ปฏิกโรมี’ติ! เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ภโทฺร อสฺสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย น เหว โข ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ นาปิ โลมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ นาปิ จมฺมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ, อปิ จ โข อฏฺฐิเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ – ‘กึ นุ โข มํ อชฺช อสฺสทมฺมสารถิ การณํ กาเรสฺสติ, กิมสฺสาหํ ปฏิกโรมี’ติ! เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร อสฺสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ภโทฺร อสฺสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ภทฺรา อสฺสาชานียา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโรเม ภทฺรา ปุริสาชานียา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย สุณาติ – ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา ทุกฺขิโต วา กาลงฺกโต [กาลกโต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วา’ติ. โส เตน สํวิชฺชติ, สํเวคํ อาปชฺชติ. สํวิคฺโค โยนิโส ปทหติ. ปหิตตฺโต กาเยน เจว ปรมสจฺจํ [ปรมตฺถสจฺจํ (ก.) ม. นิ. ๒.๑๘๓ ปสฺสิตพฺพํ] สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, ภโทฺร อสฺสาชานีโย ปโตทจฺฉายํ ทิสฺวา สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ภทฺรํ ปุริสาชานียํ วทามิ. เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ปฐโม ภโทฺร ปุริสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย น เหว โข สุณาติ – ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา ทุกฺขิโต วา กาลงฺกโต วา’ติ, อปิ จ โข สามํ ปสฺสติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา ทุกฺขิตํ วา กาลงฺกตํ วา. โส เตน สํวิชฺชติ, สํเวคํ อาปชฺชติ. สํวิคฺโค โยนิโส ปทหติ. ปหิตตฺโต กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, ภโทฺร อสฺสาชานีโย โลมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ภทฺรํ ปุริสาชานียํ วทามิ. เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ทุติโย ภโทฺร ปุริสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย น เหว โข สุณาติ – ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา ทุกฺขิโต วา กาลงฺกโต วา’ติ, นาปิ สามํ ปสฺสติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา ทุกฺขิตํ วา กาลงฺกตํ วา, อปิ จ ขฺวสฺส ญาติ วา สาโลหิโต วา ทุกฺขิโต วา โหติ กาลงฺกโต วา. โส เตน สํวิชฺชติ, สํเวคํ อาปชฺชติ. สํวิคฺโค โยนิโส ปทหติ. ปหิตตฺโต กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, ภโทฺร อสฺสาชานีโย จมฺมเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ภทฺรํ ปุริสาชานียํ วทามิ. เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, ตติโย ภโทฺร ปุริสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย น เหว โข สุณาติ – ‘อมุกสฺมึ นาม คาเม วา นิคเม วา อิตฺถี วา ปุริโส วา ทุกฺขิโต วา กาลงฺกโต วา’ติ, นาปิ สามํ ปสฺสติ อิตฺถึ วา ปุริสํ วา ทุกฺขิตํ วา กาลงฺกตํ วา, นาปิสฺส ญาติ วา สาโลหิโต วา ทุกฺขิโต วา โหติ กาลงฺกโต วา, อปิ จ โข สามญฺเญว ผุฏฺโฐ โหติ สารีริกาหิ เวทนาหิ ทุกฺขาหิ ติพฺพาหิ [ติปฺปาหิ (สี. ปี.)] ขราหิ กฏุกาหิ อสาตาหิ อมนาปาหิ ปาณหราหิ. โส เตน สํวิชฺชติ, สํเวคํ อาปชฺชติ. สํวิคฺโค โยนิโส ปทหติ. ปหิตตฺโต กาเยน เจว ปรมสจฺจํ สจฺฉิกโรติ, ปญฺญาย จ อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เสยฺยถาปิ โส, ภิกฺขเว, ภโทฺร อสฺสาชานีโย อฏฺฐิเวธวิทฺโธ สํวิชฺชติ สํเวคํ อาปชฺชติ; ตถูปมาหํ, ภิกฺขเว, อิมํ ภทฺรํ ปุริสาชานียํ วทามิ. เอวรูโปปิ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ภโทฺร ปุริสาชานีโย โหติ. อยํ, ภิกฺขเว, จตุตฺโถ ภโทฺร ปุริสาชานีโย สนฺโต สํวิชฺชมาโน โลกสฺมึ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ภทฺรา ปุริสาชานียา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.
