๑. ปฐมปณฺณาสกํ
๑. พาลวคฺโค
๑. ภยสุตฺตํ
๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต [ภทฺทนฺเต (ก.)]’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ยานิ กานิจิ, ภิกฺขเว, ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ สพฺพานิ ตานิ พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต. เย เกจิ อุปทฺทวา อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพ เต พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต. เย เกจิ อุปสคฺคา อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพ เต พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, นฬาคารา วา ติณาคารา วา [นฬาคารํ วา ติณาคารํ วา (สี.)] อคฺคิ มุตฺโต [อคฺคิมุกฺโก (สี.), อคฺคิ มุกฺโก (สฺยา. กํ. ปี.)] กูฏาคารานิปิ ฑหติ อุลฺลิตฺตาวลิตฺตานิ นิวาตานิ ผุสิตคฺคฬานิ ปิหิตวาตปานานิ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ยานิ กานิจิ ภยานิ อุปฺปชฺชนฺติ สพฺพานิ ตานิ พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต. เย เกจิ อุปทฺทวา อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพ เต พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต. เย เกจิ อุปสคฺคา อุปฺปชฺชนฺติ สพฺเพ เต พาลโต อุปฺปชฺชนฺติ, โน ปณฺฑิตโต.
‘‘อิติ โข, ภิกฺขเว, สปฺปฏิภโย พาโล, อปฺปฏิภโย ปณฺฑิโต. สอุปทฺทโว พาโล, อนุปทฺทโว ปณฺฑิโต. สอุปสคฺโค พาโล, อนุปสคฺโค ปณฺฑิโต. นตฺถิ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตโต ภยํ, นตฺถิ ปณฺฑิตโต อุปทฺทโว, นตฺถิ ปณฺฑิตโต อุปสคฺโค.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม อภินิวชฺเชตฺวา, เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม สมาทาย วตฺติสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ปฐมํ.
๒. ลกฺขณสุตฺตํ
๒. ‘‘กมฺมลกฺขโณ, ภิกฺขเว, พาโล, กมฺมลกฺขโณ ปณฺฑิโต, อปทานโสภนี [อปทาเน โสภติ (สฺยา. กํ. ปี.)] ปญฺญาติ [ปญฺญตฺติ (?)]. ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? กายทุจฺจริเตน, วจีทุจฺจริเตน, มโนทุจฺจริเตน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? กายสุจริเตน, วจีสุจริเตน, มโนสุจริเตน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม อภินิวชฺเชตฺวา, เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม สมาทาย วตฺติสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. จินฺตีสุตฺตํ
๓. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, พาลสฺส พาลลกฺขณานิ พาลนิมิตฺตานิ พาลาปทานานิ. กตมานิ ตีณิ? อิธ, ภิกฺขเว, พาโล ทุจฺจินฺติตจินฺตี จ โหติ ทุพฺภาสิตภาสี จ ทุกฺกฏกมฺมการี จ. โน เจทํ [โน เจตํ (สฺยา. กํ. ก.)], ภิกฺขเว, พาโล ทุจฺจินฺติตจินฺตี จ อภวิสฺส ทุพฺภาสิตภาสี จ ทุกฺกฏกมฺมการี จ, เกน นํ ปณฺฑิตา ชาเนยฺยุํ [เตน นํ ปณฺฑิตา น ชาเนยฺยุํ (ก.), น นํ ปณฺฑิตา ชาเนยฺยุํ (?)] – ‘พาโล อยํ ภวํ อสปฺปุริโส’ติ? ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, พาโล ทุจฺจินฺติตจินฺตี จ โหติ ทุพฺภาสิตภาสี จ ทุกฺกฏกมฺมการี จ ตสฺมา นํ ปณฺฑิตา ชานนฺติ – ‘พาโล อยํ ภวํ อสปฺปุริโส’ติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ พาลสฺส พาลลกฺขณานิ พาลนิมิตฺตานิ พาลาปทานานิ.
‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิตสฺส ปณฺฑิตลกฺขณานิ ปณฺฑิตนิมิตฺตานิ ปณฺฑิตาปทานานิ. กตมานิ ตีณิ? อิธ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิโต สุจินฺติตจินฺตี จ โหติ สุภาสิตภาสี จ สุกตกมฺมการี จ. โน เจทํ, ภิกฺขเว, ปณฺฑิโต สุจินฺติตจินฺตี จ อภวิสฺส สุภาสิตภาสี จ สุกตกมฺมการี จ, เกน นํ ปณฺฑิตา ชาเนยฺยุํ – ‘ปณฺฑิโต อยํ ภวํ สปฺปุริโส’ติ? ยสฺมา จ โข, ภิกฺขเว, ปณฺฑิโต สุจินฺติตจินฺตี จ โหติ สุภาสิตภาสี จ สุกตกมฺมการี จ ตสฺมา นํ ปณฺฑิตา ชานนฺติ – ‘ปณฺฑิโต อยํ ภวํ สปฺปุริโส’ติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ปณฺฑิตสฺส ปณฺฑิตลกฺขณานิ ปณฺฑิตนิมิตฺตานิ ปณฺฑิตาปทานานิ. ตสฺมาติห…. ตติยํ.
๔. อจฺจยสุตฺตํ
๔. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? อจฺจยํ อจฺจยโต น ปสฺสติ, อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ นปฺปฏิกโรติ, ปรสฺส โข ปน อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ นปฺปฏิคฺคณฺหาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? อจฺจยํ อจฺจยโต ปสฺสติ, อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, ปรสฺส โข ปน อจฺจยํ เทเสนฺตสฺส ยถาธมฺมํ ปฏิคฺคณฺหาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. ตสฺมาติห…. จตุตฺถํ.
๕. อโยนิโสสุตฺตํ
๕. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? อโยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหติ, อโยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตา โหติ, ปรสฺส โข ปน โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺชิตํ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ สิลิฏฺเฐหิ อุปคเตหิ นาพฺภนุโมทิตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? โยนิโส ปญฺหํ กตฺตา โหติ, โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺเชตา โหติ, ปรสฺส โข ปน โยนิโส ปญฺหํ วิสฺสชฺชิตํ ปริมณฺฑเลหิ ปทพฺยญฺชเนหิ สิลิฏฺเฐหิ อุปคเตหิ อพฺภนุโมทิตา โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. ตสฺมาติห…. ปญฺจมํ.
๖. อกุสลสุตฺตํ
๖. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? อกุสเลน กายกมฺเมน, อกุสเลน วจีกมฺเมน, อกุสเลน มโนกมฺเมน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? กุสเลน กายกมฺเมน, กุสเลน วจีกมฺเมน, กุสเลน มโนกมฺเมน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ. ตสฺมาติห…. ฉฏฺฐํ.
