(๗) ๒. มหาวคฺโค

๑. ติตฺถายตนาทิสุตฺตํ

๖๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ติตฺถายตนานิ ยานิ ปณฺฑิเตหิ สมนุยุญฺชิยมานานิ [สมนุคฺคาหิยมานานิ (สฺยา. กํ. ก.)] สมนุคาหิยมานานิ สมนุภาสิยมานานิ ปรมฺปิ คนฺตฺวา อกิริยาย สณฺฐหนฺติ. กตมานิ ตีณิ? สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตู’ติ. สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อิสฺสรนิมฺมานเหตู’ติ. สนฺติ, ภิกฺขเว, เอเก สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อเหตุอปฺปจฺจยา’’’ติ.

‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตู’ติ, ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ – ‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ ปุพฺเพกตเหตู’ติ? เต จ เม [เต เจ เม (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เอวํ ปุฏฺฐา ‘อามา’ติ [อาโมติ (สี.)] ปฏิชานนฺติ. ตฺยาหํ เอวํ วทามิ – ‘เตนหายสฺมนฺโต ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, อทินฺนาทายิโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, อพฺรหฺมจาริโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, มุสาวาทิโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, ปิสุณวาจา ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, ผรุสวาจา ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, สมฺผปฺปลาปิโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, อภิชฺฌาลุโน ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, พฺยาปนฺนจิตฺตา ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ, มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ภวิสฺสนฺติ ปุพฺเพกตเหตุ’’’.

‘‘ปุพฺเพกตํ โข ปน, ภิกฺขเว, สารโต ปจฺจาคจฺฉตํ น โหติ ฉนฺโท วา วายาโม วา อิทํ วา กรณียํ อิทํ วา อกรณียนฺติ. อิติ กรณียากรณีเย โข ปน สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเน มุฏฺฐสฺสตีนํ อนารกฺขานํ วิหรตํ น โหติ ปจฺจตฺตํ สหธมฺมิโก สมณวาโท. อยํ โข เม, ภิกฺขเว, เตสุ สมณพฺราหฺมเณสุ เอวํวาทีสุ เอวํทิฏฺฐีสุ ปฐโม สหธมฺมิโก นิคฺคโห โหติ.

‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อิสฺสรนิมฺมานเหตู’ติ, ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ – ‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํวาทิโน เอวทิฏฺฐิโน – ยํ กิญฺจายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อิสฺสรนิมฺมานเหตู’ติ? เต จ เม เอวํ ปุฏฺฐา ‘อามา’ติ ปฏิชานนฺติ. ตฺยาหํ เอวํ วทามิ – ‘เตนหายสฺมนฺโต ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, อทินฺนาทายิโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, อพฺรหฺมจาริโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, มุสาวาทิโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, ปิสุณวาจา ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, ผรุสวาจา ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, สมฺผปฺปลาปิโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, อภิชฺฌาลุโน ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, พฺยาปนฺนจิตฺตา ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ, มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ภวิสฺสนฺติ อิสฺสรนิมฺมานเหตุ’’’.

‘‘อิสฺสรนิมฺมานํ โข ปน, ภิกฺขเว, สารโต ปจฺจาคจฺฉตํ น โหติ ฉนฺโท วา วายาโม วา อิทํ วา กรณียํ อิทํ วา อกรณียนฺติ. อิติ กรณียากรณีเย โข ปน สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเน มุฏฺฐสฺสตีนํ อนารกฺขานํ วิหรตํ น โหติ ปจฺจตฺตํ สหธมฺมิโก สมณวาโท. อยํ โข เม, ภิกฺขเว, เตสุ สมณพฺราหฺมเณสุ เอวํวาทีสุ เอวํทิฏฺฐีสุ ทุติโย สหธมฺมิโก นิคฺคโห โหติ.

‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, เย เต สมณพฺราหฺมณา เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ‘ยํ กึ จายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อเหตุอปฺปจฺจยา’ติ, ตฺยาหํ อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทามิ – ‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห อายสฺมนฺโต เอวํวาทิโน เอวํทิฏฺฐิโน – ยํ กึ จายํ ปุริสปุคฺคโล ปฏิสํเวเทติ สุขํ วา ทุกฺขํ วา อทุกฺขมสุขํ วา สพฺพํ ตํ อเหตุอปฺปจฺจยา’ติ? เต จ เม เอวํ ปุฏฺฐา ‘อามา’ติ ปฏิชานนฺติ. ตฺยาหํ เอวํ วทามิ – ‘เตนหายสฺมนฺโต ปาณาติปาติโน ภวิสฺสนฺติ อเหตุอปฺปจฺจยา…เป… มิจฺฉาทิฏฺฐิกา ภวิสฺสนฺติ อเหตุอปฺปจฺจยา’’’.

‘‘อเหตุอปฺปจฺจยํ [อเหตุํ (สี.), อเหตุ (สฺยา. กํ.), อเหตุอปฺปจฺจยา (ปี.), อเหตุํ อปฺปจฺจยํ (ก.)] โข ปน, ภิกฺขเว, สารโต ปจฺจาคจฺฉตํ น โหติ ฉนฺโท วา วายาโม วา อิทํ วา กรณียํ อิทํ วา อกรณียนฺติ. อิติ กรณียากรณีเย โข ปน สจฺจโต เถตโต อนุปลพฺภิยมาเน มุฏฺฐสฺสตีนํ อนารกฺขานํ วิหรตํ น โหติ ปจฺจตฺตํ สหธมฺมิโก สมณวาโท. อยํ โข เม, ภิกฺขเว, เตสุ สมณพฺราหฺมเณสุ เอวํวาทีสุ เอวํทิฏฺฐีสุ ตติโย สหธมฺมิโก นิคฺคโห โหติ.

‘‘อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ติตฺถายตนานิ ยานิ ปณฺฑิเตหิ สมนุยุญฺชิยมานานิ สมนุคาหิยมานานิ สมนุภาสิยมานานิ ปรมฺปิ คนฺตฺวา อกิริยาย สณฺฐหนฺติ.

‘‘อยํ โข ปน, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. กตโม จ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ? อิมา ฉ ธาตุโยติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. อิมานิ ฉ ผสฺสายตนานีติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. อิเม อฏฺฐารส มโนปวิจาราติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ. อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานีติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหิ.