๔. นาคสุตฺตํ
๑๑๔. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ นาโค ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา จ โหติ, หนฺตา จ, ขนฺตา จ, คนฺตา จ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ยเมนํ หตฺถิทมฺมสารถิ การณํ กาเรติ – ยทิ วา กตปุพฺพํ ยทิ วา อกตปุพฺพํ – ตํ อฏฺฐึ กตฺวา [อฏฺฐิกตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.) อ. นิ. ๕.๑๔๐] มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา [สพฺพํ เจตโส (สพฺพตฺถ)] สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต สุณาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค หนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค สงฺคามคโต หตฺถิมฺปิ หนติ, หตฺถารุหมฺปิ หนติ, อสฺสมฺปิ หนติ, อสฺสารุหมฺปิ หนติ, รถมฺปิ หนติ, รถิกมฺปิ หนติ, ปตฺติกมฺปิ หนติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค หนฺตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ขนฺตา โหติ? อิธ ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค สงฺคามคโต ขโม โหติ สตฺติปฺปหารานํ อสิปฺปหารานํ อุสุปฺปหารานํ ผรสุปฺปหารานํ [‘‘ผรสุปฺปหาราน’’นฺติ อิทํ ปทํ สฺยามโปตฺถเก นตฺถิ. ม. นิ. ๓.๒๑๗ ปสฺสิตพฺพํ] เภริปณวสงฺขติณวนินฺนาทสทฺทานํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ขนฺตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ยเมนํ หตฺถิทมฺมสารถิ ทิสํ เปเสติ – ยทิ วา คตปุพฺพํ ยทิ วา อคตปุพฺพํ – ตํ ขิปฺปเมว คนฺตา โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ นาโค ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ …เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา จ โหติ, หนฺตา จ, ขนฺตา จ, คนฺตา จ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย เทสิยมาเน อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ หนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ (หนติ) [( ) นตฺถิ สี. สฺยา. ปี. โปตฺถเกสุ. อ. นิ. ๔.๑๖๔ ปฏิปทาวคฺเค จตุตฺถสุตฺเต ปน ‘‘สเมตี’’ติ ปทํ สพฺพตฺถปิ ทิสฺสติ] พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ, อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ…เป… อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ…เป… อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ หนติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ หนฺตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย, ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสานํ ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถานํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสกชาติโก โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยายํ ทิสา อคตปุพฺพา อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ, ตํ ขิปฺปญฺเญว คนฺตา โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คนฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. ฐานสุตฺตํ
๑๑๕. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ฐานานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อตฺถิ, ภิกฺขเว, ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ฐานํ มนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ฐานํ มนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยมิทํ [ยทิทํ (สฺยา. กํ. ก.)] ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ – อิทํ, ภิกฺขเว, ฐานํ อุภเยเนว น กตฺตพฺพํ มญฺญติ [ปญฺญายติ (?)]. ยมฺปิทํ [ยทิทํ (ก.)] ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; อิมินาปิ นํ [ตํ (สี. ปี.) สฺยามโปตฺถเก นตฺถิ] น กตฺตพฺพํ มญฺญติ. ยมฺปิทํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ; อิมินาปิ นํ [ตํ (ปี.) สี. สฺยา. โปตฺถเกสุ นตฺถิ] น กตฺตพฺพํ มญฺญติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ฐานํ อุภเยเนว น กตฺตพฺพํ มญฺญติ.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยมิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ – อิมสฺมึ, ภิกฺขเว, ฐาเน พาโล จ ปณฺฑิโต จ เวทิตพฺโพ ปุริสถาเม ปุริสวีริเย ปุริสปรกฺกเม. น, ภิกฺขเว, พาโล อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; อถ จรหิทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตตี’ติ. โส ตํ ฐานํ น กโรติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อกยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ. ปณฺฑิโต จ โข, ภิกฺขเว, อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ อมนาปํ กาตุํ; อถ จรหิทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตตี’ติ. โส ตํ ฐานํ กโรติ. ตสฺส ตํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยมิทํ [ยทิทํ (สฺยา. กํ.)] ฐานํ มนาปํ กาตุํ; ตญฺจ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ – อิมสฺมิมฺปิ, ภิกฺขเว, ฐาเน