๗. สาวชฺชสุตฺตํ
๗. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? สาวชฺเชน กายกมฺเมน, สาวชฺเชน วจีกมฺเมน, สาวชฺเชน มโนกมฺเมน…เป… อนวชฺเชน กายกมฺเมน, อนวชฺเชน วจีกมฺเมน, อนวชฺเชน มโนกมฺเมน…เป…. สตฺตมํ.
๘. สพฺยาพชฺฌสุตฺตํ
๘. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ. กตเมหิ ตีหิ? สพฺยาพชฺเฌน กายกมฺเมน, สพฺยาพชฺเฌน วจีกมฺเมน, สพฺยาพชฺเฌน มโนกมฺเมน…เป… อพฺยาพชฺเฌน กายกมฺเมน, อพฺยาพชฺเฌน วจีกมฺเมน, อพฺยาพชฺเฌน มโนกมฺเมน. อิเมหิ, โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม อภินิวชฺเชตฺวา, เยหิ ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต เวทิตพฺโพ เต ตโย ธมฺเม สมาทาย วตฺติสฺสามา’ติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. อฏฺฐมํ.
๙. ขตสุตฺตํ
๙. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ. กตเมหิ ตีหิ? กายทุจฺจริเตน, วจีทุจฺจริเตน, มโนทุจฺจริเตน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต พาโล อพฺยตฺโต อสปฺปุริโส ขตํ อุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, สาวชฺโช จ โหติ สานุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ อปุญฺญํ ปสวติ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวติ. กตเมหิ ตีหิ? กายสุจริเตน, วจีสุจริเตน, มโนสุจริเตน. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ปณฺฑิโต วิยตฺโต สปฺปุริโส อกฺขตํ อนุปหตํ อตฺตานํ ปริหรติ, อนวชฺโช จ โหติ อนนุวชฺโช จ วิญฺญูนํ, พหุญฺจ ปุญฺญํ ปสวตี’’ติ. นวมํ.
๑๐. มลสุตฺตํ
๑๐. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ตโย มเล อปฺปหาย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย. กตเมหิ ตีหิ? ทุสฺสีโล จ โหติ, ทุสฺสีลฺยมลญฺจสฺส อปฺปหีนํ โหติ; อิสฺสุกี จ โหติ, อิสฺสามลญฺจสฺส อปฺปหีนํ โหติ; มจฺฉรี จ โหติ, มจฺเฉรมลญฺจสฺส อปฺปหีนํ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเม ตโย มเล อปฺปหาย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ นิรเย.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ตโย มเล ปหาย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค. กตเมหิ ตีหิ? สีลวา จ โหติ, ทุสฺสีลฺยมลญฺจสฺส ปหีนํ โหติ; อนิสฺสุกี จ โหติ, อิสฺสามลญฺจสฺส ปหีนํ โหติ; อมจฺฉรี จ โหติ, มจฺเฉรมลญฺจสฺส ปหีนํ โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต อิเม ตโย มเล ปหาย ยถาภตํ นิกฺขิตฺโต เอวํ สคฺเค’’ติ. ทสมํ.
พาลวคฺโค ปฐโม.
ตสฺสุทฺทานํ –
ภยํ ลกฺขณจินฺตี จ, อจฺจยญฺจ อโยนิโส;
อกุสลญฺจ สาวชฺชํ, สพฺยาพชฺฌขตํ มลนฺติ.
๒. รถการวคฺโค
๑. ญาตสุตฺตํ
๑๑. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ญาโต ภิกฺขุ พหุชนอหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ พหุชนทุกฺขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ. กตเมหิ ตีหิ? อนนุโลมิเก กายกมฺเม สมาทเปติ, อนนุโลมิเก วจีกมฺเม สมาทเปติ, อนนุโลมิเกสุ ธมฺเมสุ สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ญาโต ภิกฺขุ พหุชนอหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ พหุชนทุกฺขาย, พหุโน ชนสฺส อนตฺถาย อหิตาย ทุกฺขาย เทวมนุสฺสานํ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ญาโต ภิกฺขุ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสานํ. กตเมหิ ตีหิ? อนุโลมิเก กายกมฺเม สมาทเปติ, อนุโลมิเก วจีกมฺเม สมาทเปติ, อนุโลมิเกสุ ธมฺเมสุ สมาทเปติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ญาโต ภิกฺขุ พหุชนหิตาย ปฏิปนฺโน โหติ พหุชนสุขาย, พหุโน ชนสฺส อตฺถาย หิตาย สุขาย เทวมนุสฺสาน’’นฺติ. ปฐมํ.
๒. สารณียสุตฺตํ
๑๒. ‘‘ตีณิมานิ, ภิกฺขเว, รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ยาวชีวํ สารณียานิ [สรณียานิ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ภวนฺติ. กตมานิ ตีณิ? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปเทเส ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต ชาโต โหติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ ปเทเส ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต โหติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยํ รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ ปเทเส ราชา ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต สงฺคามํ อภิวิชินิตฺวา วิชิตสงฺคาโม ตเมว สงฺคามสีสํ อชฺฌาวสติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ตติยํ รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส ยาวชีวํ สารณียานิ ภวนฺติ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตีณิมานิ ภิกฺขุสฺส ยาวชีวํ สารณียานิ ภวนฺติ. กตมานิ ตีณิ? ยสฺมึ, ภิกฺขเว, ปเทเส ภิกฺขุ เกสมสฺสุํ โอหาเรตฺวา กาสายานิ วตฺถานิ อจฺฉาเทตฺวา อคารสฺมา อนคาริยํ ปพฺพชิโต โหติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ปฐมํ ภิกฺขุสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ ปเทเส ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ทุติยํ ภิกฺขุสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยสฺมึ ปเทเส ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อิทํ, ภิกฺขเว, ตติยํ ภิกฺขุสฺส ยาวชีวํ สารณียํ โหติ. อิมานิ โข, ภิกฺขเว, ตีณิ ภิกฺขุสฺส ยาวชีวํ สารณียานิ ภวนฺตี’’ติ. ทุติยํ.
