๑. ภณฺฑคามวคฺโค
๑. อนุพุทฺธสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา วชฺชีสุ วิหรติ ภณฺฑคาเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘จตุนฺนํ, ภิกฺขเว, ธมฺมานํ อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา เอวมิทํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ. กตเมสํ จตุนฺนํ? อริยสฺส, ภิกฺขเว, สีลสฺส อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา เอวมิทํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ. อริยสฺส, ภิกฺขเว, สมาธิสฺส อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา เอวมิทํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ. อริยาย, ภิกฺขเว, ปญฺญาย อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา เอวมิทํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ. อริยาย, ภิกฺขเว, วิมุตฺติยา อนนุโพธา อปฺปฏิเวธา เอวมิทํ ทีฆมทฺธานํ สนฺธาวิตํ สํสริตํ มมญฺเจว ตุมฺหากญฺจ. ตยิทํ, ภิกฺขเว, อริยํ สีลํ อนุพุทฺธํ ปฏิวิทฺธํ, อริโย สมาธิ อนุพุทฺโธ ปฏิวิทฺโธ, อริยา ปญฺญา อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา, อริยา วิมุตฺติ อนุพุทฺธา ปฏิวิทฺธา, อุจฺฉินฺนา ภวตณฺหา, ขีณา ภวเนตฺติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อิทํ วตฺวาน สุคโต อถาปรํ เอตทโวจ สตฺถา –
‘‘สีลํ สมาธิ ปญฺญา จ, วิมุตฺติ จ อนุตฺตรา;
อนุพุทฺธา อิเม ธมฺมา, โคตเมน ยสสฺสินา.
‘‘อิติ พุทฺโธ อภิญฺญาย, ธมฺมมกฺขาสิ ภิกฺขุนํ;
ทุกฺขสฺสนฺตกโร สตฺถา, จกฺขุมา ปรินิพฺพุโต’’ติ. ปฐมํ;
๒. ปปติตสุตฺตํ
๒. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. กตเมหิ จตูหิ? อริเยน, ภิกฺขเว, สีเลน อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริเยน, ภิกฺขเว, สมาธินา อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, ปญฺญาย อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, วิมุตฺติยา อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ.
‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ [อปฺปปติโตติ (ก.)] วุจฺจติ. กตเมหิ จตูหิ? อริเยน, ภิกฺขเว, สีเลน สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริเยน, ภิกฺขเว, สมาธินา สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, ปญฺญาย สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจตี’’ติ.
‘‘จุตา ปตนฺติ ปติตา, คิทฺธา จ ปุนราคตา;
กตํ กิจฺจํ รตํ รมฺมํ, สุเขนานฺวาคตํ สุข’’นฺติ. ทุติยํ;
๓. ปฐมขตสุตฺตํ
๓. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต [อวฺยตฺโต (สี. ปี.)] อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ. กตเมหิ จตูหิ? อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ, อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ, อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํเสติ, อนนุวิจฺจ อปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํเสติ – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ.
‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต วิยตฺโต [วฺยตฺโต (สี. ปี.), พฺยตฺโต (สฺยา. กํ.)] สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ. กตเมหิ จตูหิ? อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อวณฺณารหสฺส อวณฺณํ ภาสติ, อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา วณฺณารหสฺส วณฺณํ ภาสติ, อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา อปฺปสาทนีเย ฐาเน อปฺปสาทํ อุปทํเสติ, อนุวิจฺจ ปริโยคาเหตฺวา ปสาทนีเย ฐาเน ปสาทํ อุปทํเสติ – อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตี’’ติ.
[สุ. นิ. ๖๖๓; สํ. นิ. ๑.๑๘๐] ‘‘โย นินฺทิยํ ปสํสติ,
ตํ วา นินฺทติ โย ปสํสิโย;
วิจินาติ มุเขน โส กลึ,
กลินา เตน สุขํ น วินฺทติ.
[สุ. นิ. ๖๖๓; สํ. นิ. ๑.๑๘๐] ‘‘อปฺปมตฺโต อยํ กลิ,
โย อกฺเขสุ ธนปราชโย;
สพฺพสฺสาปิ สหาปิ อตฺตนา,
อยเมว มหนฺตตโร กลิ;
โย สุคเตสุ มนํ ปโทสเย.
