๒. ทุติยภาณวาโร

ปกาสนียกมฺมํ

๓๓๖. เตน โข ปน สมเยน ภควา มหติยา ปริสาย ปริวุโต ธมฺมํ เทเสนฺโต นิสินฺโน โหติ สราชิกาย ปริสาย. อถ โข เทวทตฺโต อุฏฺฐายาสนา เอกํสํ อุตฺตราสงฺคํ กริตฺวา เยน ภควา เตนญฺชลึ ปณาเมตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ชิณฺโณ ทานิ, ภนฺเต, ภควา วุฑฺโฒ มหลฺลโก อทฺธคโต วโยอนุปฺปตฺโต. อปฺโปสฺสุกฺโก ทานิ, ภนฺเต, ภควา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหรตุ, มมํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิสฺสชฺชตุ. อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ. ‘‘อลํ, เทวทตฺต, มา เต รุจฺจิ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริตุ’’นฺติ. ทุติยมฺปิ โข เทวทตฺโต…เป… ตติยมฺปิ โข เทวทตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ชิณฺโณ ทานิ, ภนฺเต, ภควา วุฑฺโฒ มหลฺลโก อทฺธคโต วโยอนุปฺปตฺโต. อปฺโปสฺสุกฺโก ทานิ, ภนฺเต, ภควา ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารํ อนุยุตฺโต วิหรตุ, มมํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิสฺสชฺชตุ. อหํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปริหริสฺสามี’’ติ. ‘‘สาริปุตฺตโมคฺคลฺลานานมฺปิ โข อหํ, เทวทตฺต, ภิกฺขุสงฺฆํ น นิสฺสชฺเชยฺยํ, กึ ปน ตุยฺหํ ฉวสฺส เขฬาสกสฺสา’’ติ! อถ โข เทวทตฺโต – สราชิกาย มํ ภควา ปริสาย เขฬาสกวาเทน อปสาเทติ, สาริปุตฺตโมคฺคลฺลาเนว อุกฺกํสตีติ – กุปิโต อนตฺตมโน ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อยญฺจรหิ เทวทตฺตสฺส ภควติ ปฐโม อาฆาโต อโหสิ.

อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ เทวทตฺตสฺส ราชคเห ปกาสนียํ กมฺมํ กโรตุ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, กาตพฺพํ. พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –

๓๓๗. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ สงฺโฆ เทวทตฺตสฺส ราชคเห ปกาสนียํ กมฺมํ กเรยฺย – ‘‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. เอสา ญตฺติ.

‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ เทวทตฺตสฺส ราชคเห ปกาสนียํ กมฺมํ กโรติ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ เทวทตฺตสฺส ราชคเห ปกาสนียํ กมฺมสฺส กรณํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ, ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ – โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.

‘‘กตํ สงฺเฆน เทวทตฺตสฺส ราชคเห ปกาสนียํ กมฺมํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.

๓๓๘. อถ โข ภควา อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ ตฺวํ, สาริปุตฺต, เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสหี’’ติ. ‘‘ปุพฺเพ มยา, ภนฺเต, เทวทตฺตสฺส ราชคเห วณฺโณ ภาสิโต – ‘มหิทฺธิโก โคธิปุตฺโต, มหานุภาโว โคธิปุตฺโต’ติ. กถาหํ, ภนฺเต, เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสมี’’ติ? ‘‘นนุ ตยา, สาริปุตฺต, ภูโตเยว เทวทตฺตสฺส ราชคเห วณฺโณ ภาสิโต – ‘มหิทฺธิโก โคธิปุตฺโต, มหานุภาโว โคธิปุตฺโต’’’ ติ? ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ. ‘‘เอวเมว โข ตฺวํ, สาริปุตฺต, ภูตํเยว เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสหี’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควโต ปจฺจสฺโสสิ.

อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, สงฺโฆ สาริปุตฺตํ สมฺมนฺนตุ เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสตุํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ. ปฐมํ สาริปุตฺโต ยาจิตพฺโพ. ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –

‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ สมฺมนฺเนยฺย เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสตุํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. เอสา ญตฺติ.

‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อายสฺมนฺตํ สาริปุตฺตํ สมฺมนฺนติ เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสตุํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ, ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ, อายสฺมโต สาริปุตฺตสฺส สมฺมุติ เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสตุํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ, ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ – โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.

‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อายสฺมา สาริปุตฺโต เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสตุํ – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’ติ. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.

สมฺมโต จ อายสฺมา สาริปุตฺโต สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ราชคหํ ปวิสิตฺวา เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาเสสิ – ‘‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’’ติ. ตตฺถ เย เต มนุสฺสา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา ทุพฺพุทฺธิโน, เต เอวมาหํสุ – ‘‘อุสูยกา อิเม สมณา สกฺยปุตฺติยา เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺการํ อุสูยนฺตี’’ติ. เย ปน เต มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา พุทฺธิมนฺโต, เต เอวมาหํสุ – ‘‘น โข อิทํ โอรกํ ภวิสฺสติ ยถา ภควา เทวทตฺตํ ราชคเห ปกาสาเปตี’’ติ.

