๑. สุราปานสิกฺขาปทํ
๓๒๖. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา เจติเยสุ จาริกํ จรมาโน เยน ภทฺทวติกา เตน ปายาสิ. อทฺทสํสุ โข โคปาลกา ปสุปาลกา กสฺสกา ปถาวิโน ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘มา โข, ภนฺเต, ภควา อมฺพติตฺถํ อคมาสิ. อมฺพติตฺเถ, ภนฺเต, ชฏิลสฺส อสฺสเม นาโค ปฏิวสติ อิทฺธิมา อาสิวิโส [อาสีวิโส (สี. สฺยา.)] โฆรวิโส. โส ภควนฺตํ มา วิเหเฐสี’’ติ. เอวํ วุตฺเต ภควา ตุณฺหี อโหสิ. ทุติยมฺปิ โข…เป… ตติยมฺปิ โข โคปาลกา ปสุปาลกา กสฺสกา ปถาวิโน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘มา โข, ภนฺเต, ภควา อมฺพติตฺถํ อคมาสิ. อมฺพติตฺเถ, ภนฺเต, ชฏิลสฺส อสฺสเม นาโค ปฏิวสติ อิทฺธิมา อาสิวิโส โฆรวิโส. โส ภควนฺตํ มา วิเหเฐสี’’ติ. ตติยมฺปิ โข ภควา ตุณฺหี อโหสิ.
อถ โข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน ภทฺทวติกา ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา ภทฺทวติกายํ วิหรติ. อถ โข อายสฺมา สาคโต เยน อมฺพติตฺถสฺส [อมฺพติตฺถกสฺส (สี.), อมฺพติตฺถํ (สฺยา.)] ชฏิลสฺส อสฺสโม เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา อคฺยาคารํ ปวิสิตฺวา ติณสนฺถารกํ ปญฺญเปตฺวา นิสีทิ ปลฺลงฺกํ อาภุชิตฺวา อุชุํ กายํ ปณิธาย ปริมุขํ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา. อทฺทสา โข โส นาโค อายสฺมนฺตํ สาคตํ ปวิฏฺฐํ. ทิสฺวาน ทุมฺมโน [ทุกฺขี ทุมฺมโน (สี. สฺยา.)] ปธูปายิ [ปธูปาสิ (สฺยา. ก.)]. อายสฺมาปิ สาคโต ปธูปายิ [ปธูปาสิ (สฺยา. ก.)]. อถ โข โส นาโค มกฺขํ อสหมาโน ปชฺชลิ. อายสฺมาปิ สาคโต เตโชธาตุํ สมาปชฺชิตฺวา ปชฺชลิ. อถ โข อายสฺมา สาคโต ตสฺส นาคสฺส เตชสา เตชํ ปริยาทิยิตฺวา เยน ภทฺทวติกา เตนุปสงฺกมิ. อถ โข ภควา ภทฺทวติกายํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน โกสมฺพี เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อสฺโสสุํ โข โกสมฺพิกา อุปาสกา – ‘‘อยฺโย กิร สาคโต อมฺพติตฺถิเกน นาเคน สทฺธึ สงฺคาเมสี’’ติ.
อถ โข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน โกสมฺพี ตทวสริ. อถ โข โกสมฺพิกา อุปาสกา ภควโต ปจฺจุคฺคมนํ กริตฺวา เยนายสฺมา สาคโต เตนุปสงฺกมึสุ; อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ สาคตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ อฏฺฐํสุ. เอกมนฺตํ ฐิตา โข โกสมฺพิกา อุปาสกา อายสฺมนฺตํ สาคตํ เอตทโวจุํ – ‘‘กึ, ภนฺเต, อยฺยานํ ทุลฺลภญฺจ มนาปญฺจ, กึ ปฏิยาเทมา’’ติ? เอวํ วุตฺเต ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู โกสมฺพิเก อุปาสเก เอตทโวจุํ – ‘‘อตฺถาวุโส, กาโปติกา นาม ปสนฺนา ภิกฺขูนํ ทุลฺลภา จ มนาปา จ, ตํ ปฏิยาเทถา’’ติ. อถ โข โกสมฺพิกา อุปาสกา ฆเร ฆเร กาโปติกํ ปสนฺนํ ปฏิยาเทตฺวา อายสฺมนฺตํ สาคตํ ปิณฺฑาย ปวิฏฺฐํ ทิสฺวาน อายสฺมนฺตํ สาคตํ เอตทโวจุํ – ‘‘ปิวตุ, ภนฺเต, อยฺโย สาคโต กาโปติกํ ปสนฺนํ, ปิวตุ, ภนฺเต, อยฺโย สาคโต กาโปติกํ ปสนฺน’’นฺติ. อถ โข อายสฺมา สาคโต ฆเร ฆเร กาโปติกํ ปสนฺนํ ปิวิตฺวา นครมฺหา นิกฺขมนฺโต นครทฺวาเร ปริปติ.
