๓. ตติยปณฺณาสกํ
(๑๑) ๑. สมฺโพธวคฺโค
๑. ปุพฺเพวสมฺโพธสุตฺตํ
๑๐๔. ‘‘ปุพฺเพว เม, ภิกฺขเว, สมฺโพธา อนภิสมฺพุทฺธสฺส โพธิสตฺตสฺเสว สโต เอตทโหสิ – ‘โก นุ โข โลเก อสฺสาโท, โก อาทีนโว, กึ นิสฺสรณ’นฺติ? ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, เอตทโหสิ – ‘ยํ โข โลกํ [โลเก (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปฏิจฺจ อุปฺปชฺชติ สุขํ โสมนสฺสํ, อยํ โลเก อสฺสาโท. ยํ โลโก [โลเก (ปี. ก.)] อนิจฺโจ ทุกฺโข วิปริณามธมฺโม, อยํ โลเก อาทีนโว. โย โลเก ฉนฺทราควินโย ฉนฺทราคปฺปหานํ, อิทํ โลเก นิสฺสรณ’นฺติ [โลกนิสฺสรณํ (อฏฺฐ.) ‘‘โลเก นิสฺสรณ’’นฺติ ปเทน สํสนฺทิตพฺพํ]. ยาวกีวญฺจาหํ, ภิกฺขเว, เอวํ โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ, เนว ตาวาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ [อภิสมฺพุทฺโธ (สี. สฺยา. กํ. ก.)] ปจฺจญฺญาสึ. ยโต จ ขฺวาหํ [โข อหํ (สี. ปี.), โขหํ (สฺยา. กํ. ก.)], ภิกฺขเว, เอวํ โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ, อถาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ – ‘อกุปฺปา เม วิมุตฺติ [เจโตวิมุตฺติ (สี. ปี. ก.)], อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ. ปฐมํ.
๒. ปฐมอสฺสาทสุตฺตํ
๑๐๕. ‘‘โลกสฺสาหํ, ภิกฺขเว, อสฺสาทปริเยสนํ อจรึ. โย โลเก อสฺสาโท ตทชฺฌคมํ. ยาวตโก โลเก อสฺสาโท, ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ. โลกสฺสาหํ, ภิกฺขเว, อาทีนวปริเยสนํ อจรึ. โย โลเก อาทีนโว ตทชฺฌคมํ. ยาวตโก โลเก อาทีนโว, ปญฺญาย เม โส สุทิฏฺโฐ. โลกสฺสาหํ, ภิกฺขเว, นิสฺสรณปริเยสนํ อจรึ. ยํ โลเก นิสฺสรณํ ตทชฺฌคมํ. ยาวตกํ โลเก นิสฺสรณํ, ปญฺญาย เม ตํ สุทิฏฺฐํ. ยาวกีวญฺจาหํ, ภิกฺขเว, โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสึ, เนว ตาวาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ยโต จ ขฺวาหํ, ภิกฺขเว, โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสึ, อถาหํ, ภิกฺขเว, สเทวเก โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ‘อนุตฺตรํ สมฺมาสมฺโพธึ อภิสมฺพุทฺโธ’ติ ปจฺจญฺญาสึ. ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ – ‘อกุปฺปา เม วิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ. ทุติยํ.
๓. ทุติยอสฺสาทสุตฺตํ
๑๐๖. ‘‘โน เจทํ [โน เจตํ (สฺยา. กํ. ปี. ก.) สํ. นิ. ๓.๒๘ ปสฺสิตพฺพํ], ภิกฺขเว, โลเก อสฺสาโท อภวิสฺส, นยิทํ สตฺตา โลเก สารชฺเชยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อตฺถิ โลเก อสฺสาโท, ตสฺมา สตฺตา โลเก สารชฺชนฺติ. โน เจทํ, ภิกฺขเว, โลเก อาทีนโว อภวิสฺส, นยิทํ สตฺตา โลเก นิพฺพินฺเทยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อตฺถิ โลเก อาทีนโว, ตสฺมา สตฺตา โลเก นิพฺพินฺทนฺติ. โน เจทํ, ภิกฺขเว, โลเก นิสฺสรณํ อภวิสฺส, นยิทํ สตฺตา โลกมฺหา [โลเก (ก.)] นิสฺสเรยฺยุํ. ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, อตฺถิ โลเก นิสฺสรณํ, ตสฺมา สตฺตา โลกมฺหา นิสฺสรนฺติ. ยาวกีวญฺจ, ภิกฺขเว, สตฺตา โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นาพฺภญฺญาสุํ [นาพฺภญฺญํสุ (สํ. นิ. ๓.๒๘], เนว ตาว, ภิกฺขเว, สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสํยุตฺตา วิปฺปมุตฺตา [วิปฺปยุตฺตา (ก.)] วิมริยาทีกเตน [วิมริยาทิกเตน (สี. ปี. ก.)] เจตสา วิหรึสุ. ยโต จ โข, ภิกฺขเว, สตฺตา โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ อพฺภญฺญาสุํ, อถ, ภิกฺขเว, สตฺตา สเทวกา โลกา สมารกา สพฺรหฺมกา สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย นิสฺสฏา วิสํยุตฺตา วิปฺปมุตฺตา วิมริยาทีกเตน เจตสา วิหรนฺตี’’ติ. ตติยํ.
๔. สมณพฺราหฺมณสุตฺตํ
๑๐๗. ‘‘เย เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ นปฺปชานนฺติ, น เม เต [น เต (ก.)], ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา, น จ ปน เต อายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถํ วา พฺรหฺมญฺญตฺถํ วา ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺติ. เย จ โข เกจิ, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา โลกสฺส อสฺสาทญฺจ อสฺสาทโต อาทีนวญฺจ อาทีนวโต นิสฺสรณญฺจ นิสฺสรณโต ยถาภูตํ ปชานนฺติ, เต โข, ภิกฺขเว, สมณา วา พฺราหฺมณา วา สมเณสุ วา สมณสมฺมตา พฺราหฺมเณสุ วา พฺราหฺมณสมฺมตา, เต จ ปนายสฺมนฺโต สามญฺญตฺถญฺจ พฺรหฺมญฺญตฺถญฺจ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรนฺตี’’ติ [วิหริสฺสนฺติ (สี. ปี.)]. จตุตฺถํ.
