๕. มญฺจปีฐสิกฺขาปทํ
๕๒๑. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต อุจฺเจ มญฺเจ สยติ. อถ โข ภควา สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ เสนาสนจาริกํ อาหิณฺฑนฺโต เยนายสฺมโต อุปนนฺทสฺส สกฺยปุตฺตสฺส วิหาโร เตนุปสงฺกมิ. อทฺทสา โข อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อาคจฺฉตุ เม, ภนฺเต, ภควา สยนํ ปสฺสตู’’ติ. อถ โข ภควา ตโตว ปฏินิวตฺติตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อาสยโต, ภิกฺขเว, โมฆปุริโส เวทิตพฺโพ’’ติ. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ อุปนนฺทํ สกฺยปุตฺตํ อเนกปริยาเยน วิครหิตฺวา ทุพฺภรตาย…เป… เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –
๕๒๒. ‘‘นวํ ปน ภิกฺขุนา มญฺจํ วา ปีฐํ วา การยมาเนน อฏฺฐงฺคุลปาทกํ กาเรตพฺพํ สุคตงฺคุเลน, อญฺญตฺร เหฏฺฐิมาย อฏนิยา; ตํ อติกฺกามยโต เฉทนกํ ปาจิตฺติย’’นฺติ.
๕๒๓. นวํ นาม กรณํ อุปาทาย วุจฺจติ.
มญฺโจ นาม จตฺตาโร มญฺจา – มสารโก, พุนฺทิกาพทฺโธ, กุฬีรปาทโก, อาหจฺจปาทโก.
ปีฐํ นาม จตฺตาริ ปีฐานิ – มสารกํ, พุนฺทิกาพทฺธํ, กุฬีรปาทกํ, อาหจฺจปาทกํ.
การยมาเนนาติ กโรนฺโต วา การาเปนฺโต วา.
อฏฺฐงฺคุลปาทกํ กาเรตพฺพํ สุคตงฺคุเลน, อญฺญตฺร เหฏฺฐิมาย อฏนิยาติ ฐเปตฺวา เหฏฺฐิมํ อฏนึ; ตํ อติกฺกาเมตฺวา กโรติ วา การาเปติ วา, ปโยเค ทุกฺกฏํ, ปฏิลาเภน ฉินฺทิตฺวา ปาจิตฺติยํ เทเสตพฺพํ.
๕๒๔. อตฺตนา วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. อตฺตนา วิปฺปกตํ ปเรหิ ปริโยสาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. ปเรหิ วิปฺปกตํ อตฺตนา ปริโยสาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. ปเรหิ วิปฺปกตํ ปเรหิ ปริโยสาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
อญฺญสฺสตฺถาย กโรติ วา การาเปติ วา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส.
๕๒๕. อนาปตฺติ ปมาณิกํ กโรติ, อูนกํ กโรติ, อญฺเญน กตํ ปมาณาติกฺกนฺตํ ปฏิลภิตฺวา ฉินฺทิตฺวา ปริภุญฺชติ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ.
มญฺจปีฐสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ปญฺจมํ.