‘‘อิมา ฉ ธาตุโยติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? ฉยิมา, ภิกฺขเว, ธาตุโย – ปถวีธาตุ, อาโปธาตุ, เตโชธาตุ, วาโยธาตุ, อากาสธาตุ, วิญฺญาณธาตุ. อิมา ฉ ธาตุโยติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘อิมานิ ฉ ผสฺสายตนานีติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? ฉยิมานิ, ภิกฺขเว, ผสฺสายตนานิ – จกฺขุ ผสฺสายตนํ, โสตํ ผสฺสายตนํ, ฆานํ ผสฺสายตนํ, ชิวฺหา ผสฺสายตนํ, กาโย ผสฺสายตนํ, มโน ผสฺสายตนํ. อิมานิ ฉ ผสฺสายตนานีติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘อิเม อฏฺฐารส มโนปวิจาราติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา โสมนสฺสฏฺฐานิยํ รูปํ อุปวิจรติ โทมนสฺสฏฺฐานิยํ รูปํ อุปวิจรติ อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ รูปํ อุปวิจรติ, โสเตน สทฺทํ สุตฺวา… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย โสมนสฺสฏฺฐานิยํ ธมฺมํ อุปวิจรติ โทมนสฺสฏฺฐานิยํ ธมฺมํ อุปวิจรติ อุเปกฺขาฏฺฐานิยํ ธมฺมํ อุปวิจรติ. อิเม อฏฺฐารส มโนปวิจาราติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานีติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ โข ปเนตํ วุตฺตํ. กิญฺเจตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ? ฉนฺนํ, ภิกฺขเว, ธาตูนํ อุปาทาย คพฺภสฺสาวกฺกนฺติ โหติ; โอกฺกนฺติยา สติ นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา. เวทิยมานสฺส โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, อิทํ ทุกฺขนฺติ ปญฺญเปมิ, อยํ ทุกฺขสมุทโยติ ปญฺญเปมิ, อยํ ทุกฺขนิโรโธติ ปญฺญเปมิ, อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทาติ ปญฺญเปมิ.

‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจํ? ชาติปิ ทุกฺขา, ชราปิ ทุกฺขา, ( ) [(พฺยาธิปิ ทุกฺโข) (สี. ปี. ก.) อฏฺฐกถาย สํสนฺเทตพฺพํ วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๗] มรณมฺปิ ทุกฺขํ, โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสาปิ ทุกฺขา, (อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข, ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข,) [(นตฺถิ กตฺถจิ)] ยมฺปิจฺฉํ น ลภติ ตมฺปิ ทุกฺขํ. สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุกฺขํ อริยสจฺจํ.

‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุกฺขสมุทยํ [ทุกฺขสมุทโย (สฺยา. กํ.)] อริยสจฺจํ? อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณํ, วิญฺญาณปจฺจยา นามรูปํ, นามรูปปจฺจยา สฬายตนํ, สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา, ตณฺหาปจฺจยา อุปาทานํ, อุปาทานปจฺจยา ภโว, ภวปจฺจยา ชาติ, ชาติปจฺจยา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา สมฺภวนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส สมุทโย โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุกฺขสมุทยํ อริยสจฺจํ.

‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุกฺขนิโรธํ [ทุกฺขนิโรโธ (สฺยา. กํ.)] อริยสจฺจํ? อวิชฺชาย เตฺวว อเสสวิราคนิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ, วิญฺญาณนิโรธา นามรูปนิโรโธ, นามรูปนิโรธา สฬายตนนิโรโธ, สฬายตนนิโรธา ผสฺสนิโรโธ, ผสฺสนิโรธา เวทนานิโรโธ, เวทนานิโรธา ตณฺหานิโรโธ, ตณฺหานิโรธา อุปาทานนิโรโธ, อุปาทานนิโรธา ภวนิโรโธ, ภวนิโรธา ชาตินิโรโธ, ชาตินิโรธา ชรามรณํ โสกปริเทวทุกฺขโทมนสฺสุปายาสา นิรุชฺฌนฺติ. เอวเมตสฺส เกวลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหติ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุกฺขนิโรธํ อริยสจฺจํ.

‘‘กตมญฺจ, ภิกฺขเว, ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมาวาจา, สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาอาชีโว, สมฺมาวายาโม, สมฺมาสติ, สมฺมาสมาธิ. อิทํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา อริยสจฺจํ. ‘อิมานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานี’ติ, ภิกฺขเว, มยา ธมฺโม เทสิโต อนิคฺคหิโต อสํกิลิฏฺโฐ อนุปวชฺโช อปฺปฏิกุฏฺโฐ สมเณหิ พฺราหฺมเณหิ วิญฺญูหีติ. อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺต’’นฺติ. ปฐมํ.

๖๓. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ. กตมานิ ตีณิ? โหติ โส, ภิกฺขเว, สมโย ยํ มหาอคฺคิฑาโห วุฏฺฐาติ. มหาอคฺคิฑาเห โข ปน, ภิกฺขเว, วุฏฺฐิเต เตน คามาปิ ฑยฺหนฺติ นิคมาปิ ฑยฺหนฺติ นคราปิ ฑยฺหนฺติ. คาเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ ฑยฺหมาเนสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ นปฺปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ นปฺปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, โหติ โส สมโย ยํ มหาเมโฆ วุฏฺฐาติ. มหาเมเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, วุฏฺฐิเต มหาอุทกวาหโก สญฺชายติ. มหาอุทกวาหเก โข ปน, ภิกฺขเว, สญฺชายนฺเต เตน คามาปิ วุยฺหนฺติ นิคมาปิ วุยฺหนฺติ นคราปิ วุยฺหนฺติ. คาเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ วุยฺหมาเนสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ นปฺปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ นปฺปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, โหติ โส สมโย ยํ ภยํ โหติ อฏวิสงฺโกโป, จกฺกสมารุฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ. ภเย โข ปน, ภิกฺขเว, สติ อฏวิสงฺโกเป จกฺกสมารุเฬฺหสุ ชานปเทสุ ปริยายนฺเตสุ ตตฺถ มาตาปิ ปุตฺตํ นปฺปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ นปฺปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ตติยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ.

‘‘ตานิ โข ปนิมานิ [อิมานิ โข (สี.), อิมานิ โข ปน (ก.)], ภิกฺขเว, ตีณิ สมาตาปุตฺติกานิเยว ภยานิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ. กตมานิ ตีณิ? โหติ โส, ภิกฺขเว, สมโย ยํ มหาอคฺคิฑาโห วุฏฺฐาติ. มหาอคฺคิฑาเห โข ปน, ภิกฺขเว, วุฏฺฐิเต เตน คามาปิ ฑยฺหนฺติ นิคมาปิ ฑยฺหนฺติ นคราปิ ฑยฺหนฺติ. คาเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ ฑยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ ฑยฺหมาเนสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ สมาตาปุตฺติกํเยว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, โหติ โส สมโย ยํ มหาเมโฆ วุฏฺฐาติ. มหาเมเฆ โข ปน, ภิกฺขเว, วุฏฺฐิเต มหาอุทกวาหโก สญฺชายติ. มหาอุทกวาหเก โข ปน, ภิกฺขเว, สญฺชาเต เตน คามาปิ วุยฺหนฺติ นิคมาปิ วุยฺหนฺติ นคราปิ วุยฺหนฺติ. คาเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นิคเมสุปิ วุยฺหมาเนสุ นคเรสุปิ วุยฺหมาเนสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยํ สมาตาปุตฺติกํเยว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, โหติ โส สมโย ยํ ภยํ โหติ อฏวิสงฺโกโป, จกฺกสมารุฬฺหา ชานปทา ปริยายนฺติ. ภเย โข ปน, ภิกฺขเว, สติ อฏวิสงฺโกเป จกฺกสมารุเฬฺหสุ ชานปเทสุ ปริยายนฺเตสุ โหติ โส สมโย ยํ กทาจิ กรหจิ มาตาปิ ปุตฺตํ ปฏิลภติ, ปุตฺโตปิ มาตรํ ปฏิลภติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ตติยํ สมาตาปุตฺติกํเยว ภยํ อมาตาปุตฺติกํ ภยนฺติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ. ‘‘อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ สมาตาปุตฺติกานิเยว ภยานิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานีติ อสฺสุตวา ปุถุชฺชโน ภาสติ’’.

‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, อมาตาปุตฺติกานิ ภยานิ. กตมานิ ตีณิ? ชราภยํ, พฺยาธิภยํ, มรณภยนฺติ. น, ภิกฺขเว, มาตา ปุตฺตํ ชีรมานํ เอวํ ลภติ – ‘อหํ ชีรามิ, มา เม ปุตฺโต ชีรี’ติ; ปุตฺโต วา ปน มาตรํ ชีรมานํ น เอวํ ลภติ – ‘อหํ ชีรามิ, มา เม มาตา ชีรี’’’ติ.

‘‘น, ภิกฺขเว, มาตา ปุตฺตํ พฺยาธิยมานํ เอวํ ลภติ – ‘อหํ พฺยาธิยามิ, มา เม ปุตฺโต พฺยาธิยี’ติ; ปุตฺโต วา ปน มาตรํ พฺยาธิยมานํ น เอวํ ลภติ – ‘อหํ พฺยาธิยามิ, มา เม มาตา พฺยาธิยี’’’ติ.

‘‘น, ภิกฺขเว, มาตา ปุตฺตํ มียมานํ เอวํ ลภติ – ‘อหํ มียามิ, มา เม ปุตฺโต มียี’ติ; ปุตฺโต วา ปน มาตรํ มียมานํ น เอวํ ลภติ – ‘อหํ มียามิ, มา เม มาตา มียี’ติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ อมาตาปุตฺติกานิ ภยานี’’ติ.

‘‘อตฺถิ, ภิกฺขเว, มคฺโค อตฺถิ ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตติ. กตโม จ, ภิกฺขเว, มคฺโค กตมา จ ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตติ? อยเมว อริโย อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, เสยฺยถิทํ – สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมาสงฺกโป, สมฺมาวาจา, สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมาอาชีโว, สมฺมาวายาโม, สมฺมาสติ, สมฺมาสมาธิ. อยํ โข, ภิกฺขเว, มคฺโค อยํ ปฏิปทา อิเมสญฺจ ติณฺณํ สมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ อิเมสญฺจ ติณฺณํ อมาตาปุตฺติกานํ ภยานํ ปหานาย สมติกฺกมาย สํวตฺตตี’’ติ. ทุติยํ.

๓. เวนาคปุรสุตฺตํ

๖๔. เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน เวนาคปุรํ นาม โกสลานํ พฺราหฺมณคาโม ตทวสริ. อสฺโสสุํ โข เวนาคปุริกา พฺราหฺมณคหปติกา – ‘‘สมโณ ขลุ, โภ, โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต เวนาคปุรํ อนุปฺปตฺโต. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควา’ติ [ภควา (สี. สฺยา กํ. ปี.) อิทํ สุตฺตวณฺณนาย อฏฺฐกถาย สํสนฺเทตพฺพํ ปารา. ๑; ที. นิ. ๑.๒๕๕ ปสฺสิตพฺพํ]. โส อิมํ โลกํ สเทวกํ สมารกํ สพฺรหฺมกํ สสฺสมณพฺราหฺมณึ ปชํ สเทวมนุสฺสํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทติ. โส ธมฺมํ เทเสติ อาทิกลฺยาณํ มชฺเฌกลฺยาณํ ปริโยสานกลฺยาณํ สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ, เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ ปกาเสติ. สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’ติ.

อถ โข เวนาคปุริกา พฺราหฺมณคหปติกา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อปฺเปกจฺเจ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ, สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ นามโคตฺตํ สาเวตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ ตุณฺหีภูตา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เวนาคปุริโก วจฺฉโคตฺโต พฺราหฺมโณ ภควนฺตํ เอตทโวจ –

‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตม, อพฺภุตํ, โภ โคตม! ยาวญฺจิทํ โภโต โคตมสฺส วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ, ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต. เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, สารทํ พทรปณฺฑุํ [มณฺฑํ (ก.)] ปริสุทฺธํ โหติ ปริโยทาตํ; เอวเมวํ โภโต โคตมสฺส วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต. เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, ตาลปกฺกํ สมฺปติ พนฺธนา ปมุตฺตํ [มุตฺตํ (สี. ปี. ก.)] ปริสุทฺธํ โหติ ปริโยทาตํ; เอวเมวํ โภโต โคตมสฺส วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต. เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, เนกฺขํ [นิกฺขํ-อิติปิ (ม. นิ. ๓.๑๖๘)] ชมฺโพนทํ ทกฺขกมฺมารปุตฺตสุปริกมฺมกตํ อุกฺกามุเข สุกุสลสมฺปหฏฺฐํ ปณฺฑุกมฺพเล นิกฺขิตฺตํ ภาสเต จ ตปเต จ วิโรจติ จ; เอวเมวํ โภโต โคตมสฺส วิปฺปสนฺนานิ อินฺทฺริยานิ ปริสุทฺโธ ฉวิวณฺโณ ปริโยทาโต. ยานิ ตานิ, โภ โคตม, อุจฺจาสยนมหาสยนานิ, เสยฺยถิทํ – อาสนฺทิ ปลฺลงฺโก โคนโก จิตฺตโก ปฏิกา ปฏลิกา ตูลิกา วิกติกา อุทฺทโลมี เอกนฺตโลมี กฏฺฏิสฺสํ โกเสยฺยํ กุตฺตกํ หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรํ รถตฺถรํ อชินปฺปเวณี กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ [กาทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ (สี.)] สอุตฺตรจฺฉทํ อุภโตโลหิตกูปธานํ, เอวรูปานํ นูน ภวํ โคตโม อุจฺจาสยนมหาสยนานํ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ.

‘‘ยานิ โข ปน ตานิ, พฺราหฺมณ, อุจฺจาสยนมหาสยนานิ, เสยฺยถิทํ – อาสนฺทิ ปลฺลงฺโก โคนโก จิตฺตโก ปฏิกา ปฏลิกา ตูลิกา วิกติกา อุทฺทโลมี เอกนฺตโลมี กฏฺฏิสฺสํ โกเสยฺยํ กุตฺตกํ หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรํ รถตฺถรํ อชินปฺปเวณี กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ สอุตฺตรจฺฉทํ อุภโตโลหิตกูปธานํ. ทุลฺลภานิ ตานิ ปพฺพชิตานํ ลทฺธา จ ปน [ลทฺธานิ จ (สี. สฺยา. กํ.), ลทฺธา จ (ปี.)] น กปฺปนฺติ.

