๒. ปปติตสุตฺตํ

๒. ‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. กตเมหิ จตูหิ? อริเยน, ภิกฺขเว, สีเลน อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริเยน, ภิกฺขเว, สมาธินา อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, ปญฺญาย อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, วิมุตฺติยา อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ อสมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา ปปติโต’ติ วุจฺจติ.

‘‘จตูหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ [อปฺปปติโตติ (ก.)] วุจฺจติ. กตเมหิ จตูหิ? อริเยน, ภิกฺขเว, สีเลน สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริเยน, ภิกฺขเว, สมาธินา สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, ปญฺญาย สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อริยาย, ภิกฺขเว, วิมุตฺติยา สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, จตูหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ‘อิมสฺมา ธมฺมวินยา อปปติโต’ติ วุจฺจตี’’ติ.

‘‘จุตา ปตนฺติ ปติตา, คิทฺธา จ ปุนราคตา;

กตํ กิจฺจํ รตํ รมฺมํ, สุเขนานฺวาคตํ สุข’’นฺติ. ทุติยํ;