อุปาลิปญฺจกํ

๑. อนิสฺสิตวคฺโค

๔๑๗. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อายสฺมา อุปาลิ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อุปาลิ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพ’’นฺติ?

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. [ปริ. ๓๒๕] กตเมหิ ปญฺจหิ? อุโปสถํ น ชานาติ, อุโปสถกมฺมํ น ชานาติ, ปาติโมกฺขํ น ชานาติ, ปาติโมกฺขุทฺเทสํ น ชานาติ, อูนปญฺจวสฺโส โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อุโปสถํ ชานาติ, อุโปสถกมฺมํ ชานาติ, ปาติโมกฺขํ ชานาติ, ปาติโมกฺขุทฺเทสํ ชานาติ, ปญฺจวสฺโส วา โหติ อติเรกปญฺจวสฺโส วา – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปวารณํ น ชานาติ, ปวารณากมฺมํ น ชานาติ, ปาติโมกฺขํ น ชานาติ, ปาติโมกฺขุทฺเทสํ น ชานาติ, อูนปญฺจวสฺโส โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปวารณํ ชานาติ, ปวารณากมฺมํ ชานาติ, ปาติโมกฺขํ ชานาติ, ปาติโมกฺขุทฺเทสํ ชานาติ, ปญฺจวสฺโส วา โหติ อติเรกปญฺจวสฺโส วา – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ, อูนปญฺจวสฺโส โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ นานิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ, ปญฺจวสฺโส วา โหติ อติเรกปญฺจวสฺโส วา – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา ยาวชีวํ อนิสฺสิเตน วตฺถพฺพํ’’.

๔๑๘. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ?

[มหาว. ๘๔] ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ปฏิพโล โหติ อนฺเตวาสึ วา สทฺธิวิหารึ วา คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ วา อุปฏฺฐาเปตุํ วา, อนภิรตํ วูปกาเสตุํ วา วูปกาสาเปตุํ วา, อุปฺปนฺนํ กุกฺกุจฺจํ ธมฺมโต วิโนเทตุํ [อิมสฺมึ ฐาเน สพฺพตฺถ ‘‘วิโนเทตุํ วา วิโนทาเปตุํ วา’’ติ ปาโฐ ทิสฺสติ, วิมติวิโนทนีฏีกาย มหาวคฺควณฺณนา โอโลเกตพฺพา], อภิธมฺเม วิเนตุํ, อภิวินเย วิเนตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อุปสมฺปาเทตพฺพํ, นิสฺสโย ทาตพฺโพ, สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปฏิพโล โหติ อนฺเตวาสึ วา สทฺธิวิหารึ วา คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ วา อุปฏฺฐาเปตุํ วา, อนภิรตํ วูปกาเสตุํ วา วูปกาสาเปตุํ วา, อุปฺปนฺนํ กุกฺกุจฺจํ ธมฺมโต วิโนเทตุํ, อภิธมฺเม วิเนตุํ, อภิวินเย วิเนตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อุปสมฺปาเทตพฺพํ, นิสฺสโย ทาตพฺโพ, สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ปฏิพโล โหติ อนฺเตวาสึ วา สทฺธิวิหารึ วา อภิสมาจาริกาย สิกฺขาย สิกฺขาเปตุํ, อาทิพฺรหฺมจาริยกาย สิกฺขาย วิเนตุํ, อธิสีเล วิเนตุํ, อธิจิตฺเต วิเนตุํ, อธิปญฺญาย วิเนตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา น อุปสมฺปาเทตพฺพํ, น นิสฺสโย ทาตพฺโพ, น สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อุปสมฺปาเทตพฺพํ, นิสฺสโย ทาตพฺโพ, สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปฏิพโล โหติ อนฺเตวาสึ วา สทฺธิวิหารึ วา อภิสมาจาริกาย สิกฺขาย สิกฺขาเปตุํ, อาทิพฺรหฺมจาริยกาย สิกฺขาย วิเนตุํ, อธิสีเล วิเนตุํ, อธิจิตฺเต วิเนตุํ, อธิปญฺญาย วิเนตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อุปสมฺปาเทตพฺพํ, นิสฺสโย ทาตพฺโพ, สามเณโร อุปฏฺฐาเปตพฺโพ’’ติ.

๔๑๙. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพ’’นฺติ?

ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อลชฺชี จ โหติ, พาโล จ, อปกตตฺโต จ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิสีเล สีลวิปนฺโน โหติ, อชฺฌาจาเร อาจารวิปนฺโน โหติ, อติทิฏฺฐิยา ทิฏฺฐิวิปนฺโน โหติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กายิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ, วาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ, กายิกวาจสิเกน ทเวน สมนฺนาคโต โหติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กายิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ, วาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ, กายิกวาจสิเกน อนาจาเรน สมนฺนาคโต โหติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กายิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ, วาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ, กายิกวาจสิเกน อุปฆาติเกน สมนฺนาคโต โหติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กายิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ, วาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ, กายิกวาจสิเกน มิจฺฉาชีเวน สมนฺนาคโต โหติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ อาปนฺโน กมฺมกโต อุปสมฺปาเทติ, นิสฺสยํ เทติ, สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ, ภิกฺขุโนวาทกสมฺมุตึ สาทิยติ, สมฺมโตปิ ภิกฺขุนิโย โอวทติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน กมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, อญฺญํ วา ตาทิสิกํ, ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ, กมฺมํ ครหติ, กมฺมิเก ครหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ, ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ, สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ กาตพฺพ’’นฺติ.

อนิสฺสิตวคฺโค นิฏฺฐิโต ปฐโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

อุโปสถํ ปวารณํ, อาปตฺติ จ คิลานกํ;

อภิสมาจารลชฺชี จ, อธิสีเล ทเวน จ.

อนาจารํ อุปฆาติ, มิจฺฉา อาปตฺติเมว จ;

ยายาปตฺติยา พุทฺธสฺส, ปฐโม วคฺคสงฺคโหติ.