‘‘ตีณิ โข, อิมานิ, พฺราหฺมณ, อุจฺจาสยนมหาสยนานิ, เยสาหํ เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี. กตมานิ ตีณิ? ทิพฺพํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, พฺรหฺมํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, อริยํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ. อิมานิ โข, พฺราหฺมณ, ตีณิ อุจฺจาสยนมหาสยนานิ, เยสาหํ เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ.

‘‘กตมํ ปน ตํ, โภ โคตม, ทิพฺพํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺส ภวํ โคตโม เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ? ‘‘อิธาหํ, พฺราหฺมณ, ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรามิ, โส ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ตเมว คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสามิ. โส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วนนฺตญฺเญว ปวิสามิ [ปจารยามิ (สี. สฺยา. กํ.)]. โส ยเทว ตตฺถ โหนฺติ ติณานิ วา ปณฺณานิ วา ตานิ เอกชฺฌํ สงฺฆริตฺวา นิสีทามิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. โส วิวิจฺเจว กาเมหิ วิวิจฺจ อกุสเลหิ ธมฺเมหิ สวิตกฺกํ สวิจารํ วิเวกชํ ปีติสุขํ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ; วิตกฺกวิจารานํ วูปสมา อชฺฌตฺตํ สมฺปสาทนํ เจตโส เอโกทิภาวํ อวิตกฺกํ อวิจารํ สมาธิชํ ปีติสุขํ ทุติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ; ปีติยา จ วิราคา อุเปกฺขโก จ วิหรามิ สโต จ สมฺปชาโน สุขญฺจ กาเยน ปฏิสํเวเทมิ, ยํ ตํ อริยา อาจิกฺขนฺติ – ‘อุเปกฺขโก สติมา สุขวิหารี’ติ ตติยํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ; สุขสฺส จ ปหานา ทุกฺขสฺส จ ปหานา ปุพฺเพว โสมนสฺสโทมนสฺสานํ อตฺถงฺคมา อทุกฺขมสุขํ อุเปกฺขาสติปาริสุทฺธึ จตุตฺถํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรามิ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต จงฺกมามิ, ทิพฺโพ เม เอโส ตสฺมึ สมเย จงฺกโม โหติ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต ติฏฺฐามิ, ทิพฺพํ เม เอตํ ตสฺมึ สมเย ฐานํ โหติ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต นิสีทามิ, ทิพฺพํ เม เอตํ ตสฺมึ สมเย อาสนํ โหติ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต เสยฺยํ กปฺเปมิ, ทิพฺพํ เม เอตํ ตสฺมึ สมเย อุจฺจาสยนมหาสยนํ โหติ. อิทํ โข, พฺราหฺมณ, ทิพฺพํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺสาหํ เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตม, อพฺภุตํ, โภ โคตม! โก จญฺโญ เอวรูปสฺส ทิพฺพสฺส อุจฺจาสยนมหาสยนสฺส นิกามลาภี ภวิสฺสติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, อญฺญตฺร โภตา โคตเมน!

‘‘กตมํ ปน ตํ, โภ โคตม, พฺรหฺมํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺส ภวํ โคตโม เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ? ‘‘อิธาหํ, พฺราหฺมณ, ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรามิ, โส ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ตเมว คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสามิ. โส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วนนฺตญฺเญว ปวิสามิ. โส ยเทว ตตฺถ โหนฺติ ติณานิ วา ปณฺณานิ วา ตานิ เอกชฺฌํ สงฺฆริตฺวา นิสีทามิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. โส เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรามิ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ, อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน [อพฺยาปชฺเฌน (สพฺพตฺถ)] ผริตฺวา วิหรามิ. กรุณาสหคเตน เจตสา…เป… มุทิตาสหคเตน เจตสา…เป… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรามิ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ [จตุตฺถึ (สี.)], อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรามิ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต จงฺกมามิ, พฺรหฺมา เม เอโส ตสฺมึ สมเย จงฺกโม โหติ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต ติฏฺฐามิ…เป… นิสีทามิ…เป… เสยฺยํ กปฺเปมิ, พฺรหฺมํ เม เอตํ ตสฺมึ สมเย อุจฺจาสยนมหาสยนํ โหติ. อิทํ โข, พฺราหฺมณ, พฺรหฺมํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺสาหํ เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตม, อพฺภุตํ, โภ โคตม! โก จญฺโญ เอวรูปสฺส พฺรหฺมสฺส อุจฺจาสยนมหาสยนสฺส นิกามลาภี ภวิสฺสติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, อญฺญตฺร โภตา โคตเมน!

‘‘กตมํ ปน ตํ, โภ โคตม, อริยํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺส ภวํ โคตโม เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ? ‘‘อิธาหํ, พฺราหฺมณ, ยํ คามํ วา นิคมํ วา อุปนิสฺสาย วิหรามิ, โส ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ตเมว คามํ วา นิคมํ วา ปิณฺฑาย ปวิสามิ. โส ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺโต วนนฺตญฺเญว ปวิสามิ. โส ยเทว ตตฺถ โหนฺติ ติณานิ วา ปณฺณานิ วา ตานิ เอกชฺฌํ สงฺฆริตฺวา นิสีทามิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. โส เอวํ ชานามิ – ‘ราโค เม ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวํกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม; โทโส เม ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม; โมโห เม ปหีโน อุจฺฉินฺนมูโล ตาลาวตฺถุกโต อนภาวงฺกโต อายตึ อนุปฺปาทธมฺโม’. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต จงฺกมามิ, อริโย เม เอโส ตสฺมึ สมเย จงฺกโม โหติ. โส เจ อหํ, พฺราหฺมณ, เอวํภูโต ติฏฺฐามิ…เป… นิสีทามิ…เป… เสยฺยํ กปฺเปมิ, อริยํ เม เอตํ ตสฺมึ สมเย อุจฺจาสยนมหาสยนํ โหติ. อิทํ โข, พฺราหฺมณ, อริยํ อุจฺจาสยนมหาสยนํ, ยสฺสาหํ เอตรหิ นิกามลาภี อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี’’ติ.

‘‘อจฺฉริยํ, โภ โคตม, อพฺภุตํ, โภ โคตม! โก จญฺโญ เอวรูปสฺส อริยสฺส อุจฺจาสยนมหาสยนสฺส นิกามลามี ภวิสฺสติ อกิจฺฉลาภี อกสิรลาภี, อญฺญตฺร โภตา โคตเมน!

‘‘อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม, อภิกฺกนฺตํ, โภ โคตม! เสยฺยถาปิ, โภ โคตม, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – ‘จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตี’ติ; เอวเมวํ โข โภตา โคตเมน อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอเต มยํ ภวนฺตํ โคตมํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสเก โน ภวํ โคตโม ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต สรณํ คเต’’ติ. ตติยํ.

