๑๐. สงฺคารวสุตฺตํ
๖๑. อถ โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควตา สทฺธึ สมฺโมทิ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘มยมสฺสุ, โภ โคตม, พฺราหฺมณา นาม. ยญฺญํ ยชามปิ ยชาเปมปิ. ตตฺร, โภ โคตม, โย เจว ยชติ [โย เจว ยญฺญํ ยชติ (สฺยา. กํ.)] โย จ ยชาเปติ สพฺเพ เต อเนกสารีริกํ ปุญฺญปฺปฏิปทํ ปฏิปนฺนา โหนฺติ, ยทิทํ ยญฺญาธิกรณํ. โย ปนายํ, โภ โคตม, ยสฺส วา ตสฺส วา กุลา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต เอกมตฺตานํ ทเมติ, เอกมตฺตานํ สเมติ, เอกมตฺตานํ ปรินิพฺพาเปติ, เอวมสฺสายํ เอกสารีริกํ ปุญฺญปฺปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหติ, ยทิทํ ปพฺพชฺชาธิกรณ’’นฺติ.
‘‘เตน หิ, พฺราหฺมณ, ตญฺเญเวตฺถ ปฏิปุจฺฉิสฺสามิ. ยถา เต ขเมยฺย ตถา นํ พฺยากเรยฺยาสิ. ตํ กึ มญฺญสิ, พฺราหฺมณ, อิธ ตถาคโต โลเก อุปฺปชฺชติ อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา. โส เอวมาห – ‘เอถายํ มคฺโค อยํ ปฏิปทา ยถาปฏิปนฺโน อหํ อนุตฺตรํ พฺรหฺมจริโยคธํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทมิ; เอถ [เอตํ (ก.)], ตุเมฺหปิ ตถา ปฏิปชฺชถ, ยถาปฏิปนฺนา ตุเมฺหปิ อนุตฺตรํ พฺรหฺมจริโยคธํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสถา’ติ. อิติ อยญฺเจว [สยํ เจว (ก.)] สตฺถา ธมฺมํ เทเสติ, ปเร จ ตถตฺถาย ปฏิปชฺชนฺติ, ตานิ โข ปน โหนฺติ อเนกานิปิ สตานิ อเนกานิปิ สหสฺสานิ อเนกานิปิ สตสหสฺสานิ.
‘‘ตํ กึ มญฺญสิ, พฺราหฺมณ, อิจฺจายํ เอวํ สนฺเต เอกสารีริกา วา ปุญฺญปฺปฏิปทา โหติ อเนกสารีริกา วา, ยทิทํ ปพฺพชฺชาธิกรณ’’นฺติ? ‘‘อิจฺจายมฺปิ [อิจฺจายนฺเต (ก.)], โภ โคตม, เอวํ สนฺเต อเนกสารีริกา ปุญฺญปฺปฏิปทา โหติ, ยทิทํ ปพฺพชฺชาธิกรณ’’นฺติ.
เอวํ วุตฺเต อายสฺมา อานนฺโท สงฺคารวํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ – ‘‘อิมาสํ เต, พฺราหฺมณ, ทฺวินฺนํ ปฏิปทานํ กตมา ปฏิปทา ขมติ อปฺปตฺถตรา จ อปฺปสมารมฺภตรา จ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’ติ? เอวํ วุตฺเต สงฺคารโว พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ ภวํ โคตโม ภวํ จานนฺโท. เอเต เม ปุชฺชา, เอเต เม ปาสํสา’’ติ.
ทุติยมฺปิ โข อายสฺมา อานนฺโท สงฺคารวํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ – ‘‘น โข ตฺยาหํ, พฺราหฺมณ, เอวํ ปุจฺฉามิ – ‘เก วา เต ปุชฺชา เก วา เต ปาสํสา’ติ? เอวํ โข ตฺยาหํ, พฺราหฺมณ, ปุจฺฉามิ – ‘อิมาสํ เต, พฺราหฺมณ, ทฺวินฺนํ ปฏิปทานํ กตมา ปฏิปทา ขมติ อปฺปตฺถตรา จ อปฺปสมารมฺภตรา จ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’’ติ? ทุติยมฺปิ โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ ภวํ โคตโม ภวํ จานนฺโท. เอเต เม ปุชฺชา, เอเต เม ปาสํสา’’ติ.
ตติยมฺปิ โข อายสฺมา อานนฺโท สงฺคารวํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ – ‘‘น โข ตฺยาหํ, พฺราหฺมณ, เอวํ ปุจฺฉามิ – ‘เก วา เต ปุชฺชา เก วา เต ปาสํสา’ติ? เอวํ โข ตฺยาหํ, พฺราหฺมณ, ปุจฺฉามิ – ‘อิมาสํ เต, พฺราหฺมณ, ทฺวินฺนํ ปฏิปทานํ กตมา ปฏิปทา ขมติ อปฺปตฺถตรา จ อปฺปสมารมฺภตรา จ มหปฺผลตรา จ มหานิสํสตรา จา’’’ติ? ตติยมฺปิ โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘เสยฺยถาปิ ภวํ โคตโม ภวํ จานนฺโท. เอเต เม ปุชฺชา, เอเต เม ปาสํสา’’ติ.