๒. นปฺปฏิปฺปสฺสมฺภนวคฺโค

๔๒๐. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพ’’นฺติ?

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ อาปนฺโน กมฺมกโต อุปสมฺปาเทติ, นิสฺสยํ เทติ, สามเณรํ อุปฏฺฐาเปติ, ภิกฺขุโนวาทกสมฺมุตึ สาทิยติ, สมฺมโตปิ ภิกฺขุนิโย โอวทติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ.

[จูฬว. ๘-๙, ๑๘, ๓๐-๓๑, ๔๓, ๕๓, ๖๒, ๗๒] ‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ยาย อาปตฺติยา สงฺเฆน กมฺมํ กตํ โหติ ตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ, อญฺญํ วา ตาทิสิกํ, ตโต วา ปาปิฏฺฐตรํ, กมฺมํ ครหติ, กมฺมิเก ครหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? พุทฺธสฺส อวณฺณํ ภาสติ, ธมฺมสฺส อวณฺณํ ภาสติ, สงฺฆสฺส อวณฺณํ ภาสติ, มิจฺฉาทิฏฺฐิโก จ โหติ, อาชีววิปนฺโน จ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อลชฺชี จ โหติ, พาโล จ, อปกตตฺโต จ, โอมทฺทการโก จ โหติ, วตฺเตสุ สิกฺขาย จ น ปริปูรการี – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน กมฺมํ นปฺปฏิปฺปสฺสมฺเภตพฺพ’’นฺติ.

๔๒๑. ‘‘สงฺคามาวจเรน, ภนฺเต, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมนฺเตน กติ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา สงฺโฆ อุปสงฺกมิตพฺโพ’’ติ?

[ปริ. ๓๖๕] ‘‘สงฺคามาวจเรน, อุปาลิ, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมนฺเตน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา สงฺโฆ อุปสงฺกมิตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? สงฺคามาวจเรน, อุปาลิ, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมนฺเตน นีจจิตฺเตน สงฺโฆ อุปสงฺกมิตพฺโพ, รโชหรณสเมน จิตฺเตน, อาสนกุสเลน ภวิตพฺพํ นิสฺสชฺชกุสเลน, เถเร ภิกฺขู อนุปขชฺชนฺเตน, นเว ภิกฺขู อาสเนน อปฺปฏิพาหนฺเตน ยถาปติรูเป อาสเน นิสีทิตพฺพํ, อนานากถิเกน ภวิตพฺพํ อติรจฺฉานกถิเกน, สามํ วา ธมฺโม ภาสิตพฺโพ, ปโร วา อชฺเฌสิตพฺโพ, อริโย วา ตุณฺหิภาโว นาติมญฺญิตพฺโพ, สเจ, อุปาลิ, สงฺโฆ สมคฺคกรณียานิ กมฺมานิ กโรติ ตตฺร เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุโน นกฺขมติ, อปิ ทิฏฺฐาวิกมฺมํ กตฺวา ญาเปตพฺพา สามคฺคี. ตํ กิสฺสเหตุ? มาหํ สงฺเฆน นานตฺโต อสฺสนฺติ. สงฺคามาวจเรนุปาลิ, ภิกฺขุนา สงฺฆํ อุปสงฺกมนฺเตน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา สงฺโฆ อุปสงฺกมิตพฺโพ’’ติ.

๔๒๒. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จา’’ติ?

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อุสฺสิตมนฺตี จ โหติ, นิสฺสิตชปฺปี จ, น จ ภาสานุสนฺธิกุสโล โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น อุสฺสิตมนฺตี จ โหติ, น นิสฺสิตชปฺปี จ, ภาสานุสนฺธิกุสโล จ โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนรุจิโต จ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อุสฺสาเทตา จ โหติ, อปสาเทตา จ, อธมฺมํ คณฺหาติ, ธมฺมํ ปฏิพาหติ, สมฺผญฺจ พหุํ ภาสติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น อุสฺสาเทตา จ โหติ, น อปสาเทตา จ, ธมฺมํ คณฺหาติ, อธมฺมํ ปฏิพาหติ, สมฺผญฺจ น พหุํ ภาสติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนรุจิโต จ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปสยฺหปวตฺตา โหติ, อโนกาสกมฺมํ กาเรตฺวา ปวตฺตา โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ, น ยถาทิฏฺฐิยา พฺยากตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนอกนฺโต จ โหติ พหุชนอมนาโป จ พหุชนอรุจิโต จ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนรุจิโต จ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ปสยฺหปวตฺตา โหติ, โอกาสกมฺมํ กาเรตฺวา ปวตฺตา โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ, ยถาทิฏฺฐิยา พฺยากตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ สงฺเฆ โวหรนฺโต พหุชนกนฺโต จ โหติ พหุชนมนาโป จ พหุชนรุจิโต จา’’ติ.

๔๒๓. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อานิสํสา วินยปริยตฺติยา’’ติ?

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อานิสํสา วินยปริยตฺติยา. กตเม ปญฺจ? อตฺตโน สีลกฺขนฺโธ สุคุตฺโต โหติ สุรกฺขิโต, กุกฺกุจฺจปกตานํ ปฏิสรณํ โหติ, วิสารโท สงฺฆมชฺเฌ โวหรติ, ปจฺจตฺถิเก สหธมฺเมน สุนิคฺคหิตํ นิคฺคณฺหาติ, สทฺธมฺมฏฺฐิติยา ปฏิปนฺโน โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจานิสํสา วินยปริยตฺติยา’’.

นปฺปฏิปฺปสฺสมฺภนวคฺโค นิฏฺฐิโต ทุติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

อาปนฺโน ยายวณฺณญฺจ, อลชฺชี สงฺคาเมน จ;

อุสฺสิตา อุสฺสาเทตา จ, ปสยฺห ปริยตฺติยาติ.