อชาตสตฺตุกุมารวตฺถุ

๓๓๙. อถ โข เทวทตฺโต เยน อชาตสตฺตุ กุมาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อชาตสตฺตุํ กุมารํ เอตทโวจ – ‘‘ปุพฺเพ โข, กุมาร, มนุสฺสา ทีฆายุกา, เอตรหิ อปฺปายุกา. ฐานํ โข ปเนตํ วิชฺชติ ยํ ตฺวํ กุมาโรว สมาโน กาลํ กเรยฺยาสิ. เตน หิ ตฺวํ, กุมาร, ปิตรํ หนฺตฺวา ราชา โหหิ. อหํ ภควนฺตํ หนฺตฺวา พุทฺโธ ภวิสฺสามี’’ติ.

อถ โข อชาตสตฺตุ กุมาโร – อยฺโย โข เทวทตฺโต มหิทฺธิโก มหานุภาโว, ชาเนยฺยาสิ อยฺโย เทวทตฺโตติ – อูรุยา โปตฺถนิกํ พนฺธิตฺวา ทิวา ทิวสฺส [ทิวา ทิวสสฺส (ก.)] ภีโต อุพฺพิคฺโค อุสฺสงฺกี อุตฺรสฺโต สหสา อนฺเตปุรํ ปาวิสิ. อทฺทสาสุํ โข อนฺเตปุเร อุปจารกา มหามตฺตา อชาตสตฺตุํ กุมารํ ทิวา ทิวสฺส ภีตํ อุพฺพิคฺคํ อุสฺสงฺกึ อุตฺรสฺตํ สหสา อนฺเตปุรํ ปวิสนฺตํ; ทิสฺวาน อคฺคเหสุํ. เต วิจินนฺตา อูรุยา โปตฺถนิกํ พทฺธํ [พนฺธํ (ก.)] ทิสฺวาน อชาตสตฺตุํ กุมารํ เอตทโวจุํ – ‘‘กึ ตฺวํ, กุมาร, กตฺตุกาโมสี’’ติ? ‘‘ปิตรมฺหิ หนฺตุกาโม’’ติ. ‘‘เกนาสิ อุสฺสาหิโต’’ติ? ‘‘อยฺเยน เทวทตฺเตนา’’ติ. เอกจฺเจ มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘‘กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จ, สพฺเพ จ ภิกฺขู หนฺตพฺพา’’ติ. เอกจฺเจ มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘‘น ภิกฺขู หนฺตพฺพา. น ภิกฺขู กิญฺจิ อปรชฺฌนฺติ. กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จา’’ติ. เอกจฺเจ มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘‘น กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, น เทวทตฺโต. น ภิกฺขู หนฺตพฺพา. รญฺโญ อาโรเจตพฺพํ. ยถา ราชา วกฺขติ ตถา กริสฺสามา’’ติ.

อถ โข เต มหามตฺตา อชาตสตฺตุํ กุมารํ อาทาย เยน ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา รญฺโญ มาคธสฺส เสนิยสฺส พิมฺพิสารสฺส เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘กถํ, ภเณ, มหามตฺเตหิ มติ กตา’’ติ? ‘‘เอกจฺเจ, เทว, มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จ, สพฺเพ จ ภิกฺขู หนฺตพฺพา’ติ. เอกจฺเจ มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘น ภิกฺขู หนฺตพฺพา. น ภิกฺขู กิญฺจิ อปรชฺฌนฺติ. กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, เทวทตฺโต จา’ติ. เอกจฺเจ มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘น กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, น เทวทตฺโต. น ภิกฺขู หนฺตพฺพา. รญฺโญ อาโรเจตพฺพํ. ยถา ราชา วกฺขติ ตถา กริสฺสามา’’’ติ. ‘‘กึ, ภเณ, กริสฺสติ พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา? นนุ ภควตา ปฏิกจฺเจว เทวทตฺโต ราชคเห ปกาสาปิโต – ‘ปุพฺเพ เทวทตฺตสฺส อญฺญา ปกติ อโหสิ, อิทานิ อญฺญา ปกติ. ยํ เทวทตฺโต กเรยฺย กาเยน วาจาย, น เตน พุทฺโธ วา ธมฺโม วา สงฺโฆ วา ทฏฺฐพฺโพ, เทวทตฺโตว เตน ทฏฺฐพฺโพ’’ติ? ตตฺถ เย เต มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘กุมาโร จ หนฺตพฺโพ เทวทตฺโต จ; สพฺเพ จ ภิกฺขู หนฺตพฺพา’ติ; เต อฏฺฐาเน อกาสิ. เย เต มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘น ภิกฺขู หนฺตพฺพา; น ภิกฺขู กิญฺจิ อปรชฺฌนฺติ; กุมาโร จ หนฺตพฺโพ เทวทตฺโต จา’ติ; เต นีเจ ฐาเน ฐเปสิ. เย เต มหามตฺตา เอวํ มตึ อกํสุ – ‘น กุมาโร จ หนฺตพฺโพ, น เทวทตฺโต; น ภิกฺขู หนฺตพฺพา; รญฺโญ อาโรเจตพฺพํ; ยถา ราชา วกฺขติ ตถา กริสฺสามา’ติ; เต อุจฺเจ ฐาเน ฐเปสิ. อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร อชาตสตฺตุํ กุมารํ เอตทโวจ – ‘‘กิสฺส มํ ตฺวํ, กุมาร, หนฺตุกาโมสี’’ติ? ‘‘รชฺเชนามฺหิ, เทว, อตฺถิโก’’ติ. ‘‘สเจ โข ตฺวํ, กุมาร, รชฺเชน อตฺถิโก, เอตํ เต รชฺช’’นฺติ อชาตสตฺตุสฺส กุมารสฺส รชฺชํ นิยฺยาเทสิ.