พาโล จ ปณฺฑิโต จ เวทิตพฺโพ ปุริสถาเม ปุริสวีริเย ปุริสปรกฺกเม. น, ภิกฺขเว, พาโล อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ; อถ จรหิทํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตตี’ติ. โส ตํ ฐานํ กโรติ. ตสฺส ตํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตติ. ปณฺฑิโต จ โข, ภิกฺขเว, อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กิญฺจาปิ โข อิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ; อถ จรหิทํ ฐานํ กยิรมานํ อนตฺถาย สํวตฺตตี’ติ. โส ตํ ฐานํ น กโรติ. ตสฺส ตํ ฐานํ อกยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยมิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ, ตญฺจ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ – อิทํ, ภิกฺขเว, ฐานํ อุภเยเนว กตฺตพฺพํ มญฺญติ. ยมฺปิทํ ฐานํ มนาปํ กาตุํ, อิมินาปิ นํ กตฺตพฺพํ มญฺญติ; ยมฺปิทํ ฐานํ กยิรมานํ อตฺถาย สํวตฺตติ, อิมินาปิ นํ กตฺตพฺพํ มญฺญติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ฐานํ อุภเยเนว กตฺตพฺพํ มญฺญติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ฐานานี’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. อปฺปมาทสุตฺตํ
๑๑๖. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ฐาเนหิ อปฺปมาโท กรณีโย. กตเมหิ จตูหิ? กายทุจฺจริตํ, ภิกฺขเว, ปชหถ, กายสุจริตํ ภาเวถ; ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ. วจีทุจฺจริตํ, ภิกฺขเว, ปชหถ, วจีสุจริตํ ภาเวถ; ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ. มโนทุจฺจริตํ, ภิกฺขเว, ปชหถ, มโนสุจริตํ ภาเวถ; ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ. มิจฺฉาทิฏฺฐึ, ภิกฺขเว, ปชหถ, สมฺมาทิฏฺฐึ ภาเวถ; ตตฺถ จ มา ปมาทตฺถ.
‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน กายทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ กายสุจริตํ ภาวิตํ, วจีทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ วจีสุจริตํ ภาวิตํ, มโนทุจฺจริตํ ปหีนํ โหติ มโนสุจริตํ ภาวิตํ, มิจฺฉาทิฏฺฐิ ปหีนา โหติ สมฺมาทิฏฺฐิ ภาวิตา, โส น ภายติ สมฺปรายิกสฺส มรณสฺสา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อารกฺขสุตฺตํ
๑๑๗. ‘‘จตูสุ, ภิกฺขเว, ฐาเนสุ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย. กตเมสุ จตูสุ? ‘มา เม รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ รชฺชี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ ทุสฺสี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม โมหนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ มุยฺหี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม มทนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ มชฺชี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย.
‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น รชฺชติ วีตราคตฺตา, โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น ทุสฺสติ วีตโทสตฺตา, โมหนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น มุยฺหติ วีตโมหตฺตา, มทนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น มชฺชติ วีตมทตฺตา, โส น ฉมฺภติ น กมฺปติ น เวธติ น สนฺตาสํ อาปชฺชติ, น จ ปน สมณวจนเหตุปิ คจฺฉตี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. สํเวชนียสุตฺตํ
๑๑๘. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียานิ สํเวชนียานิ ฐานานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ‘อิธ ตถาคโต ชาโต’ติ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียํ สํเวชนียํ ฐานํ. ‘อิธ ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียํ สํเวชนียํ ฐานํ. ‘อิธ ตถาคโต อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตสี’ติ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียํ สํเวชนียํ ฐานํ. ‘อิธ ตถาคโต อนุปาทิเสสาย นิพฺพานธาตุยา ปรินิพฺพุโต’ติ, ภิกฺขเว, สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียํ สํเวชนียํ ฐานํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ สทฺธสฺส กุลปุตฺตสฺส ทสฺสนียานิ สํเวชนียานิ ฐานานี’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมภยสุตฺตํ
๑๑๙. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ภยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? ชาติภยํ, ชราภยํ, พฺยาธิภยํ, มรณภยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานี’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยภยสุตฺตํ
๑๒๐. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ภยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อคฺคิภยํ, อุทกภยํ, ราชภยํ, โจรภยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานี’’ติ. ทสมํ.
เกสิวคฺโค ทุติโย.
ตสฺสุทฺทานํ –
เกสิ ชโว ปโตโท จ, นาโค ฐาเนน ปญฺจมํ;
อปฺปมาโท จ อารกฺโข, สํเวชนียญฺจ เทฺว ภยาติ.