ปฐมยมกปญฺญตฺติ.

๓. โวหารวคฺโค

๔๒๔. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพ’’นฺติ?

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ น ชานาติ, อาปตฺติสมุฏฺฐานํ น ชานาติ, อาปตฺติยา ปโยคํ น ชานาติ, อาปตฺติยา วูปสมํ น ชานาติ, อาปตฺติยา น วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ ชานาติ, อาปตฺติสมุฏฺฐานํ ชานาติ, อาปตฺติยา ปโยคํ ชานาติ, อาปตฺติยา วูปสมํ ชานาติ, อาปตฺติยา วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิกรณํ น ชานาติ, อธิกรณสมุฏฺฐานํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส ปโยคํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส วูปสมํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส น วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิกรณํ ชานาติ, อธิกรณสมุฏฺฐานํ ชานาติ, อธิกรณสฺส ปโยคํ ชานาติ, อธิกรณสฺส วูปสมํ ชานาติ, อธิกรณสฺส วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปสยฺหปวตฺตา โหติ, อโนกาสกมฺมํ กาเรตฺวา ปวตฺตา โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, น ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ, น ยถาทิฏฺฐิยา พฺยากตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ปสยฺหปวตฺตา โหติ, โอกาสกมฺมํ กาเรตฺวา ปวตฺตา โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา โจเทตา โหติ, ยถาธมฺเม ยถาวินเย ยถาปตฺติยา กาเรตา โหติ, ยถาทิฏฺฐิยา พฺยากตา โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ, สปฺปฏิกมฺมํ อปฺปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ, สปฺปฏิกมฺมํ อปฺปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กมฺมํ น ชานาติ, กมฺมสฺส กรณํ น ชานาติ, กมฺมสฺส วตฺถุํ น ชานาติ, กมฺมสฺส วตฺตํ น ชานาติ, กมฺมสฺส วูปสมํ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? กมฺมํ ชานาติ, กมฺมสฺส กรณํ ชานาติ, กมฺมสฺส วตฺถุํ ชานาติ, กมฺมสฺส วตฺตํ ชานาติ, กมฺมสฺส วูปสมํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ น ชานาติ, นิทานํ น ชานาติ, ปญฺญตฺตึ น ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ น ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ ชานาติ, นิทานํ ชานาติ, ปญฺญตฺตึ ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, โทสาคตึ คจฺฉติ, โมหาคตึ คจฺฉติ, ภยาคตึ คจฺฉติ, อลชฺชี จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, น โทสาคตึ คจฺฉติ, น โมหาคตึ คจฺฉติ, น ภยาคตึ คจฺฉติ, ลชฺชี จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, โทสาคตึ คจฺฉติ, โมหาคตึ คจฺฉติ, ภยาคตึ คจฺฉติ, อกุสโล จ โหติ วินเย – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? น ฉนฺทาคตึ คจฺฉติ, น โทสาคตึ คจฺฉติ, น โมหาคตึ คจฺฉติ, น ภยาคตึ คจฺฉติ, กุสโล จ โหติ วินเย – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ญตฺตึ น ชานาติ, ญตฺติยา กรณํ น ชานาติ, ญตฺติยา อนุสฺสาวนํ น ชานาติ, ญตฺติยา สมถํ น ชานาติ, ญตฺติยา วูปสมํ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ญตฺตึ ชานาติ, ญตฺติยา กรณํ ชานาติ, ญตฺติยา อนุสฺสาวนํ ชานาติ, ญตฺติยา สมถํ ชานาติ, ญตฺติยา วูปสมํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ น ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ น ชานาติ, วินยํ น ชานาติ, วินยานุโลมํ น ชานาติ, น จ ฐานาฐานกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ ชานาติ, วินยํ ชานาติ, วินยานุโลมํ ชานาติ, ฐานาฐานกุสโล จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ธมฺมํ น ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ น ชานาติ, วินยํ น ชานาติ, วินยานุโลมํ น ชานาติ, น จ ปุพฺพาปรกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ น โวหริตพฺพํ. ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ธมฺมํ ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ ชานาติ, วินยํ ชานาติ, วินยานุโลมํ ชานาติ, ปุพฺพาปรกุสโล จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สงฺเฆ โวหริตพฺพ’’นฺติ.

โวหารวคฺโค นิฏฺฐิโต ตติโย.

ตสฺสุทฺทานํ –

อาปตฺติ อธิกรณํ, ปสยฺหาปตฺติ ชานนา;

กมฺมํ วตฺถุํ อลชฺชี จ, อกุสโล จ ญตฺติยา;

สุตฺตํ น ชานาติ ธมฺมํ, ตติโย วคฺคสงฺคโหติ.

๔. ทิฏฺฐาวิกมฺมวคฺโค

๔๒๕. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา. กตเม ปญฺจ? อนาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, อเทสนาคามินิยา อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, เทสิตาย อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, มโน มานเสน ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา.

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา. กตเม ปญฺจ? อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, เทสนาคามินิยา อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, อเทสิตาย อาปตฺติยา ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, น จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, น มโน มานเสน ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา.

‘‘อปเรปิ, อุปาลิ, ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา. กตเม ปญฺจ? นานาสํวาสกสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, นานาสีมาย ฐิตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, อปกตตฺตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, มโน มานเสน ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา.

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมา. กตเม ปญฺจ? สมานสํวาสกสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, สมานสีมาย ฐิตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, ปกตตฺตสฺส สนฺติเก ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, น จตูหิ ปญฺจหิ ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ, น มโน มานเสน ทิฏฺฐึ อาวิ กโรติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ ธมฺมิกา ทิฏฺฐาวิกมฺมาติ.

