๙. ปริปาจิตสิกฺขาปทํ

๑๙๒. เตน สมเยน พุทฺโธ ภควา ราชคเห วิหรติ เวฬุวเน กลนฺทกนิวาเป. เตน โข ปน สมเยน ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี อญฺญตรสฺส กุลสฺส กุลูปิกา โหติ นิจฺจภตฺติกา. เตน จ คหปตินา เถรา ภิกฺขู นิมนฺติตา โหนฺติ. อถ โข ถุลฺลนนฺทา ภิกฺขุนี ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ตํ กุลํ เตนุปสงฺกมิ; อุปสงฺกมิตฺวา ตํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘กิมิทํ, คหปติ, ปหูตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยตฺต’’นฺติ? ‘‘เถรา มยา, อยฺเย, นิมนฺติตา’’ติ. ‘‘เก ปน เต, คหปติ, เถรา’’ติ? ‘‘อยฺโย สาริปุตฺโต อยฺโย มหาโมคฺคลฺลาโน อยฺโย มหากจฺจาโน อยฺโย มหาโกฏฺฐิโก อยฺโย มหากปฺปิโน อยฺโย มหาจุนฺโท อยฺโย อนุรุทฺโธ อยฺโย เรวโต อยฺโย อุปาลิ อยฺโย อานนฺโท อยฺโย ราหุโล’’ติ. ‘‘กึ ปน ตฺวํ, คหปติ, มหานาเค ติฏฺฐมาเน เจฏเก นิมนฺเตสี’’ติ?

‘‘เก ปน เต, อยฺเย, มหานาคา’’ติ? ‘‘อยฺโย เทวทตฺโต อยฺโย โกกาลิโก อยฺโย กฏโมทกติสฺสโก [กฏโมรกติสฺสโก (สี.) กตโมรกติสฺสโก (สฺยา.)] อยฺโย ขณฺฑเทวิยา ปุตฺโต อยฺโย สมุทฺททตฺโต’’ติ. อยํ จรหิ ถุลฺลนนฺทาย ภิกฺขุนิยา อนฺตรา กถา วิปฺปกตา, อถ เต เถรา ภิกฺขู ปวิสึสุ. ‘‘สจฺจํ มหานาคา โข ตยา, คหปติ, นิมนฺติตา’’ติ. ‘‘อิทาเนว โข ตฺวํ, อยฺเย, เจฏเก อกาสิ; อิทานิ มหานาเค’’ติ. ฆรโต จ นิกฺกฑฺฒิ, นิจฺจภตฺตญฺจ ปจฺฉินฺทิ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม เทวทตฺโต ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสตี’’ติ…เป… ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, เทวทตฺต, ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชสี’’ติ? ‘‘สจฺจํ, ภควา’’ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา…เป… กถญฺหิ นาม ตฺวํ, โมฆปุริส, ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิสฺสสิ. เนตํ, โมฆปุริส, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –

‘‘โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺเชยฺย, ปาจิตฺติย’’นฺติ.

เอวญฺจิทํ ภควตา ภิกฺขูนํ สิกฺขาปทํ ปญฺญตฺตํ โหติ.

๑๙๓. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร ภิกฺขุ ราชคหา ปพฺพชิโต ญาติกุลํ อคมาสิ. มนุสฺสา – ‘‘จิรสฺสมฺปิ ภทนฺโต อาคโต’’ติ สกฺกจฺจํ ภตฺตํ อกํสุ. ตสฺส กุลสฺส กุลูปิกา ภิกฺขุนี เต มนุสฺเส เอตทโวจ – ‘‘เทถยฺยสฺส, อาวุโส, ภตฺต’’นฺติ. อถ โข โส ภิกฺขุ – ‘‘ภควตา ปฏิกฺขิตฺตํ ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตุ’’นฺติ กุกฺกุจฺจายนฺโต น ปฏิคฺคเหสิ. นาสกฺขิ ปิณฺฑาย จริตุํ, ฉินฺนภตฺโต อโหสิ. อถ โข โส ภิกฺขุ อารามํ คนฺตฺวา ภิกฺขูนํ เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปุพฺเพ คิหิสมารมฺเภ ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺชิตุํ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, อิมํ สิกฺขาปทํ อุทฺทิเสยฺยาถ –

๑๙๔. ‘‘โย ปน ภิกฺขุ ชานํ ภิกฺขุนิปริปาจิตํ ปิณฺฑปาตํ ภุญฺเชยฺย, อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, ปาจิตฺติย’’นฺติ.

๑๙๕. โย ปนาติ โย ยาทิโส…เป… ภิกฺขูติ…เป… อยํ อิมสฺมึ อตฺเถ อธิปฺเปโต ภิกฺขูติ.

ชานาติ นาม สามํ วา ชานาติ อญฺเญ วา ตสฺส อาโรเจนฺติ สา วา อาโรเจติ.

ภิกฺขุนี นาม อุภโตสงฺเฆ อุปสมฺปนฺนา.

ปริปาเจติ นาม ปุพฺเพ อทาตุกามานํ อกตฺตุกามานํ – ‘‘อยฺโย ภาณโก, อยฺโย พหุสฺสุโต, อยฺโย สุตฺตนฺติโก, อยฺโย วินยธโร, อยฺโย ธมฺมกถิโก, เทถ อยฺยสฺส, กโรถ อยฺยสฺสา’’ติ เอสา ปริปาเจติ นาม.

ปิณฺฑปาโต นาม ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรํ โภชนํ.

อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภาติ ฐเปตฺวา คิหิสมารมฺภํ.

คิหิสมารมฺโภ นาม ญาตกา วา โหนฺติ ปวาริตา วา ปกติปฏิยตฺตํ วา.

อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา ภุญฺชิสฺสามีติ ปฏิคฺคณฺหาติ, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อชฺโฌหาเร อชฺโฌหาเร, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส.

๑๙๖. ปริปาจิเต ปริปาจิตสญฺญี ภุญฺชติ, อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, อาปตฺติ ปาจิตฺติยสฺส. ปริปาจิเต เวมติโก ภุญฺชติ, อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. ปริปาจิเต อปริปาจิตสญฺญี ภุญฺชติ, อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, อนาปตฺติ. เอกโตอุปสมฺปนฺนาย ปริปาจิตํ ภุญฺชติ, อญฺญตฺร ปุพฺเพ คิหิสมารมฺภา, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อปริปาจิเต ปริปาจิตสญฺญี, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อปริปาจิตฺเต เวมติโก, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อปริปาจิเต อปริปาจิตสญฺญี, อนาปตฺติ.

๑๙๗. อนาปตฺติ ปุพฺเพ คิหิสมารมฺเภ, สิกฺขมานา ปริปาเจติ, สามเณรี ปริปาเจติ, ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺติ, อุมฺมตฺตกสฺส, อาทิกมฺมิกสฺสาติ.

ปริปาจิตสิกฺขาปทํ นิฏฺฐิตํ นวมํ.