อภิมารเปสนํ

๓๔๐. อถ โข เทวทตฺโต เยน อชาตสตฺตุ กุมาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อชาตสตฺตุํ กุมารํ เอตทโวจ – ‘‘ปุริเส, มหาราช, อาณาเปหิ, เย สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสนฺตี’’ติ. อถ โข อชาตสตฺตุ กุมาโร มนุสฺเส อาณาเปสิ – ‘‘ยถา, ภเณ, อยฺโย เทวทตฺโต อาห ตถา กเรยฺยาถา’’ติ. อถ โข เทวทตฺโต เอกํ ปุริสํ อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉาวุโส, อมุกสฺมึ โอกาเส สมโณ โคตโม วิหรติ. ตํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉา’’ติ. ตสฺมึ มคฺเค เทฺว ปุริเส ฐเปสิ – ‘‘โย อิมินา มคฺเคน เอโก ปุริโส อาคจฺฉติ, ตํ ชีวิตา โวโรเปตฺวา อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉถา’’ติ. ตสฺมึ มคฺเค จตฺตาโร ปุริเส ฐเปสิ – ‘‘เย อิมินา มคฺเคน เทฺว ปุริสา อาคจฺฉนฺติ, เต ชีวิตา โวโรเปตฺวา อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉถา’’ติ. ตสฺมึ มคฺเค อฏฺฐ ปุริเส ฐเปสิ – ‘‘เย อิมินา มคฺเคน จตฺตาโร ปุริสา อาคจฺฉนฺติ, เต ชีวิตา โวโรเปตฺวา อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉถา’’ติ. ตสฺมึ มคฺเค โสฬส ปุริเส ฐเปสิ – ‘‘เย อิมินา มคฺเคน อฏฺฐ ปุริสา อาคจฺฉนฺติ, เต ชีวิตา โวโรเปตฺวา อาคจฺฉถา’’ติ.

อถ โข โส เอโก ปุริโส อสิจมฺมํ คเหตฺวา ธนุกลาปํ สนฺนยฺหิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต อวิทูเร ภีโต อุพฺพิคฺโค อุสฺสงฺกี อุตฺรสฺโต ปตฺถทฺเธน กาเยน อฏฺฐาสิ. อทฺทสา โข ภควา ตํ ปุริสํ ภีตํ อุพฺพิคฺคํ อุสฺสงฺกึ อุตฺรสฺตํ ปตฺถทฺเธน กาเยน ฐิตํ. ทิสฺวาน ตํ ปุริสํ เอตทโวจ – ‘‘เอหาวุโส, มา ภายี’’ติ. อถ โข โส ปุริโส อสิจมฺมํ เอกมนฺตํ กริตฺวา ธนุกลาปํ นิกฺขิปิตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อจฺจโย มํ, ภนฺเต, อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ, โยหํ ทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺโต อิธูปสงฺกนฺโต. ตสฺส เม, ภนฺเต, ภควา อจฺจยํ อจฺจยโต ปฏิคฺคณฺหาตุ อายตึ สํวรายา’’ติ. ‘‘ตคฺฆ ตฺวํ, อาวุโส, อจฺจโย อจฺจคมา ยถาพาลํ ยถามูฬฺหํ ยถาอกุสลํ, ยํ ตฺวํ ทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺโต อิธูปสงฺกนฺโต. ยโต จ โข ตฺวํ, อาวุโส, อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรสิ, ตํ เต มยํ ปฏิคฺคณฺหาม. วุฑฺฒิ เหสา, อาวุโส, อริยสฺส วินเย – โย อจฺจยํ อจฺจยโต ทิสฺวา ยถาธมฺมํ ปฏิกโรติ, อายตึ สํวรํ อาปชฺชตี’’ติ.