๔๒๖. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อธมฺมิกา ปฏิคฺคหา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อธมฺมิกา ปฏิคฺคหา. กตเม ปญฺจ? กาเยน ทิยฺยมานํ กาเยน อปฺปฏิคฺคหิตํ, กาเยน ทิยฺยมานํ กายปฺปฏิพทฺเธน อปฺปฏิคฺคหิตํ, กายปฺปฏิพทฺเธน ทิยฺยมานํ กาเยน อปฺปฏิคฺคหิตํ, กายปฺปฏิพทฺเธน ทิยฺยมานํ กายปฺปฏิพทฺเธน อปฺปฏิคฺคหิตํ, นิสฺสคฺคิเยน ทิยฺยมานํ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา อปฺปฏิคฺคหิตํ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อธมฺมิกา ปฏิคฺคหา.

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, ธมฺมิกา ปฏิคฺคหา. กตเม ปญฺจ? กาเยน ทิยฺยมานํ กาเยน ปฏิคฺคหิตํ, กาเยน ทิยฺยมานํ กายปฺปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหิตํ, กายปฺปฏิพทฺเธน ทิยฺยมานํ กาเยน ปฏิคฺคหิตํ, กายปฺปฏิพทฺเธน ทิยฺยมานํ กายปฺปฏิพทฺเธน ปฏิคฺคหิตํ, นิสฺสคฺคิเยน ทิยฺยมานํ กาเยน วา กายปฺปฏิพทฺเธน วา ปฏิคฺคหิตํ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ ธมฺมิกา ปฏิคฺคหา’’ติ.

๔๒๗. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อนติริตฺตา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อนติริตฺตา. กตเม ปญฺจ? [ปาจิ. ๒๓๙] อกปฺปิยกตํ โหติ, อปฺปฏิคฺคหิตกตํ โหติ อนุจฺจาริตกตํ โหติ, อหตฺถปาเส กตํ โหติ, อลเมตํ สพฺพนฺติ อวุตฺตํ โหติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อนติริตฺตา.

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อติริตฺตา. กตเม ปญฺจ? [ปาจิ. ๒๓๙] กปฺปิยกตํ โหติ, ปฏิคฺคหิตกตํ โหติ, อุจฺจาริตกตํ โหติ, หตฺถปาเส กตํ โหติ, อลเมตํ สพฺพนฺติ วุตฺตํ โหติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อติริตฺตา’’ติ.

๔๒๘. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, อากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายตี’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, อากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? [ปาจิ. ๒๓๙] อสนํ ปญฺญายติ, โภชนํ ปญฺญายติ, หตฺถปาเส ฐิโต อภิหรติ, ปฏิกฺเขโป ปญฺญายติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหากาเรหิ ปวารณา ปญฺญายตี’’ติ.

๔๒๙. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา. กตเม ปญฺจ? ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ, ปาราชิเกน โจทิยมาโน สงฺฆาทิเสสํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ สงฺฆาทิเสเสน กาเรติ, อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ, ปาราชิเกน โจทิยมาโน ปาจิตฺติยํ…เป… ปาฏิเทสนียํ… ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ, อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ…เป… ปาจิตฺติยํ… ปาฏิเทสนียํ… ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ. ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ, อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ภิกฺขุ ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ, ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน สงฺฆาทิเสสํ…เป… ปาจิตฺติยํ… ปาฏิเทสนียํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ ปาฏิเทสนีเยน กาเรติ – อธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา.

‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, ธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา. กตเม ปญฺจ? ภิกฺขุ ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน โหติ, ปาราชิเกน โจทิยมาโน ปาราชิกํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ ปาราชิเกน กาเรติ, ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. ภิกฺขุ สงฺฆาทิเสสํ…เป… ปาจิตฺติยํ… ปาฏิเทสนียํ… ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน โหติ, ทุกฺกเฏน โจทิยมาโน ทุกฺกฏํ อชฺฌาปนฺโน ปฏิชานาติ, ตํ สงฺโฆ ทุกฺกเฏน กาเรติ, ธมฺมิกํ ปฏิญฺญาตกรณํ. อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ ธมฺมิกา ปฏิญฺญาตกรณา’’ติ.

๔๓๐. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุ’’นฺติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อลชฺชี จ โหติ, พาโล จ, อปกตตฺโต จ, จาวนาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ, โน วุฏฺฐานาธิปฺปาโย – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ลชฺชี จ โหติ, ปณฺฑิโต จ, ปกตตฺโต จ, วุฏฺฐานาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ, โน จาวนาธิปฺปาโย – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุ’’นฺติ.

๔๓๑. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉิตพฺโพ’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉิตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ น ชานาติ, นิทานํ น ชานาติ, ปญฺญตฺตึ น ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ น ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย น สากจฺฉิตพฺโพ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย สากจฺฉิตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ ชานาติ, นิทานํ ชานาติ, ปญฺญตฺตึ ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา สทฺธึ วินโย สากจฺฉิตพฺโพ’’ติ.

๔๓๒. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, ปญฺหาปุจฺฉา’’ติ? ‘‘ปญฺจิมา, อุปาลิ, ปญฺหาปุจฺฉา. กตมา ปญฺจ? มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ปญฺหํ ปุจฺฉติ, ปริภวา ปญฺหํ ปุจฺฉติ, อญฺญาตุกาโม ปญฺหํ ปุจฺฉติ, สเจ เม ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อิจฺเจตํ กุสลํ โน เจ ปญฺหํ ปุฏฺโฐ สมฺมเทว พฺยากริสฺสติ อหมสฺส สมฺมเทว พฺยากริสฺสามีติ ปญฺหํ ปุจฺฉติ – อิมา โข, อุปาลิ, ปญฺจ ปญฺหาปุจฺฉา’’ติ.

๔๓๓. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อญฺญพฺยากรณา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อญฺญพฺยากรณา. กตเม ปญฺจ? มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อญฺญํ พฺยากโรติ, ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อญฺญํ พฺยากโรติ, อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อญฺญํ พฺยากโรติ, อธิมาเนน อญฺญํ พฺยากโรติ, ภูตํ อญฺญํ พฺยากโรติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อญฺญพฺยากรณา’’ติ.

