๔. นาคสุตฺตํ

๑๑๔. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ นาโค ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา จ โหติ, หนฺตา จ, ขนฺตา จ, คนฺตา จ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ยเมนํ หตฺถิทมฺมสารถิ การณํ กาเรติ – ยทิ วา กตปุพฺพํ ยทิ วา อกตปุพฺพํ – ตํ อฏฺฐึ กตฺวา [อฏฺฐิกตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.) อ. นิ. ๕.๑๔๐] มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา [สพฺพํ เจตโส (สพฺพตฺถ)] สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต สุณาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค โสตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค หนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค สงฺคามคโต หตฺถิมฺปิ หนติ, หตฺถารุหมฺปิ หนติ, อสฺสมฺปิ หนติ, อสฺสารุหมฺปิ หนติ, รถมฺปิ หนติ, รถิกมฺปิ หนติ, ปตฺติกมฺปิ หนติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค หนฺตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ขนฺตา โหติ? อิธ ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค สงฺคามคโต ขโม โหติ สตฺติปฺปหารานํ อสิปฺปหารานํ อุสุปฺปหารานํ ผรสุปฺปหารานํ [‘‘ผรสุปฺปหาราน’’นฺติ อิทํ ปทํ สฺยามโปตฺถเก นตฺถิ. ม. นิ. ๓.๒๑๗ ปสฺสิตพฺพํ] เภริปณวสงฺขติณวนินฺนาทสทฺทานํ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ขนฺตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค ยเมนํ หตฺถิทมฺมสารถิ ทิสํ เปเสติ – ยทิ วา คตปุพฺพํ ยทิ วา อคตปุพฺพํ – ตํ ขิปฺปเมว คนฺตา โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, รญฺโญ นาโค คนฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต รญฺโญ นาโค ราชารโห โหติ ราชโภคฺโค, รญฺโญ องฺคนฺเตว สงฺขํ คจฺฉติ.

‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ …เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺส. กตเมหิ จตูหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา จ โหติ, หนฺตา จ, ขนฺตา จ, คนฺตา จ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ตถาคตปฺปเวทิเต ธมฺมวินเย เทสิยมาเน อฏฺฐึ กตฺวา มนสิ กตฺวา สพฺพเจตสา สมนฺนาหริตฺวา โอหิตโสโต ธมฺมํ สุณาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โสตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ หนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุปฺปนฺนํ กามวิตกฺกํ นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ (หนติ) [( ) นตฺถิ สี. สฺยา. ปี. โปตฺถเกสุ. อ. นิ. ๔.๑๖๔ ปฏิปทาวคฺเค จตุตฺถสุตฺเต ปน ‘‘สเมตี’’ติ ปทํ สพฺพตฺถปิ ทิสฺสติ] พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ, อุปฺปนฺนํ พฺยาปาทวิตกฺกํ…เป… อุปฺปนฺนํ วิหึสาวิตกฺกํ…เป… อุปฺปนฺนุปฺปนฺเน ปาปเก อกุสเล ธมฺเม นาธิวาเสติ ปชหติ วิโนเทติ หนติ พฺยนฺตีกโรติ อนภาวํ คเมติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ หนฺตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขโม โหติ สีตสฺส อุณฺหสฺส ชิฆจฺฉาย ปิปาสาย, ฑํสมกสวาตาตปสรีสปสมฺผสฺสานํ ทุรุตฺตานํ ทุราคตานํ วจนปถานํ อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสกชาติโก โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ขนฺตา โหติ.

‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คนฺตา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ยายํ ทิสา อคตปุพฺพา อิมินา ทีเฆน อทฺธุนา ยทิทํ สพฺพสงฺขารสมโถ สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ นิพฺพานํ, ตํ ขิปฺปญฺเญว คนฺตา โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ คนฺตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อาหุเนยฺโย โหติ…เป… อนุตฺตรํ ปุญฺญกฺเขตฺตํ โลกสฺสา’’ติ. จตุตฺถํ.