๔. สรภสุตฺตํ

๖๕. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา ราชคเห วิหรติ คิชฺฌกูเฏ ปพฺพเต. เตน โข ปน สมเยน สรโภ นาม ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต โหติ อิมสฺมา ธมฺมวินยา. โส ราชคเห ปริสติ [ปริสตึ (สี. ปี.)] เอวํ วาจํ ภาสติ – ‘‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม. อญฺญาย จ ปนาหํ สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺมํ เอวาหํ ตสฺมา ธมฺมวินยา อปกฺกนฺโต’’ติ. อถ โข สมฺพหุลา ภิกฺขู ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปวิสึสุ. อสฺโสสุํ โข เต ภิกฺขู สรภสฺส ปริพฺพาชกสฺส ราชคเห ปริสติ เอวํ วาจํ ภาสมานสฺส – ‘‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม. อญฺญาย จ ปนาหํ สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺมํ เอวาหํ ตสฺมา ธมฺมวินยา อปกฺกนฺโต’’ติ.

อถ โข เต ภิกฺขู ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฏิกฺกนฺตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘สรโภ นาม, ภนฺเต, ปริพฺพาชโก อจิรปกฺกนฺโต อิมสฺมา ธมฺมวินยา. โส ราชคเห ปริสติ เอวํ วาจํ ภาสติ – ‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม. อญฺญาย จ ปนาหํ สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺมํ เอวาหํ ตสฺมา ธมฺมวินยา อปกฺกนฺโต’ติ. สาธุ ภนฺเต, ภควา เยน สิปฺปินิกาตีรํ [สปฺปินิกาตีรํ (สี. ปี.), สปฺปินิยา ตีรํ (สฺยา. กํ.)] ปริพฺพาชการาโม เยน สรโภ ปริพฺพาชโก เตนุปสงฺกมตุ อนุกมฺปํ อุปาทายา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.

อถ โข ภควา สายนฺหสมยํ ปฏิสลฺลานา วุฏฺฐิโต เยน สิปฺปินิกาตีรํ ปริพฺพาชการาโม เยน สรโภ ปริพฺพาชโก เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, สรภ, เอวํ วเทสิ – ‘อญฺญาโต มยา สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม. อญฺญาย จ ปนาหํ สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺมํ เอวาหํ ตสฺมา ธมฺมวินยา อปกฺกนฺโต’’’ติ? เอวํ วุตฺเต สรโภ ปริพฺพาชโก ตุณฺหี อโหสิ.

ทุติยมฺปิ โข, ภควา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – ‘‘วเทหิ, สรภ, กินฺติ เต อญฺญาโต สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม? สเจ เต อปริปูรํ ภวิสฺสติ, อหํ ปริปูเรสฺสามิ. สเจ ปน เต ปริปูรํ ภวิสฺสติ, อหํ อนุโมทิสฺสามี’’ติ. ทุติยมฺปิ โข สรโภ ปริพฺพาชโก ตุณฺหี อโหสิ.

ตติยมฺปิ โข ภควา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจ – (‘‘โย [มยา (สฺยา. กํ. ปี.)] โข สรภ ปญฺญายติ สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม) [( ) สี. โปตฺถเก นตฺถิ] ‘‘วเทหิ, สรภ, กินฺติ เต อญฺญาโต สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม? สเจ เต อปริปูรํ ภวิสฺสติ, อหํ ปริปูเรสฺสามิ. สเจ ปน เต ปริปูรํ ภวิสฺสติ, อหํ อนุโมทิสฺสามี’’ติ. ตติยมฺปิ โข สรโภ ปริพฺพาชโก ตุณฺหี อโหสิ.

อถ โข เต ปริพฺพาชกา สรภํ ปริพฺพาชกํ เอตทโวจุํ – ‘‘ยเทว โข ตฺวํ, อาวุโส สรภ, สมณํ โคตมํ ยาเจยฺยาสิ ตเทว เต สมโณ โคตโม ปวาเรติ. วเทหาวุโส สรภ, กินฺติ เต อญฺญาโต สมณานํ สกฺยปุตฺติกานํ ธมฺโม? สเจ เต อปริปูรํ ภวิสฺสติ, สมโณ โคตโม ปริปูเรสฺสติ. สเจ ปน เต ปริปูรํ ภวิสฺสติ, สมโณ โคตโม อนุโมทิสฺสตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต สรโภ ปริพฺพาชโก ตุณฺหีภูโต มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสีทิ.

อถ โข ภควา สรภํ ปริพฺพาชกํ ตุณฺหีภูตํ มงฺกุภูตํ ปตฺตกฺขนฺธํ อโธมุขํ ปชฺฌายนฺตํ อปฺปฏิภานํ วิทิตฺวา เต ปริพฺพาชเก เอตทโวจ –

‘‘โย โข มํ, ปริพฺพาชกา [ปริพฺพาชโก (ปี. ก.)], เอวํ วเทยฺย – ‘สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส เต ปฏิชานโต อิเม ธมฺมา อนภิสมฺพุทฺธา’ติ, ตมหํ ตตฺถ สาธุกํ สมนุยุญฺเชยฺยํ สมนุคาเหยฺยํ สมนุภาเสยฺยํ. โส วต มยา สาธุกํ สมนุยุญฺชิยมาโน สมนุคาหิยมาโน สมนุภาสิยมาโน อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส ติณฺณํ ฐานานํ นาญฺญตรํ [อญฺญตรํ (ก.)] ฐานํ นิคจฺเฉยฺย, อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจริสฺสติ, พหิทฺธา กถํ อปนาเมสฺสติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกริสฺสติ, ตุณฺหีภูโต มงฺกุภูโต [ตุณฺหีภูโต วา มงฺกุภูโต (สี. สฺยา. กํ.), ตุณฺหีภูโต วา มงฺกุภูโต วา (ปี.)] ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสีทิสฺสติ, เสยฺยถาปิ สรโภ ปริพฺพาชโก.

‘‘โย โข มํ, ปริพฺพาชกา, เอวํ วเทยฺย – ‘ขีณาสวสฺส เต ปฏิชานโต อิเม อาสวา อปริกฺขีณา’ติ, ตมหํ ตตฺถ สาธุกํ สมนุยุญฺเชยฺยํ สมนุคาเหยฺยํ สมนุภาเสยฺยํ. โส วต มยา สาธุกํ สมนุยุญฺชิยมาโน สมนุคาหิยมาโน สมนุภาสิยมาโน อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส ติณฺณํ ฐานานํ นาญฺญตรํ ฐานํ นิคจฺเฉยฺย, อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจริสฺสติ, พหิทฺธา กถํ อปนาเมสฺสติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกริสฺสติ, ตุณฺหีภูโต มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสีทิสฺสติ, เสยฺยถาปิ สรโภ ปริพฺพาชโก.