อถ โข ภควา สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ นครมฺหา นิกฺขมนฺโต อทฺทส อายสฺมนฺตํ สาคตํ นครทฺวาเร ปริปตนฺตํ. ทิสฺวาน ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘คณฺหถ, ภิกฺขเว, สาคต’’นฺติ. ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’ติ โข เต ภิกฺขู ภควโต ปฏิสฺสุณิตฺวา อายสฺมนฺตํ สาคตํ อารามํ เนตฺวา เยน ภควา เตน สีสํ กตฺวา นิปาเตสุํ. อถ โข อายสฺมา สาคโต ปริวตฺติตฺวา เยน ภควา เตน ปาเท กริตฺวา เสยฺยํ กปฺเปสิ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘นนุ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ สาคโต ตถาคเต สคารโว อโหสิ สปฺปติสฺโส’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘อปิ นุ โข, ภิกฺขเว, สาคโต เอตรหิ ตถาคเต สคารโว สปฺปติสฺโส’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘นนุ, ภิกฺขเว, สาคโต อมฺพติตฺถิเกน นาเคน [เฑฑฺฑุเภนาปิ (สี. สฺยา.)] สทฺธึ สงฺคาเมสี’’ติ? ‘‘เอวํ, ภนฺเต’’. ‘‘อปิ นุ โข, ภิกฺขเว, สาคโต เอตรหิ ปโหติ นาเคน สทฺธึ สงฺคาเมตุ’’นฺติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘อปิ นุ โข, ภิกฺขเว, ตํ ปาตพฺพํ ยํ ปิวิตฺวา วิสญฺญี อสฺสา’’ติ? ‘‘โน เหตํ, ภนฺเต’’. ‘‘อนนุจฺฉวิกํ, ภิกฺขเว, สาคตสฺส อนนุโลมิกํ อปฺปติรูปํ อสฺสามณกํ อกปฺปิยํ อกรณียํ. กถญฺหิ นาม, ภิกฺขเว, สาคโต มชฺชํ ปิวิสฺสติ! เนตํ, ภิกฺขเว, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –
๓๒๗. ‘‘สุราเมรยปาเน ปาจิตฺติย’’นฺติ.
๓๒๘. สุรา นาม ปิฏฺฐสุรา ปูวสุรา โอทนสุรา กิณฺณปกฺขิตฺตา สมฺภารสํยุตฺตา.
เมรโย นาม ปุปฺผาสโว ผลาสโว มธฺวาสโว คุฬาสโว สมฺภารสํยุตฺโต.
ปิเวยฺยาติ อนฺตมโส กุสคฺเคนปิ ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
มชฺเช มชฺชสญฺญี ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. มชฺเช เวมติโก ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. มชฺเช อมชฺชสญฺญี ปิวติ, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.
อมชฺเช มชฺชสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อมชฺเช เวมติโก, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อมชฺเช อมชฺชสญฺญี, อนาปตฺติ.
๓๒๙. อนาปตฺติ อมชฺชญฺจ โหติ มชฺชวณฺณํ มชฺชคนฺธํ มชฺชรสํ ตํ ปิวติ, สูปสมฺปาเก, มํสสมฺปาเก, เตลสมฺปาเก, อามลกผาณิเต, อมชฺชํ อริฏฺฐํ ปิวติ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ.
สุราปานสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ ปฐมํ.