๔๓๔. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, วิสุทฺธิโย’’ติ? ‘‘ปญฺจิมา, อุปาลิ, วิสุทฺธิโย. กตมา ปญฺจ? นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ปฐมา วิสุทฺธิ, นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ทุติยา วิสุทฺธิ, นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ ตติยา วิสุทฺธิ, นิทานํ อุทฺทิสิตฺวา จตฺตาริ ปาราชิกานิ อุทฺทิสิตฺวา เตรส สงฺฆาทิเสเส อุทฺทิสิตฺวา เทฺว อนิยเต อุทฺทิสิตฺวา อวเสสํ สุเตน สาเวตพฺพํ อยํ จตุตฺถา วิสุทฺธิ, วิตฺถาเรเนว ปญฺจมี – อิมา โข, อุปาลิ, ปญฺจ วิสุทฺธิโย’’ติ.

๔๓๕. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, โภชนา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, โภชนา. กตเม ปญฺจ? โอทโน, กุมฺมาโส, สตฺตุ, มจฺโฉ, มํสํ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ โภชนา’’ติ.

ทิฏฺฐาวิกมฺมวคฺโค นิฏฺฐิโต จตุตฺโถ.

ตสฺสุทฺทานํ –

ทิฏฺฐาวิกมฺมา อปเร, ปฏิคฺคหานติริตฺตา;

ปวารณา ปฏิญฺญาตํ, โอกาสํ สากจฺเฉน จ;

ปญฺหํ อญฺญพฺยากรณา, วิสุทฺธิ จาปิ โภชนาติ.

๕. อตฺตาทานวคฺโค

๔๓๖. [จูฬว. ๓๙๙; อ. นิ. ๑๐.๔๔] ‘‘โจทเกน, ภนฺเต, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน กติ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ? ‘‘โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ปริสุทฺธกายสมาจาโร นุ โขมฺหิ, ปริสุทฺเธนมฺหิ กายสมาจาเรน สมนฺนาคโต อจฺฉิทฺเทน อปฺปฏิมํเสน, สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โน’’ติ. โน เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺเธน กายสมาจาเรน สมนฺนาคโต อจฺฉิทฺเทน อปฺปฏิมํเสน, ตสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร – ‘อิงฺฆ, ตาว อายสฺมา กายิกํ สิกฺขสฺสู’ติ อิติสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร.

‘‘ปุน จปรํ, อุปาลิ, โจทเกน ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ปริสุทฺธวจีสมาจาโร นุ โขมฺหิ, ปริสุทฺเธนมฺหิ วจีสมาจาเรน สมนฺนาคโต อจฺฉิทฺเทน อปฺปฏิมํเสน, สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โน’ติ. โน เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺเธน วจีสมาจาเรน สมนฺนาคโต อจฺฉิทฺเทน อปฺปฏิมํเสน, ตสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร – ‘อิงฺฆ, ตาว อายสฺมา วาจสิกํ สิกฺขสฺสู’ติ อิติสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร.

‘‘ปุน จปรํ, อุปาลิ, โจทเกน ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘เมตฺตํ นุ โข เม จิตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ สพฺรหฺมจารีสุ อนาฆาตํ, สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โน’ติ. โน เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุโน เมตฺตํ จิตฺตํ ปจฺจุปฏฺฐิตํ โหติ สพฺรหฺมจารีสุ อนาฆาตํ, ตสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร – ‘อิงฺฆ, ตาว อายสฺมา สพฺรหฺมจารีสุ เมตฺตํ จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปหี’ติ อิติสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร.

‘‘ปุน จปรํ, อุปาลิ, โจทเกน ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘พหุสฺสุโต นุ โขมฺหิ สุตธโร สุตสนฺนิจโย, เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ, ตถารูปา เม ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺติ ธาตา วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา, สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โน’ติ. โน เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร สุตสนฺนิจโย, เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ, ตถารูปสฺส ธมฺมา น พหุสฺสุตา โหนฺติ ธาตา วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา, ตสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร – ‘อิงฺฆ, ตาว อายสฺมา อาคมํ ปริยาปุณสฺสู’ติ อิติสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร.

‘‘ปุน จปรํ, อุปาลิ, โจทเกน ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘อุภยานิ โข เม ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส, สํวิชฺชติ นุ โข เม เอโส ธมฺโม อุทาหุ โน’ติ. โน เจ, อุปาลิ, ภิกฺขุโน อุภยานิ ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส, ‘อิทํ ปนาวุโส กตฺถ วุตฺตํ ภควตา’ติ อิติ ปุฏฺโฐ น สมฺปายติ [น สมฺปาทยติ (ก.), น สมฺปาเทติ (สฺยา.)], ตสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร – ‘อิงฺฆ, ตาว อายสฺมา วินยํ ปริยาปุณสฺสู’ติ อิติสฺส ภวนฺติ วตฺตาโร. โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ.

๔๓๗. ‘‘โจทเกน, ภนฺเต, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน กติ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ? ‘‘โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? กาเลน วกฺขามิ โน อกาเลน, ภูเตน วกฺขามิ โน อภูเตน, สเณฺหน วกฺขามิ โน ผรุเสน, อตฺถสํหิเตน วกฺขามิ โน อนตฺถสํหิเตน, เมตฺตาจิตฺโต วกฺขามิ โน โทสนฺตโรติ – โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ อุปฏฺฐาเปตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ.

๔๓๘. [จูฬว. ๔๐๐] ‘‘โจทเกน, ภนฺเต, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน กติ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ มนสิ กริตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ? ‘‘โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ มนสิ กริตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ. กตเม ปญฺจ? การุญฺญตา, หิเตสิตา, อนุกมฺปตา, อาปตฺติวุฏฺฐานตา, วินยปุเรกฺขารตา – โจทเกนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปรํ โจเทตุกาเมน อิเม ปญฺจ ธมฺเม อชฺฌตฺตํ มนสิ กริตฺวา ปโร โจเทตพฺโพ’’ติ.

๔๓๙. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุ’’นฺติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, อปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ, อปริสุทฺธาชีโว โหติ, พาโล โหติ อพฺยตฺโต, น ปฏิพโล อนุยุญฺชิยมาโน อนุโยคํ ทาตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส นาลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺธาชีโว โหติ, ปณฺฑิโต โหติ พฺยตฺโต ปฏิพโล อนุยุญฺชิยมาโน อนุโยคํ ทาตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน โอกาสกมฺมํ การาเปนฺตสฺส อลํ โอกาสกมฺมํ กาตุ’’นฺติ.

๔๔๐. [จูฬว. ๓๙๘] ‘‘อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมน, ภนฺเต, ภิกฺขุนา กติหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ อตฺตาทานํ อาทาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมนุปาลิ, ภิกฺขุนา ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ [ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ (สี. สฺยา.)] อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ. กตเม ปญฺจ [กตเมหิ ปญฺจหิ (สฺยา.)]? อตฺตาทานํ อาทาตุกาเมน, อุปาลิ, ภิกฺขุนา เอวํ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม, กาโล นุ โข อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ อุทาหุ โน’ติ. สเจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อกาโล อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ โน กาโล’ติ, น ตํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ.

‘‘สเจ ปนุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘กาโล อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุํ โน อกาโล’ติ, เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตริ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม ภูตํ นุ โข อิทํ อตฺตาทานํ อุทาหุ โน’ติ. สเจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อภูตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน ภูต’นฺติ, น ตํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ.

‘‘สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘ภูตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อภูต’นฺติ, เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตริ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘ยํ โข อหํ อิมํ อตฺตาทานํ อาทาตุกาโม, อตฺถสํหิตํ นุ โข อิทํ อตฺตาทานํ อุทาหุ โน’ติ. สเจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ –’ อนตฺถสํหิตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อตฺถสํหิต’นฺติ, น ตํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ.

‘‘สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อตฺถสํหิตํ อิทํ อตฺตาทานํ โน อนตฺถสํหิต’นฺติ, เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตริ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘อิมํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเข อุทาหุ โน’ติ. สเจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อิมํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน น ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเข’ติ, น ตํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ.

‘‘สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อิทํ โข อหํ อตฺตาทานํ อาทิยมาโน ลภิสฺสามิ สนฺทิฏฺเฐ สมฺภตฺเต ภิกฺขู ธมฺมโต วินยโต ปกฺเข’ติ, เตนุปาลิ ภิกฺขุนา อุตฺตริ ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ – ‘อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณํ อุทาหุ โน’ติ. สเจ, อุปาลิ, ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณ’นฺติ, น ตํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทาตพฺพํ.

‘‘สเจ ปนุปาลิ ภิกฺขุ ปจฺจเวกฺขมาโน เอวํ ชานาติ – ‘อิมํ โข เม อตฺตาทานํ อาทิยโต น ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณ’นฺติ, ตํ อาทาตพฺพํ, อุปาลิ, อตฺตาทานํ. เอวํ ปญฺจงฺคสมนฺนาคตํ โข, อุปาลิ, อตฺตาทานํ อาทินฺนํ ปจฺฉาปิ อวิปฺปฏิสารกรํ ภวิสฺสตี’’ติ.

๔๔๑. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหตี’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สีลวา โหติ, ปาติโมกฺขสํวรสํวุโต วิหรติ อาจารโคจรสมฺปนฺโน อณุมตฺเตสุ วชฺเชสุ ภยทสฺสาวี, สมาทาย สิกฺขติ สิกฺขาปเทสุ; พหุสฺสุโต โหติ สุตธโร สุตสนฺนิจโย; เย เต ธมฺมา อาทิกลฺยาณา มชฺเฌกลฺยาณา ปริโยสานกลฺยาณา สาตฺถํ สพฺยญฺชนํ เกวลปริปุณฺณํ ปริสุทฺธํ พฺรหฺมจริยํ อภิวทนฺติ ตถารูปสฺส ธมฺมา พหุสฺสุตา โหนฺติ ธาตา วจสา ปริจิตา มนสานุเปกฺขิตา ทิฏฺฐิยา สุปฺปฏิวิทฺธา, อุภยานิ โข ปนสฺส ปาติโมกฺขานิ วิตฺถาเรน สฺวาคตานิ โหนฺติ สุวิภตฺตานิ สุปฺปวตฺตีนิ สุวินิจฺฉิตานิ สุตฺตโส อนุพฺยญฺชนโส; วินเย โข ปน ฐิโต โหติ อสํหีโร; ปฏิพโล โหติ อุโภ อตฺถปจฺจตฺถิเก อสฺสาเสตุํ สญฺญาเปตุํ นิชฺฌาเปตุํ เปกฺเขตุํ ปสาเทตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหติ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ, ปริสุทฺธาชีโว โหติ, ปณฺฑิโต โหติ พฺยตฺโต, ปฏิพโล อนุยุญฺชิยมาโน อนุโยคํ ทาตุํ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหติ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ ชานาติ, นิทานํ ชานาติ, ปญฺญตฺตึ ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคโต ภิกฺขุ อธิกรณชาตานํ ภิกฺขูนํ พหูปกาโร โหตี’’ติ.