(๑๓) ๓. ภยวคฺโค
๑. อตฺตานุวาทสุตฺตํ
๑๒๑. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ภยานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อตฺตานุวาทภยํ, ปรานุวาทภยํ, ทณฺฑภยํ, ทุคฺคติภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, อตฺตานุวาทภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อหญฺเจว [อหญฺเจ (?)] โข ปน กาเยน ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, วาจาย ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, มนสา ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, กิญฺจ ตํ ยํ มํ [กิญฺจ ตํ มํ (สี.), กิญฺจ มํ (สฺยา. กํ.), กิญฺจ ตํ กมฺมํ (ปี. ก.)] อตฺตา สีลโต น อุปวเทยฺยา’ติ! โส อตฺตานุวาทภยสฺส ภีโต กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อตฺตานุวาทภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ปรานุวาทภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘อหญฺเจว โข ปน กาเยน ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, วาจาย ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, มนสา ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, กิญฺจ ตํ ยํ มํ ปเร สีลโต น อุปวเทยฺยุ’นฺติ! โส ปรานุวาทภยสฺส ภีโต กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปรานุวาทภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทณฺฑภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปสฺสติ โจรํ อาคุจารึ, ราชาโน คเหตฺวา วิวิธา กมฺมการณา กาเรนฺเต, กสาหิปิ ตาเฬนฺเต, เวตฺเตหิปิ ตาเฬนฺเต, อทฺธทณฺฑเกหิปิ ตาเฬนฺเต, หตฺถมฺปิ ฉินฺทนฺเต, ปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต, หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺทนฺเต, กณฺณมฺปิ ฉินฺทนฺเต, นาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต, กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺทนฺเต, พิลงฺคถาลิกมฺปิ กโรนฺเต, สงฺขมุณฺฑิกมฺปิ กโรนฺเต, ราหุมุขมฺปิ กโรนฺเต, โชติมาลิกมฺปิ กโรนฺเต, หตฺถปชฺโชติกมฺปิ กโรนฺเต, เอรกวตฺติกมฺปิ กโรนฺเต, จีรกวาสิกมฺปิ กโรนฺเต, เอเณยฺยกมฺปิ กโรนฺเต, พลิสมํสิกมฺปิ กโรนฺเต, กหาปณกมฺปิ กโรนฺเต, ขาราปตจฺฉิกมฺปิ กโรนฺเต, ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ กโรนฺเต, ปลาลปีฐกมฺปิ กโรนฺเต, ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺจนฺเต, สุนเขหิปิ ขาทาเปนฺเต, ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสนฺเต, อสินาปิ สีสํ ฉินฺทนฺเต.
‘‘ตสฺส เอวํ โหติ – ‘ยถารูปานํ โข ปาปกานํ กมฺมานํ เหตุ โจรํ อาคุจารึ ราชาโน คเหตฺวา วิวิธา กมฺมการณา กาเรนฺติ, กสาหิปิ ตาเฬนฺติ…เป… อสินาปิ สีสํ ฉินฺทนฺติ, อหญฺเจว โข ปน เอวรูปํ ปาปกมฺมํ กเรยฺยํ, มมฺปิ ราชาโน คเหตฺวา เอวรูปา วิวิธา กมฺมการณา กาเรยฺยุํ, กสาหิปิ ตาเฬยฺยุํ, เวตฺเตหิปิ ตาเฬยฺยุํ, อทฺธทณฺฑเกหิปิ ตาเฬยฺยุํ, หตฺถมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, ปาทมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, หตฺถปาทมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, กณฺณมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, นาสมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, กณฺณนาสมฺปิ ฉินฺเทยฺยุํ, พิลงฺคถาลิกมฺปิ กเรยฺยุํ, สงฺขมุณฺฑิกมฺปิ กเรยฺยุํ; ราหุมุขมฺปิ กเรยฺยุํ, โชติมาลิกมฺปิ กเรยฺยุํ, หตฺถปชฺโชติกมฺปิ กเรยฺยุํ, เอรกวตฺติกมฺปิ กเรยฺยุํ, จีรกวาสิกมฺปิ กเรยฺยุํ, เอเณยฺยกมฺปิ กเรยฺยุํ, พลิสมํสิกมฺปิ กเรยฺยุํ, กหาปณกมฺปิ กเรยฺยุํ, ขาราปตจฺฉิกมฺปิ กเรยฺยุํ, ปลิฆปริวตฺติกมฺปิ กเรยฺยุํ, ปลาลปีฐกมฺปิ กเรยฺยุํ, ตตฺเตนปิ เตเลน โอสิญฺเจยฺยุํ, สุนเขหิปิ ขาทาเปยฺยุํ, ชีวนฺตมฺปิ สูเล อุตฺตาเสยฺยุํ, อสินาปิ สีสํ ฉินฺเทยฺยุ’นฺติ. โส ทณฺฑภยสฺส ภีโต น ปเรสํ ปาภตํ วิลุมฺปนฺโต จรติ. กายทุจฺจริตํ ปหาย…เป… สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทณฺฑภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุคฺคติภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อิติ ปฏิสญฺจิกฺขติ – ‘กายทุจฺจริตสฺส โข ปาปโก วิปาโก อภิสมฺปรายํ, วจีทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก อภิสมฺปรายํ, มโนทุจฺจริตสฺส ปาปโก วิปาโก อภิสมฺปรายํ. อหญฺเจว โข ปน กาเยน ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, วาจาย ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, มนสา ทุจฺจริตํ จเรยฺยํ, กิญฺจ ตํ ยาหํ น กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺเชยฺย’นฺติ! โส ทุคฺคติภยสฺส ภีโต กายทุจฺจริตํ ปหาย กายสุจริตํ ภาเวติ, วจีทุจฺจริตํ ปหาย วจีสุจริตํ ภาเวติ, มโนทุจฺจริตํ ปหาย มโนสุจริตํ ภาเวติ, สุทฺธํ อตฺตานํ ปริหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุคฺคติภยํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานี’’ติ. ปฐมํ.
๒. อูมิภยสุตฺตํ
๑๒๒. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ภยานิ อุทโกโรหนฺตสฺส [อุทโกโรหนฺเต (ม. นิ. ๒.๑๖๑)] ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อูมิภยํ, กุมฺภีลภยํ, อาวฏฺฏภยํ, สุสุกาภยํ – อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานิ อุทโกโรหนฺตสฺส ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานิ อิเธกจฺจสฺส กุลปุตฺตสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อคารสฺมา [สทฺธา อคารสฺมา (สี. สฺยา. กํ.)] อนคาริยํ ปพฺพชิตสฺส [ปพฺพชโต (สี.)] ปาฏิกงฺขิตพฺพานิ. กตมานิ จตฺตาริ? อูมิภยํ, กุมฺภีลภยํ, อาวฏฺฏภยํ, สุสุกาภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, อูมิภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ – ‘โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต; อปฺเปว นาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถา’ติ! ตเมนํ ตถา ปพฺพชิตํ สมานํ สพฺรหฺมจาริโน โอวทนฺติ อนุสาสนฺติ – ‘เอวํ เต อภิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต ปฏิกฺกมิตพฺพํ, เอวํ เต อาโลเกตพฺพํ, เอวํ เต วิโลเกตพฺพํ, เอวํ เต สมิญฺชิตพฺพํ, เอวํ เต ปสาริตพฺพํ, เอวํ เต สงฺฆาฏิปตฺตจีวรํ ธาเรตพฺพ’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา อญฺเญ โอวทามปิ อนุสาสามปิ. อิเม ปนมฺหากํ ปุตฺตมตฺตา มญฺเญ นตฺตมตฺตา มญฺเญ โอวทิตพฺพํ อนุสาสิตพฺพํ มญฺญนฺตี’ติ. โส กุปิโต อนตฺตมโน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อูมิภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต. อูมิภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, โกธูปายาสสฺเสตํ อธิวจนํ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อูมิภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, กุมฺภีลภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ – ‘โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต; อปฺเปว นาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถา’ติ! ตเมนํ ตถา ปพฺพชิตํ สมานํ สพฺรหฺมจาริโน โอวทนฺติ อนุสาสนฺติ – ‘อิทํ เต ขาทิตพฺพํ, อิทํ เต น ขาทิตพฺพํ, อิทํ เต ภุญฺชิตพฺพํ, อิทํ เต น ภุญฺชิตพฺพํ, อิทํ เต สายิตพฺพํ, อิทํ เต น สายิตพฺพํ, อิทํ เต ปาตพฺพํ, อิทํ เต น ปาตพฺพํ, กปฺปิยํ เต ขาทิตพฺพํ, อกปฺปิยํ เต น ขาทิตพฺพํ, กปฺปิยํ เต ภุญฺชิตพฺพํ, อกปฺปิยํ เต น ภุญฺชิตพฺพํ, กปฺปิยํ เต สายิตพฺพํ, อกปฺปิยํ เต น สายิตพฺพํ, กปฺปิยํ เต ปาตพฺพํ, อกปฺปิยํ เต น ปาตพฺพํ, กาเล เต ขาทิตพฺพํ, วิกาเล เต น ขาทิตพฺพํ, กาเล เต ภุญฺชิตพฺพํ, วิกาเล เต น ภุญฺชิตพฺพํ, กาเล เต สายิตพฺพํ, วิกาเล เต น สายิตพฺพํ, กาเล เต ปาตพฺพํ, วิกาเล เต น ปาตพฺพ’นฺติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา ยํ อิจฺฉาม ตํ ขาทาม, ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ขาทาม; ยํ อิจฺฉาม ตํ ภุญฺชาม, ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ภุญฺชาม; ยํ อิจฺฉาม ตํ สายาม, ยํ น อิจฺฉาม น ตํ สายาม; ยํ อิจฺฉาม ตํ ปิวาม, ยํ น อิจฺฉาม น ตํ ปิวาม; กปฺปิยมฺปิ ขาทาม อกปฺปิยมฺปิ ขาทาม กปฺปิยมฺปิ ภุญฺชาม อกปฺปิยมฺปิ ภุญฺชาม กปฺปิยมฺปิ สายาม อกปฺปิยมฺปิ สายาม กปฺปิยมฺปิ ปิวาม อกปฺปิยมฺปิ ปิวาม, กาเลปิ ขาทาม วิกาเลปิ ขาทาม กาเลปิ ภุญฺชาม วิกาเลปิ ภุญฺชาม กาเลปิ สายาม วิกาเลปิ สายาม กาเลปิ ปิวาม วิกาเลปิ ปิวาม; ยมฺปิ โน สทฺธา คหปติกา ทิวา วิกาเล ปณีตํ ขาทนียํ วา โภชนียํ วา เทนฺติ, ตตฺรปิเม [ตตฺถปิเม (ม. นิ. ๒.๑๖๓)] มุขาวรณํ มญฺเญ กโรนฺตี’ติ. โส กุปิโต อนตฺตมโน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ กุมฺภีลภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต. กุมฺภีลภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, โอทริกตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กุมฺภีลภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, อาวฏฺฏภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ – ‘โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ, ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต; อปฺเปว นาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถา’ติ! โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสติ อรกฺขิเตเนว กาเยน อรกฺขิตาย วาจาย อรกฺขิเตน จิตฺเตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ. โส ตตฺถ ปสฺสติ คหปตึ วา คหปติปุตฺตํ วา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตํ สมงฺคีภูตํ ปริจารยมานํ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘มยํ โข ปุพฺเพ อคาริยภูตา สมานา ปญฺจหิ กามคุเณหิ สมปฺปิตา สมงฺคีภูตา ปริจาริมฺหา; สํวิชฺชนฺติ โข ปน เม กุเล โภคา. สกฺกา โภเค จ ภุญฺชิตุํ ปุญฺญานิ จ กาตุํ. ยํนูนาหํ สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺติตฺวา โภเค จ ภุญฺเชยฺยํ ปุญฺญานิ จ กเรยฺย’นฺติ! โส สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาวฏฺฏภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต. อาวฏฺฏภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, ปญฺจนฺเนตํ กามคุณานํ อธิวจนํ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อาวฏฺฏภยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, สุสุกาภยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กุลปุตฺโต สทฺธา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ – ‘โอติณฺโณมฺหิ ชาติยา ชราย มรเณน โสเกหิ ปริเทเวหิ ทุกฺเขหิ โทมนสฺเสหิ อุปายาเสหิ, ทุกฺโขติณฺโณ ทุกฺขปเรโต; อปฺเปว นาม อิมสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนฺตกิริยา ปญฺญาเยถา’ติ! โส เอวํ ปพฺพชิโต สมาโน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสติ อรกฺขิเตเนว กาเยน อรกฺขิตาย วาจาย อรกฺขิเตน จิตฺเตน อนุปฏฺฐิตาย สติยา อสํวุเตหิ อินฺทฺริเยหิ. โส ตตฺถ ปสฺสติ มาตุคามํ ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา. ตสฺส มาตุคามํ ทิสฺวา ทุนฺนิวตฺถํ วา ทุปฺปารุตํ วา ราโค จิตฺตํ อนุทฺธํเสติ. โส ราคานุทฺธํสิเตน จิตฺเตน สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺตติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สุสุกาภยสฺส ภีโต สิกฺขํ ปจฺจกฺขาย หีนายาวตฺโต. สุสุกาภยนฺติ โข, ภิกฺขเว, มาตุคามสฺเสตํ อธิวจนํ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สุสุกาภยํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ภยานิ อิเธกจฺจสฺส กุลปุตฺตสฺส อิมสฺมึ ธมฺมวินเย อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิตสฺส ปาฏิกงฺขิตพฺพานี’’ติ. ทุติยํ.