๕. รุณฺณสุตฺตํ
๑๐๘. ‘‘รุณฺณมิทํ, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย ยทิทํ คีตํ. อุมฺมตฺตกมิทํ, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย ยทิทํ นจฺจํ. โกมารกมิทํ, ภิกฺขเว, อริยสฺส วินเย ยทิทํ อติเวลํ ทนฺตวิทํสกหสิตํ [ทนฺตวิทํสกํ หสิตํ (สี. ปี.)]. ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เสตุฆาโต คีเต, เสตุฆาโต นจฺเจ, อลํ โว ธมฺมปฺปโมทิตานํ สตํ สิตํ สิตมตฺตายา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. อติตฺติสุตฺตํ
๑๐๙. ‘‘ติณฺณํ, ภิกฺขเว, ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ. กตเมสํ ติณฺณํ? โสปฺปสฺส, ภิกฺขเว, ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ. สุราเมรยปานสฺส, ภิกฺขเว, ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ. เมถุนธมฺมสมาปตฺติยา, ภิกฺขเว, ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺติ. อิเมสํ, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ปฏิเสวนาย นตฺถิ ติตฺตี’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อรกฺขิตสุตฺตํ
๑๑๐. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ – ‘‘จิตฺเต, คหปติ, อรกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ. ตสฺส อรกฺขิตกายกมฺมนฺตสฺส อรกฺขิตวจีกมฺมนฺตสฺส อรกฺขิตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ. ตสฺส อวสฺสุตกายกมฺมนฺตสฺส อวสฺสุตวจีกมฺมนฺตสฺส อวสฺสุตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ. ตสฺส ปูติกายกมฺมนฺตสฺส ปูติวจีกมฺมนฺตสฺส ปูติมโนกมฺมนฺตสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ, น ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา.
‘‘เสยฺยถาปิ, คหปติ, กูฏาคาเร ทุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, โคปานสิโยปิ อรกฺขิตา โหนฺติ, ภิตฺติปิ อรกฺขิตา โหติ; กูฏมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ, โคปานสิโยปิ อวสฺสุตา โหนฺติ, ภิตฺติปิ อวสฺสุตา โหติ; กูฏมฺปิ ปูติกํ โหติ, โคปานสิโยปิ ปูติกา โหนฺติ, ภิตฺติปิ ปูติกา โหติ.
‘‘เอวเมวํ โข, คหปติ, จิตฺเต อรกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อรกฺขิตํ โหติ. ตสฺส อรกฺขิตกายกมฺมนฺตสฺส อรกฺขิตวจีกมฺมนฺตสฺส อรกฺขิตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อวสฺสุตํ โหติ. ตสฺส อวสฺสุตกายกมฺมนฺตสฺส อวสฺสุตวจีกมฺมนฺตสฺส อวสฺสุตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ ปูติกํ โหติ. ตสฺส ปูติกายกมฺมนฺตสฺส ปูติวจีกมฺมนฺตสฺส ปูติมโนกมฺมนฺตสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ, น ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา.
‘‘จิตฺเต, คหปติ, รกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ. ตสฺส รกฺขิตกายกมฺมนฺตสฺส รกฺขิตวจีกมฺมนฺตสฺส รกฺขิตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ. ตสฺส อนวสฺสุตกายกมฺมนฺตสฺส อนวสฺสุตวจีกมฺมนฺตสฺส อนวสฺสุตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ. ตสฺส อปูติกายกมฺมนฺตสฺส อปูติวจีกมฺมนฺตสฺส อปูติมโนกมฺมนฺตสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ, ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา.
‘‘เสยฺยถาปิ, คหปติ, กูฏาคาเร สุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ รกฺขิตํ โหติ, โคปานสิโยปิ รกฺขิตา โหนฺติ, ภิตฺติปิ รกฺขิตา โหติ; กูฏมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, โคปานสิโยปิ อนวสฺสุตา โหนฺติ, ภิตฺติปิ อนวสฺสุตา โหติ; กูฏมฺปิ อปูติกํ โหติ, โคปานสิโยปิ อปูติกา โหนฺติ, ภิตฺติปิ อปูติกา โหติ.
เอวเมวํ โข, คหปติ, จิตฺเต รกฺขิเต กายกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ รกฺขิตํ โหติ. ตสฺส รกฺขิตกายกมฺมนฺตสฺส รกฺขิตวจีกมฺมนฺตสฺส รกฺขิตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อนวสฺสุตํ โหติ. ตสฺส อนวสฺสุตกายกมฺมนฺตสฺส อนวสฺสุตวจีกมฺมนฺตสฺส อนวสฺสุตมโนกมฺมนฺตสฺส กายกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อปูติกํ โหติ. ตสฺส อปูติกายกมฺมนฺตสฺส อปูติวจีกมฺมนฺตสฺส อปูติมโนกมฺมนฺตสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ, ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. พฺยาปนฺนสุตฺตํ
๑๑๑. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ภควา เอตทโวจ – ‘‘จิตฺเต, คหปติ, พฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ. ตสฺส พฺยาปนฺนกายกมฺมนฺตสฺส พฺยาปนฺนวจีกมฺมนฺตสฺส พฺยาปนฺนมโนกมฺมนฺตสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ, น ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา. เสยฺยถาปิ, คหปติ, กูฏาคาเร ทุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ, โคปานสิโยปิ พฺยาปนฺนา โหนฺติ, ภิตฺติปิ พฺยาปนฺนา โหติ; เอวเมวํ โข, คหปติ, จิตฺเต พฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ พฺยาปนฺนํ โหติ. ตสฺส พฺยาปนฺนกายกมฺมนฺตสฺส พฺยาปนฺนวจีกมฺมนฺตสฺส พฺยาปนฺนมโนกมฺมนฺตสฺส น ภทฺทกํ มรณํ โหติ, น ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา.
‘‘จิตฺเต, คหปติ, อพฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ. ตสฺส อพฺยาปนฺนกายกมฺมนฺตสฺส อพฺยาปนฺนวจีกมฺมนฺตสฺส อพฺยาปนฺนมโนกมฺมนฺตสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ, ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา. เสยฺยถาปิ, คหปติ, กูฏาคาเร สุจฺฉนฺเน กูฏมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ, โคปานสิโยปิ อพฺยาปนฺนา โหนฺติ, ภิตฺติปิ อพฺยาปนฺนา โหติ; เอวเมวํ โข, คหปติ, จิตฺเต อพฺยาปนฺเน กายกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ, วจีกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ, มโนกมฺมมฺปิ อพฺยาปนฺนํ โหติ. ตสฺส อพฺยาปนฺนกายกมฺมนฺตสฺส…เป… อพฺยาปนฺนมโนกมฺมนฺตสฺส ภทฺทกํ มรณํ โหติ, ภทฺทิกา กาลงฺกิริยา’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมนิทานสุตฺตํ
๑๑๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, โทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย. ยํ, ภิกฺขเว, โลภปกตํ กมฺมํ โลภชํ โลภนิทานํ โลภสมุทยํ, ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ. ยํ, ภิกฺขเว, โทสปกตํ กมฺมํ โทสชํ โทสนิทานํ โทสสมุทยํ, ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ. ยํ, ภิกฺขเว, โมหปกตํ กมฺมํ โมหชํ โมหนิทานํ โมหสมุทยํ, ตํ กมฺมํ อกุสลํ ตํ กมฺมํ สาวชฺชํ ตํ กมฺมํ ทุกฺขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย.