อถ โข ภควโต เอตทโหสิ – ‘‘ยาว ตติยมฺปิ โข สงฺคารโว พฺราหฺมโณ อานนฺเทน สหธมฺมิกํ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สํสาเทติ [ม. นิ. ๑.๓๓๗] โน วิสฺสชฺเชติ. ยํนูนาหํ ปริโมเจยฺย’’นฺติ. อถ โข ภควา สงฺคารวํ พฺราหฺมณํ เอตทโวจ – ‘‘กา นฺวชฺช, พฺราหฺมณ, ราชนฺเตปุเร ราชปุริสานํ [ราชปริสายํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อนฺตรากถา อุทปาที’’ติ? ‘‘อยํ ขฺวชฺช, โภ โคตม, ราชนฺเตปุเร ราชปุริสานํ สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อนฺตรากถา อุทปาทิ – ‘ปุพฺเพ สุทํ อปฺปตรา เจว ภิกฺขู อเหสุํ พหุตรา จ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสสุํ; เอตรหิ ปน พหุตรา เจว ภิกฺขู อปฺปตรา จ อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมา อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสนฺตี’ติ. อยํ ขฺวชฺช, โภ โคตม, ราชนฺเตปุเร ราชปุริสานํ สนฺนิสินฺนานํ สนฺนิปติตานํ อนฺตรากถา อุทปาที’’ติ.
[ปฏิ. ม. ๓.๓๐; ที. นิ. ๑.๔๘๓] ‘‘ตีณิ โข อิมานิ, พฺราหฺมณ, ปาฏิหาริยานิ. กตมานิ ตีณิ? อิทฺธิปาฏิหาริยํ, อาเทสนาปาฏิหาริยํ, อนุสาสนีปาฏิหาริยํ. กตมญฺจ, พฺราหฺมณ, อิทฺธิปาฏิหาริยํ? อิธ, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ – ‘เอโกปิ หุตฺวา พหุธา โหติ, พหุธาปิ หุตฺวา เอโก โหติ; อาวิภาวํ, ติโรภาวํ; ติโรกุฏฺฏํ ติโรปาการํ ติโรปพฺพตํ อสชฺชมาโน คจฺฉติ, เสยฺยถาปิ อากาเส; ปถวิยาปิ อุมฺมุชฺชนิมุชฺชํ กโรติ, เสยฺยถาปิ อุทเก; อุทเกปิ อภิชฺชมาเน คจฺฉติ, เสยฺยถาปิ ปถวิยํ; อากาเสปิ ปลฺลงฺเกน กมติ, เสยฺยถาปิ ปกฺขี สกุโณ; อิเมปิ จนฺทิมสูริเย เอวํมหิทฺธิเก เอวํมหานุภาเว ปาณินา ปริมสติ [ปรามสติ (ที. นิ. ๑.๔๘๔; ปฏิ. ม. ๑.๑๐๒] ปริมชฺชติ, ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ’. อิทํ วุจฺจติ, พฺราหฺมณ, อิทฺธิปาฏิหาริยํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺราหฺมณ, อาเทสนาปาฏิหาริยํ? อิธ, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ นิมิตฺเตน อาทิสติ – ‘เอวมฺปิ เต มโน, อิตฺถมฺปิ เต มโน, อิติปิ เต จิตฺต’นฺติ. โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา.
‘‘อิธ ปน, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ, อปิ จ โข มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวตานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ – ‘เอวมฺปิ เต มโน, อิตฺถมฺปิ เต มโน, อิติปิ เต จิตฺต’นฺติ. โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา.
‘‘อิธ ปน, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวตานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ, อปิ จ โข วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ – ‘เอวมฺปิ เต มโน, อิตฺถมฺปิ เต มโน, อิติปิ เต จิตฺต’นฺติ. โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา.
‘‘อิธ ปน, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ, นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวตานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ, นปิ วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ, อปิ จ โข อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ – ‘ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมุํ นาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตี’ติ. โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา. อิทํ วุจฺจติ, พฺราหฺมณ, อาเทสนาปาฏิหาริยํ.
‘‘กตมญฺจ, พฺราหฺมณ, อนุสาสนีปาฏิหาริยํ? อิธ, พฺราหฺมณ, เอกจฺโจ เอวมนุสาสติ – ‘เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ; เอวํ มนสิ กโรถ, มา เอวํ มนสากตฺถ; อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’ติ. อิทํ วุจฺจติ, พฺราหฺมณ, อนุสาสนีปาฏิหาริยํ. อิมานิ โข, พฺราหฺมณ, ตีณิ ปาฏิหาริยานิ. อิเมสํ เต, พฺราหฺมณ, ติณฺณํ ปาฏิหาริยานํ กตมํ ปาฏิหาริยํ ขมติ อภิกฺกนฺตตรญฺจ ปณีตตรญฺจา’’ติ?