๔๔๒. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ น ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ น ชานาติ, วินยํ น ชานาติ, วินยานุโลมํ น ชานาติ, น จ ฐานาฐานกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? สุตฺตํ ชานาติ, สุตฺตานุโลมํ ชานาติ, วินยํ ชานาติ, วินยานุโลมํ ชานาติ, ฐานาฐานกุสโล จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ธมฺมํ น ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ น ชานาติ, วินยํ น ชานาติ, วินยานุโลมํ น ชานาติ, น จ ปุพฺพาปรกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? ธมฺมํ ชานาติ, ธมฺมานุโลมํ ชานาติ, วินยํ ชานาติ, วินยานุโลมํ ชานาติ, ปุพฺพาปรกุสโล จ โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ น ชานาติ, นิทานํ น ชานาติ, ปญฺญตฺตึ น ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ น ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? วตฺถุํ ชานาติ, นิทานํ ชานาติ, ปญฺญตฺตึ ชานาติ, ปทปจฺจาภฏฺฐํ ชานาติ, อนุสนฺธิวจนปถํ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ น ชานาติ, อาปตฺติสมุฏฺฐานํ น ชานาติ, อาปตฺติยา ปโยคํ น ชานาติ, อาปตฺติยา วูปสมํ น ชานาติ, อาปตฺติยา น วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตึ ชานาติ, อาปตฺติสมุฏฺฐานํ ชานาติ, อาปตฺติยา ปโยคํ ชานาติ, อาปตฺติยา วูปสมํ ชานาติ, อาปตฺติยา วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิกรณํ น ชานาติ, อธิกรณสมุฏฺฐานํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส ปโยคํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส วูปสมํ น ชานาติ, อธิกรณสฺส น วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา นานุยุญฺชิตพฺพํ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพํ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อธิกรณํ ชานาติ, อธิกรณสมุฏฺฐานํ ชานาติ, อธิกรณสฺส ปโยคํ ชานาติ, อธิกรณสฺส วูปสมํ ชานาติ, อธิกรณสฺส วินิจฺฉยกุสโล โหติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคเตน ภิกฺขุนา อนุยุญฺชิตพฺพ’’นฺติ.

อตฺตาทานวคฺโค นิฏฺฐิโต ปญฺจโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

ปริสุทฺธญฺจ กาเลน, การุญฺญํ โอกาเสน จ;

อตฺตาทานํ อธิกรณํ, อปเรหิปิ วตฺถุญฺจ;

สุตฺตํ ธมฺมํ ปุน วตฺถุญฺจ, อาปตฺติ อธิกรเณน จาติ.

๖. ธุตงฺควคฺโค

๔๔๓. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, อารญฺญิกา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, อารญฺญิกา [อ. นิ. ๕.๑๘๑; ปริ. ๓๒๕]. กตเม ปญฺจ? มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อารญฺญิโก โหติ, ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต อารญฺญิโก โหติ, อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อารญฺญิโก โหติ, วณฺณิตํ พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหีติ อารญฺญิโก โหติ, อปิ จ อปฺปิจฺฉญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย – สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย อารญฺญิโก โหติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ อารญฺญิกา’’ติ.

‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, ปิณฺฑปาติกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, ปํสุกูลิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, รุกฺขมูลิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, โสสานิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, อพฺโภกาสิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, เตจีวริกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, สปทานจาริกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, เนสชฺชิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, ยถาสนฺถติกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, เอกาสนิกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, ขลุปจฺฉาภตฺติกาติ…เป… กติ นุ โข, ภนฺเต, ปตฺตปิณฺฑิกาติ? ปญฺจิเม, อุปาลิ, ปตฺตปิณฺฑิกา. กตเม ปญฺจ? มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ, ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโต ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ, อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ, วณฺณิตํ พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหีติ ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ, อปิ จ อปฺปิจฺฉญฺเญว นิสฺสาย สนฺตุฏฺฐิญฺเญว นิสฺสาย สลฺเลขญฺเญว นิสฺสาย ปวิเวกญฺเญว นิสฺสาย อิทมตฺถิตญฺเญว นิสฺสาย ปตฺตปิณฺฑิโก โหติ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ ปตฺตปิณฺฑิกา’’ติ.

ธุตงฺควคฺโค นิฏฺฐิโต ฉฏฺโฐ.

ตสฺสุทฺทานํ –

อารญฺญิโก ปิณฺฑิปํสุ, รุกฺขสุสานปญฺจมํ;

อพฺโภ เตจีวรญฺเจว, สปทานเนสชฺชิกา;

สนฺถเตกาสนญฺเจว, ขลุปจฺฉา ปตฺตปิณฺฑิกาติ.

๗. มุสาวาทวคฺโค

๔๔๔. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, มุสาวาทา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, มุสาวาทา. กตเม ปญฺจ? อตฺถิ มุสาวาโท ปาราชิกคามี, อตฺถิ มุสาวาโท สงฺฆาทิเสสคามี, อตฺถิ มุสาวาโท ถุลฺลจฺจยคามี, อตฺถิ มุสาวาโท ปาจิตฺติยคามี, อตฺถิ มุสาวาโท ทุกฺกฏคามี – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ มุสาวาทา’’ติ.

๔๔๕. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส – ‘อลํ, ภิกฺขุ, มา ภณฺฑนํ, มา กลหํ, มา วิคฺคหํ, มา วิวาท’นฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส – ‘อลํ, ภิกฺขุ, มา ภณฺฑนํ, มา กลหํ, มา วิคฺคหํ, มา วิวาท’นฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา. กตเมหิ ปญฺจหิ? อลชฺชี จ โหติ, พาโล จ, อปกตตฺโต จ, จาวนาธิปฺปาโย วตฺตา โหติ, โน วุฏฺฐานาธิปฺปาโย – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส – ‘อลํ, ภิกฺขุ, มา ภณฺฑนํ, มา กลหํ, มา วิคฺคหํ, มา วิวาท’นฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส – ‘อลํ, ภิกฺขุ, มา ภณฺฑนํ, มา กลหํ, มา วิคฺคหํ, มา วิวาท’นฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา. กตเมหิ ปญฺจหิ? อปริสุทฺธกายสมาจาโร โหติ, อปริสุทฺธวจีสมาจาโร โหติ, อปริสุทฺธาชีโว โหติ, พาโล โหติ อพฺยตฺโต, ภณฺฑนการโก โหติ กลหการโก – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน สงฺฆมชฺเฌ อุโปสถํ วา ปวารณํ วา ฐเปนฺตสฺส – ‘อลํ, ภิกฺขุ, มา ภณฺฑนํ, มา กลหํ, มา วิคฺคหํ, มา วิวาท’นฺติ โอมทฺทิตฺวา สงฺเฆน อุโปสโถ วา ปวารณา วา กาตพฺพา’’ติ.