‘‘สตํ สหสฺสานํ นิรพฺพุทานํ,
ฉตฺตึสตี ปญฺจ จ อพฺพุทานิ;
ยมริยครหี [ยมริยํ ครหีย (สฺยา. กํ.)] นิรยํ อุเปติ,
วาจํ มนญฺจ ปณิธาย ปาปก’’นฺติ. ตติยํ;
๔. ทุติยขตสุตฺตํ
๔. ‘‘จตูสุ, ภิกฺขเว, มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ. กตเมสุ จตูสุ? มาตริ, ภิกฺขเว, มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ. ปิตริ, ภิกฺขเว, มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน…เป… ตถาคเต, ภิกฺขเว, มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน…เป… ตถาคตสาวเก, ภิกฺขเว, มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ. อิเมสุ โข, ภิกฺขเว, จตูสุ มิจฺฉา ปฏิปชฺชมาโน พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ.
‘‘จตูสุ, ภิกฺขเว, สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ. กตเมสุ จตูสุ? มาตริ, ภิกฺขเว, สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ. ปิตริ, ภิกฺขเว, สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน…เป… ตถาคเต, ภิกฺขเว, สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน…เป… ตถาคตสาวเก, ภิกฺขเว, สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ. อิเมสุ โข, ภิกฺขเว, จตูสุ สมฺมา ปฏิปชฺชมาโน ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตี’’ติ.
‘‘มาตริ ปิตริ จาปิ, โย มิจฺฉา ปฏิปชฺชติ;
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ, อถ วา ตสฺส สาวเก;
พหุญฺจ โส ปสวติ, อปุญฺญํ ตาทิโส นโร.
‘‘ตาย นํ อธมฺมจริยาย [ตาย อธมฺมจริยาย (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา;
อิเธว นํ ครหนฺติ, เปจฺจาปายญฺจ คจฺฉติ.
‘‘มาตริ ปิตริ จาปิ, โย สมฺมา ปฏิปชฺชติ;
ตถาคเต วา สมฺพุทฺเธ, อถ วา ตสฺส สาวเก;
พหุญฺจ โส ปสวติ, ปุญฺญํ เอตาทิโส [ปุญฺญมฺปิ ตาทิโส (สี. สฺยา. กํ.)] นโร.
‘‘ตาย นํ ธมฺมจริยาย, มาตาปิตูสุ ปณฺฑิตา;
อิเธว [อิธ เจว (สี.)] นํ ปสํสนฺติ, เปจฺจ สคฺเค ปโมทตี’’ติ [สคฺเค จ โมทตีติ (สี.)]. จตุตฺถํ;
๕. อนุโสตสุตฺตํ
๕. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อนุโสตคามี ปุคฺคโล, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล, ติณฺโณ ปารงฺคโต [ปารคโต (สี. สฺยา. กํ.)] ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ. กตโม จ, ภิกฺขเว, อนุโสตคามี ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล กาเม จ ปฏิเสวติ, ปาปญฺจ กมฺมํ กโรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อนุโสตคามี ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล กาเม จ นปฺปฏิเสวติ, ปาปญฺจ กมฺมํ น กโรติ, สหาปิ ทุกฺเขน สหาปิ โทมนสฺเสน อสฺสุมุโขปิ รุทมาโน ปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปฏิโสตคามี ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ปญฺจนฺนํ โอรมฺภาคิยานํ สํโยชนานํ ปริกฺขยา โอปปาติโก โหติ, ตตฺถ ปรินิพฺพายี, อนาวตฺติธมฺโม ตสฺมา โลกา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ฐิตตฺโต ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ติณฺโณ ปารงฺคโต ถเล ติฏฺฐติ พฺราหฺมโณ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ.
‘‘เย เกจิ กาเมสุ อสญฺญตา ชนา,
อวีตราคา อิธ กามโภคิโน;
ปุนปฺปุนํ ชาติชรูปคามิ เต [ชาติชรูปคาหิโน (สี.), ชาติชรูปคา หิ เต (สฺยา. กํ.)],
ตณฺหาธิปนฺนา อนุโสตคามิโน.
‘‘ตสฺมา หิ ธีโร อิธุปฏฺฐิตสฺสตี,
กาเม จ ปาเป จ อเสวมาโน;
สหาปิ ทุกฺเขน ชเหยฺย กาเม,
ปฏิโสตคามีติ ตมาหุ ปุคฺคลํ.
‘‘โย เว กิเลสานิ ปหาย ปญฺจ,
ปริปุณฺณเสโข อปริหานธมฺโม;
เจโตวสิปฺปตฺโต สมาหิตินฺทฺริโย,
ส เว ฐิตตฺโตติ นโร ปวุจฺจติ.