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? อโลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, อโทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, อโมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย. ยํ, ภิกฺขเว, อโลภปกตํ กมฺมํ อโลภชํ อโลภนิทานํ อโลภสมุทยํ, ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ. ยํ, ภิกฺขเว, อโทสปกตํ กมฺมํ อโทสชํ อโทสนิทานํ อโทสสมุทยํ, ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ. ยํ, ภิกฺขเว, อโมหปกตํ กมฺมํ อโมหชํ อโมหนิทานํ อโมหสมุทยํ, ตํ กมฺมํ กุสลํ ตํ กมฺมํ อนวชฺชํ ตํ กมฺมํ สุขวิปากํ, ตํ กมฺมํ กมฺมนิโรธาย สํวตฺตติ, น ตํ กมฺมํ กมฺมสมุทยาย สํวตฺตติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายา’’ติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยนิทานสุตฺตํ
๑๑๓. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? อตีเต, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ; อนาคเต, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ; ปจฺจุปฺปนฺเน, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ? อตีเต, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ. ตสฺส อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ. ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, สํโยชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ? อนาคเต, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ. ตสฺส อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ. ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, สํโยชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ? ปจฺจุปฺปนฺเน, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺเกติ อนุวิจาเรติ. ตสฺส ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ เจตสา อนุวิตกฺกยโต อนุวิจารยโต ฉนฺโท ชายติ. ฉนฺทชาโต เตหิ ธมฺเมหิ สํยุตฺโต โหติ. เอตมหํ, ภิกฺขเว, สํโยชนํ วทามิ โย เจตโส สาราโค. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท ชายติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย.
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? อตีเต, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ; อนาคเต ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ; ปจฺจุปฺปนฺเน, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ? อตีตานํ, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ. อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวตฺเตติ. ตทภินิวตฺเตตฺวา [ตทภินิวชฺเชติ, ตทภินิวชฺเชตฺวา (สี. สฺยา. กํ.)] เจตสา อภินิวิชฺฌิตฺวา [อภิวิราเชตฺวา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปญฺญาย อติวิชฺฌ [อภินิวิชฺฌ (ก.)] ปสฺสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อตีเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ? อนาคตานํ, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ. อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวตฺเตติ. ตทภินิวตฺเตตฺวา เจตสา อภินิวิชฺฌิตฺวา ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, อนาคเต ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ? ปจฺจุปฺปนฺนานํ, ภิกฺขเว, ฉนฺทราคฏฺฐานิยานํ ธมฺมานํ อายตึ วิปากํ ปชานาติ, อายตึ วิปากํ วิทิตฺวา ตทภินิวตฺเตติ, ตทภินิวตฺเตตฺวา เจตสา อภินิวิชฺฌิตฺวา ปญฺญาย อติวิชฺฌ ปสฺสติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปจฺจุปฺปนฺเน ฉนฺทราคฏฺฐานิเย ธมฺเม อารพฺภ ฉนฺโท น ชายติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายา’’ติ. ทสมํ.
สมฺโพธวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
ปุพฺเพว ทุเว อสฺสาทา, สมโณ รุณฺณปญฺจมํ;
อติตฺติ เทฺว จ วุตฺตานิ, นิทานานิ อปเร ทุเวติ.
(๑๒) ๒. อาปายิกวคฺโค
๑. อาปายิกสุตฺตํ
๑๑๔. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, อาปายิกา เนรยิกา อิทมปฺปหาย. กตเม ตโย? โย จ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ, โย จ สุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ จรนฺตํ อมูลเกน [อภูเตน (ก.)] อพฺรหฺมจริเยน อนุทฺธํเสติ, โย จายํ เอวํวาที เอวํทิฏฺฐิ – ‘นตฺถิ กาเมสุ โทโส’ติ, โส ตาย กาเมสุ ปาตพฺยตํ อาปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย อาปายิกา เนรยิกา อิทมปฺปหายา’’ติ. ปฐมํ.
๒. ทุลฺลภสุตฺตํ
๑๑๕. ‘‘ติณฺณํ, ภิกฺขเว, ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ. กตเมสํ ติณฺณํ? ตถาคตสฺส, ภิกฺขเว, อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมึ, ตถาคตปฺปเวทิตสฺส ธมฺมวินยสฺส เทเสตา ปุคฺคโล ทุลฺลโภ โลกสฺมึ, กตญฺญู กตเวที ปุคฺคโล ทุลฺลโภ โลกสฺมึ. อิเมสํ โข, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ปาตุภาโว ทุลฺลโภ โลกสฺมิ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. อปฺปเมยฺยสุตฺตํ
๑๑๖. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? สุปฺปเมยฺโย, ทุปฺปเมยฺโย, อปฺปเมยฺโย. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุทฺธโต โหติ อุนฺนโฬ จปโล มุขโร วิกิณฺณวาโจ มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากตินฺทฺริโย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อนุทฺธโต โหติ อนุนฺนโฬ อจปโล อมุขโร อวิกิณฺณวาโจ อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ โหติ ขีณาสโว. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.
๔. อาเนญฺชสุตฺตํ
๑๑๗. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺพโส รูปสญฺญานํ สมติกฺกมา ปฏิฆสญฺญานํ อตฺถงฺคมา นานตฺตสญฺญานํ อมนสิการา ‘อนนฺโต อากาโส’ติ อากาสานญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ ตํ นิกาเมติ เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ, ตตฺร ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน อากาสานญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อากาสานญฺจายตนูปคานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ วีสติ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺพโส อากาสานญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘อนนฺตํ วิญฺญาณ’นฺติ วิญฺญาณญฺจายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ ตํ นิกาเมติ เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ, ตตฺร ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน วิญฺญาณญฺจายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. วิญฺญาณญฺจายตนูปคานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ จตฺตารีสํ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺพโส วิญฺญาณญฺจายตนํ สมติกฺกมฺม ‘นตฺถิ กิญฺจี’ติ อากิญฺจญฺญายตนํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ. โส ตทสฺสาเทติ ตํ นิกาเมติ เตน จ วิตฺตึ อาปชฺชติ, ตตฺร ฐิโต ตทธิมุตฺโต ตพฺพหุลวิหารี อปริหีโน กาลํ กุรุมาโน อากิญฺจญฺญายตนูปคานํ เทวานํ สหพฺยตํ อุปปชฺชติ. อากิญฺจญฺญายตนูปคานํ, ภิกฺขเว, เทวานํ สฏฺฐิ กปฺปสหสฺสานิ อายุปฺปมาณํ. ตตฺถ ปุถุชฺชโน ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา นิรยมฺปิ คจฺฉติ ติรจฺฉานโยนิมฺปิ คจฺฉติ เปตฺติวิสยมฺปิ คจฺฉติ. ภควโต ปน สาวโก ตตฺถ ยาวตายุกํ ฐตฺวา ยาวตกํ เตสํ เทวานํ อายุปฺปมาณํ ตํ สพฺพํ เขเปตฺวา ตสฺมึเยว ภเว ปรินิพฺพายติ. อยํ โข, ภิกฺขเว, วิเสโส, อยํ อธิปฺปยาโส อิทํ นานากรณํ สุตวโต อริยสาวกสฺส อสฺสุตวตา ปุถุชฺชเนน, ยทิทํ คติยา อุปปตฺติยา. ‘อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. วิปตฺติสมฺปทาสุตฺตํ
๑๑๘. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิปตฺติโย. กตมา ติสฺโส? สีลวิปตฺติ, จิตฺตวิปตฺติ, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. กตมา จ, ภิกฺขเว, สีลวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ, อทินฺนาทายี โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารี โหติ, มุสาวาที โหติ, ปิสุณวาโจ โหติ, ผรุสวาโจ โหติ, สมฺผปฺปลาปี โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สีลวิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, จิตฺตวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อภิชฺฌาลุ โหติ พฺยาปนฺนจิตฺโต. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, จิตฺตวิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปรีตทสฺสโน – ‘นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ, นตฺถิ หุตํ, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ, กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, นตฺถิ อยํ โลโก, นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. สีลวิปตฺติเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ; จิตฺตวิปตฺติเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ; ทิฏฺฐิวิปตฺติเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส วิปตฺติโยติ.
‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, สมฺปทา. กตมา ติสฺโส? สีลสมฺปทา, จิตฺตสมฺปทา, ทิฏฺฐิสมฺปทา. กตมา จ, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ, มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, จิตฺตสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อนภิชฺฌาลุ โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, จิตฺตสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปรีตทสฺสโน – ‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐํ, อตฺถิ หุตํ, อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อตฺถิ อยํ โลโก, อตฺถิ ปโร โลโก, อตฺถิ มาตา, อตฺถิ ปิตา, อตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, อตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา. สีลสมฺปทาเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ; จิตฺตสมฺปทาเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ; ทิฏฺฐิสมฺปทาเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส สมฺปทา’’ติ. ปญฺจมํ.
๖. อปณฺณกสุตฺตํ
๑๑๙. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิปตฺติโย. กตมา ติสฺโส? สีลวิปตฺติ, จิตฺตวิปตฺติ, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. กตมา จ, ภิกฺขเว, สีลวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ…เป… สมฺผปฺปลาปี โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สีลวิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, จิตฺตวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อภิชฺฌาลุ โหติ พฺยาปนฺนจิตฺโต. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, จิตฺตวิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปรีตทสฺสโน – ‘นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ…เป… เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. สีลวิปตฺติเหตุ วา, ภิกฺขเว…เป… ทิฏฺฐิวิปตฺติเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชนฺติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปณฺณโก มณิ อุทฺธํ ขิตฺโต เยน เยเนว ปติฏฺฐาติ สุปฺปติฏฺฐิตํเยว ปติฏฺฐาติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, สีลวิปตฺติเหตุ วา สตฺตา…เป… อุปปชฺชนฺติ. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส วิปตฺติโยติ.
‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, สมฺปทา. กตมา ติสฺโส? สีลสมฺปทา, จิตฺตสมฺปทา, ทิฏฺฐิสมฺปทา. กตมา จ, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, จิตฺตสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อนภิชฺฌาลุ โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, จิตฺตสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปรีตทสฺสโน – ‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐํ…เป… เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา. สีลสมฺปทาเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. จิตฺตสมฺปทาเหตุ วา…เป… ทิฏฺฐิสมฺปทาเหตุ วา, ภิกฺขเว, สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อปณฺณโก มณิ อุทฺธํ ขิตฺโต เยน เยเนว ปติฏฺฐาติ สุปฺปติฏฺฐิตํเยว ปติฏฺฐาติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, สีลสมฺปทาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ, จิตฺตสมฺปทาเหตุ วา สตฺตา…เป… ทิฏฺฐิสมฺปทาเหตุ วา สตฺตา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชนฺติ. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส สมฺปทา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. กมฺมนฺตสุตฺตํ
๑๒๐. ‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, วิปตฺติโย. กตมา ติสฺโส? กมฺมนฺตวิปตฺติ, อาชีววิปตฺติ, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. กตมา จ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺตวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตี โหติ…เป… สมฺผปฺปลาปี โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺตวิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อาชีววิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ มิจฺฉาอาชีโว โหติ, มิจฺฉาอาชีเวน ชีวิกํ [ชีวิตํ (สฺยา. กํ. ก.)] กปฺเปติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อาชีววิปตฺติ.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ มิจฺฉาทิฏฺฐิโก โหติ วิปรีตทสฺสโน – ‘นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ…เป… เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิวิปตฺติ. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส วิปตฺติโยติ.
‘‘ติสฺโส อิมา, ภิกฺขเว, สมฺปทา. กตมา ติสฺโส? กมฺมนฺตสมฺปทา, อาชีวสมฺปทา, ทิฏฺฐิสมฺปทา. กตมา จ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺตสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ…เป… สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กมฺมนฺตสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, อาชีวสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมฺมาอาชีโว โหติ, สมฺมาอาชีเวน ชีวิกํ กปฺเปติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อาชีวสมฺปทา.
‘‘กตมา จ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สมฺมาทิฏฺฐิโก โหติ อวิปรีตทสฺสโน – ‘อตฺถิ ทินฺนํ, อตฺถิ ยิฏฺฐํ…เป… เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’ติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทิฏฺฐิสมฺปทา. อิมา โข, ภิกฺขเว, ติสฺโส สมฺปทา’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ปฐมโสเจยฺยสุตฺตํ
๑๒๑. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, โสเจยฺยานิ. กตมานิ ตีณิ? กายโสเจยฺยํ, วจีโสเจยฺยํ, มโนโสเจยฺยํ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, กายโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, กาเมสุมิจฺฉาจารา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กายโสเจยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, วจีโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ ภิกฺขเว, วจีโสเจยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, มโนโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ อนภิชฺฌาลุ โหติ อพฺยาปนฺนจิตฺโต สมฺมาทิฏฺฐิโก. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, มโนโสเจยฺยํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ โสเจยฺยานี’’ติ. อฏฺฐมํ.
๙. ทุติยโสเจยฺยสุตฺตํ
๑๒๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, โสเจยฺยานิ. กตมานิ ตีณิ? กายโสเจยฺยํ, วจีโสเจยฺยํ, มโนโสเจยฺยํ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, กายโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, อพฺรหฺมจริยา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กายโสเจยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, วจีโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วจีโสเจยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, มโนโสเจยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺทํ – ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺโท’ติ ปชานาติ; อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺทํ – ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ กามจฺฉนฺโท’ติ ปชานาติ; ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส ปหานํ โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ ปหีนสฺส กามจฺฉนฺทสฺส อายตึ อนุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ พฺยาปาทํ – ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ พฺยาปาโท’ติ ปชานาติ; อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ พฺยาปาทํ – ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ พฺยาปาโท’ติ ปชานาติ; ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส พฺยาปาทสฺส อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส พฺยาปาทสฺส ปหานํ โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ ปหีนสฺส พฺยาปาทสฺส อายตึ อนุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ถินมิทฺธํ – ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ถินมิทฺธ’นฺติ ปชานาติ; อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ ถินมิทฺธํ – ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ ถินมิทฺธ’นฺติ ปชานาติ; ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส ถินมิทฺธสฺส อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส ถินมิทฺธสฺส ปหานํ โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ ปหีนสฺส ถินมิทฺธสฺส อายตึ อนุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ – ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจ’นฺติ ปชานาติ; อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจํ – ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจ’นฺติ ปชานาติ; ยถา จ อนุปฺปนฺนสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ อุปฺปนฺนสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส ปหานํ โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ ปหีนสฺส อุทฺธจฺจกุกฺกุจฺจสฺส อายตึ อนุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; สนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ วิจิกิจฺฉํ – ‘อตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ วิจิกิจฺฉา’ติ ปชานาติ; อสนฺตํ วา อชฺฌตฺตํ วิจิกิจฺฉํ – ‘นตฺถิ เม อชฺฌตฺตํ วิจิกิจฺฉา’ติ ปชานาติ; ยถา จ อนุปฺปนฺนาย วิจิกิจฺฉาย อุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ อุปฺปนฺนาย วิจิกิจฺฉาย ปหานํ โหติ, ตญฺจ ปชานาติ; ยถา จ ปหีนาย วิจิกิจฺฉาย อายตึ อนุปฺปาโท โหติ, ตญฺจ ปชานาติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, มโนโสเจยฺยํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ โสเจยฺยานีติ.