๓. อาสํสสุตฺตํ
๑๓. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? นิราโส, อาสํโส, วิคตาโส. กตโม จ, ภิกฺขเว ปุคฺคโล นิราโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล นีเจ กุเล ปจฺจาชาโต โหติ, จณฺฑาลกุเล วา เวนกุเล [เวณกุเล (สฺยา. กํ. ปี.)] วา เนสาทกุเล วา รถการกุเล วา ปุกฺกุสกุเล วา ทลิทฺเท อปฺปนฺนปานโภชเน กสิรวุตฺติเก, ยตฺถ กสิเรน ฆาสจฺฉาโท ลพฺภติ. โส จ โหติ ทุพฺพณฺโณ ทุทฺทสิโก โอโกฏิมโก พวฺหาพาโธ [พหฺวาพาโธ (สฺยา. กํ. ปี. ก.)] กาโณ วา กุณี วา ขญฺโช วา ปกฺขหโต วา, น ลาภี อนฺนสฺส ปานสฺส วตฺถสฺส ยานสฺส มาลาคนฺธวิเลปนสฺส เสยฺยาวสถปทีเปยฺยสฺส. โส สุณาติ – ‘อิตฺถนฺนาโม กิร ขตฺติโย ขตฺติเยหิ ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิตฺโต’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม มมฺปิ ขตฺติยา ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิญฺจิสฺสนฺตี’ติ! อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล นิราโส.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาสํโส? อิธ, ภิกฺขเว, รญฺโญ ขตฺติยสฺส มุทฺธาวสิตฺตสฺส เชฏฺโฐ ปุตฺโต โหติ อาภิเสโก อนภิสิตฺโต อจลปฺปตฺโต [มจลปฺปตฺโต (สี. ปี.)]. โส สุณาติ – ‘อิตฺถนฺนาโม กิร ขตฺติโย ขตฺติเยหิ ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิตฺโต’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม มมฺปิ ขตฺติยา ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิญฺจิสฺสนฺตี’ติ! อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาสํโส.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วิคตาโส? อิธ, ภิกฺขเว, ราชา โหติ ขตฺติโย มุทฺธาวสิตฺโต. โส สุณาติ – ‘อิตฺถนฺนาโม กิร ขตฺติโย ขตฺติเยหิ ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิตฺโต’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม มมฺปิ ขตฺติยา ขตฺติยาภิเสเกน อภิสิญฺจิสฺสนฺตี’ติ! ตํ กิสฺส เหตุ? ยา หิสฺส, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ อนภิสิตฺตสฺส อภิเสกาสา สา [สาสฺส (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ปฏิปฺปสฺสทฺธา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วิคตาโส. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสุ. กตเม ตโย? นิราโส, อาสํโส, วิคตาโส. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล นิราโส? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. โส สุณาติ – ‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม อหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’ติ! อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล นิราโส.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาสํโส? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม. โส สุณาติ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’ติ. ตสฺส เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม อหมฺปิ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’ติ! อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อาสํโส.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วิคตาโส? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อรหํ โหติ ขีณาสโว. โส สุณาติ – ‘อิตฺถนฺนาโม กิร ภิกฺขุ อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรตี’ติ. ตสฺส น เอวํ โหติ – ‘กุทาสฺสุ นาม อหมฺปิ อาสวานํ ขยา…เป… สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสามี’ติ! ตํ กิสฺส เหตุ? ยา หิสฺส, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ อวิมุตฺตสฺส วิมุตฺตาสา สา ปฏิปฺปสฺสทฺธา. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล วิคตาโส. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา ภิกฺขูสู’’ติ. ตติยํ.
๔. จกฺกวตฺติสุตฺตํ
๑๔. ‘‘โยปิ โส, ภิกฺขเว, ราชา จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา โสปิ น อราชกํ จกฺกํ วตฺเตตี’’ติ. เอวํ วุตฺเต อญฺญตโร ภิกฺขุ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘โก ปน, ภนฺเต, รญฺโญ จกฺกวตฺติสฺส ธมฺมิกสฺส ธมฺมรญฺโญ ราชา’’ติ [จกฺกนฺติ (ก.)]? ‘‘ธมฺโม, ภิกฺขู’’ติ ภควา อโวจ – ‘‘อิธ, ภิกฺขุ, ราชา จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย [ครุกโรนฺโต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหติ อนฺโตชนสฺมึ’’.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขุ, ราชา จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหติ ขตฺติเยสุ, อนุยนฺเตสุ [อนุยุตฺเตสุ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)], พลกายสฺมึ, พฺราหฺมณคหปติเกสุ, เนคมชานปเทสุ, สมณพฺราหฺมเณสุ, มิคปกฺขีสุ. ส โข โส ภิกฺขุ ราชา จกฺกวตฺตี ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหิตฺวา อนฺโตชนสฺมึ, ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหิตฺวา ขตฺติเยสุ, อนุยนฺเตสุ, พลกายสฺมึ, พฺราหฺมณคหปติเกสุ, เนคมชานปเทสุ, สมณพฺราหฺมเณสุ, มิคปกฺขีสุ, ธมฺเมเนว จกฺกํ วตฺเตติ. ตํ โหติ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ เกนจิ มนุสฺสภูเตน ปจฺจตฺถิเกน ปาณินา.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขุ [ภิกฺขเว (ก.)], ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหติ กายกมฺมสฺมึ – ‘เอวรูปํ กายกมฺมํ เสวิตพฺพํ, เอวรูปํ กายกมฺมํ น เสวิตพฺพ’’’นฺติ.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขุ, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหติ วจีกมฺมสฺมึ – ‘เอวรูปํ วจีกมฺมํ เสวิตพฺพํ, เอวรูปํ วจีกมฺมํ น เสวิตพฺพ’นฺติ…เป… มโนกมฺมสฺมึ – ‘เอวรูปํ มโนกมฺมํ เสวิตพฺพํ, เอวรูปํ มโนกมฺมํ น เสวิตพฺพ’’’นฺติ.
‘‘ส โข โส, ภิกฺขุ, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ ธมฺมิโก ธมฺมราชา ธมฺมํเยว นิสฺสาย ธมฺมํ สกฺกโรนฺโต ธมฺมํ ครุํ กโรนฺโต ธมฺมํ อปจายมาโน ธมฺมทฺธโช ธมฺมเกตุ ธมฺมาธิปเตยฺโย ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหิตฺวา กายกมฺมสฺมึ, ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหิตฺวา วจีกมฺมสฺมึ, ธมฺมิกํ รกฺขาวรณคุตฺตึ สํวิทหิตฺวา มโนกมฺมสฺมึ, ธมฺเมเนว อนุตฺตรํ ธมฺมจกฺกํ ปวตฺเตติ. ตํ โหติ จกฺกํ อปฺปฏิวตฺติยํ สมเณน วา พฺราหฺมเณน วา เทเวน วา มาเรน วา พฺรหฺมุนา วา เกนจิ วา โลกสฺมิ’’นฺติ. จตุตฺถํ.
