๔. นิทานสุตฺตํ

๓๔. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? โลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, โทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, โมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, โลภปกตํ กมฺมํ โลภชํ โลภนิทานํ โลภสมุทยํ, ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ยตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ ตตฺถ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม อุปปชฺช วา [อุปปชฺเช วา (สี. สฺยา. กํ.) อุปปชฺชิตฺวาติ ม. นิ. ๓.๓๐๓ ปาฬิยา สํวณฺณนา] อปเร วา [อปราปเร วา (ก.)] ปริยาเย.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, โทสปกตํ กมฺมํ โทสชํ โทสนิทานํ โทสสมุทยํ, ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ยตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ ตตฺถ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม อุปปชฺช วา อปเร วา ปริยาเย.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, โมหปกตํ กมฺมํ โมหชํ โมหนิทานํ โมหสมุทยํ, ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ยตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ ตตฺถ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม อุปปชฺช วา อปเร วา ปริยาเย.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, พีชานิ อขณฺฑานิ อปูตีนิ อวาตาตปหตานิ สาราทานิ สุขสยิตานิ สุเขตฺเต สุปริกมฺมกตาย ภูมิยา นิกฺขิตฺตานิ. เทโว จ สมฺมาธารํ อนุปฺปเวจฺเฉยฺย. เอวสฺสุ ตานิ, ภิกฺขเว, พีชานิ วุทฺธึ วิรุฬฺหึ เวปุลฺลํ อาปชฺเชยฺยุํ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยํ โลภปกตํ กมฺมํ โลภชํ โลภนิทานํ โลภสมุทยํ, ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ยตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ ตตฺถ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม อุปปชฺช วา อปเร วา ปริยาเย.

‘‘ยํ โทสปกตํ กมฺมํ…เป… ยํ โมหปกตํ กมฺมํ โมหชํ โมหนิทานํ โมหสมุทยํ, ยตฺถสฺส อตฺตภาโว นิพฺพตฺตติ ตตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ. ยตฺถ ตํ กมฺมํ วิปจฺจติ ตตฺถ ตสฺส กมฺมสฺส วิปากํ ปฏิสํเวเทติ, ทิฏฺเฐ วา ธมฺเม อุปปชฺช วา อปเร วา ปริยาเย. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย.

‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยาย. กตมานิ ตีณิ? อโลโภ นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, อโทโส นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย, อโมโห นิทานํ กมฺมานํ สมุทยาย.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, อโลภปกตํ กมฺมํ อโลภชํ อโลภนิทานํ อโลภสมุทยํ, โลเภ วิคเต เอวํ ตํ กมฺมํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, อโทสปกตํ กมฺมํ อโทสชํ อโทสนิทานํ อโทสสมุทยํ, โทเส วิคเต เอวํ ตํ กมฺมํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ.

‘‘ยํ, ภิกฺขเว, อโมหปกตํ กมฺมํ อโมหชํ อโมหนิทานํ อโมหสมุทยํ, โมเห วิคเต เอวํ ตํ กมฺมํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ.

‘‘เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, พีชานิ อขณฺฑานิ อปูตีนิ อวาตาตปหตานิ สาราทานิ สุขสยิตานิ. ตานิ ปุริโส อคฺคินา ฑเหยฺย. อคฺคินา ฑหิตฺวา มสึ กเรยฺย. มสึ กริตฺวา มหาวาเต วา โอผุเณยฺย [โอปุเนยฺย (สี. ปี.)] นทิยา วา สีฆโสตาย ปวาเหยฺย. เอวสฺสุ ตานิ, ภิกฺขเว, พีชานิ อุจฺฉินฺนมูลานิ ตาลาวตฺถุกตานิ อนภาวงฺกตานิ [อนภาวกตานิ (สี. ปี.)] อายตึ อนุปฺปาทธมฺมานิ. เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยํ อโลภปกตํ กมฺมํ อโลภชํ อโลภนิทานํ อโลภสมุทยํ, โลเภ วิคเต เอวํ ตํ กมฺมํ ปหีนํ โหติ อุจฺฉินฺนมูลํ ตาลาวตฺถุกตํ อนภาวงฺกตํ อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ.

‘‘ยํ อโทสปกตํ กมฺมํ…เป… ยํ อโมหปกตํ กมฺมํ อโมหชํ อโมหนิทานํ อโมหสมุทยํ, โมเห วิคเต เอวํ ตํ กมฺมํ ปหีนํ โหติ…เป… อายตึ อนุปฺปาทธมฺมํ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ นิทานานิ กมฺมานํ สมุทยายา’’ติ.

‘‘โลภชํ โทสชญฺเจว [โทสชํ กมฺมํ (ก.)], โมหชญฺจาปวิทฺทสุ;

ยํ เตน ปกตํ กมฺมํ, อปฺปํ วา ยทิ วา พหุํ;

อิเธว ตํ เวทนิยํ, วตฺถุ อญฺญํ น วิชฺชติ.

‘‘ตสฺมา โลภญฺจ โทสญฺจ, โมหชญฺจาปิ วิทฺทสุ;

วิชฺชํ อุปฺปาทยํ ภิกฺขุ, สพฺพา ทุคฺคติโย ชเห’’ติ. จตุตฺถํ;