๘๔. ปกฺขคณนาทิอุคฺคหณานุชานนา
๑๕๖. อถ โข ภควา โจทนาวตฺถุสฺมึ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา ปุนเทว ราชคหํ ปจฺจาคญฺฉิ.
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ภิกฺขู ปิณฺฑาย จรนฺเต ปุจฺฉนฺติ – ‘‘กติมี, ภนฺเต, ปกฺขสฺสา’’ติ? ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, ชานามา’’ติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘ปกฺขคณนมตฺตมมฺปิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา น ชานนฺติ, กึ ปนิเม อญฺญํ กิญฺจิ กลฺยาณํ ชานิสฺสนฺตี’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปกฺขคณนํ อุคฺคเหตุนฺติ. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘เกน นุ โข ปกฺขคณนา อุคฺคเหตพฺพา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺเพเหว ปกฺขคณนํ อุคฺคเหตุนฺติ.
๑๕๗. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ภิกฺขู ปิณฺฑาย จรนฺเต ปุจฺฉนฺติ – ‘‘กีวติกา, ภนฺเต, ภิกฺขู’’ติ? ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘น โข มยํ, อาวุโส, ชานามา’’ติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘อญฺญมญฺญมฺปิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา น ชานนฺติ, กึ ปนิเม อญฺญํ กิญฺจิ กลฺยาณํ ชานิสฺสนฺตี’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู คเณตุนฺติ.
อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กทา นุ โข ภิกฺขู คเณตพฺพา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตทหุโปสเถ นามคฺเคน [นามมตฺเตน (สฺยา.), คณมคฺเคน (ก.)] คเณตุํ, สลากํ วา คาเหตุนฺติ.
๑๕๘. เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู อชานนฺตา อชฺชุโปสโถติ ทูรํ คามํ ปิณฺฑาย จรนฺติ. เต อุทฺทิสฺสมาเนปิ ปาติโมกฺเข อาคจฺฉนฺติ, อุทฺทิฏฺฐมตฺเตปิ อาคจฺฉนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาโรเจตุํ ‘อชฺชุโปสโถ’ติ.
อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘เกน นุ โข อาโรเจตพฺโพ’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เถเรน ภิกฺขุนา กาลวโต อาโรเจตุนฺติ.
เตน โข ปน สมเยน อญฺญตโร เถโร กาลวโต นสฺสรติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภตฺตกาเลปิ อาโรเจตุนฺติ.
ภตฺตกาเลปิ นสฺสรติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ กาลํ สรติ, ตํ กาลํ อาโรเจตุนฺติ.