๕. สเจตนสุตฺตํ
๑๕. เอกํ สมยํ ภควา พาราณสิยํ วิหรติ อิสิปตเน มิคทาเย. ตตฺร โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภิกฺขโว’’ติ. ‘‘ภทนฺเต’’ติ เต ภิกฺขู ภควโต ปจฺจสฺโสสุํ. ภควา เอตทโวจ –
‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, ราชา อโหสิ สเจตโน [ปเจตโน (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] นาม. อถ โข, ภิกฺขเว, ราชา สเจตโน รถการํ อามนฺเตสิ – ‘อิโต เม, สมฺม รถการ, ฉนฺนํ มาสานํ อจฺจเยน สงฺคาโม ภวิสฺสติ. สกฺขิสฺสสิ [สกฺขสิ (สฺยา. กํ. ปี.)] เม, สมฺม รถการ, นวํ จกฺกยุคํ กาตุ’นฺติ? ‘สกฺโกมิ เทวา’ติ โข, ภิกฺขเว, รถกาโร รญฺโญ สเจตนสฺส ปจฺจสฺโสสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, รถกาโร ฉหิ มาเสหิ ฉารตฺตูเนหิ เอกํ จกฺกํ นิฏฺฐาเปสิ. อถ โข, ภิกฺขเว, ราชา สเจตโน รถการํ อามนฺเตสิ – ‘อิโต เม, สมฺม รถการ, ฉนฺนํ ทิวสานํ อจฺจเยน สงฺคาโม ภวิสฺสติ, นิฏฺฐิตํ นวํ จกฺกยุค’นฺติ? ‘อิเมหิ โข, เทว, ฉหิ มาเสหิ ฉารตฺตูเนหิ เอกํ จกฺกํ นิฏฺฐิต’นฺติ. ‘สกฺขิสฺสสิ ปน เม, สมฺม รถการ, อิเมหิ ฉหิ ทิวเสหิ ทุติยํ จกฺกํ นิฏฺฐาเปตุ’นฺติ? ‘สกฺโกมิ เทวา’ติ โข, ภิกฺขเว, รถกาโร ฉหิ ทิวเสหิ ทุติยํ จกฺกํ นิฏฺฐาเปตฺวา นวํ จกฺกยุคํ อาทาย เยน ราชา สเจตโน เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ราชานํ สเจตนํ เอตทโวจ – ‘อิทํ เต, เทว, นวํ จกฺกยุคํ นิฏฺฐิต’นฺติ. ‘ยญฺจ เต อิทํ, สมฺม รถการ, จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหิ ยญฺจ เต อิทํ จกฺกํ ฉหิ ทิวเสหิ นิฏฺฐิตํ, อิเมสํ กึ นานากรณํ? เนสาหํ กิญฺจิ นานากรณํ ปสฺสามี’ติ. ‘อตฺเถสํ, เทว, นานากรณํ. ปสฺสตุ เทโว นานากรณ’’’นฺติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, รถกาโร ยํ ตํ จกฺกํ ฉหิ ทิวเสหิ นิฏฺฐิตํ ตํ ปวตฺเตสิ. ตํ ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา จิงฺคุลายิตฺวา ภูมิยํ ปปติ. ยํ ปน ตํ จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหิ ตํ ปวตฺเตสิ. ตํ ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา อกฺขาหตํ มญฺเญ อฏฺฐาสิ.
‘‘‘โก นุ โข, สมฺม รถการ, เหตุ โก ปจฺจโย ยมิทํ [ยทิทํ (ก.)] จกฺกํ ฉหิ ทิวเสหิ นิฏฺฐิตํ ตํ ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา จิงฺคุลายิตฺวา ภูมิยํ ปปติ? โก ปน, สมฺม รถการ, เหตุ โก ปจฺจโย ยมิทํ จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหิ ตํ ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา อกฺขาหตํ มญฺเญ อฏฺฐาสี’ติ? ‘ยมิทํ, เทว, จกฺกํ ฉหิ ทิวเสหิ นิฏฺฐิตํ ตสฺส เนมิปิ สวงฺกา สโทสา สกสาวา, อราปิ สวงฺกา สโทสา สกสาวา, นาภิปิ สวงฺกา สโทสา สกสาวา. ตํ เนมิยาปิ สวงฺกตฺตา สโทสตฺตา สกสาวตฺตา, อรานมฺปิ สวงฺกตฺตา สโทสตฺตา สกสาวตฺตา, นาภิยาปิ สวงฺกตฺตา สโทสตฺตา สกสาวตฺตา ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา จิงฺคุลายิตฺวา ภูมิยํ ปปติ. ยํ ปน ตํ, เทว, จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหิ ตสฺส เนมิปิ อวงฺกา อโทสา อกสาวา, อราปิ อวงฺกา อโทสา อกสาวา, นาภิปิ อวงฺกา อโทสา อกสาวา. ตํ เนมิยาปิ อวงฺกตฺตา อโทสตฺตา อกสาวตฺตา, อรานมฺปิ อวงฺกตฺตา อโทสตฺตา อกสาวตฺตา, นาภิยาปิ อวงฺกตฺตา อโทสตฺตา อกสาวตฺตา ปวตฺติตํ สมานํ ยาวติกา อภิสงฺขารสฺส คติ ตาวติกํ คนฺตฺวา อกฺขาหตํ มญฺเญ อฏฺฐาสี’’’ติ.
‘‘สิยา โข ปน, ภิกฺขเว, ตุมฺหากํ เอวมสฺส – ‘อญฺโญ นูน เตน สมเยน โส รถกาโร อโหสี’ติ! น โข ปเนตํ, ภิกฺขเว, เอวํ ทฏฺฐพฺพํ. อหํ เตน สมเยน โส รถกาโร อโหสึ. ตทาหํ, ภิกฺขเว, กุสโล ทารุวงฺกานํ ทารุโทสานํ ทารุกสาวานํ. เอตรหิ โข ปนาหํ, ภิกฺขเว, อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ กุสโล กายวงฺกานํ กายโทสานํ กายกสาวานํ, กุสโล วจีวงฺกานํ วจีโทสานํ วจีกสาวานํ, กุสโล มโนวงฺกานํ มโนโทสานํ มโนกสาวานํ. ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา กายวงฺโก อปฺปหีโน กายโทโส กายกสาโว, วจีวงฺโก อปฺปหีโน วจีโทโส วจีกสาโว, มโนวงฺโก อปฺปหีโน มโนโทโส มโนกสาโว, เอวํ ปปติตา เต, ภิกฺขเว, อิมสฺมา ธมฺมวินยา, เสยฺยถาปิ ตํ จกฺกํ ฉหิ ทิวเสหิ นิฏฺฐิตํ.
‘‘ยสฺส กสฺสจิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุสฺส วา ภิกฺขุนิยา วา กายวงฺโก ปหีโน กายโทโส กายกสาโว, วจีวงฺโก ปหีโน วจีโทโส วจีกสาโว, มโนวงฺโก ปหีโน มโนโทโส มโนกสาโว, เอวํ ปติฏฺฐิตา เต, ภิกฺขเว, อิมสฺมึ ธมฺมวินเย, เสยฺยถาปิ ตํ จกฺกํ ฉหิ มาเสหิ นิฏฺฐิตํ ฉารตฺตูเนหิ.
‘‘ตสฺมาติห, ภิกฺขเว, เอวํ สิกฺขิตพฺพํ – ‘กายวงฺกํ ปชหิสฺสาม กายโทสํ กายกสาวํ, วจีวงฺกํ ปชหิสฺสาม วจีโทสํ วจีกสาวํ, มโนวงฺกํ ปชหิสฺสาม มโนโทสํ มโนกสาว’นฺติ. เอวญฺหิ โว, ภิกฺขเว, สิกฺขิตพฺพ’’นฺติ. ปญฺจมํ.