๓. ปฐมนานากรณสุตฺตํ
๑๒๓. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? [กถา. ๖๗๑ อาทโย] อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน พฺรหฺมกายิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. พฺรหฺมกายิกานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ กปฺโป อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ [ยทิทํ จุติยา อุปปตฺติยา จาติ (ก.) อ. นิ. ๓.๑๑๗ ปสฺสิตพฺพํ].
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน อาภสฺสรานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อาภสฺสรานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ เทฺว กปฺปา อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรติ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทติ ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน, กาลํ กุรุมาโน สุภกิณฺหานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. สุภกิณฺหานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ จตฺตาโร กปฺปา อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน เวหปฺผลานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. เวหปฺผลานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ ปญฺจ กปฺปสตานิ อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.
๔. ทุติยนานากรณสุตฺตํ
๑๒๔. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล วิวิจฺเจว กาเมหิ…เป… ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ยเทว ตตฺถ โหติ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ, เต ธมฺเม อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปรโต ปโลกโต สุญฺญโต อนตฺตโต สมนุปสฺสติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุทฺธาวาสานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, อุปปตฺติ อสาธารณา ปุถุชฺชเนหิ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา…เป… ทุติยํ ฌานํ…เป… ตติยํ ฌานํ…เป… จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ยเทว ตตฺถ โหติ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ, เต ธมฺเม อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปรโต ปโลกโต สุญฺญโต อนตฺตโต สมนุปสฺสติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุทฺธาวาสานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, อุปปตฺติ อสาธารณา ปุถุชฺชเนหิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. ปฐมเมตฺตาสุตฺตํ
๑๒๕. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน พฺรหฺมกายิกานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. พฺรหฺมกายิกานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ กปฺโป อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล กรุณาสหคเตน เจตสา…เป… มุทิตาสหคเตน เจตสา…เป… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ, ตํ นิกาเมติ, เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ. ตตฺถ ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน อาภสฺสรานํ [สฺยามโปตฺถเก ปน กรุณาทโย ตโย วิหารา อาภสฺสราทีหิ ตีหิ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา ปริปุณฺณเมว ทสฺสิตํ] เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อาภสฺสรานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ เทฺว กปฺปา อายุปฺปมาณํ…เป… สุภกิณฺหานํ [สฺยามโปตฺถเก ปน กรุณาทโย ตโย วิหารา อาภสฺสราทีหิ ตีหิ วิสุํ วิสุํ โยเชตฺวา ปริปุณฺณเมว ทสฺสิตํ] เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. สุภกิณฺหานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ จตฺตาโร กปฺปา อายุปฺปมาณํ…เป… เวหปฺผลานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. เวหปฺผลานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ ปญฺจ กปฺปสตานิ อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา สติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ปญฺจมํ.
๖. ทุติยเมตฺตาสุตฺตํ
๑๒๖. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. โส ยเทว ตตฺถ โหติ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ เต ธมฺเม อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปรโต ปโลกโต สุญฺญโต อนตฺตโต สมนุปสฺสติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุทฺธาวาสานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, อุปปตฺติ อสาธารณา ปุถุชฺชเนหิ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล กรุณา…เป… มุทิตา…เป… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ ตถา ตติยํ ตถา จตุตฺถํ. อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเชน ผริตฺวา วิหรติ. โส ยเทว ตตฺถ โหติ รูปคตํ เวทนาคตํ สญฺญาคตํ สงฺขารคตํ วิญฺญาณคตํ เต ธมฺเม อนิจฺจโต ทุกฺขโต โรคโต คณฺฑโต สลฺลโต อฆโต อาพาธโต ปรโต ปโลกโต สุญฺญโต อนตฺตโต สมนุปสฺสติ. โส กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุทฺธาวาสานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อยํ, ภิกฺขเว, อุปปตฺติ อสาธารณา ปุถุชฺชเนหิ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ฉฏฺฐํ.