อถ โข ภควา ตสฺส ปุริสสฺส อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ, เสยฺยถิทํ – ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ, กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ, เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ. ยทา ตํ ภควา อญฺญาสิ กลฺลจิตฺตํ, มุทุจิตฺตํ, วินีวรณจิตฺตํ, อุทคฺคจิตฺตํ, ปสนฺนจิตฺตํ, อถ ยา พุทฺธานํ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา ตํ ปกาเสสิ – ทุกฺขํ, สมุทยํ, นิโรธํ, มคฺคํ. เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ วตฺถํ อปคตกาฬกํ สมฺมเทว รชนํ ปฏิคฺคเหยฺย, เอวเมว ตสฺส ปุริสสฺส ตสฺมึเยว อาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ – ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ. อถ โข โส ปุริโส ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิคตกถํกโถ เวสารชฺชปฺปตฺโต อปรปฺปจฺจโย สตฺถุสาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต. เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ – เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คต’’นฺติ. อถ โข ภควา ตํ ปุริสํ เอตทโวจ – ‘‘มา โข ตฺวํ, อาวุโส, อิมินา มคฺเคน คจฺฉ, อิมินา มคฺเคน คจฺฉาหี’’ติ อญฺเญน มคฺเคน อุยฺโยเชสิ.

อถ โข เต เทฺว ปุริสา – กึ นุ โข โส เอโก ปุริโส จิเรน อาคจฺฉตีติ – ปฏิปถํ คจฺฉนฺตา อทฺทสํสุ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ. ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เตสํ ภควา อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ…เป… อปรปฺปจฺจยา สตฺถุสาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… อุปาสเก โน ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คเต’’ติ. อถ โข ภควา เต ปุริเส เอตทโวจ – ‘‘มา โข ตุเมฺห, อาวุโส, อิมินา มคฺเคน คจฺฉิตฺถ, อิมินา มคฺเคน คจฺฉถา’’ติ อญฺเญน มคฺเคน อุยฺโยเชสิ.

อถ โข เต จตฺตาโร ปุริสา…เป… อถ โข เต อฏฺฐ ปุริสา…เป… อถ โข เต โสฬส ปุริสา – กึ นุ โข เต อฏฺฐ ปุริสา จิเรน อาคจฺฉนฺตีติ – ปฏิปถํ คจฺฉนฺตา อทฺทสาสุํ ภควนฺตํ อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสินฺนํ. ทิสฺวาน เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เตสํ ภควา อนุปุพฺพึ กถํ กเถสิ, เสยฺยถิทํ – ทานกถํ…เป… อปรปฺปจฺจยา สตฺถุสาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ, ภนฺเต…เป… อุปาสเก โน ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คเต’’ติ. อถ โข ภควา เต ปุริเส เอตทโวจ – ‘‘มา โข ตุเมฺห, อาวุโส, อิมินา มคฺเคน คจฺฉิตฺถ, อิมินา มคฺเคน คจฺฉถา’’ติ อญฺเญน มคฺเคน อุยฺโยเชสิ.

อถ โข โส เอโก ปุริโส เยน เทวทตฺโต เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เทวทตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘นาหํ, ภนฺเต, สกฺโกมิ ตํ ภควนฺตํ ชีวิตา โวโรเปตุํ; มหิทฺธิโก โส ภควา, มหานุภาโว’’ติ. ‘‘อลํ, อาวุโส; มา ตฺวํ สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสิ. อหเมว สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสามี’’ติ.

โลหิตุปฺปาทกกมฺมํ

๓๔๑. เตน โข ปน สมเยน ภควา คิชฺฌกูฏสฺส ปพฺพตสฺส ฉายายํ จงฺกมติ. อถ โข เทวทตฺโต คิชฺฌกูฏํ ปพฺพตํ อารุหิตฺวา มหตึ สิลํ ปวิชฺฌิ – อิมาย สมณํ โคตมํ ชีวิตา โวโรเปสฺสามีติ. เทฺว ปพฺพตกูฏา สมาคนฺตฺวา ตํ สิลํ สมฺปฏิจฺฉึสุ. ตโต ปปติกา อุปฺปติตฺวา ภควโต ปาเท รุหิรํ อุปฺปาเทสิ. อถ โข ภควา อุทฺธํ อุลฺโลเกตฺวา เทวทตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘พหุํ ตยา, โมฆปุริส, อปุญฺญํ ปสุตํ, ยํ ตฺวํ ทุฏฺฐจิตฺโต วธกจิตฺโต ตถาคตสฺส รุหิรํ อุปฺปาเทสี’’ติ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อิทํ, ภิกฺขเว, เทวทตฺเตน ปฐมํ อานนฺตริยํ กมฺมํ อุปจิตํ, ยํ ทุฏฺฐจิตฺเตน วธกจิตฺเตน ตถาคตสฺส รุหิรํ อุปฺปาทิต’’นฺติ.

อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู – ‘‘เทวทตฺเตน กิร ภควโต วโธ ปยุตฺโต’’ติ. เต จ ภิกฺขู ภควโต วิหารสฺส ปริโต ปริโต จงฺกมนฺติ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา สชฺฌายํ กโรนฺตา, ภควโต รกฺขาวรณคุตฺติยา. อสฺโสสิ โข ภควา อุจฺจาสทฺทํ มหาสทฺทํ สชฺฌายสทฺทํ. สุตฺวาน อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ อามนฺเตสิ – ‘‘กึ นุ โข โส, อานนฺท, อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท สชฺฌายสทฺโท’’ติ? ‘‘อสฺโสสุํ โข, ภนฺเต, ภิกฺขู – ‘เทวทตฺเตน กิร ภควโต วโธ ปยุตฺโต’ติ. เต จ [เตธ (สี.)], ภนฺเต, ภิกฺขู ภควโต วิหารสฺส ปริโต ปริโต จงฺกมนฺติ อุจฺจาสทฺทา มหาสทฺทา สชฺฌายํ กโรนฺตา, ภควโต รกฺขาวรณคุตฺติยา. โส เอโส, ภควา, อุจฺจาสทฺโท มหาสทฺโท สชฺฌายสทฺโท’’ติ. ‘‘เตน หานนฺท, มม วจเนน เต ภิกฺขู อามนฺเตหิ – สตฺถา อายสฺมนฺเต อามนฺเตตี’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข อายสฺมา อานนฺโท ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เยน เต ภิกฺขู เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เต ภิกฺขู เอตทโวจ – ‘‘สตฺถา อายสฺมนฺเต อามนฺเตตี’’ติ. ‘‘เอวมาวุโส’’ติ โข เต ภิกฺขู อายสฺมโต อานนฺทสฺส ปฏิสฺสุตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมึสุ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทึสุ. เอกมนฺตํ นิสินฺเน โข เต ภิกฺขู ภควา เอตทโวจ –

‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ปรูปกฺกเมน ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อนุปกฺกเมน, ภิกฺขเว, ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺติ.

[จูฬว. ๓๓๔; อ. นิ. ๕.๑๐๐] ‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. กตเม ปญฺจ? ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, เอกจฺโจ สตฺถา อปริสุทฺธสีโล สมาโน ‘ปริสุทฺธสีโลมฺหี’ติ ปฏิชานาติ ‘ปริสุทฺธํ เม สีลํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’นฺติ จ. ตเมนํ สาวกา เอวํ ชานนฺติ – ‘อยํ โข ภวํ สตฺถา อปริสุทฺธสีโล สมาโน ‘ปริสุทฺธสีโลมฺหี’ติ ปฏิชานาติ ‘ปริสุทฺธํ เม สีลํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’นฺติ จ. มยญฺเจว โข ปน คิหีนํ อาโรเจยฺยาม, นาสฺสสฺส มนาปํ. ยํ โข ปนสฺส อมนาปํ, กถํ นํ มยํ เตน สมุทาจเรยฺยาม? สมฺมนฺนติ โข ปน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน – ยํ ตุโม กริสฺสติ, ตุโมว เตน ปญฺญายิสฺสตี’ติ. เอวรูปํ โข, ภิกฺขเว, สตฺถารํ สาวกา สีลโต รกฺขนฺติ; เอวรูโป จ ปน สตฺถา สาวเกหิ สีลโต รกฺขํ ปจฺจาสีสติ.