[อิติวุ. ๖๖] ‘‘กายสุจึ วจีสุจึ, เจโตสุจึ อนาสวํ;
สุจึ โสเจยฺยสมฺปนฺนํ, อาหุ นินฺหาตปาปก’’นฺติ. นวมํ;
๑๐. โมเนยฺยสุตฺตํ
๑๒๓. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, โมเนยฺยานิ. กตมานิ ตีณิ? กายโมเนยฺยํ, วจีโมเนยฺยํ, มโนโมเนยฺยํ. กตมญฺจ, ภิกฺขเว, กายโมเนยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปาณาติปาตา ปฏิวิรโต โหติ, อทินฺนาทานา ปฏิวิรโต โหติ, อพฺรหฺมจริยา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, กายโมเนยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, วจีโมเนยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ มุสาวาทา ปฏิวิรโต โหติ, ปิสุณาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, ผรุสาย วาจาย ปฏิวิรโต โหติ, สมฺผปฺปลาปา ปฏิวิรโต โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วจีโมเนยฺยํ.
‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, มโนโมเนยฺยํ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, มโนโมเนยฺยํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ โมเนยฺยานี’’ติ.
‘‘กายมุนึ วจีมุนึ, เจโตมุนึ อนาสวํ;
มุนึ โมเนยฺยสมฺปนฺนํ, อาหุ สพฺพปฺปหายิน’’นฺติ. ทสมํ;
อาปายิกวคฺโค ทฺวาทสโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
อาปายิโก ทุลฺลโภ อปฺปเมยฺยํ, อาเนญฺชวิปตฺติสมฺปทา;
อปณฺณโก จ กมฺมนฺโต, เทฺว โสเจยฺยานิ โมเนยฺยนฺติ.
(๑๓) ๓. กุสินารวคฺโค
๑. กุสินารสุตฺตํ
๑๒๔. เอกํ สมยํ ภควา กุสินารายํ วิหรติ พลิหรเณ วนสณฺเฑ. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อญฺญตรํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ. ตเมนํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อุปสงฺกมิตฺวา สฺวาตนาย ภตฺเตน นิมนฺเตติ. อากงฺขมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อธิวาเสติ. โส ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตสฺส คหปติสฺส วา คหปติปุตฺตสฺส วา นิเวสนํ เตนุปสงฺกมติ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทติ. ตเมนํ โส คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปติ สมฺปวาเรติ.
‘‘ตสฺส เอวํ โหติ – ‘สาธุ วต มฺยายํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปติ สมฺปวาเรตี’ติ. เอวมฺปิสฺส โหติ – ‘อโห วต มายํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อายติมฺปิ เอวรูเปน ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปยฺย สมฺปวาเรยฺยา’ติ! โส ตํ ปิณฺฑปาตํ คถิโต [คธิโต (สฺยา. กํ. ก.)] มุจฺฉิโต อชฺโฌสนฺโน [อชฺฌาปนฺโน (สี. ก.) อชฺโฌปนฺโน (ฏีกา)] อนาทีนวทสฺสาวี อนิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชติ. โส ตตฺถ กามวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ, พฺยาปาทวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ, วิหึสาวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ. เอวรูปสฺสาหํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ทินฺนํ น มหปฺผลนฺติ วทามิ. ตํ กิสฺส เหตุ? ปมตฺโต หิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหรติ.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อญฺญตรํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรติ. ตเมนํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อุปสงฺกมิตฺวา สฺวาตนาย ภตฺเตน นิมนฺเตติ. อากงฺขมาโน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อธิวาเสติ. โส ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตสฺส คหปติสฺส วา คหปติปุตฺตสฺส วา นิเวสนํ เตนุปสงฺกมติ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทติ. ตเมนํ โส คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปติ สมฺปวาเรติ.
‘‘ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘สาธุ วต มฺยายํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปติ สมฺปวาเรตี’ติ. เอวมฺปิสฺส น โหติ – ‘อโห วต มายํ คหปติ วา คหปติปุตฺโต วา อายติมฺปิ เอวรูเปน ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปยฺย สมฺปวาเรยฺยา’ติ! โส ตํ ปิณฺฑปาตํ อคถิโต อมุจฺฉิโต อนชฺโฌสนฺโน อาทีนวทสฺสาวี นิสฺสรณปญฺโญ ปริภุญฺชติ. โส ตตฺถ เนกฺขมฺมวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ, อพฺยาปาทวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ, อวิหึสาวิตกฺกมฺปิ วิตกฺเกติ. เอวรูปสฺสาหํ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุโน ทินฺนํ มหปฺผลนฺติ วทามิ. ตํ กิสฺส เหตุ? อปฺปมตฺโต หิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิหรตี’’ติ. ปฐมํ.
๒. ภณฺฑนสุตฺตํ
๑๒๕. ‘‘ยสฺสํ, ภิกฺขเว, ทิสายํ ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา กลหชาตา วิวาทาปนฺนา อญฺญมญฺญํ มุขสตฺตีหิ วิตุทนฺตา วิหรนฺติ, มนสิ กาตุมฺปิ เม เอสา, ภิกฺขเว, ทิสา น ผาสุ โหติ, ปเคว คนฺตุํ! นิฏฺฐเมตฺถ คจฺฉามิ – ‘อทฺธา เต อายสฺมนฺโต ตโย ธมฺเม ปชหึสุ, ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ [พหุลีมกํสุ (สฺยา. กํ. ปี.)]. กตเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ? เนกฺขมฺมวิตกฺกํ, อพฺยาปาทวิตกฺกํ, อวิหึสาวิตกฺกํ – อิเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ. กตเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ? กามวิตกฺกํ, พฺยาปาทวิตกฺกํ, วิหึสาวิตกฺกํ – อิเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ’. ยสฺสํ, ภิกฺขเว, ทิสายํ ภิกฺขู ภณฺฑนชาตา กลหชาตา วิวาทาปนฺนา อญฺญมญฺญํ มุขสตฺตีหิ วิตุทนฺตา วิหรนฺติ, มนสิ กาตุมฺปิ เม เอสา, ภิกฺขเว, ทิสา น ผาสุ โหติ, ปเคว คนฺตุํ! นิฏฺฐเมตฺถ คจฺฉามิ – ‘อทฺธา เต อายสฺมนฺโต อิเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ, อิเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ’’’.