‘‘โย โข มํ, ปริพฺพาชกา, เอวํ วเทยฺย – ‘ยสฺส โข ปน เต อตฺถาย ธมฺโม เทสิโต, โส น นิยฺยาติ ตกฺกรสฺส สมฺมา ทุกฺขกฺขยายา’ติ, ตมหํ ตตฺถ สาธุกํ สมนุยุญฺเชยฺยํ สมนุคาเหยฺยํ สมนุภาเสยฺยํ. โส วต มยา สาธุกํ สมนุยุญฺชิยมาโน สมนุคาหิยมาโน สมนุภาสิยมาโน อฏฺฐานเมตํ อนวกาโส ยํ โส ติณฺณํ ฐานานํ นาญฺญตรํ ฐานํ นิคจฺเฉยฺย, อญฺเญน วา อญฺญํ ปฏิจริสฺสติ, พหิทฺธา กถํ อปนาเมสฺสติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกริสฺสติ, ตุณฺหีภูโต มงฺกุภูโต ปตฺตกฺขนฺโธ อโธมุโข ปชฺฌายนฺโต อปฺปฏิภาโน นิสีทิสฺสติ, เสยฺยถาปิ สรโภ ปริพฺพาชโก’’ติ. อถ โข ภควา สิปฺปินิกาตีเร ปริพฺพาชการาเม ติกฺขตฺตุํ สีหนาทํ นทิตฺวา เวหาสํ ปกฺกามิ.

อถ โข เต ปริพฺพาชกา อจิรปกฺกนฺตสฺส ภควโต สรภํ ปริพฺพาชกํ สมนฺตโต วาจายสนฺนิโตทเกน [วาจาสตฺติโตทเกน (สี.)] สญฺชมฺภริมกํสุ [สญฺจุมฺภริมกํสุ (ปี., ที. นิ. ๑.๔๒๑) สํ. นิ. ๒.๒๔๓ อุปริปาโฐ วิย] – ‘‘เสยฺยถาปิ, อาวุโส สรภ, พฺรหารญฺเญ ชรสิงฺคาโล ‘สีหนาทํ นทิสฺสามี’ติ สิงฺคาลกํเยว [เสคาลกํเยว (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นทติ, เภรณฺฑกํเยว นทติ [เภทณฺฑกํ (ก.)]; เอวเมวํ โข ตฺวํ, อาวุโส สรภ, อญฺญเตฺรว สมเณน โคตเมน ‘สีหนาทํ นทิสฺสามี’ติ สิงฺคาลกํเยว นทสิ เภรณฺฑกํเยว นทสิ. เสยฺยถาปิ, อาวุโส สรภ, อมฺพุกสญฺจรี [อมฺพกมทฺทรี (สี.)] ‘ปุริสกรวิตํ [ผุสฺสกรวิตํ (สี.), ปุสฺสกรวิตํ (สฺยา. กํ. ปี.)] รวิสฺสามี’ติ อมฺพุกสญฺจริรวิตํเยว รวติ; เอวเมวํ โข ตฺวํ, อาวุโส สรภ, อญฺญเตฺรว สมเณน โคตเมน ‘ปุริสกรวิตํ รวิสฺสามี’ติ, อมฺพุกสญฺจริรวิตํเยว รวสิ. เสยฺยถาปิ, อาวุโส สรภ, อุสโภ สุญฺญาย โคสาลาย คมฺภีรํ นทิตพฺพํ มญฺญติ; เอวเมวํ โข ตฺวํ, อาวุโส สรภ, อญฺญเตฺรว สมเณน โคตเมน คมฺภีรํ นทิตพฺพํ มญฺญสี’’ติ. อถ โข เต ปริพฺพาชกา สรภํ ปริพฺพาชกํ สมนฺตโต วาจายสนฺนิโตทเกน สญฺชมฺภริมกํสูติ. จตุตฺถํ.

๕. เกสมุตฺติสุตฺตํ

๖๖. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา โกสเลสุ จาริกํ จรมาโน มหตา ภิกฺขุสงฺเฆน สทฺธึ เยน เกสมุตฺตํ [เกสปุตฺตํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นาม กาลามานํ นิคโม ตทวสริ. อสฺโสสุํ โข เกสมุตฺติยา กาลามา – ‘‘สมโณ ขลุ, โภ, โคตโม สกฺยปุตฺโต สกฺยกุลา ปพฺพชิโต เกสมุตฺตํ อนุปฺปตฺโต. ตํ โข ปน ภวนฺตํ โคตมํ เอวํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคโต – ‘อิติปิ โส ภควา…เป… สาธุ โข ปน ตถารูปานํ อรหตํ ทสฺสนํ โหตี’’’ติ.

อถ โข เกสมุตฺติยา กาลามา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อปฺเปกจฺเจ ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ ภควตา สทฺธึ สมฺโมทึสุ, สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ นามโคตฺตํ สาเวตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ, อปฺเปกจฺเจ ตุณฺหีภูตา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนา โข เต เกสมุตฺติยา กาลามา ภควนฺตํ เอตทโวจุํ –

‘‘สนฺติ, ภนฺเต, เอเก สมณพฺราหฺมณา เกสมุตฺตํ อาคจฺฉนฺติ. เต สกํเยว วาทํ ทีเปนฺติ โชเตนฺติ, ปรปฺปวาทํ ปน ขุํเสนฺติ วมฺเภนฺติ ปริภวนฺติ โอมกฺขึ [โอปปกฺขึ (สี. สฺยา. กํ. ปี.), โอมกฺขิกํ (ก.)] กโรนฺติ. อปเรปิ, ภนฺเต, เอเก สมณพฺราหฺมณา เกสมุตฺตํ อาคจฺฉนฺติ. เตปิ สกํเยว วาทํ ทีเปนฺติ โชเตนฺติ, ปรปฺปวาทํ ปน ขุํเสนฺติ วมฺเภนฺติ ปริภวนฺติ โอมกฺขึ กโรนฺติ. เตสํ โน, ภนฺเต, อมฺหากํ โหเตว กงฺขา โหติ วิจิกิจฺฉา – ‘โก สุ นาม อิเมสํ ภวตํ สมณพฺราหฺมณานํ สจฺจํ อาห, โก มุสา’’’ติ? ‘‘อลญฺหิ โว, กาลามา, กงฺขิตุํ อลํ วิจิกิจฺฉิตุํ. กงฺขนีเยว ปน [กงฺขนีเยว จ ปน (สํยุตฺตนิกาเย)] โว ฐาเน วิจิกิจฺฉา อุปฺปนฺนา’’.

‘‘เอถ ตุเมฺห, กาลามา, มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, กาลามา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – ‘อิเม ธมฺมา อกุสลา, อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุครหิตา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา [สมาทิณฺณา (ก.)] อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตี’’’ติ, อถ ตุเมฺห, กาลามา, ปชเหยฺยาถ.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, โลโภ ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ หิตาย วา อหิตาย วา’’ติ?

‘‘อหิตาย, ภนฺเต’’.