‘‘ปุน จปรํ, ภิกฺขเว, อิเธกจฺโจ สตฺถา อปริสุทฺธอาชีโว สมาโน…เป… อปริสุทฺธธมฺมเทสโน สมาโน…เป… อปริสุทฺธเวยฺยากรโณ สมาโน…เป… อปริสุทฺธญาณทสฺสโน สมาโน ‘ปริสุทฺธญาณทสฺสโนมฺหี’ติ ปฏิชานาติ ‘ปริสุทฺธํ เม ญาณทสฺสนํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’นฺติ จ. ตเมนํ สาวกา เอวํ ชานนฺติ – ‘อยํ โข ภวํ สตฺถา อปริสุทฺธญาณทสฺสโน สมาโน ‘ปริสุทฺธญาณทสฺสโนมฺหี’ติ ปฏิชานาติ ‘ปริสุทฺธํ เม ญาณทสฺสนํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’นฺติ จ. มยญฺเจว โข ปน คิหีนํ อาโรเจยฺยาม, นาสฺสสฺส มนาปํ. ยํ โข ปนสฺส อมนาปํ, กถํ น มยํ เตน สมุทาจเรยฺยาม? สมฺมนฺนติ โข ปน จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน – ยํ ตุโม กริสฺสติ, ตุโมว เตน ปญฺญายิสฺสตี’ติ. เอวรูปํ โข, ภิกฺขเว, สตฺถารํ สาวกา ญาณทสฺสนโต รกฺขนฺติ; เอวรูโป จ ปน สตฺถา สาวเกหิ ญาณทสฺสนโต รกฺขํ ปจฺจาสีสติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ สตฺถาโร สนฺโต สํวิชฺชมานา โลกสฺมึ. ‘‘อหํ โข ปน, ภิกฺขเว, ปริสุทฺธสีโล สมาโน ‘ปริสุทฺธสีโลมฺหี’ติ ปฏิชานามิ ‘ปริสุทฺธํ เม สีลํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’นฺติ จ. น จ มํ สาวกา สีลโต รกฺขนฺติ; น จาหํ สาวเกหิ สีลโต รกฺขํ ปจฺจาสีสามิ. อหํ โข ปน ภิกฺขเว ปริสุทฺธาชีโว สมาโน…เป… ปริสุทฺธธมฺมเทสโน สมาโน…เป… ปริสุทฺธเวยฺยากรโณ สมาโน…เป… ปริสุทฺธญาณทสฺสโน สมาโน ‘‘ปริสุทฺธญาณทสฺสโนมฺหี’’ติ ปฏิชานามิ ‘‘ปริสุทฺธํ เม ญาณทสฺสนํ ปริโยทาตํ อสํกิลิฏฺฐ’’นฺติ จ, น จ มํ สาวกา ญาณทสฺสนโต รกฺขนฺติ, น จาหํ สาวเกหิ ญาณทสฺสนโต รกฺขํ ปจฺจาสีสามิ. ‘‘อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ปรูปกฺกเมน ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อนุปกฺกเมน, ภิกฺขเว, ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺติ. คจฺฉถ ตุเมฺห, ภิกฺขเว, ยถาวิหารํ. อรกฺขิยา, ภิกฺขเว, ตถาคตา’’ติ.

นาฬาคิริเปสนํ

๓๔๒. เตน โข ปน สมเยน ราชคเห นาฬาคิริ นาม หตฺถี จณฺโฑ โหติ, มนุสฺสฆาตโก. อถ โข เทวทตฺโต ราชคหํ ปวิสิตฺวา หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา หตฺถิภณฺเฑ เอตทโวจ – ‘‘มยํ โข, ภเณ, ราชญาตกา นาม ปฏิพลา นีจฏฺฐานิยํ อุจฺจฏฺฐาเน ฐเปตุํ, ภตฺตมฺปิ เวตนมฺปิ วฑฺฒาเปตุํ. เตน หิ, ภเณ, ยทา สมโณ โคตโม อิมํ รจฺฉํ ปฏิปนฺโน โหติ, ตทา อิมํ นาฬาคิรึ หตฺถึ มุญฺเจตฺวา อิมํ รจฺฉํ ปฏิปาเทถา’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข เต หตฺถิภณฺฑา เทวทตฺตสฺส ปจฺจสฺโสสุํ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย สมฺพหุเลหิ ภิกฺขูหิ สทฺธึ ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อถ โข ภควา ตํ รจฺฉํ ปฏิปชฺชิ. อทฺทสาสุํ โข เต หตฺถิภณฺฑา ภควนฺตํ ตํ รจฺฉํ ปฏิปนฺนํ. ทิสฺวาน นาฬาคิรึ หตฺถึ มุญฺจิตฺวา ตํ รจฺฉํ ปฏิปาเทสุํ. อทฺทสา โข นาฬาคิริ หตฺถี ภควนฺตํ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน โสณฺฑํ อุสฺสาเปตฺวา ปหฏฺฐกณฺณวาโล เยน ภควา เตน อภิธาวิ. อทฺทสาสุํ โข เต ภิกฺขู นาฬาคิรึ หตฺถึ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, นาฬาคิริ หตฺถี จณฺโฑ มนุสฺสฆาตโก อิมํ รจฺฉํ ปฏิปนฺโน. ปฏิกฺกมตุ, ภนฺเต, ภควา; ปฏิกฺกมตุ สุคโต’’ติ. ‘‘อาคจฺฉถ, ภิกฺขเว, มา ภายิตฺถ. อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ปรูปกฺกเมน ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อนุปกฺกเมน, ภิกฺขเว, ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ. ทุติยมฺปิ โข เต ภิกฺขู…เป… ตติยมฺปิ โข เต ภิกฺขู ภควนฺตํ เอตทโวจุํ – ‘‘อยํ, ภนฺเต, นาฬาคิริ หตฺถี จณฺโฑ มนุสฺสฆาตโก อิมํ รจฺฉํ ปฏิปนฺโน. ปฏิกฺกมตุ, ภนฺเต, ภควา; ปฏิกฺกมตุ สุคโต’’ติ. ‘‘อาคจฺฉถ, ภิกฺขเว, มา ภายิตฺถ. อฏฺฐานเมตํ, ภิกฺขเว, อนวกาโส, ยํ ปรูปกฺกเมน ตถาคตํ ชีวิตา โวโรเปยฺย. อนุปกฺกเมน, ภิกฺขเว, ตถาคตา ปรินิพฺพายนฺตี’’ติ.

เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ปาสาเทสุปิ หมฺมิเยสุปิ ฉทเนสุปิ อารุฬฺหา อจฺฉนฺติ. ตตฺถ เย เต มนุสฺสา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา ทุพฺพุทฺธิโน, เต เอวมาหํสุ – ‘‘อภิรูโป วต, โภ [อภิรูโป วต โภ โคตโม (สฺยา. กํ.)], มหาสมโณ นาเคน วิเหฐียิสฺสตี’’ติ. เย ปน เต มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา พุทฺธิมนฺโต, เต เอวมาหํสุ – ‘‘นจิรสฺสํ วต, โภ, นาโค นาเคน สงฺคาเมสฺสตี’’ติ. อถ โข ภควา นาฬาคิรึ หตฺถึ เมตฺเตน จิตฺเตน ผริ. อถ โข นาฬาคิริ หตฺถี ภควโต [ภควตา (สี.)] เมตฺเตน จิตฺเตน ผุฏฺโฐ [ผุโฏ (ก.)] โสณฺฑํ โอโรเปตฺวา เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปุรโต อฏฺฐาสิ. อถ โข ภควา ทกฺขิเณน หตฺเถน นาฬาคิริสฺส หตฺถิสฺส กุมฺภํ ปรามสนฺโต นาฬาคิรึ หตฺถึ อิมาหิ คาถาหิ อชฺฌภาสิ –

‘‘มา กุญฺชร นาคมาสโท, ทุกฺขญฺหิ กุญฺชร นาคมาสโท;

น หิ นาคหตสฺส กุญฺชร สุคติ, โหติ อิโต ปรํ ยโต.

‘‘มา จ มโท มา จ ปมาโท, น หิ ปมตฺตา สุคตึ วชนฺติ เต;

ตฺวญฺเญว ตถา กริสฺสสิ, เยน ตฺวํ สุคตึ คมิสฺสสี’’ติ.

อถ โข นาฬาคิริ หตฺถี โสณฺฑาย ภควโต ปาทปํสูนิ คเหตฺวา อุปริมุทฺธนิ อากิริตฺวา ปฏิกุฏิโยว [ปฏิกุฏิโต ปฏิสกฺกิ (สี. สฺยา.)] โอสกฺกิ, ยาว ภควนฺตํ อทฺทกฺขิ. อถ โข นาฬาคิริ หตฺถี หตฺถิสาลํ คนฺตฺวา สเก ฐาเน อฏฺฐาสิ. ตถา ทนฺโต จ ปน นาฬาคิริ หตฺถี อโหสิ. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา อิมํ คาถํ คายนฺติ –

[ม. นิ. ๒.๓๕๒; เถรคา. ๘๗๘] ‘‘ทณฺเฑเนเก ทมยนฺติ, องฺกุเสหิ กสาหิ จ;

อทณฺเฑน อสตฺเถน, นาโค ทนฺโต มเหสินา’’ติ.

มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘ยาว ปาโป อยํ เทวทตฺโต, อลกฺขิโก, ยตฺร หิ นาม สมณสฺส โคตมสฺส เอวํมหิทฺธิกสฺส เอวํ มหานุภาวสฺส วธาย ปรกฺกมิสฺสตี’’ติ. เทวทตฺตสฺส ลาภสกฺกาโร ปริหายิ. ภควโต จ ลาภสกฺกาโร อภิวฑฺฒิ.

ปญฺจวตฺถุยาจนกถา

๓๔๓. [ปาจิ. ๒๐๙] เตน โข ปน สมเยน เทวทตฺโต ปริหีนลาภสกฺกาโร สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชติ. มนุสฺสา อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสนฺติ! กสฺส สมฺปนฺนํ น มนาปํ, กสฺส สาทุํ น รุจฺจตี’’ติ! อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – กถญฺหิ นาม เทวทตฺโต สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชิสฺสตี’’ติ! ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ…เป… ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, เทวทตฺต, สปริโส กุเลสุ วิญฺญาเปตฺวา วิญฺญาเปตฺวา ภุญฺชสี’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘เตน หิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูนํ กุเลสุ ติกโภชนํ ปญฺญเปสฺสามิ ตโย อตฺถวเส ปฏิจฺจ – ทุมฺมงฺกูนํ ปุคฺคลาน นิคฺคหาย; เปสลานํ ภิกฺขูนํ ผาสุวิหาราย, มา ปาปิจฺฉา ปกฺขํ นิสฺสาย สงฺฆํ ภินฺเทยฺยุนฺติ; กุลานุทฺทยาย [กุลานุทยตาย (สี. สฺยา.)] จ. คณโภชเน ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ’’ติ.