‘‘ปโรปรา ยสฺส สเมจฺจ ธมฺมา,
วิธูปิตา อตฺถคตา น สนฺติ;
ส เว มุนิ [ส เวทคู (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] วุสิตพฺรหฺมจริโย,
โลกนฺตคู ปารคโตติ วุจฺจตี’’ติ. ปญฺจมํ;
๖. อปฺปสฺสุตสุตฺตํ
๖. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม จตฺตาโร? อปฺปสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน, อปฺปสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน, พหุสฺสุโต สุเตน อนุปปนฺโน, พหุสฺสุโต สุเตน อุปปนฺโน. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปกํ สุตํ โหติ – สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ. โส ตสฺส อปฺปกสฺส สุตสฺส น อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย [น ธมฺมมญฺญาย (ปี. ก.)] ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส อปฺปกํ สุตํ โหติ – สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ. โส ตสฺส อปฺปกสฺส สุตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกํ สุตํ โหติ – สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ. โส ตสฺส พหุกสฺส สุตสฺส น อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย [น ธมฺมมญฺญาย (ปี.)] ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อนุปปนฺโน.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺจสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกํ สุตํ โหติ – สุตฺตํ เคยฺยํ เวยฺยากรณํ คาถา อุทานํ อิติวุตฺตกํ ชาตกํ อพฺภุตธมฺมํ เวทลฺลํ. โส ตสฺส พหุกสฺส สุตสฺส อตฺถมญฺญาย ธมฺมมญฺญาย ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน โหติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล พหุสฺสุโต โหติ สุเตน อุปปนฺโน. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ.
‘‘อปฺปสฺสุโตปิ เจ โหติ, สีเลสุ อสมาหิโต;
อุภเยน นํ ครหนฺติ, สีลโต จ สุเตน จ.
‘‘อปฺปสฺสุโตปิ เจ โหติ, สีเลสุ สุสมาหิโต;
สีลโต นํ ปสํสนฺติ, ตสฺส สมฺปชฺชเต สุตํ.
‘‘พหุสฺสุโตปิ เจ โหติ, สีเลสุ อสมาหิโต;
สีลโต นํ ครหนฺติ, นาสฺส สมฺปชฺชเต สุตํ.
‘‘พหุสฺสุโตปิ เจ โหติ, สีเลสุ สุสมาหิโต;
อุภเยน นํ ปสํสนฺติ, สีลโต จ สุเตน จ.
‘‘พหุสฺสุตํ ธมฺมธรํ, สปฺปญฺญํ พุทฺธสาวกํ;
เนกฺขํ ชมฺโพนทสฺเสว, โก ตํ นินฺทิตุมรหติ;
เทวาปิ นํ ปสํสนฺติ, พฺรหฺมุนาปิ ปสํสิโต’’ติ. ฉฏฺฐํ;
๗. โสภนสุตฺตํ
๗. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนา สงฺฆํ โสเภนฺติ. กตเม จตฺตาโร? ภิกฺขุ, ภิกฺขเว, วิยตฺโต วินีโต วิสารโท พหุสฺสุโต ธมฺมธโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน สงฺฆํ โสเภติ. ภิกฺขุนี, ภิกฺขเว, วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนา สงฺฆํ โสเภติ. อุปาสโก, ภิกฺขเว, วิยตฺโต วินีโต วิสารโท พหุสฺสุโต ธมฺมธโร ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺโน สงฺฆํ โสเภติ. อุปาสิกา, ภิกฺขเว, วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนา สงฺฆํ โสเภติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วิยตฺตา วินีตา วิสารทา พหุสฺสุตา ธมฺมธรา ธมฺมานุธมฺมปฺปฏิปนฺนา สงฺฆํ โสเภนฺตี’’ติ.
‘‘โย โหติ วิยตฺโต [วฺยตฺโต (สี. ปี.), พฺยตฺโต (สฺยา. กํ.)] จ วิสารโท จ,
พหุสฺสุโต ธมฺมธโร จ โหติ;
ธมฺมสฺส โหติ อนุธมฺมจารี,
ส ตาทิโส วุจฺจติ สงฺฆโสภโน [สํฆโสภโณ (ก.)].