‘‘ยสฺสํ ปน, ภิกฺขเว, ทิสายํ ภิกฺขู สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ, คนฺตุมฺปิ เม เอสา, ภิกฺขเว, ทิสา ผาสุ โหติ, ปเคว มนสิ กาตุํ! นิฏฺฐเมตฺถ คจฺฉามิ – ‘อทฺธา เต อายสฺมนฺโต ตโย ธมฺเม ปชหึสุ, ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ. กตเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ? กามวิตกฺกํ, พฺยาปาทวิตกฺกํ, วิหึสาวิตกฺกํ – อิเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ. กตเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ? เนกฺขมฺมวิตกฺกํ, อพฺยาปาทวิตกฺกํ, อวิหึสาวิตกฺกํ – อิเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสุ’. ยสฺสํ, ภิกฺขเว, ทิสายํ ภิกฺขู สมคฺคา สมฺโมทมานา อวิวทมานา ขีโรทกีภูตา อญฺญมญฺญํ ปิยจกฺขูหิ สมฺปสฺสนฺตา วิหรนฺติ, คนฺตุมฺปิ เม เอสา, ภิกฺขเว, ทิสา ผาสุ โหติ, ปเคว มนสิ กาตุํ! นิฏฺฐเมตฺถ คจฺฉามิ – ‘อทฺธา เต อายสฺมนฺโต อิเม ตโย ธมฺเม ปชหึสุ, อิเม ตโย ธมฺเม พหุลมกํสู’’’ติ. ทุติยํ.
๓. โคตมกเจติยสุตฺตํ
๑๒๖. เอกํ สมยํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ โคตมเก เจติเย. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘อภิญฺญายาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ, โน อนภิญฺญาย. สนิทานาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ, โน อนิทานํ. สปฺปาฏิหาริยาหํ, ภิกฺขเว, ธมฺมํ เทเสมิ, โน อปฺปาฏิหาริยํ. ตสฺส มยฺหํ, ภิกฺขเว, อภิญฺญาย ธมฺมํ เทสยโต โน อนภิญฺญาย, สนิทานํ ธมฺมํ เทสยโต โน อนิทานํ, สปฺปาฏิหาริยํ ธมฺมํ เทสยโต โน อปฺปาฏิหาริยํ, กรณีโย โอวาโท, กรณียา อนุสาสนี. อลญฺจ ปน โว, ภิกฺขเว, ตุฏฺฐิยา, อลํ อตฺตมนตาย, อลํ โสมนสฺสาย – ‘สมฺมาสมฺพุทฺโธ ภควา, สฺวากฺขาโต ธมฺโม, สุปฺปฏิปนฺโน สงฺโฆ’’’ติ.
อิทมโวจ ภควา. อตฺตมนา เต ภิกฺขู ภควโต ภาสิตํ อภินนฺทุนฺติ. อิมสฺมิญฺจ ปน เวยฺยากรณสฺมึ ภญฺญมาเน สหสฺสี โลกธาตุ อกมฺปิตฺถาติ. ตติยํ.
๔. ภรณฺฑุกาลามสุตฺตํ
๑๒๗. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน เยน กปิลวตฺถุ ตทวสริ. อสฺโสสิ โข มหานาโม สกฺโก – ‘‘ภควา กิร กปิลวตฺถุํ อนุปฺปตฺโต’’ติ. อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข มหานามํ สกฺกํ ภควา เอตทโวจ –
‘‘คจฺฉ, มหานาม, กปิลวตฺถุสฺมึ, ตถารูปํ อาวสถํ ชาน ยตฺถชฺช มยํ เอกรตฺตึ วิหเรยฺยามา’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข มหานาโม สกฺโก ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา กปิลวตฺถุํ ปวิสิตฺวา เกวลกปฺปํ กปิลวตฺถุํ อนฺวาหิณฺฑนฺโต [อาหิณฺฑนฺโต (สฺยา. กํ.)] นาทฺทส กปิลวตฺถุสฺมึ ตถารูปํ อาวสถํ ยตฺถชฺช ภควา เอกรตฺตึ วิหเรยฺย.
อถ โข มหานาโม สกฺโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘นตฺถิ, ภนฺเต, กปิลวตฺถุสฺมึ ตถารูโป อาวสโถ ยตฺถชฺช ภควา เอกรตฺตึ วิหเรยฺย. อยํ, ภนฺเต, ภรณฺฑุ กาลาโม ภควโต ปุราณสพฺรหฺมจารี. ตสฺสชฺช ภควา อสฺสเม เอกรตฺตึ วิหรตู’’ติ. ‘‘คจฺฉ, มหานาม, สนฺถรํ ปญฺญเปหี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข มหานาโม สกฺโก ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภรณฺฑุสฺส กาลามสฺส อสฺสโม เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา สนฺถรํ ปญฺญาเปตฺวา อุทกํ ฐเปตฺวา ปาทานํ โธวนาย เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘สนฺถโต, ภนฺเต, สนฺถาโร, อุทกํ ฐปิตํ ปาทานํ โธวนาย. ยสฺสทานิ, ภนฺเต, ภควา กาลํ มญฺญตี’’ติ.
อถ โข ภควา เยน ภรณฺฑุสฺส กาลามสฺส อสฺสโม เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา ปาเท ปกฺขาเลสิ. อถ โข มหานามสฺส สกฺกสฺส เอตทโหสิ – ‘‘อกาโล โข อชฺช ภควนฺตํ ปยิรุปาสิตุํ. กิลนฺโต ภควา. เสฺว ทานาหํ ภควนฺตํ ปยิรุปาสิสฺสามี’’ติ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.
อถ โข มหานาโม สกฺโก ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข มหานามํ สกฺกํ ภควา เอตทโวจ – ‘‘ตโย โขเม, มหานาม, สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิธ, มหานาม, เอกจฺโจ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ; น รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ, น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ. อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ, รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ; น เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ. อิธ ปน, มหานาม, เอกจฺโจ สตฺถา กามานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ, รูปานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ, เวทนานํ ปริญฺญํ ปญฺญาเปติ. อิเม โข, มหานาม, ตโย สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. ‘อิเมสํ, มหานาม, ติณฺณํ สตฺถารานํ เอกา นิฏฺฐา อุทาหุ ปุถุ นิฏฺฐา’’’ติ?
เอวํ วุตฺเต ภรณฺฑุ กาลาโม มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘เอกาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ. เอวํ วุตฺเต ภควา มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘นานาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ. ทุติยมฺปิ โข ภรณฺฑุ กาลาโม มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘เอกาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ. ทุติยมฺปิ โข ภควา มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘นานาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ. ตติยมฺปิ โข ภรณฺฑุ กาลาโม มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘เอกาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ. ตติยมฺปิ โข ภควา มหานามํ สกฺกํ เอตทโวจ – ‘‘นานาติ, มหานาม, วเทหี’’ติ.