๔๔๖. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพ’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ น ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ น ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ น ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ น ชานาติ, สปฺปฏิกมฺมาปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ น ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค น ทาตพฺโพ.

‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค ทาตพฺโพ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อาปตฺตานาปตฺตึ ชานาติ, ลหุกครุกํ อาปตฺตึ ชานาติ, สาวเสสานวเสสํ อาปตฺตึ ชานาติ, ทุฏฺฐุลฺลาทุฏฺฐุลฺลํ อาปตฺตึ ชานาติ, สปฺปฏิกมฺมาปฏิกมฺมํ อาปตฺตึ ชานาติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน อนุโยโค ทาตพฺโพ’’ติ.

๔๔๗. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, อากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, อากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อลชฺชิตา, อญฺญาณตา, กุกฺกุจฺจปกตตา, อกปฺปิเย กปฺปิยสญฺญิตา, กปฺปิเย อกปฺปิยสญฺญิตา – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. กตเมหิ ปญฺจหิ? อทสฺสเนน, อสฺสวเนน, ปสุตฺตกตา, ตถาสญฺญี, สติสมฺโมสา – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหากาเรหิ ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ.

๔๔๘. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, เวรา’’ติ? ‘‘ปญฺจิเม, อุปาลิ, เวรา. กตเม ปญฺจ? ปาณาติปาโต, อทินฺนาทานํ, กาเมสุมิจฺฉาจาโร, มุสาวาโท, สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฏฺฐานํ – อิเม โข, อุปาลิ, ปญฺจ เวรา’’ติ.

‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, เวรมณิโย’’ติ? ‘‘ปญฺจิมา, อุปาลิ, เวรมณิโย. กตมา ปญฺจ? ปาณาติปาตา เวรมณี [เวรมณิ (ก.)], อทินฺนาทานา เวรมณี, กาเมสุมิจฺฉาจารา เวรมณี, มุสาวาทา เวรมณี, สุราเมรยมชฺชปฺปมาทฏฺฐานา เวรมณี – อิมา โข, อุปาลิ, ปญฺจ เวรมณิโย’’ติ.

๔๔๙. ‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, พฺยสนานี’’ติ? ‘‘ปญฺจิมานิ, อุปาลิ, พฺยสนานิ. [ปริ. ๓๒๕; อ. นิ. ๕.๑๓๐] กตมานิ ปญฺจ? ญาติพฺยสนํ, โภคพฺยสนํ, โรคพฺยสนํ, สีลพฺยสนํ, ทิฏฺฐิพฺยสนํ – อิมานิ โข, อุปาลิ, ปญฺจ พฺยสนานี’’ติ.

‘‘กติ นุ โข, ภนฺเต, สมฺปทา’’ติ? ‘‘ปญฺจิมา, อุปาลิ, สมฺปทา. [ปริ. ๓๒๕; อ. นิ. ๕.๑๓๐] กตมา ปญฺจ? ญาติสมฺปทา, โภคสมฺปทา, อาโรคฺยสมฺปทา, สีลสมฺปทา, ทิฏฺฐิสมฺปทา – อิมา โข, อุปาลิ, ปญฺจ สมฺปทา’’ติ.

มุสาวาทวคฺโค นิฏฺฐิโต สตฺตโม.

ตสฺสุทฺทานํ –

มุสาวาโท จ โอมทฺทิ, อปเรหิ อนุโยโค;

อาปตฺติญฺจ อปเรหิ, เวรา เวรมณีปิ จ;

พฺยสนํ สมฺปทา เจว, สตฺตโม วคฺคสงฺคโหติ.

๘. ภิกฺขุโนวาทวคฺโค

๔๕๐. ‘‘กติหิ นุ โข, ภนฺเต, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพ’’นฺติ? ‘‘ปญฺจหุปาลิ, องฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ, อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน. กตเมหิ ปญฺจหิ? วิวริตฺวา กายํ ภิกฺขุนีนํ ทสฺเสติ, อูรุํ ทสฺเสติ, องฺคชาตํ ทสฺเสติ, อุโภ อํสกูเฏ ทสฺเสติ, โอภาสติ, คิหี สมฺปโยเชติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ. อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ, อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน. กตเมหิ ปญฺจหิ? ภิกฺขุนีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนีนํ อวาสาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนิโย อกฺโกสติ ปริภาสติ, ภิกฺขู ภิกฺขุนีหิ เภเทติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ, อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน.

‘‘อปเรหิปิ, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ, อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆน. กตเมหิ ปญฺจหิ? ภิกฺขุนีนํ อลาภาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนีนํ อนตฺถาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนีนํ อวาสาย ปริสกฺกติ, ภิกฺขุนิโย อกฺโกสติ ปริภาสติ, ภิกฺขู ภิกฺขุนีหิ สมฺปโยเชติ – อิเมหิ โข, อุปาลิ, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตสฺส ภิกฺขุโน ภิกฺขุนิสงฺเฆเนว กมฺมํ กาตพฺพํ, อวนฺทิโย โส ภิกฺขุ ภิกฺขุนิสงฺเฆนา’’ติ.