๗. อารกฺขสุตฺตํ
๑๑๗. ‘‘จตูสุ, ภิกฺขเว, ฐาเนสุ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย. กตเมสุ จตูสุ? ‘มา เม รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ รชฺชี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ ทุสฺสี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม โมหนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ มุยฺหี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย; ‘มา เม มทนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ มชฺชี’ติ อตฺตรูเปน อปฺปมาโท สติ เจตโส อารกฺโข กรณีโย.
‘‘ยโต โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน รชนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น รชฺชติ วีตราคตฺตา, โทสนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น ทุสฺสติ วีตโทสตฺตา, โมหนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น มุยฺหติ วีตโมหตฺตา, มทนีเยสุ ธมฺเมสุ จิตฺตํ น มชฺชติ วีตมทตฺตา, โส น ฉมฺภติ น กมฺปติ น เวธติ น สนฺตาสํ อาปชฺชติ, น จ ปน สมณวจนเหตุปิ คจฺฉตี’’ติ. สตฺตมํ.