อถ โข ภรณฺฑุ กาลามสฺส เอตทโหสิ – ‘‘มเหสกฺขสฺส วตมฺหิ มหานามสฺส สกฺกสฺส สมฺมุขา สมเณน โคตเมน ยาวตติยํ อปสาทิโต. ยํนูนาหํ กปิลวตฺถุมฺหา ปกฺกเมยฺย’’นฺติ. อถ โข ภรณฺฑุ กาลาโม กปิลวตฺถุมฺหา ปกฺกามิ. ยํ กปิลวตฺถุมฺหา ปกฺกามิ ตถา ปกฺกนฺโตว อโหสิ น ปุน ปจฺจาคจฺฉีติ. จตุตฺถํ.
๕. หตฺถกสุตฺตํ
๑๒๘. เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข หตฺถโก เทวปุตฺโต อภิกฺกนฺตาย รตฺติยา อภิกฺกนฺตวณฺโณ เกวลกปฺปํ เชตวนํ โอภาเสตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา – ‘‘ภควโต ปุรโต ฐสฺสามี’’ติ โอสีทติเมว สํสีทติเมว [โอสีทติ เจว สํสีทติ จ (สี. ปี.), โอสีทติ สํสีทติ (สฺยา. กํ.)], น สกฺโกติ สณฺฐาตุํ. เสยฺยถาปิ นาม สปฺปิ วา เตลํ วา วาลุกาย อาสิตฺตํ โอสีทติเมว สํสีทติเมว, น สณฺฐาติ; เอวเมวํ หตฺถโก เทวปุตฺโต – ‘‘ภควโต ปุรโต ฐสฺสามี’’ติ โอสีทติเมว สํสีทติเมว, น สกฺโกติ สณฺฐาตุํ.
อถ โข ภควา หตฺถกํ เทวปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โอฬาริกํ, หตฺถก, อตฺตภาวํ อภินิมฺมินาหี’’ติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ, โข หตฺถโก เทวปุตฺโต ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา โอฬาริกํ อตฺตภาวํ อภินิมฺมินิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐาสิ. เอกมนฺตํ ฐิตํ โข หตฺถกํ เทวปุตฺตํ ภควา เอตทโวจ –
‘‘เย เต, หตฺถก, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส ปวตฺติโน อเหสุํ, อปิ นุ เต เต ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน’’ติ? ‘‘เย จ เม, ภนฺเต, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส ปวตฺติโน อเหสุํ, เต จ เม ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน; เย จ เม, ภนฺเต, ธมฺมา ปุพฺเพ มนุสฺสภูตสฺส นปฺปวตฺติโน อเหสุํ, เต จ เม ธมฺมา เอตรหิ ปวตฺติโน. เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, ภควา เอตรหิ อากิณฺโณ วิหรติ ภิกฺขูหิ ภิกฺขุนีหิ อุปาสเกหิ อุปาสิกาหิ ราชูหิ ราชมหามตฺเตหิ ติตฺถิเยหิ ติตฺถิยสาวเกหิ; เอวเมวํ โข อหํ, ภนฺเต, อากิณฺโณ วิหรามิ เทวปุตฺเตหิ. ทูรโตปิ, ภนฺเต, เทวปุตฺตา อาคจฺฉนฺติ หตฺถกสฺส เทวปุตฺตสฺส สนฺติเก ‘ธมฺมํ โสสฺสามา’ติ. ติณฺณาหํ, ภนฺเต, ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต. กตเมสํ ติณฺณํ? ภควโต อหํ, ภนฺเต, ทสฺสนสฺส อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต; สทฺธมฺมสวนสฺสาหํ, ภนฺเต, อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต; สงฺฆสฺสาหํ, ภนฺเต, อุปฏฺฐานสฺส อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต. อิเมสํ โข อหํ, ภนฺเต, ติณฺณํ ธมฺมานํ อติตฺโต อปฺปฏิวาโน กาลงฺกโต’’ติ.
‘‘นาหํ ภควโต ทสฺสนสฺส, ติตฺติมชฺฌคา [ติตฺติ ติตฺติสมฺภวํ (ก.)] กุทาจนํ;
สงฺฆสฺส อุปฏฺฐานสฺส, สทฺธมฺมสวนสฺส จ.
‘‘อธิสีลํ สิกฺขมาโน, สทฺธมฺมสวเน รโต;
ติณฺณํ ธมฺมานํ อติตฺโต, หตฺถโก อวิหํ คโต’’ติ. ปญฺจมํ;
๖. กฏุวิยสุตฺตํ
๑๒๙. เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อทฺทสา โข ภควา โคโยคปิลกฺขสฺมึ [โคโยคมิลกฺขสฺมึ (สฺยา. กํ. ก.)] ปิณฺฑาย จรมาโน [จรมานํ (ก.)] อญฺญตรํ ภิกฺขุํ ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ. ทิสฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ –
‘‘มา โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ. ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธน [อามคนฺเธ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ [นานุพนฺธิสฺสนฺติ (ก.)], เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ. อถ โข โส ภิกฺขุ ภควตา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาทิ. อถ โข ภควา พาราณสิยํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต ภิกฺขู อามนฺเตสิ –
‘‘อิธาหํ, ภิกฺขเว, ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย พาราณสึ ปิณฺฑาย ปาวิสึ. อทฺทสํ โข อหํ, ภิกฺขเว, โคโยคปิลกฺขสฺมึ ปิณฺฑาย จรมาโน อญฺญตรํ ภิกฺขุํ ริตฺตสฺสาทํ พาหิรสฺสาทํ มุฏฺฐสฺสตึ อสมฺปชานํ อสมาหิตํ วิพฺภนฺตจิตฺตํ ปากตินฺทฺริยํ. ทิสฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจํ –
‘‘‘มา โข ตฺวํ, ภิกฺขุ, อตฺตานํ กฏุวิยมกาสิ. ตํ วต ภิกฺขุ กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธน อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, โส ภิกฺขุ มยา อิมินา โอวาเทน โอวทิโต สํเวคมาปาที’’ติ. เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กึ นุ โข, ภนฺเต, กฏุวิยํ? โก อามคนฺโธ? กา มกฺขิกา’’ติ?
‘‘อภิชฺฌา โข, ภิกฺขุ, กฏุวิยํ; พฺยาปาโท อามคนฺโธ; ปาปกา อกุสลา วิตกฺกา มกฺขิกา. ตํ วต, ภิกฺขุ, กฏุวิยกตํ อตฺตานํ อามคนฺเธน อวสฺสุตํ มกฺขิกา นานุปติสฺสนฺติ นานฺวาสฺสวิสฺสนฺตีติ, เนตํ ฐานํ วิชฺชตี’’ติ.
‘‘อคุตฺตํ จกฺขุโสตสฺมึ, อินฺทฺริเยสุ อสํวุตํ;
มกฺขิกานุปติสฺสนฺติ, สงฺกปฺปา ราคนิสฺสิตา.
‘‘กฏุวิยกโต ภิกฺขุ, อามคนฺเธ อวสฺสุโต;
อารกา โหติ นิพฺพานา, วิฆาตสฺเสว ภาควา.
‘‘คาเม วา ยทิ วารญฺเญ, อลทฺธา สมถมตฺตโน [สมมตฺตโน (สี. สฺยา. กํ.), สมฺมมตฺตโน (ปี.)];
ปเรติ [จเรติ (สฺยา. ก.)] พาโล ทุมฺเมโธ, มกฺขิกาหิ ปุรกฺขโต.
