๓. อปฺปเมยฺยสุตฺตํ
๑๑๖. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? สุปฺปเมยฺโย, ทุปฺปเมยฺโย, อปฺปเมยฺโย. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อุทฺธโต โหติ อุนฺนโฬ จปโล มุขโร วิกิณฺณวาโจ มุฏฺฐสฺสติ อสมฺปชาโน อสมาหิโต วิพฺภนฺตจิตฺโต ปากตินฺทฺริโย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สุปฺปเมยฺโย.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อนุทฺธโต โหติ อนุนฺนโฬ อจปโล อมุขโร อวิกิณฺณวาโจ อุปฏฺฐิตสฺสติ สมฺปชาโน สมาหิโต เอกคฺคจิตฺโต สํวุตินฺทฺริโย. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ทุปฺปเมยฺโย.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ โหติ ขีณาสโว. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อปฺปเมยฺโย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.