๖. อปณฺณกสุตฺตํ
๑๖. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อปณฺณกปฏิปทํ [อปณฺณกตํ ปฏิปทํ (สี. ปี.) ฏีกาย ปน สเมติ] ปฏิปนฺโน โหติ, โยนิ จสฺส อารทฺธา โหติ อาสวานํ ขยาย. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหติ, โภชเน มตฺตญฺญู โหติ, ชาคริยํ อนุยุตฺโต โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จกฺขุนา รูปํ ทิสฺวา น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ [ยตฺวาธิกรณเมตํ (สี.)] จกฺขุนฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ จกฺขุนฺทฺริยํ, จกฺขุนฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. โสเตน สทฺทํ สุตฺวา… ฆาเนน คนฺธํ ฆายิตฺวา… ชิวฺหาย รสํ สายิตฺวา… กาเยน โผฏฺฐพฺพํ ผุสิตฺวา… มนสา ธมฺมํ วิญฺญาย น นิมิตฺตคฺคาหี โหติ นานุพฺยญฺชนคฺคาหี. ยตฺวาธิกรณเมนํ มนินฺทฺริยํ อสํวุตํ วิหรนฺตํ อภิชฺฌาโทมนสฺสา ปาปกา อกุสลา ธมฺมา อนฺวาสฺสเวยฺยุํ ตสฺส สํวราย ปฏิปชฺชติ, รกฺขติ มนินฺทฺริยํ, มนินฺทฺริเย สํวรํ อาปชฺชติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อินฺทฺริเยสุ คุตฺตทฺวาโร โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โภชเน มตฺตญฺญู โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปฏิสงฺขา โยนิโส อาหารํ อาหาเรติ – ‘เนว ทวาย น มทาย น มณฺฑนาย น วิภูสนาย, ยาวเทว อิมสฺส กายสฺส ฐิติยา ยาปนาย วิหึสูปรติยา พฺรหฺมจริยานุคฺคหาย, อิติ ปุราณญฺจ เวทนํ ปฏิหงฺขามิ, นวญฺจ เวทนํ น อุปฺปาเทสฺสามิ, ยาตฺรา จ เม ภวิสฺสติ อนวชฺชตา จ ผาสุวิหาโร จา’ติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ โภชเน มตฺตญฺญู โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ชาคริยํ อนุยุตฺโต โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ทิวสํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ, รตฺติยา ปฐมํ ยามํ จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ, รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ทกฺขิเณน ปสฺเสน สีหเสยฺยํ กปฺเปติ ปาเท ปาทํ อจฺจาธาย สโต สมฺปชาโน อุฏฺฐานสญฺญํ มนสิ กริตฺวา, รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ปจฺจุฏฺฐาย จงฺกเมน นิสชฺชาย อาวรณีเยหิ ธมฺเมหิ จิตฺตํ ปริโสเธติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ชาคริยํ อนุยุตฺโต โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อปณฺณกปฏิปทํ ปฏิปนฺโน โหติ, โยนิ จสฺส อารทฺธา โหติ อาสวานํ ขยายา’’ติ. ฉฏฺฐํ.
๗. อตฺตพฺยาพาธสุตฺตํ
๑๗. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? กายทุจฺจริตํ, วจีทุจฺจริตํ, มโนทุจฺจริตํ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ธมฺมา อตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ.
‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ธมฺมา เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ. กตเม ตโย? กายสุจริตํ, วจีสุจริตํ, มโนสุจริตํ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ธมฺมา เนวตฺตพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, น ปรพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺติ, น อุภยพฺยาพาธายปิ สํวตฺตนฺตี’’ติ. สตฺตมํ.
๘. เทวโลกสุตฺตํ
๑๘. ‘‘สเจ โว, ภิกฺขเว, อญฺญติตฺถิยา ปริพฺพาชกา เอวํ ปุจฺเฉยฺยุํ – ‘เทวโลกูปปตฺติยา, อาวุโส, สมเณ โคตเม พฺรหฺมจริยํ วุสฺสถา’ติ? นนุ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, เอวํ ปุฏฺฐา อฏฺฏีเยยฺยาถ หราเยยฺยาถ ชิคุจฺเฉยฺยาถา’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘อิติ กิร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ทิพฺเพน อายุนา อฏฺฏียถ หรายถ ชิคุจฺฉถ, ทิพฺเพน วณฺเณน ทิพฺเพน สุเขน ทิพฺเพน ยเสน ทิพฺเพนาธิปเตยฺเยน อฏฺฏียถ หรายถ ชิคุจฺฉถ; ปเคว โข ปน, ภิกฺขเว, ตุเมฺหหิ กายทุจฺจริเตน อฏฺฏียิตพฺพํ หรายิตพฺพํ ชิคุจฺฉิตพฺพํ, วจีทุจฺจริเตน… มโนทุจฺจริเตน อฏฺฏียิตพฺพํ หรายิตพฺพํ ชิคุจฺฉิตพฺพ’’นฺติ. อฏฺฐมํ.
๙. ปฐมปาปณิกสุตฺตํ
๑๙. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก อภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กาตุํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก ปุพฺพณฺหสมยํ [มชฺฌนฺติกสมยํ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ, มชฺฌนฺหิกสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ, สายนฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก อภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กาตุํ [ผาติกตฺตุํ (สี.), ผาติกาตุํ (สฺยา. กํ. ปี.)].
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาตึ กาตุํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปุพฺพณฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ, มชฺฌนฺหิกสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ, สายนฺหสมยํ น สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาตึ กาตุํ.
‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก ภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กาตุํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก ปุพฺพณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ, มชฺฌนฺหิกสมยํ…เป… สายนฺหสมยํ สกฺกจฺจํ กมฺมนฺตํ อธิฏฺฐาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก ภพฺโพ อนธิคตํ วา โภคํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา โภคํ ผาตึ กาตุํ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาตึ กาตุํ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ปุพฺพณฺหสมยํ สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ, มชฺฌนฺหิกสมยํ…เป… สายนฺหสมยํ สกฺกจฺจํ สมาธินิมิตฺตํ อธิฏฺฐาติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ ภพฺโพ อนธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ อธิคนฺตุํ, อธิคตํ วา กุสลํ ธมฺมํ ผาตึ กาตุ’’นฺติ. นวมํ.
