๗. ตตุตฺตริสิกฺขาปทํ

๕๒๒. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู อจฺฉินฺนจีวรเก ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา เอวํ วทนฺติ – ‘‘ภควตา, อาวุโส, อนุญฺญาตํ – ‘อจฺฉินฺนจีวรสฺส วา นฏฺฐจีวรสฺส วา อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปตุํ’; วิญฺญาเปถ, อาวุโส, จีวร’’นฺติ. ‘‘อลํ, อาวุโส, ลทฺธํ อเมฺหหิ จีวร’’นฺติ. ‘‘มยํ อายสฺมนฺตานํ วิญฺญาเปมา’’ติ. ‘‘วิญฺญาเปถ, อาวุโส’’ติ. อถ โข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู คหปติเก อุปสงฺกมิตฺวา เอตทโวจุํ – ‘‘อจฺฉินฺนจีวรกา, อาวุโส, ภิกฺขู อาคตา. เทถ เนสํ จีวรานี’’ติ, พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสุํ.

เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ปุริโส สภายํ นิสินฺโน อญฺญตรํ ปุริสํ เอตทโวจ – ‘‘อจฺฉินฺนจีวรกา อยฺโย ภิกฺขู อาคตา. เตสํ มยา จีวรํ ทินฺน’’นฺติ. โสปิ เอวมาห – ‘‘มยาปิ ทินฺน’’นฺติ. อปโรปิ เอวมาห – ‘‘มยาปิ ทินฺน’’นฺติ. เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสนฺติ, ทุสฺสวาณิชฺชํ วา สมณา สกฺยปุตฺติยา กริสฺสนฺติ, ปคฺคาหิกสาลํ [ปฏคฺคาหิกสาลํ (?)] วา ปสาเรสฺสนฺตี’’ติ! อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสนฺตี’’ติ! อถ โข เต ภิกฺขู ฉพฺพคฺคิเย ภิกฺขู อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ…เป… ‘‘สจฺจํ กิร ตุเมฺห, ภิกฺขเว, น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปถา’’ติ? ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา…เป… กถญฺหิ นาม ตุเมฺห, โมฆปุริสา, น มตฺตํ ชานิตฺวา พหุํ จีวรํ วิญฺญาเปสฺสถ! เนตํ, โมฆปุริสา, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –

๕๒๓. ‘‘ตญฺเจ อญฺญาตโก คหปติ วา คหปตานี วา พหูหิ จีวเรหิ อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺย สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพํ. ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺย, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ.

๕๒๔. ตญฺเจติ อจฺฉินฺนจีวรกํ ภิกฺขุํ.

อญฺญาตโก นาม มาติโต วา ปิติโต วา ยาว สตฺตมา ปิตามหยุคา อสมฺพทฺโธ.

คหปติ นาม โย โกจิ อคารํ อชฺฌาวสติ.

คหปตานี นาม ยา กาจิ อคารํ อชฺฌาวสติ.

พหูหิ จีวเรหีติ พหุเกหิ จีวเรหิ.

อภิหฏฺฐุํ ปวาเรยฺยาติ ยาวตกํ อิจฺฉสิ ตาวตกํ คณฺหาหีติ.

สนฺตรุตฺตรปรมํ เตน ภิกฺขุนา ตโต จีวรํ สาทิตพฺพนฺติ สเจ ตีณิ นฏฺฐานิ โหนฺติ เทฺว สาทิตพฺพานิ, เทฺว นฏฺฐานิ เอกํ สาทิตพฺพํ, เอกํ นฏฺฐํ น กิญฺจิ สาทิตพฺพํ.

ตโต เจ อุตฺตริ สาทิเยยฺยาติ ตตุตฺตริ วิญฺญาเปติ, ปโยเค ทุกฺกฏํ. ปฏิลาเภน นิสฺสคฺคิยํ โหติ. นิสฺสชฺชิตพฺพํ สงฺฆสฺส วา คณสฺส วา ปุคฺคลสฺส วา. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, นิสฺสชฺชิตพฺพํ…เป… อิทํ เม, ภนฺเต, จีวรํ อญฺญาตกํ คหปติกํ อุปสงฺกมิตฺวา ตตุตฺตริ วิญฺญาปิตํ นิสฺสคฺคิยํ. อิมาหํ สงฺฆสฺส นิสฺสชฺชามีติ…เป… ทเทยฺยาติ…เป… ทเทยฺยุนฺติ…เป… อายสฺมโต ทมฺมีติ.

๕๒๕. อญฺญาตเก อญฺญาตกสญฺญี ตตุตฺตริ จีวรํ วิญฺญาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อญฺญาตเก เวมติโก ตตุตฺตริ จีวรํ วิญฺญาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. อญฺญาตเก ญาตกสญฺญี ตตุตฺตริ จีวรํ วิญฺญาเปติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.

ญาตเก อญฺญาตกสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ญาตเก เวมติโก, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ญาตเก ญาตกสญฺญี, อนาปตฺติ.

๕๒๖. อนาปตฺติ – ‘‘เสสกํ อาหริสฺสามี’’ติ หรนฺโต คจฺฉติ, ‘‘เสสกํ ตุเยฺหว โหตู’’ติ เทนฺติ, น อจฺฉินฺนการณา เทนฺติ, น นฏฺฐการณา เทนฺติ, ญาตกานํ, ปวาริตานํ, อตฺตโน ธเนน, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ.

ตตุตฺตริสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ สตฺตมํ.