๑๙๒. อาทายปนฺนรสกํ

๓๑๕. ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ –

‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ติกํ.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ติกํ.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ อนธิฏฺฐิเตน; เนวสฺส โหติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ, น ปนสฺส โหติ ‘‘น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ติกํ.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘เนวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สนฺนิฏฺฐานนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. ตสฺส พหิสีมคตสฺส เอวํ โหติ – ‘‘อิเธวิมํ จีวรํ กาเรสฺสํ, น ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส ตํ จีวรํ กาเรติ. ตสฺส ตํ จีวรํ กยิรมานํ นสฺสติ. ตสฺส ภิกฺขุโน นาสนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร สุณาติ – ‘‘อุพฺภตํ กิร ตสฺมึ อาวาเส กถิน’’นฺติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สวนนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร ‘‘ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺส’’นฺติ – พหิทฺธา กถินุทฺธารํ วีตินาเมติ. ตสฺส ภิกฺขุโน สีมาติกฺกนฺติโก กถินุทฺธาโร.

ภิกฺขุ อตฺถตกถิโน จีวรํ อาทาย ปกฺกมติ ‘‘ปจฺเจสฺส’’นฺติ. โส พหิสีมคโต ตํ จีวรํ กาเรติ. โส กตจีวโร – ‘‘ปจฺเจสฺสํ ปจฺเจสฺส’’นฺติ สมฺภุณาติ กถินุทฺธารํ. ตสฺส ภิกฺขุโน สห ภิกฺขูหิ กถินุทฺธาโร.

ฉกฺกํ.

อาทายปนฺนรสกํ นิฏฺฐิตํ.