๑๐. ทุติยปาปณิกสุตฺตํ
๒๐. ‘‘ตีหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก นจิรสฺเสว มหตฺตํ เวปุลฺลตฺตํ [มหนฺตตฺตํ วา เวปุลฺลตฺตํ วา (ปี. ก.)] ปาปุณาติ โภเคสุ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก จกฺขุมา จ โหติ วิธุโร จ นิสฺสยสมฺปนฺโน จ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก จกฺขุมา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก ปณิยํ ชานาติ – ‘อิทํ ปณิยํ เอวํ กีตํ, เอวํ วิกฺกยมานํ [วิกฺกียมานํ (?)], เอตฺตกํ มูลํ ภวิสฺสติ, เอตฺตโก อุทโย’ติ [อุทฺทโยติ (สี.)]. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปาปณิโก จกฺขุมา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก วิธุโร โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก กุสโล โหติ ปณิยํ เกตุญฺจ วิกฺเกตุญฺจ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปาปณิโก วิธุโร โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ปาปณิโก นิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ? อิธ ภิกฺขเว, ปาปณิกํ เย เต คหปตี วา คหปติปุตฺตา วา อฑฺฒา มหทฺธนา มหาโภคา เต เอวํ ชานนฺติ – ‘อยํ โข ภวํ ปาปณิโก จกฺขุมา วิธุโร จ ปฏิพโล ปุตฺตทารญฺจ โปเสตุํ, อมฺหากญฺจ กาเลน กาลํ อนุปฺปทาตุ’นฺติ. เต นํ โภเคหิ นิปตนฺติ – ‘อิโต, สมฺม ปาปณิก, โภเค กริตฺวา [หริตฺวา (สี. สฺยา. กํ.)] ปุตฺตทารญฺจ โปเสหิ, อมฺหากญฺจ กาเลน กาลํ อนุปฺปเทหี’ติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ปาปณิโก นิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ องฺเคหิ สมนฺนาคโต ปาปณิโก นจิรสฺเสว มหตฺตํ เวปุลฺลตฺตํ ปาปุณาติ โภเคสุ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ นจิรสฺเสว มหตฺตํ เวปุลฺลตฺตํ ปาปุณาติ กุสเลสุ ธมฺเมสุ. กตเมหิ ตีหิ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จกฺขุมา จ โหติ วิธุโร จ นิสฺสยสมฺปนฺโน จ. กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จกฺขุมา โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ จกฺขุมา โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิธุโร โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อารทฺธวีริโย วิหรติ อกุสลานํ ธมฺมานํ ปหานาย, กุสลานํ ธมฺมานํ อุปสมฺปทาย, ถามวา ทฬฺหปรกฺกโม อนิกฺขิตฺตธุโร กุสเลสุ ธมฺเมสุ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ วิธุโร โหติ.
‘‘กถญฺจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ? อิธ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เย เต ภิกฺขู พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา เต กาเลน กาลํ อุปสงฺกมิตฺวา ปริปุจฺฉติ ปริปญฺหติ – ‘อิทํ, ภนฺเต, กถํ, อิมสฺส โก อตฺโถ’ติ? ตสฺส เต อายสฺมนฺโต อวิวฏญฺเจว วิวรนฺติ, อนุตฺตานีกตญฺจ อุตฺตานีกโรนฺติ, อเนกวิหิเตสุ จ กงฺขาฐานิเยสุ ธมฺเมสุ กงฺขํ ปฏิวิโนเทนฺติ. เอวํ โข, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ นิสฺสยสมฺปนฺโน โหติ. อิเมหิ โข, ภิกฺขเว, ตีหิ ธมฺเมหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ นจิรสฺเสว มหตฺตํ เวปุลฺลตฺตํ ปาปุณาติ กุสเลสุ ธมฺเมสู’’ติ. ทสมํ.
รถการวคฺโค ทุติโย.
ปฐมภาณวาโร นิฏฺฐิโต.
ตสฺสุทฺทานํ –
ญาโต [ญาตโก (สฺยา. กํ.)] สารณีโย ภิกฺขุ, จกฺกวตฺตี สเจตโน;
อปณฺณกตฺตา เทโว จ, ทุเว ปาปณิเกน จาติ.
๓. ปุคฺคลวคฺโค
๑. สมิทฺธสุตฺตํ
๒๑. เอวํ เม สุตํ – เอกํ สมยํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา จ สมิทฺโธ [สวิฏฺโฐ (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโก [มหาโกฏฺฐิโต (สี. สฺยา. กํ. ปี.)] เยนายสฺมา สาริปุตฺโต เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมตา สาริปุตฺเตน สทฺธึ สมฺโมทึสุ. สมฺโมทนียํ กถํ สารณียํ วีติสาเรตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข อายสฺมนฺตํ สมิทฺธํ อายสฺมา สาริปุตฺโต เอตทโวจ –
‘‘ตโยเม, อาวุโส สมิทฺธ, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต [ทิฏฺฐปฺปตฺโต (ก.)], สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติ?
‘‘ตโยเม, อาวุโส สาริปุตฺต, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ [โยยํ (ก.)] ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต, อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ. ตํ กิสฺส เหตุ? อิมสฺส, อาวุโส, ปุคฺคลสฺส สทฺธินฺทฺริยํ อธิมตฺต’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมนฺตํ มหาโกฏฺฐิกํ เอตทโวจ – ‘‘ตโยเม, อาวุโส โกฏฺฐิก, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติ?
‘‘ตโยเม, อาวุโส สาริปุตฺต, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขี, อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ. ตํ กิสฺส เหตุ? อิมสฺส, อาวุโส, ปุคฺคลสฺส สมาธินฺทฺริยํ อธิมตฺต’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมา มหาโกฏฺฐิโก อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ตโยเม, อาวุโส สาริปุตฺต, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ กตโม เต ปุคฺคโล ขมติ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’ติ?
‘‘ตโยเม, อาวุโส โกฏฺฐิก, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? กายสกฺขี, ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, สทฺธาวิมุตฺโต. อิเม โข, อาวุโส, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. อิเมสํ, อาวุโส, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ ยฺวายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต, อยํ เม ปุคฺคโล ขมติ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จ. ตํ กิสฺส เหตุ? อิมสฺส, อาวุโส, ปุคฺคลสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ อธิมตฺต’’นฺติ.
อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต อายสฺมนฺตญฺจ สมิทฺธํ อายสฺมนฺตญฺจ มหาโกฏฺฐิกํ เอตทโวจ – ‘‘พฺยากตํ โข, อาวุโส, อเมฺหหิ สพฺเพเหว ยถาสกํ ปฏิภานํ. อายามาวุโส, เยน ภควา เตนุปสงฺกมิสฺสาม; อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสฺสาม. ยถา โน ภควา พฺยากริสฺสติ ตถา นํ ธาเรสฺสามา’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข อายสฺมา จ สมิทฺโธ อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโก อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อถ โข อายสฺมา จ สาริปุตฺโต อายสฺมา จ สมิทฺโธ อายสฺมา จ มหาโกฏฺฐิโก เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ยาวตโก อโหสิ อายสฺมตา จ สมิทฺเธน อายสฺมตา จ มหาโกฏฺฐิเกน สทฺธึ กถาสลฺลาโป ตํ สพฺพํ ภควโต อาโรเจสิ.