‘‘ลุทฺโธ ปนายํ, กาลามา, ปุริสปุคฺคโล โลเภน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย [ตทตฺถาย (ก.)] สมาทเปติ, ยํ ส [ยํ ตสฺส (ก.) อนนฺตรสุตฺเต ปน ‘‘ยํ’ ส’’ อิเตฺวว สพฺพตฺถปิ ทิสฺสติ] โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, โทโส ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ หิตาย วา อหิตาย วา’’ติ?

‘‘อหิตาย, ภนฺเต’’.

‘‘ทุฏฺโฐ ปนายํ, กาลามา, ปุริสปุคฺคโล โทเสน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนติ [หนฺติ (สี. ปี.)], อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, โมโห ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ หิตาย วา อหิตาย วา’’ติ?

‘‘อหิตาย, ภนฺเต’’.

‘‘มูโฬฺห ปนายํ, กาลามา, ปุริสปุคฺคโล โมเหน อภิภูโต ปริยาทินฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วา’’ติ?

‘‘อกุสลา, ภนฺเต’’.

‘‘สาวชฺชา วา อนวชฺชา วา’’ติ?

‘‘สาวชฺชา, ภนฺเต’’.

‘‘วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วา’’ติ?

‘‘วิญฺญุครหิตา, ภนฺเต’’.

‘‘สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, โน วา? กถํ วา [กถํ วา โว (?)] เอตฺถ โหตี’’ติ?

‘‘สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตีติ. เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ.

‘‘อิติ โข, กาลามา, ยํ ตํ อโวจุมฺหา [อโวจุมฺห (สี. สฺยา. กํ. ปี.) อ. นิ. ๔.๑๙๓] – ‘เอถ ตุเมฺห, กาลามา! มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห กาลามา อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – ‘อิเม ธมฺมา อกุสลา, อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุครหิตา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตีติ, อถ ตุเมฺห, กาลามา, ปชเหยฺยาถา’ติ, อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ, อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘เอถ ตุเมฺห, กาลามา, มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, กาลามา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – ‘อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม ธมฺมา อนวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุปฺปสตฺถา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’ติ, อถ ตุเมฺห, กาลามา, อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยาถ.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อโลโภ ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ หิตาย วา อหิตาย วา’’ติ?

‘‘หิตาย, ภนฺเต’’.

‘‘อลุทฺโธ ปนายํ, กาลามา, ปุริสปุคฺคโล โลเภน อนภิภูโต อปริยาทินฺนจิตฺโต เนว ปาณํ หนติ, น อทินฺนํ อาทิยติ, น ปรทารํ คจฺฉติ, น มุสา ภณติ, น ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อโทโส ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ…เป… อโมโห ปุริสสฺส อชฺฌตฺตํ อุปฺปชฺชมาโน อุปฺปชฺชติ…เป… หิตาย สุขายา’’ติ.

‘‘เอวํ ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, กาลามา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วา’’ติ?

‘‘กุสลา, ภนฺเต’’.

‘‘สาวชฺชา วา อนวชฺชา วา’’ติ?

‘‘อนวชฺชา, ภนฺเต’’.

‘‘วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วา’’ติ?

‘‘วิญฺญุปฺปสตฺถา, ภนฺเต’’.

‘‘สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ โน วา? กถํ วา เอตฺถ โหตี’’ติ?

‘‘สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺติ. เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ.

‘‘อิติ โข, กาลามา, ยํ ตํ อโวจุมฺหา – ‘เอถ ตุเมฺห, กาลามา! มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, กาลามา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม ธมฺมา อนวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุปฺปสตฺถา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตีติ, อถ ตุเมฺห, กาลามา, อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยาถา’ติ, อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘ส โข โส [โย โข (ก.)], กาลามา, อริยสาวโก เอวํ วิคตาภิชฺโฌ วิคตพฺยาปาโท อสมฺมูโฬฺห สมฺปชาโน ปติสฺสโต [สโต (ก.)] เมตฺตาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ, อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ เมตฺตาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ. กรุณาสหคเตน เจตสา…เป… มุทิตาสหคเตน เจตสา…เป… อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา เอกํ ทิสํ ผริตฺวา วิหรติ, ตถา ทุติยํ, ตถา ตติยํ, ตถา จตุตฺถํ, อิติ อุทฺธมโธ ติริยํ สพฺพธิ สพฺพตฺตตาย สพฺพาวนฺตํ โลกํ อุเปกฺขาสหคเตน เจตสา วิปุเลน มหคฺคเตน อปฺปมาเณน อเวเรน อพฺยาปชฺเฌน ผริตฺวา วิหรติ.

‘‘ส [สเจ (ก.)] โข โส, กาลามา, อริยสาวโก เอวํ อเวรจิตฺโต เอวํ อพฺยาปชฺฌจิตฺโต เอวํ อสํกิลิฏฺฐจิตฺโต เอวํ วิสุทฺธจิตฺโต. ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม จตฺตาโร อสฺสาสา อธิคตา โหนฺติ. ‘สเจ โข ปน อตฺถิ ปโร โลโก, อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ [สุกฏทุกฺกฏานํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อถาหํ [ฐานมหํ (สี. ปี.), ฐานเมตํ เยนาหํ (สฺยา. กํ.)] กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสามี’ติ, อยมสฺส ปฐโม อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘‘สเจ โข ปน นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อถาหํ [อิธาหํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ทิฏฺเฐว ธมฺเม อเวรํ อพฺยาปชฺฌํ อนีฆํ สุขึ [สุขํ (สี.), สุขี (สฺยา. กํ.)] อตฺตานํ ปริหรามี’ติ, อยมสฺส ทุติโย อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘‘สเจ โข ปน กโรโต กรียติ ปาปํ, น โข ปนาหํ กสฺสจิ ปาปํ เจเตมิ. อกโรนฺตํ โข ปน มํ ปาปกมฺมํ กุโต ทุกฺขํ ผุสิสฺสตี’ติ, อยมสฺส ตติโย อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘‘สเจ โข ปน กโรโต น กรียติ ปาปํ, อถาหํ อุภเยเนว วิสุทฺธํ อตฺตานํ สมนุปสฺสามี’ติ, อยมสฺส จตุตฺโถ อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘ส โข โส, กาลามา, อริยสาวโก เอวํ อเวรจิตฺโต เอวํ อพฺยาปชฺฌจิตฺโต เอวํ อสํกิลิฏฺฐจิตฺโต เอวํ วิสุทฺธจิตฺโต. ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม จตฺตาโร อสฺสาสา อธิคตา โหนฺตี’’ติ.