๗. ปฐมตถาคตอจฺฉริยสุตฺตํ
๑๒๗. ‘‘ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา จตฺตาโร อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา [อพฺภุตธมฺมา (สฺยา. กํ. ก.)] ปาตุภวนฺติ. กตเม จตฺตาโร? ยทา, ภิกฺขเว, โพธิสตฺโต ตุสิตา กายา จวิตฺวา สโต สมฺปชาโน มาตุกุจฺฉึ โอกฺกมติ, อถ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. ยาปิ ตา โลกนฺตริกา อฆา อสํวุตา อนฺธการา อนฺธการติมิสา ยตฺถปิเมสํ [ยตฺถิเมสํ (สี. สฺยา. กํ.)] จนฺทิมสูริยานํ เอวํมหิทฺธิกานํ เอวํมหานุภาวานํ อาภา นานุโภนฺติ, ตตฺถปิ อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปปนฺนา เตปิ เตโนภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺติ – ‘อญฺเญปิ กิร, โภ, สนฺติ สตฺตา อิธูปปนฺนา’ติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อยํ ปฐโม อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม [อพฺภุตธมฺโม (สฺยา. กํ. ก.)] ปาตุภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยทา โพธิสตฺโต สโต สมฺปชาโน มาตุกุจฺฉิมฺหา นิกฺขมติ, อถ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. ยาปิ ตา โลกนฺตริกา อฆา อสํวุตา อนฺธการา อนฺธการติมิสา ยตฺถปิเมสํ จนฺทิมสูริยานํ เอวํมหิทฺธิกานํ เอวํมหานุภาวานํ อาภา นานุโภนฺติ, ตตฺถปิ อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปปนฺนา เตปิ เตโนภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺติ – ‘อญฺเญปิ กิร, โภ, สนฺติ สตฺตา อิธูปปนฺนา’ติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อยํ ทุติโย อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม ปาตุภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยทา ตถาคโต อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุชฺฌติ, อถ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. ยาปิ ตา โลกนฺตริกา อฆา อสํวุตา อนฺธการา อนฺธการติมิสา ยตฺถปิเมสํ จนฺทิมสูริยานํ เอวํมหิทฺธิกานํ เอวํมหานุภาวานํ อาภา นานุโภนฺติ, ตตฺถปิ อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปปนฺนา เตปิ เตโนภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺติ – ‘อญฺเญปิ กิร, โภ, สนฺติ สตฺตา อิธูปปนฺนา’ติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อยํ ตติโย อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม ปาตุภวติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยทา ตถาคโต อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ, อถ สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. ยาปิ ตา โลกนฺตริกา อฆา อสํวุตา อนฺธการา อนฺธการติมิสา ยตฺถปิเมสํ จนฺทิมสูริยานํ เอวํมหิทฺธิกานํ เอวํมหานุภาวานํ อาภา นานุโภนฺติ, ตตฺถปิ อปฺปมาโณ อุฬาโร โอภาโส ปาตุภวติ อติกฺกมฺเมว เทวานํ เทวานุภาวํ. เยปิ ตตฺถ สตฺตา อุปปนฺนา เตปิ เตโนภาเสน อญฺญมญฺญํ สญฺชานนฺติ – ‘อญฺเญปิ กิร, โภ, สนฺติ สตฺตา อิธูปปนฺนา’ติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อยํ จตุตฺโถ อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม ปาตุภวติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อิเม จตฺตาโร อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา ปาตุภวนฺตี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ทุติยตถาคตอจฺฉริยสุตฺตํ
๑๒๘. ‘‘ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา จตฺตาโร อจฺฉริยา อพฺภุตา ธมฺมา ปาตุภวนฺติ. กตเม จตฺตาโร? อาลยารามา [อาลยรามา (อญฺญสุตฺเตสุ)], ภิกฺขเว, ปชา อาลยรตา อาลยสมฺมุทิตา; สา ตถาคเตน อนาลเย ธมฺเม เทสิยมาเน สุสฺสูสติ โสตํ โอทหติ อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปติ. ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาวา อยํ ปฐโม อจฺฉริโย อพฺภุโต ธมฺโม ปาตุภวติ.