๒. รตนสิกฺขาปทํ
๕๐๒. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ อจิรวติยา นทิยา นหายติ. อญฺญตโรปิ พฺราหฺมโณ ปญฺจสตานํ ถวิกํ ถเล นิกฺขิปิตฺวา อจิรวติยา นทิยา นหายนฺโต วิสฺสริตฺวา อคมาสิ. อถ โข โส ภิกฺขุ – ‘‘ตสฺสายํ พฺราหฺมณสฺส ถวิกา, มา อิธ นสฺสี’’ติ อคฺคเหสิ. อถ โข โส พฺราหฺมโณ สริตฺวา ตุริโต อาธาวิตฺวา ตํ ภิกฺขุํ เอตทโวจ – ‘‘อปิ เม, โภ, ถวิกํ ปสฺเสยฺยาสี’’ติ? ‘‘หนฺท, พฺราหฺมณา’’ติ อทาสิ. อถ โข ตสฺส พฺราหฺมณสฺส เอตทโหสิ – ‘‘เกน นุ โข อหํ อุปาเยน อิมสฺส ภิกฺขุโน ปุณฺณปตฺตํ น ทเทยฺย’’นฺติ! ‘‘น เม, โภ, ปญฺจสตานิ, สหสฺสํ เม’’ติ ปลิพุนฺเธตฺวา มุญฺจิ. อถ โข โส ภิกฺขุ อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม ภิกฺขุ รตนํ อุคฺคเหสฺสตี’’ติ…เป… สจฺจํ กิร ตฺวํ, ภิกฺขุ, รตนํ อุคฺคเหสีติ? ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา…เป… กถญฺหิ นาม ตฺวํ, โมฆปุริส, รตนํ อุคฺคเหสฺสสิ! เนตํ, โมฆปุริส, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –
‘‘โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา, ปาจิตฺติย’’นฺติ.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ.
๕๐๓. เตน โข ปน สมเยน สาวตฺถิยา อุสฺสโว โหติ. มนุสฺสา อลงฺกตปฺปฏิยตฺตา อุยฺยานํ คจฺฉนฺติ. วิสาขาปิ มิคารมาตา อลงฺกตปฺปฏิยตฺตา ‘‘อุยฺยานํ คมิสฺสามี’’ติ คามโต นิกฺขมิตฺวา – ‘‘กฺยาหํ กริสฺสามิ อุยฺยานํ คนฺตฺวา, ยํนูนาหํ ภควนฺตํ ปยิรุปาเสยฺย’’นฺติ อาภรณํ โอมุญฺจิตฺวา อุตฺตราสงฺเคน ภณฺฑิกํ พนฺธิตฺวา ทาสิยา อทาสิ – ‘‘หนฺท, เช, อิมํ ภณฺฑิกํ คณฺหาหี’’ติ. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข วิสาขํ มิคารมาตรํ ภควา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสสิ สมาทเปสิ สมุตฺเตเชสิ สมฺปหํเสสิ. อถ โข วิสาขา มิคารมาตา ภควตา ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺสิตา สมาทปิตา สมุตฺเตชิตา สมฺปหํสิตา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข สา ทาสี ตํ ภณฺฑิกํ วิสฺสริตฺวา อคมาสิ. ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, อุคฺคเหตฺวา นิกฺขิปถา’’ติ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตุํ – ‘‘ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตี’’ติ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –
‘‘โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา, อญฺญตฺร อชฺฌารามา, อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา, ปาจิตฺติย’’นฺติ.
เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ.