‘‘น เขฺวตฺถ, สาริปุตฺต, สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ – ‘อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’ติ. ฐานเญฺหตํ, สาริปุตฺต, วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวาสฺส [สฺวายํ (สฺยา. กํ. ปี.), โสยํ (ก.)] อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน, ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขี สฺวาสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา, โย จายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต โสปสฺส [โสยํ (ก.)] สกทาคามี วา อนาคามี วา.
‘‘น เขฺวตฺถ, สาริปุตฺต, สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ – ‘อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’ติ. ฐานเญฺหตํ, สาริปุตฺต, วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล กายสกฺขี สฺวาสฺส อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน, ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวาสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา, โย จายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต โสปสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา.
‘‘น เขฺวตฺถ, สาริปุตฺต, สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ – ‘อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’ติ. ฐานเญฺหตํ, สาริปุตฺต, วิชฺชติ ยฺวายํ ปุคฺคโล ทิฏฺฐิปฺปตฺโต สฺวาสฺส อรหตฺตาย ปฏิปนฺโน, ยฺวายํ ปุคฺคโล สทฺธาวิมุตฺโต สฺวาสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา, โย จายํ ปุคฺคโล กายสกฺขี โสปสฺส สกทาคามี วา อนาคามี วา.
‘‘น เขฺวตฺถ, สาริปุตฺต, สุกรํ เอกํเสน พฺยากาตุํ – ‘อยํ อิเมสํ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อภิกฺกนฺตตโร จ ปณีตตโร จา’’’ติ. ปฐมํ.
๒. คิลานสุตฺตํ
๒๒. [ปุ. ป. ๙๔] ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, คิลานา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ เนว วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ โภชนานิ, ลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ อลภนฺโต วา สปฺปายานิ เภสชฺชานิ, ลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ อลภนฺโต วา ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ คิลาโน ลภนฺโตว สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยฺวายํ คิลาโน ลภนฺโตว สปฺปายานิ โภชนานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว สปฺปายานิ เภสชฺชานิ โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว ปติรูปํ อุปฏฺฐากํ โน อลภนฺโต วุฏฺฐาติ ตมฺหา อาพาธา, อิมํ โข, ภิกฺขเว, คิลานํ ปฏิจฺจ คิลานภตฺตํ อนุญฺญาตํ คิลานเภสชฺชํ อนุญฺญาตํ คิลานุปฏฺฐาโก อนุญฺญาโต. อิมญฺจ ปน, ภิกฺขเว, คิลานํ ปฏิจฺจ อญฺเญปิ คิลานา อุปฏฺฐาตพฺพา. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย คิลานา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ.
‘‘เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, ตโยเม คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย เนว โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘อิธ, ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย อลภนฺโต วา ตถาคตํ ทสฺสนาย, ลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย อลภนฺโต วา ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ลภนฺโตว ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย โน อลภนฺโต โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ.
‘‘ตตฺร, ภิกฺขเว, ยฺวายํ ปุคฺคโล ลภนฺโตว ตถาคตํ ทสฺสนาย โน อลภนฺโต, ลภนฺโตว ตถาคตปฺปเวทิตํ ธมฺมวินยํ สวนาย โน อลภนฺโต โอกฺกมติ นิยามํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิมํ โข ภิกฺขเว, ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ ธมฺมเทสนา อนุญฺญาตา. อิมญฺจ ปน, ภิกฺขเว, ปุคฺคลํ ปฏิจฺจ อญฺเญสมฺปิ ธมฺโม เทเสตพฺโพ. ‘‘อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย คิลานูปมา ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ทุติยํ.
๓. สงฺขารสุตฺตํ
๒๓. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺยาพชฺฌํ [สพฺยาปชฺฌํ (สพฺพตฺถ) เอวมุปริปิ] กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, สพฺยาพชฺฌํ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, สพฺยาพชฺฌํ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ. โส สพฺยาพชฺฌํ กายสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, สพฺยาพชฺฌํ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, สพฺยาพชฺฌํ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา สพฺยาพชฺฌํ โลกํ อุปปชฺชติ. ตเมนํ สพฺยาพชฺฌํ โลกํ อุปปนฺนํ สมานํ สพฺยาพชฺฌา ผสฺสา ผุสนฺติ. โส สพฺยาพชฺเฌหิ ผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ สมาโน สพฺยาพชฺฌํ เวทนํ เวทยติ เอกนฺตทุกฺขํ, เสยฺยถาปิ สตฺตา เนรยิกา.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อพฺยาพชฺฌํ กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อพฺยาพชฺฌํ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, อพฺยาพชฺฌํ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ. โส อพฺยาพชฺฌํ กายสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, อพฺยาพชฺฌํ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, อพฺยาพชฺฌํ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา อพฺยาพชฺฌํ โลกํ อุปปชฺชติ. ตเมนํ อพฺยาพชฺฌํ โลกํ อุปปนฺนํ สมานํ อพฺยาพชฺฌา ผสฺสา ผุสนฺติ. โส อพฺยาพชฺเฌหิ ผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ สมาโน อพฺยาพชฺฌํ เวทนํ เวทยติ เอกนฺตสุขํ, เสยฺยถาปิ เทวา สุภกิณฺหา.
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ กายสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ, สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขโรติ. โส สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ กายสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ วจีสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา, สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ มโนสงฺขารํ อภิสงฺขริตฺวา สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ โลกํ อุปปชฺชติ. ตเมนํ สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ โลกํ อุปปนฺนํ สมานํ สพฺยาพชฺฌาปิ อพฺยาพชฺฌาปิ ผสฺสา ผุสนฺติ. โส สพฺยาพชฺเฌหิปิ อพฺยาพชฺเฌหิปิ ผสฺเสหิ ผุฏฺโฐ สมาโน สพฺยาพชฺฌมฺปิ อพฺยาพชฺฌมฺปิ เวทนํ เวทยติ โวกิณฺณสุขทุกฺขํ, เสยฺยถาปิ มนุสฺสา เอกจฺเจ จ เทวา เอกจฺเจ จ วินิปาติกา. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ. ตติยํ.
๔. พหุการสุตฺตํ
๒๔. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา ปุคฺคลสฺส พหุการา. กตเม ตโย? ยํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล พุทฺธํ สรณํ คโต โหติ, ธมฺมํ สรณํ คโต โหติ, สงฺฆํ สรณํ คโต โหติ; อยํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยํ ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ; อยํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร.
‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, ยํ ปุคฺคลํ อาคมฺม ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ; อยํ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อิมสฺส ปุคฺคลสฺส พหุกาโร. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา ปุคฺคลสฺส พหุการา.
‘‘อิเมหิ จ ปน, ภิกฺขเว, ตีหิ ปุคฺคเลหิ อิมสฺส ปุคฺคลสฺส นตฺถญฺโญ ปุคฺคโล พหุกาโรติ วทามิ. อิเมสํ ปน, ภิกฺขเว, ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อิมินา ปุคฺคเลน น สุปฺปติการํ วทามิ, ยทิทํ อภิวาทนปจฺจุฏฺฐานอญฺชลิกมฺมสามีจิกมฺมจีวรปิณฺฑปาตเสนาสน-คิลานปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารานุปฺปทาเนนา’’ติ. จตุตฺถํ.
