๕. อนุโสตสุตฺตํ
๕. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อนุโสตคามี ปุคฺคโล, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล, ติณฺโณ ปารงฺคโต [ปารคโต (สี. สฺยา. กํ.)] ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ. กตโม จ, ภิกฺขเว, อนุโสตคามี ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล กาเม จ ปฏิเสวติ, ปาปญฺจ กมฺมํ กโรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อนุโสตคามี ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล กาเม จ นปฺปฏิเสวติ, ปาปญฺจ กมฺมํ น กโรติ, สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโขปิ รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี, อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ.
‘‘เย เกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา,
อวีตราคา อิธ กามโภคิโน;
ปุนปฺปุนํ ชาติชรูปคามิ เต [ชาติชรูปคาหิโน (สี.), ชาติชรูปคา หิ เต (สฺยา. กํ.)],
ตณฺหาธิปนฺนา อนุโสตคามิโน.
‘‘ตสฺมา หิ ธีโร อิธุปฏฺฐิตสฺสตี,
กาเม จ ปาเป จ อเสวมาโน;
สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม,
ปฏิโสตคามีติ ตมาหุ ปุคฺคลํ.
‘‘โย เว กิเลสานิ ปหาย ปญฺจ,
ปริปุณฺณเสโข อปริหานธมฺโม;
เจโตวสิปฺปตฺโต สมาหิตินฺทฺริโย,
ส เว ฐิตตฺโตติ นโร ปวุจฺจติ.
‘‘ปโรปรา ยสฺส สเมจฺจ ธมฺมา,
วิธูปิตา อตฺถคตา น สนฺติ;
ส เว มุนิ [ส เวทคู (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วุสิตพฺรหฺมจริโย,
โลกนฺตคู ปารคโตติ วุจฺจตี’’ติ. ปญฺจมํ;