๕๐๔. เตน โข ปน สมเยน กาสีสุ ชนปเท อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส กมฺมนฺตคาโม โหติ. เตน จ คหปตินา อนฺเตวาสี อาณตฺโต โหติ – ‘‘สเจ ภทนฺตา อาคจฺฉนฺติ ภตฺตํ กเรยฺยาสี’’ติ. เตน โข ปน สมเยน สมฺพหุลา ภิกฺขู กาสีสุ ชนปเท จาริกํ จรมานา เยน อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส กมฺมนฺตคาโม เตนุปสงฺกมึสุ. อทฺทสา โข โส ปุริโส เต ภิกฺขู ทูรโตว อาคจฺฉนฺเต. ทิสฺวาน เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู อภิวาเทตฺวา เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสนฺตุ, ภนฺเต, อยฺยา สฺวาตนาย คหปติโน ภตฺต’’นฺติ. อธิวาเสสุํ โข เต ภิกฺขู ตุณฺหีภาเวน. อถ โข โส ปุริโส ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา กาลํ อาโรจาเปตฺวา องฺคุลิมุทฺทิกํ โอมุญฺจิตฺวา เต ภิกฺขู ภตฺเตน ปริวิสิตฺวา – ‘‘อยฺยา ภุญฺชิตฺวา คจฺฉนฺตุ, อหมฺปิ กมฺมนฺตํ คมิสฺสามี’’ติ องฺคุลิมุทฺทิกํ วิสฺสริตฺวา อคมาสิ. ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา – ‘‘สเจ มยํ คมิสฺสาม นสฺสิสฺสตายํ องฺคุลิมุทฺทิกา’’ติ ตตฺเถว อจฺฉึสุ. อถ โข โส ปุริโส กมฺมนฺตา อาคจฺฉนฺโต เต ภิกฺขู ปสฺสิตฺวา เอตทโวจ – ‘‘กิสฺส, ภนฺเต, อยฺยา อิเธว อจฺฉนฺตี’’ติ? อถ โข เต ภิกฺขู ตสฺส ปุริสสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจตฺวา สาวตฺถึ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตุํ – ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตี’’ติ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –
๕๐๕. ‘‘โย ปน ภิกฺขุ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา, อญฺญตฺร อชฺฌารามา วา อชฺฌาวสถา วา, อุคฺคเณฺหยฺย วา อุคฺคณฺหาเปยฺย วา, ปาจิตฺติยํ. รตนํ วา ปน ภิกฺขุนา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตพฺพํ – ‘ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตี’ติ. อยํ ตตฺถ สามีจี’’ติ.
๕๐๖. โย ปนาติ โย ยาทิโส…เป… ภิกฺขูติ…เป… อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ.
รตนํ นาม มุตฺตา มณิ เวฬุริโย สงฺโข สิลา ปวาลํ รชตํ ชาตรูปํ โลหิตงฺโก [โลหิตโก (?)] มสารคลฺลํ.
รตนสมฺมตํ นาม ยํ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ, เอตํ รตนสมฺมตํ นาม.
อญฺญตฺร อชฺฌารามา วา อชฺฌาวสถา วาติ ฐเปตฺวา อชฺฌารามํ อชฺฌาวสถํ.
อชฺฌาราโม นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อารามสฺส อนฺโต อาราโม, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร.
อชฺฌาวสโถ นาม ปริกฺขิตฺตสฺส อาวสถสฺส อนฺโต อาวสโถ, อปริกฺขิตฺตสฺส อุปจาโร.
อุคฺคเณฺหยฺยาติ สยํ คณฺหาติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
อุคฺคณฺหาเปยฺยาติ อญฺญํ คาหาเปติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
รตนํ วา ปน ภิกฺขุนา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปิตพฺพนฺติ รูเปน วา นิมิตฺเตน วา สญฺญาณํ กตฺวา นิกฺขิปิตฺวา อาจิกฺขิตพฺพํ – ‘‘ยสฺส ภณฺฑํ นฏฺฐํ โส อาคจฺฉตู’’ติ. สเจ ตตฺถ อาคจฺฉติ โส วตฺตพฺโพ – ‘‘อาวุโส, กีทิสํ เต ภณฺฑ’’นฺติ? สเจ รูเปน วา นิมิตฺเตน วา สมฺปาเทติ ทาตพฺพํ, โน เจ สมฺปาเทติ ‘‘วิจินาหิ อาวุโส’’ติ วตฺตพฺโพ. ตมฺหา อาวาสา ปกฺกมนฺเตน เย ตตฺถ โหนฺติ ภิกฺขู ปติรูปา, เตสํ หตฺเถ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ. โน เจ โหนฺติ ภิกฺขู ปติรูปา, เย ตตฺถ โหนฺติ คหปติกา ปติรูปา, เตสํ หตฺเถ นิกฺขิปิตฺวา ปกฺกมิตพฺพํ.
อยํ ตตฺถ สามีจีติ อยํ ตตฺถ อนุธมฺมตา.
๕๐๗. อนาปตฺติ รตนํ วา รตนสมฺมตํ วา อชฺฌาราเม วา อชฺฌาวสเถ วา อุคฺคเหตฺวา วา อุคฺคหาเปตฺวา วา นิกฺขิปติ – ‘‘ยสฺส ภวิสฺสติ โส หริสฺสตี’’ติ, รตนสมฺมตํ วิสฺสาสํ คณฺหาติ, ตาวกาลิกํ คณฺหาติ, ปํสุกูลสญฺญิสฺส, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ.
รตนสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ทุติยํ.