‘‘เอวเมตํ, ภควา, เอวเมตํ, สุคต! ส โข โส, ภนฺเต, อริยสาวโก เอวํ อเวรจิตฺโต เอวํ อพฺยาปชฺฌจิตฺโต เอวํ อสํกิลิฏฺฐจิตฺโต เอวํ วิสุทฺธจิตฺโต. ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม จตฺตาโร อสฺสาสา อธิคตา โหนฺติ. ‘สเจ โข ปน อตฺถิ ปโร โลโก, อตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อถาหํ กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชิสฺสามี’ติ, อยมสฺส ปฐโม อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘‘สเจ โข ปน นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, อถาหํ ทิฏฺเฐว ธมฺเม อเวรํ อพฺยาปชฺฌํ อนีฆํ สุขึ อตฺตานํ ปริหรามี’ติ, อยมสฺส ทุติโย อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘สเจ โข ปน กโรโต กรียติ ปาปํ, น โข ปนาหํ – กสฺสจิ ปาปํ เจเตมิ, อกโรนฺตํ โข ปน มํ ปาปกมฺมํ กุโต ทุกฺขํ ผุสิสฺสตี’ติ, อยมสฺส ตติโย อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘‘สเจ โข ปน กโรโต น กรียติ ปาปํ, อถาหํ อุภเยเนว วิสุทฺธํ อตฺตานํ สมนุปสฺสามี’ติ, อยมสฺส จตุตฺโถ อสฺสาโส อธิคโต โหติ.

‘‘ส โข โส, ภนฺเต, อริยสาวโก เอวํ อเวรจิตฺโต เอวํ อพฺยาปชฺฌจิตฺโต เอวํ อสํกิลิฏฺฐจิตฺโต เอวํ วิสุทฺธจิตฺโต. ตสฺส ทิฏฺเฐว ธมฺเม อิเม จตฺตาโร อสฺสาสา อธิคตา โหนฺติ.

‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… เอเต มยํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉาม ธมฺมญฺจ ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสเก โน, ภนฺเต, ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปเต สรณํ คเต’’ติ. ปญฺจมํ.

๖. สาฬฺหสุตฺตํ

๖๗. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ อายสฺมา นนฺทโก สาวตฺถิยํ วิหรติ ปุพฺพาราเม มิคารมาตุปาสาเท. อถ โข สาโฬฺห จ มิคารนตฺตา สาโณ จ เสขุนิยนตฺตา [โรหโณ จ เปขุณิยนตฺตา (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เยนายสฺมา นนฺทโก เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ นนฺทกํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข สาฬฺหํ มิคารนตฺตารํ อายสฺมา นนฺทโก เอตทโวจ –

‘‘เอถ ตุเมฺห, สาฬฺหา, มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, สาฬฺหา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ ‘อิเม ธมฺมา อกุสลา, อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุครหิตา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตี’ติ, อถ ตุเมฺห สาฬฺหา ปชเหยฺยาถ.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ โลโภ’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘อภิชฺฌาติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. ลุทฺโธ โข อยํ, สาฬฺหา, อภิชฺฌาลุ ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ โทโส’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘พฺยาปาโทติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. ทุฏฺโฐ โข อยํ, สาฬฺหา, พฺยาปนฺนจิตฺโต ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ โมโห’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘อวิชฺชาติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. มูโฬฺห โข อยํ, สาฬฺหา, อวิชฺชาคโต ปาณมฺปิ หนติ, อทินฺนมฺปิ อาทิยติ, ปรทารมฺปิ คจฺฉติ, มุสาปิ ภณติ, ปรมฺปิ ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ อหิตาย ทุกฺขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วา’’ติ?

‘‘อกุสลา, ภนฺเต’’.

‘‘สาวชฺชา วา อนวชฺชา วา’’ติ?

‘‘สาวชฺชา, ภนฺเต’’.

‘‘วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วา’’ติ?

‘‘วิญฺญุครหิตา, ภนฺเต’’.

‘‘สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺติ, โน วา? กถํ วา เอตฺถ โหตี’’ติ?

‘‘สมตฺตา, ภนฺเต, สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตีติ. เอวํ โน เอตฺถ โหตี’’ติ.

‘‘อิติ โข, สาฬฺหา, ยํ ตํ อโวจุมฺหา – ‘เอถ ตุเมฺห, สาฬฺหา, มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, สาฬฺหา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – อิเม ธมฺมา อกุสลา, อิเม ธมฺมา สาวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุครหิตา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา อหิตาย ทุกฺขาย สํวตฺตนฺตีติ, อถ ตุเมฺห, สาฬฺหา, ปชเหยฺยาถา’ติ, อิติ ยํ ตํ วุตฺตํ อิทเมตํ ปฏิจฺจ วุตฺตํ.

‘‘เอถ ตุเมฺห, สาฬฺหา, มา อนุสฺสเวน, มา ปรมฺปราย, มา อิติกิราย, มา ปิฏกสมฺปทาเนน, มา ตกฺกเหตุ, มา นยเหตุ, มา อาการปริวิตกฺเกน, มา ทิฏฺฐินิชฺฌานกฺขนฺติยา, มา ภพฺพรูปตาย, มา สมโณ โน ครูติ. ยทา ตุเมฺห, สาฬฺหา, อตฺตนาว ชาเนยฺยาถ – ‘อิเม ธมฺมา กุสลา, อิเม ธมฺมา อนวชฺชา, อิเม ธมฺมา วิญฺญุปฺปสตฺถา, อิเม ธมฺมา สมตฺตา สมาทินฺนา หิตาย สุขาย สํวตฺตนฺตี’ติ, อถ ตุเมฺห, สาฬฺหา, อุปสมฺปชฺช วิหเรยฺยาถ.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ อโลโภ’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘อนภิชฺฌาติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. อลุทฺโธ โข อยํ, สาฬฺหา, อนภิชฺฌาลุ เนว ปาณํ หนติ, น อทินฺนํ อาทิยติ, น ปรทารํ คจฺฉติ, น มุสา ภณติ, ปรมฺปิ น ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ อโทโส’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘อพฺยาปาโทติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. อทุฏฺโฐ โข อยํ, สาฬฺหา, อพฺยาปนฺนจิตฺโต เนว ปาณํ หนติ, น อทินฺนํ อาทิยติ, น ปรทารํ คจฺฉติ, น มุสา ภณติ, ปรมฺปิ น ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อตฺถิ อโมโห’’ติ?

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘วิชฺชาติ โข อหํ, สาฬฺหา, เอตมตฺถํ วทามิ. อมูโฬฺห โข อยํ, สาฬฺหา, วิชฺชาคโต เนว ปาณํ หนติ, น อทินฺนํ อาทิยติ, น ปรทารํ คจฺฉติ, น มุสา ภณติ, ปรมฺปิ น ตถตฺตาย สมาทเปติ, ยํ ส โหติ ทีฆรตฺตํ หิตาย สุขายา’’ติ.

‘‘เอวํ, ภนฺเต’’.

‘‘ตํ กึ มญฺญถ, สาฬฺหา, อิเม ธมฺมา กุสลา วา อกุสลา วา’’ติ?

‘‘กุสลา, ภนฺเต’’.

‘‘สาวชฺชา วา อนวชฺชา วา’’ติ?

‘‘อนวชฺชา, ภนฺเต’’.

‘‘วิญฺญุครหิตา วา วิญฺญุปฺปสตฺถา วา’’ติ?