‘‘ภิกฺขุ จ สีลสมฺปนฺโน, ภิกฺขุนี จ พหุสฺสุตา;
อุปาสโก จ โย สทฺโธ, ยา จ สทฺธา อุปาสิกา;
เอเต โข สงฺฆํ โสเภนฺติ, เอเต หิ สงฺฆโสภนา’’ติ. สตฺตมํ;
๘. เวสารชฺชสุตฺตํ
๘. ‘‘จตฺตาริมานิ, ภิกฺขเว, ตถาคตสฺส เวสารชฺชานิ, เยหิ เวสารชฺเชหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ. กตมานิ จตฺตาริ? ‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ. เอตมหํ [เอตมฺปหํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ.
‘‘‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ.
‘‘‘เย โข ปน เต อนฺตรายิกา ธมฺมา วุตฺตา เต ปฏิเสวโต นาลํ อนฺตรายายา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ.
‘‘‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’ติ ตตฺร วต มํ สมโณ วา พฺราหฺมโณ วา เทโว วา มาโร วา พฺรหฺมา วา โกจิ วา โลกสฺมึ สหธมฺเมน ปฏิโจเทสฺสตีติ นิมิตฺตเมตํ, ภิกฺขเว, น สมนุปสฺสามิ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, นิมิตฺตํ อสมนุปสฺสนฺโต เขมปฺปตฺโต อภยปฺปตฺโต เวสารชฺชปฺปตฺโต วิหรามิ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, จตฺตาริ ตถาคตสฺส เวสารชฺชานิ, เยหิ เวสารชฺเชหิ สมนฺนาคโต ตถาคโต อาสภํ ฐานํ ปฏิชานาติ, ปริสาสุ สีหนาทํ นทติ, พฺรหฺมจกฺกํ ปวตฺเตตี’’ติ.
‘‘เย เกจิเม วาทปถา ปุถุสฺสิตา,
ยํ นิสฺสิตา สมณพฺราหฺมณา จ;
ตถาคตํ ปตฺวา น เต ภวนฺติ,
วิสารทํ วาทปถาติวตฺตํ [วาทปถาภิวตฺตินํ (สี.), วาทปถาติ วุตฺตํ (ปี. ก.)].
‘‘โย ธมฺมจกฺกํ อภิภุยฺย เกวลี [เกวลํ (สฺยา.), เกวโล (ก.)],
ปวตฺตยี สพฺพภูตานุกมฺปี;
ตํ ตาทิสํ เทวมนุสฺสเสฏฺฐํ,
สตฺตา นมสฺสนฺติ ภวสฺส ปารคุ’’นฺติ. อฏฺฐมํ;
๙. ตณฺหุปฺปาทสุตฺตํ
๙. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, ตณฺหุปฺปาทา ยตฺถ ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ. กตเม จตฺตาโร? จีวรเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ; ปิณฺฑปาตเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ; เสนาสนเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ; อิติภวาภวเหตุ วา, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร ตณฺหุปฺปาทา ยตฺถ ภิกฺขุโน ตณฺหา อุปฺปชฺชมานา อุปฺปชฺชตี’’ติ.
‘‘ตณฺหา ทุติโย ปุริโส, ทีฆมทฺธาน สํสรํ;
อิตฺถภาวญฺญถาภาวํ, สํสารํ นาติวตฺตติ.
‘‘เอวมาทีนวํ ญตฺวา, ตณฺหํ ทุกฺขสฺส สมฺภวํ;
วีตตโณฺห อนาทาโน, สโต ภิกฺขุ ปริพฺพเช’’ติ [อิติวุ. ๑๕, ๑๐๕]. นวมํ;
๑๐. โยคสุตฺตํ
๑๐. ‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, โยคา. กตเม จตฺตาโร? กามโยโค, ภวโยโค, ทิฏฺฐิโยโค, อวิชฺชาโยโค. กตโม จ, ภิกฺขเว, กามโยโค? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ [อตฺถคมญฺจ (สี. ปี.)] อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ตสฺส กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อปฺปชานโต [นปฺปชานโต (สฺยา. กํ. ก.)] โย กาเมสุ กามราโค กามนนฺที [กามนนฺทิ (สี. สฺยา. กํ.)] กามเสฺนโห กามมุจฺฉา กามปิปาสา กามปริฬาโห กามชฺโฌสานํ กามตณฺหา สานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กามโยโค. อิติ กามโยโค.
‘‘ภวโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ตสฺส ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อปฺปชานโต โย ภเวสุ ภวราโค ภวนนฺที ภวเสฺนโห ภวมุจฺฉา ภวปิปาสา ภวปริฬาโห ภวชฺโฌสานํ ภวตณฺหา สานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภวโยโค. อิติ กามโยโค ภวโยโค.
