๕. หตฺถกสุตฺตํ

๑๒๘. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข หตฺถโก เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘ภควโต ปุรโต ฐสฺสามี’’ติ โอสีทติเมว สํสีทติเมว [โอสีทติ เจว สํสีทติ จ (สี. ปี.), โอสีทติ สํสีทติ (สฺยา. กํ.)], น สกฺโกติ สณฺฐาตุํ. เสยฺยถาปิ นาม สปฺปิ วา เตลํ วา วาลุกาย อาสิตฺตํ โอสีทติเมว สํสีทติเมว, น สณฺฐาติ; เอวเมวํ หตฺถโก เทวปุตฺโต – ‘‘ภควโต ปุรโต ฐสฺสามี’’ติ โอสีทติเมว สํสีทติเมว, น สกฺโกติ สณฺฐาตุํ.

อถ โข ภควา หตฺถกํ เทวปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โอฬาริกํ, หตฺถก, อตฺตภาวํ อภินิมฺมินาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ, โข หตฺถโก เทวปุตฺโต ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา โอฬาริกํ อตฺตภาวํ อภินิมฺมินิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข หตฺถกํ เทวปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ –

‘‘เย เต, หตฺถก, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส ปวตฺติโน อเหสุํ, อปิ นุ เต เต ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน’’ติ? ‘‘เย จ เม, ภนฺเต, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส ปวตฺติโน อเหสุํ, เต จ เม ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน; เย จ เม, ภนฺเต, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส นปฺปวตฺติโน อเหสุํ, เต จ เม ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน. เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, ภควา เอตรหิ อากิณฺโณ วิหรติ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหิ อุปาสเกหิ อุปาสิกาหิ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ; เอวเมวํ โข อหํ, ภนฺเต, อากิณฺโณ วิหรามิ เทวปุตฺเตหิ. ทูรโตปิ, ภนฺเต, เทวปุตฺตา อาคจฺฉนฺติ หตฺถกสฺส เทวปุตฺตสฺส สนฺติเก ‘ธมฺมํ โสสฺสามา’ติ. ติณฺณาหํ, ภนฺเต, ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต. กตเมสํ ติณฺณํ? ภควโต อหํ, ภนฺเต, ทสฺสนสฺส อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต; สทฺธมฺมสวนสฺสาหํ, ภนฺเต, อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต; สงฺฆสฺสาหํ, ภนฺเต, อุปฏฺฐานสฺส อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต. อิเมสํ โข อหํ, ภนฺเต, ติณฺณํ ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต’’ติ.

‘‘นาหํ ภควโต ทสฺสนสฺส, ติตฺติมชฺฌคา [ติตฺติ ติตฺติสมฺภวํ (ก.)] กุทาจนํ;

สงฺฆสฺส อุปฏฺฐานสฺส, สทฺธมฺมสวนสฺส จ.

‘‘อธิสีลํ สิกฺขมาโน, สทฺธมฺมสวเน รโต;

ติณฺณํ ธมฺมานํ อติตฺโต, หตฺถโก อวิหํ คโต’’ติ. ปญฺจมํ;