‘‘ตตฺร, โภ โคตม, ยทิทํ [ยมิทํ (สฺยา. กํ. ปี.)] ปาฏิหาริยํ อิเธกจฺโจ อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ…เป… ยาว พฺราหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ, อิทํ, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ โยว [โย จ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] นํ กโรติ โสว [โสจ จ (สฺยา. กํ ปี. ก.)] นํ ปฏิสํเวเทติ, โยว [โย จ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] นํ กโรติ ตสฺเสว [ตสฺสเมว (สี. ก.), ตสฺส เจว (สฺยา. กํ. ปี.)] ตํ โหติ. อิทํ เม, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ มายาสหธมฺมรูปํ วิย ขายติ.
‘‘ยมฺปิทํ, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ อิเธกจฺโจ นิมิตฺเตน อาทิสติ – ‘เอวมฺปิ เต มโน, อิตฺถมฺปิ เต มโน, อิติปิ เต จิตฺต’นฺติ, โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา. อิธ ปน, โภ โคตม, เอกจฺโจ น เหว โข นิมิตฺเตน อาทิสติ, อปิ จ โข มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวตานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ…เป… นปิ มนุสฺสานํ วา อมนุสฺสานํ วา เทวตานํ วา สทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ, อปิ จ โข วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ…เป… นปิ วิตกฺกยโต วิจารยโต วิตกฺกวิปฺผารสทฺทํ สุตฺวา อาทิสติ, อปิ จ โข อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ – ‘ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมฺหํ นาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตี’ติ, โส พหุํ เจปิ อาทิสติ ตเถว ตํ โหติ, โน อญฺญถา. อิทมฺปิ, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ โยว นํ กโรติ โสว นํ ปฏิสํเวเทติ, โยว นํ กโรติ ตสฺเสว ตํ โหติ. อิทมฺปิ เม, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ มายาสหธมฺมรูปํ วิย ขายติ.
‘‘ยญฺจ โข อิทํ, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ อิเธกจฺโจ เอวํ อนุสาสติ – ‘เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ; เอวํ มนสิ กโรถ, มา เอวํ มนสากตฺถ; อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’ติ. อิทเมว, โภ โคตม, ปาฏิหาริยํ ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปาฏิหาริยานํ อภิกฺกนฺตตรญฺจ ปณีตตรญฺจ.
‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตม, อพฺภุตํ, โภ โคตม! ยาวสุภาสิตมิทํ โภตา โคตเมน อิเมหิ จ มยํ ตีหิ ปาฏิหาริเยหิ สมนฺนาคตํ ภวนฺตํ โคตมํ ธาเรม. ภวญฺหิ โคตโม อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภติ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตติ, ภวญฺหิ โคตโม อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานาติ – ‘ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมุํ นาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตี’ติ. ภวญฺหิ โคตโม เอวมนุสาสติ – ‘เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ; เอวํ มนสิ กโรถ, มา เอวํ มนสากตฺถ; อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’’’ติ.
‘‘อทฺธา โข ตฺยาหํ, พฺราหฺมณ, อาสชฺช อุปนีย วาจา ภาสิตา; อปิ จ ตฺยาหํ พฺยากริสฺสามิ. อหญฺหิ, พฺราหฺมณ, อเนกวิหิตํ อิทฺธิวิธํ ปจฺจนุโภมิ…เป… ยาว พฺรหฺมโลกาปิ กาเยน วสํ วตฺเตมิ. อหญฺหิ, พฺราหฺมณ, อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธึ สมาปนฺนสฺส เจตสา เจโต ปริจฺจ ปชานามิ – ‘ยถา อิมสฺส โภโต มโนสงฺขารา ปณิหิตา, อิมสฺส จิตฺตสฺส อนนฺตรา อมุํ นาม วิตกฺกํ วิตกฺเกสฺสตี’ติ. อหญฺหิ, พฺราหฺมณ, เอวมนุสาสามิ – ‘เอวํ วิตกฺเกถ, มา เอวํ วิตกฺกยิตฺถ; เอวํ มนสิ กโรถ, มา เอวํ มนสากตฺถ; อิทํ ปชหถ, อิทํ อุปสมฺปชฺช วิหรถา’’’ติ.
‘‘อตฺถิ ปน, โภ โคตม, อญฺโญ เอกภิกฺขุปิ โย อิเมหิ ตีหิ ปาฏิหาริเยหิ สมนฺนาคโต, อญฺญตฺร โภตา โคตเมนา’’ติ? ‘‘น โข, พฺราหฺมณ, เอกํเยว สตํ น เทฺว สตานิ น ตีณิ สตานิ น จตฺตาริ สตานิ น ปญฺจ สตานิ, อถ โข ภิยฺโยว, เย [เต (ก.) ปสฺส ม. นิ. ๒.๑๙๕] ภิกฺขู อิเมหิ ตีหิ ปาฏิหาริเยหิ สมนฺนาคตา’’ติ. ‘‘กหํ ปน, โภ โคตม, เอตรหิ เต ภิกฺขู วิหรนฺตี’’ติ? ‘‘อิมสฺมึเยว โข, พฺราหฺมณ, ภิกฺขุสงฺเฆ’’ติ.
‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! เสยฺยถาปิ โภ โคตม, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ, เอวเมวํ โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. ทสมํ.
พฺราหฺมณวคฺโค ปฐโม.