‘‘เย จ สีเลน สมฺปนฺนา, ปญฺญายูปสเมรตา;
อุปสนฺตา สุขํ เสนฺติ, นาสยิตฺวาน มกฺขิกา’’ติ. ฉฏฺฐํ;
๗. ปฐมอนุรุทฺธสุตฺตํ
๑๓๐. อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน เยภุยฺเยน ปสฺสามิ มาตุคามํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชมานํ. กติหิ นุ โข, ภนฺเต, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตี’’ติ?
‘‘ตีหิ โข, อนุรุทฺธ, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชติ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, อนุรุทฺธ, มาตุคาโม ปุพฺพณฺหสมยํ มจฺเฉรมลปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ, มชฺฌนฺหิกสมยํ อิสฺสาปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ, สายนฺหสมยํ กามราคปริยุฏฺฐิเตน เจตสา อคารํ อชฺฌาวสติ. อิเมหิ โข, อนุรุทฺธ, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต มาตุคาโม กายสฺส เภทา ปรํ มรณา อปายํ ทุคฺคตึ วินิปาตํ นิรยํ อุปปชฺชตี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. ทุติยอนุรุทฺธสุตฺตํ
๑๓๑. อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สาริปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, อาวุโส สาริปุตฺต, ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สหสฺสํ โลกํ โอโลเกมิ. อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ อสลฺลีนํ, อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา [อปมฺมุฏฺฐา (สี.), อปมุฏฺฐา (สฺยา. กํ.)], ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ, สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺคํ. อถ จ ปน เม นานุปาทาย [น อนุปาทาย (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’’ติ.
‘‘ยํ โข เต, อาวุโส อนุรุทฺธ, เอวํ โหติ – ‘อหํ ทิพฺเพน จกฺขุนา วิสุทฺเธน อติกฺกนฺตมานุสเกน สหสฺสํ โลกํ โวโลเกมี’ติ, อิทํ เต มานสฺมึ. ยมฺปิ เต, อาวุโส อนุรุทฺธ, เอวํ โหติ – ‘อารทฺธํ โข ปน เม วีริยํ อสลฺลีนํ, อุปฏฺฐิตา สติ อสมฺมุฏฺฐา, ปสฺสทฺโธ กาโย อสารทฺโธ, สมาหิตํ จิตฺตํ เอกคฺค’นฺติ, อิทํ เต อุทฺธจฺจสฺมึ. ยมฺปิ เต, อาวุโส อนุรุทฺธ, เอวํ โหติ – ‘อถ จ ปน เม นานุปาทาย อาสเวหิ จิตฺตํ วิมุจฺจตี’ติ, อิทํ เต กุกฺกุจฺจสฺมึ. สาธุ วตายสฺมา อนุรุทฺโธ อิเม ตโย ธมฺเม ปหาย, อิเม ตโย ธมฺเม อมนสิกริตฺวา อมตาย ธาตุยา จิตฺตํ อุปสํหรตู’’ติ.
อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ อปเรน สมเยน อิเม ตโย ธมฺเม ปหาย, อิเม ตโย ธมฺเม อมนสิกริตฺวา อมตาย ธาตุยา จิตฺตํ อุปสํหริ [อุปสํหาสิ (สฺยา. กํ. ปี.), อุปสํหรติ (ก.)]. อถ โข อายสฺมา อนุรุทฺโธ เอโก วูปกฏฺโฐ อปฺปมตฺโต อาตาปี ปหิตตฺโต วิหรนฺโต นจิรสฺเสว – ยสฺสตฺถาย กุลปุตฺตา สมฺมเทว อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชนฺติ, ตทนุตฺตรํ – พฺรหฺมจริยปริโยสานํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหาสิ. ‘‘ขีณา ชาติ, วุสิตํ พฺรหฺมจริยํ, กตํ กรณียํ, นาปรํ อิตฺถตฺตายา’’ติ อพฺภญฺญาสิ. อญฺญตโร จ ปนายสฺมา อนุรุทฺโธ อรหตํ อโหสีติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฏิจฺฉนฺนสุตฺตํ
๑๓๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺฉนฺนานิ อาวหนฺติ [วหนฺติ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], โน วิวฏานิ. กตมานิ ตีณิ? มาตุคาโม, ภิกฺขเว, ปฏิจฺฉนฺโน อาวหติ, โน วิวโฏ; พฺราหฺมณานํ, ภิกฺขเว, มนฺตา ปฏิจฺฉนฺนา อาวหนฺติ, โน วิวฏา; มิจฺฉาทิฏฺฐิ, ภิกฺขเว, ปฏิจฺฉนฺนา อาวหติ, โน วิวฏา. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ปฏิจฺฉนฺนานิ อาวหนฺติ, โน วิวฏานิ.
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, วิวฏานิ วิโรจนฺติ, โน ปฏิจฺฉนฺนานิ. กตมานิ ตีณิ? จนฺทมณฺฑลํ, ภิกฺขเว, วิวฏํ วิโรจติ, โน ปฏิจฺฉนฺนํ; สูริยมณฺฑลํ, ภิกฺขเว, วิวฏํ วิโรจติ, โน ปฏิจฺฉนฺนํ; ตถาคตปฺปเวทิโต ธมฺมวินโย, ภิกฺขเว, วิวโฏ วิโรจติ, โน ปฏิจฺฉนฺโน. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ วิวฏานิ วิโรจนฺติ, โน ปฏิจฺฉนฺนานี’’ติ. นวมํ.
๑๐. เลขสุตฺตํ
๑๓๓. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? ปาสาณเลขูปโม ปุคฺคโล, ปถวิเลขูปโม ปุคฺคโล, อุทกเลขูปโม ปุคฺคโล. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปาสาณเลขูปโม ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปาสาเณ เลขา น ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปาสาณเลขูปโม ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปถวิเลขูปโม ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ปถวิยา เลขา ขิปฺปํ ลุชฺชติ วาเตน วา อุทเกน วา, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อภิณฺหํ กุชฺฌติ. โส จ ขฺวสฺส โกโธ น ทีฆรตฺตํ อนุเสติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปถวิเลขูปโม ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, อุทกเลขูปโม ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สนฺธิยติเมว [… เยว (สฺยา. กํ.) … เจว (ปี.)] สํสนฺทติเมว [… เยว (สฺยา. กํ.) … เจว (ปี.)] สมฺโมทติเมว [… เยว (สฺยา. กํ.) … เจว (ปี.)]. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อุทเก เลขา ขิปฺปํเยว ปฏิวิคจฺฉติ, น จิรฏฺฐิติกา โหติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาคาเฬฺหนปิ วุจฺจมาโน ผรุเสนปิ วุจฺจมาโน อมนาเปนปิ วุจฺจมาโน สนฺธิยติเมว สํสนฺทติเมว สมฺโมทติเมว. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อุทกเลขูปโม ปุคฺคโล. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ [ปุ. ป. ๑๑๕]. ทสมํ.