๕. วชิรูปมสุตฺตํ
๒๕. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อรุกูปมจิตฺโต ปุคฺคโล, วิชฺชูปมจิตฺโต ปุคฺคโล, วชิรูปมจิตฺโต ปุคฺคโล. กตโม จ, ภิกฺขเว, อรุกูปมจิตฺโต ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทุฏฺฐารุโก [ทุฏฺฐารุกา (สี.)] กฏฺเฐน วา กฐลาย [กถลาย (สฺยา. กํ. ก.), กฐเลน-กถเลน (อฏฺฐกถา)] วา ฆฏฺฏิโต [ฆฏฺฏิตา (สี.)] ภิยฺโยโสมตฺตาย อาสวํ เทติ [อสฺสวโนติ (สี.)]; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, อรุกูปมจิตฺโต ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, วิชฺชูปมจิตฺโต ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขสมุทโย’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรโธ’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ, ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. เสยฺยถาปิ ภิกฺขเว, จกฺขุมา ปุริโส รตฺตนฺธการติมิสายํ วิชฺชนฺตริกาย รูปานิ ปสฺเสยฺย; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล ‘อิทํ ทุกฺข’นฺติ ยถาภูตํ ปชานาติ…เป… ‘อยํ ทุกฺขนิโรธคามินี ปฏิปทา’ติ ยถาภูตํ ปชานาติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วิชฺชูปมจิตฺโต ปุคฺคโล.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, วชิรูปมจิตฺโต ปุคฺคโล? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา อนาสวํ เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตึ ทิฏฺเฐว ธมฺเม สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา อุปสมฺปชฺช วิหรติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, วชิรสฺส นตฺถิ กิญฺจิ อเภชฺชํ มณิ วา ปาสาโณ วา; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล อาสวานํ ขยา…เป… อุปสมฺปชฺช วิหรติ. อยํ วุจฺจติ, ภิกฺขเว, วชิรูปมจิตฺโต ปุคฺคโล. ‘อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’’นฺติ [ปุ. ป. ๑๐๒]. ปญฺจมํ.
๖. เสวิตพฺพสุตฺตํ
๒๖. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล หีโน โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ อญฺญตฺร อนุทฺทยา อญฺญตฺร อนุกมฺปา.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สทิโส โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? สีลสามญฺญคตานํ สตํ สีลกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี [ปวตฺตนี (สี. สฺยา. กํ. ปี.) ปุ. ป. ๑๒๒ ปสฺสิตพฺพํ] ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ. สมาธิสามญฺญคตานํ สตํ สมาธิกถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสติ. ปญฺญาสามญฺญคตานํ สตํ ปญฺญากถา จ โน ภวิสฺสติ, สา จ โน ปวตฺตินี ภวิสฺสติ, สา จ โน ผาสุ ภวิสฺสตีติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล อธิโก โหติ สีเลน สมาธินา ปญฺญาย. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? อิติ อปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สีลกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา สมาธิกฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามิ; อปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ปริปูเรสฺสามิ, ปริปูรํ วา ปญฺญากฺขนฺธํ ตตฺถ ตตฺถ ปญฺญาย อนุคฺคเหสฺสามีติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล สกฺกตฺวา ครุํ กตฺวา เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’นฺติ.
‘‘นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี,
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี;
เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ,
ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถา’’ติ. ฉฏฺฐํ;
๗. ชิคุจฺฉิตพฺพสุตฺตํ
๒๗. ‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ตโย? อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. อตฺถิ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล ทุสฺสีโล โหติ ปาปธมฺโม อสุจิ สงฺกสฺสรสมาจาโร ปฏิจฺฉนฺนกมฺมนฺโต, อสฺสมโณ สมณปฏิญฺโญ, อพฺรหฺมจารี พฺรหฺมจาริปฏิญฺโญ, อนฺโตปูติ อวสฺสุโต กสมฺพุชาโต. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’ติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, อหิ คูถคโต กิญฺจาปิ น ทํสติ [ฑํสติ (สี. สฺยา.), ฑสฺสติ (ปี.)], อถ โข นํ มกฺเขติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, กิญฺจาปิ เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ ปาปโก กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘ปาปมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล ปาปสหาโย ปาปสมฺปวงฺโก’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล ชิคุจฺฉิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ทุฏฺฐารุโก กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโสมตฺตาย อาสวํ เทติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว…เป… เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, ตินฺทุกาลาตํ กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิตํ ภิยฺโยโสมตฺตาย จิจฺจิฏายติ จิฏิจิฏายติ; เอวเมวํ โข ภิกฺขเว…เป… เสยฺยถาปิ, ภิกฺขเว, คูถกูโป กฏฺเฐน วา กฐลาย วา ฆฏฺฏิโต ภิยฺโยโสมตฺตาย ทุคฺคนฺโธ โหติ; เอวเมวํ โข, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ ปุคฺคโล โกธโน โหติ อุปายาสพหุโล, อปฺปมฺปิ วุตฺโต สมาโน อภิสชฺชติ กุปฺปติ พฺยาปชฺชติ ปติตฺถียติ, โกปญฺจ โทสญฺจ อปฺปจฺจยญฺจ ปาตุกโรติ. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? อกฺโกเสยฺยปิ มํ ปริภาเสยฺยปิ มํ อนตฺถมฺปิ มํ กเรยฺยาติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล อชฺฌุเปกฺขิตพฺโพ น เสวิตพฺโพ น ภชิตพฺโพ น ปยิรุปาสิตพฺโพ.
‘‘กตโม จ, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ? อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ ปุคฺคโล สีลวา โหติ กลฺยาณธมฺโม. เอวรูโป, ภิกฺขเว, ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ตํ กิสฺส เหตุ? กิญฺจาปิ, ภิกฺขเว, เอวรูปสฺส ปุคฺคลสฺส น ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ, อถ โข นํ กลฺยาโณ กิตฺติสทฺโท อพฺภุคฺคจฺฉติ – ‘กลฺยาณมิตฺโต ปุริสปุคฺคโล กลฺยาณสหาโย กลฺยาณสมฺปวงฺโก’ติ. ตสฺมา เอวรูโป ปุคฺคโล เสวิตพฺโพ ภชิตพฺโพ ปยิรุปาสิตพฺโพ. ‘อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย ปุคฺคลา สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมิ’’’นฺติ.
‘‘นิหียติ ปุริโส นิหีนเสวี,
น จ หาเยถ กทาจิ ตุลฺยเสวี;
เสฏฺฐมุปนมํ อุเทติ ขิปฺปํ,
ตสฺมา อตฺตโน อุตฺตรึ ภเชถา’’ติ. สตฺตมํ;