‘‘ทิฏฺฐิโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ตสฺส ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อปฺปชานโต โย ทิฏฺฐีสุ ทิฏฺฐิราโค ทิฏฺฐินนฺที ทิฏฺฐิเสฺนโห ทิฏฺฐิมุจฺฉา ทิฏฺฐิปิปาสา ทิฏฺฐิปริฬาโห ทิฏฺฐิชฺโฌสานํ [ทิฏฺฐิอชฺโฌสานํ (สี. ปี.)] ทิฏฺฐิตณฺหา สานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโยโค. อิติ กามโยโค ภวโยโค ทิฏฺฐิโยโค.
‘‘อวิชฺชาโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ นปฺปชานาติ. ตสฺส ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ อปฺปชานโต ยา ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อวิชฺชา อญฺญาณํ สานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาโยโค. อิติ กามโยโค ภวโยโค ทิฏฺฐิโยโค อวิชฺชาโยโค, สํยุตฺโต ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สํกิเลสิเกหิ โปโนภวิเกหิ [โปโน พฺภวิเกหิ (สฺยา. ก.)] สทเรหิ ทุกฺขวิปาเกหิ อายตึ ชาติชรามรณิเกหิ. ตสฺมา อโยคกฺเขมีติ วุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร โยคา.
‘‘จตฺตาโรเม, ภิกฺขเว, วิสํโยคา. กตเม จตฺตาโร? กามโยควิสํโยโค, ภวโยควิสํโยโค, ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค, อวิชฺชาโยควิสํโยโค. กตโม จ, ภิกฺขเว, กามโยควิสํโยโค? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตสฺส กามานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย กาเมสุ กามราโค กามนนฺที กามเสฺนโห กามมุจฺฉา กามปิปาสา กามปริฬาโห กามชฺโฌสานํ กามตณฺหา สา นานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กามโยควิสํโยโค. อิติ กามโยควิสํโยโค.
‘‘ภวโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตสฺส ภวานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย ภเวสุ ภวราโค ภวนนฺที ภวเสฺนโห ภวมุจฺฉา ภวปิปาสา ภวปริฬาโห ภวชฺโฌสานํ ภวตณฺหา สา นานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ภวโยควิสํโยโค. อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค.
‘‘ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตสฺส ทิฏฺฐีนํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต โย ทิฏฺฐีสุ ทิฏฺฐิราโค ทิฏฺฐินนฺที ทิฏฺฐิเสฺนโห ทิฏฺฐิมุจฺฉา ทิฏฺฐิปิปาสา ทิฏฺฐิปริฬาโห ทิฏฺฐิชฺโฌสานํ ทิฏฺฐิตณฺหา สา นานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค. อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค.
‘‘อวิชฺชาโยควิสํโยโค จ กถํ โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานาติ. ตสฺส ฉนฺนํ ผสฺสายตนานํ สมุทยญฺจ อตฺถงฺคมญฺจ อสฺสาทญฺจ อาทีนวญฺจ นิสฺสรณญฺจ ยถาภูตํ ปชานโต ยา ฉสุ ผสฺสายตเนสุ อวิชฺชา อญฺญาณํ สา นานุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อวิชฺชาโยควิสํโยโค. อิติ กามโยควิสํโยโค ภวโยควิสํโยโค ทิฏฺฐิโยควิสํโยโค อวิชฺชาโยควิสํโยโค, วิสํยุตฺโต ปาปเกหิ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สํกิเลสิเกหิ โปโนภวิเกหิ สทเรหิ ทุกฺขวิปาเกหิ อายตึ ชาติชรามรณิเกหิ. ตสฺมา โยคกฺเขมีติ วุจฺจติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, จตฺตาโร วิสํโยคา’’ติ.
‘‘กามโยเคน สํยุตฺตา, ภวโยเคน จูภยํ;
ทิฏฺฐิโยเคน สํยุตฺตา, อวิชฺชาย ปุรกฺขตา.
‘‘สตฺตา คจฺฉนฺติ สํสารํ, ชาติมรณคามิโน;
เย จ กาเม ปริญฺญาย, ภวโยคญฺจ สพฺพโส.
‘‘ทิฏฺฐิโยคํ สมูหจฺจ, อวิชฺชญฺจ วิราชยํ;
สพฺพโยควิสํยุตฺตา, เต เว โยคาติคา มุนี’’ติ. ทสมํ;
ภณฺฑคามวคฺโค ปฐโม.