[ปารา. ๔๐๙] อถ โข เทวทตฺโต เยน โกกาลิโก กฏโมทกติสฺสโก [กฏโมรกติสฺสโก (สี. สฺยา.)] ขณฺฑเทวิยา ปุตฺโต สมุทฺททตฺโต เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา โกกาลิกํ กฏโมทกติสฺสกํ ขณฺฑเทวิยา ปุตฺตํ สมุทฺททตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘เอถ, มยํ, อาวุโส, สมณสฺส โคตมสฺส สงฺฆเภทํ กริสฺสาม จกฺกเภท’’นฺติ. เอวํ วุตฺเต โกกาลิโก เทวทตฺตํ เอตทโวจ – ‘‘สมโณ โข, อาวุโส, โคตโม มหิทฺธิโก มหานุภาโว. กถํ มยํ สมณสฺส โคตมสฺส สงฺฆเภทํ กริสฺสาม จกฺกเภท’’นฺติ? ‘‘เอถ, มยํ, อาวุโส, สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจ วตฺถูนิ ยาจิสฺสาม – ‘ภควา, ภนฺเต, อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉสฺส สนฺตุฏฺฐสฺส สลฺเลขสฺส ธุตสฺส ปาสาทิกสฺส อปจยสฺส วีริยารมฺภสฺส วณฺณวาที. อิมานิ, ภนฺเต, ปญฺจ วตฺถูนิ อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉตาย สนฺตุฏฺฐิยา สลฺเลขาย ธุตตาย ปาสาทิกตาย อปจยาย วีริยารมฺภาย สํวตฺตนฺติ. สาธุ, ภนฺเต, ภิกฺขู ยาวชีวํ อารญฺญิกา อสฺสุ; โย คามนฺตํ โอสเรยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ ปิณฺฑปาติกา อสฺสุ; โย นิมนฺตนํ สาทิเยยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ ปํสุกูลิกา อสฺสุ; โย คหปติจีวรํ สาทิเยยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ รุกฺขมูลิกา อสฺสุ; โย ฉนฺนํ อุปคจฺเฉยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ มจฺฉมํสํ น ขาเทยฺยุํ; โย มจฺฉมํสํ ขาเทยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺยา’ติ. อิมานิ ปญฺจ วตฺถูนิ สมโณ โคตโม นานุชานิสฺสติ. เต มยํ อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหิ ชนํ สญฺญาเปสฺสามา’’ติ. ‘‘สกฺกา โข, อาวุโส, อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหิ สมณสฺส โคตมสฺส สงฺฆเภโท กาตุํ จกฺกเภโท. ลูขปฺปสนฺนา หิ, อาวุโส, มนุสฺสา’’ติ.

อถ โข เทวทตฺโต สปริโส เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข เทวทตฺโต ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘ภควา, ภนฺเต, อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉสฺส สนฺตุฏฺฐสฺส สลฺเลขสฺส ธุตสฺส ปาสาทิกสฺส อปจยสฺส วีริยารมฺภสฺส วณฺณวาที. อิมานิ, ภนฺเต, ปญฺจ วตฺถูนิ อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉตาย สนฺตุฏฺฐิยา สลฺเลขาย ธุตตาย ปาสาทิกตาย อปจยาย วีริยารมฺภาย สํวตฺตนฺติ. สาธุ, ภนฺเต, ภิกฺขู ยาวชีวํ อารญฺญิกา อสฺสุ; โย คามนฺตํ โอสเรยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ ปิณฺฑปาติกา อสฺสุ; โย นิมนฺตนํ สาทิเยยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ ปํสุกูลิกา อสฺสุ; โย คหปติจีวรํ สาทิเยยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ รุกฺขมูลิกา อสฺสุ; โย ฉนฺนํ อุปคจฺเฉยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย. ยาวชีวํ มจฺฉมํสํ น ขาเทยฺยุํ; โย มจฺฉมํสํ ขาเทยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺยา’’ติ. ‘‘อลํ, เทวทตฺต. โย อิจฺฉติ, อารญฺญิโก โหตุ; โย อิจฺฉติ, คามนฺเต วิหรตุ. โย อิจฺฉติ, ปิณฺฑปาติโก โหตุ; โย อิจฺฉติ, นิมนฺตนํ สาทิยตุ. โย อิจฺฉติ, ปํสุกูลิโก โหตุ; โย อิจฺฉติ, คหปติจีวรํ สาทิยตุ. อฏฺฐมาเส โข มยา, เทวทตฺต, รุกฺขมูลเสนาสนํ อนุญฺญาตํ; ติโกฏิปริสุทฺธํ มจฺฉมํสํ – อทิฏฺฐํ, อสฺสุตํ, อปริสงฺกิต’’นฺติ. อถ โข เทวทตฺโต – น ภควา อิมานิ ปญฺจ วตฺถูนิ อนุชานาตีติ – หฏฺโฐ อุทคฺโค สปริโส อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ.

อถ โข เทวทตฺโต สปริโส ราชคหํ ปวิสิตฺวา ปญฺจหิ วตฺถูหิ ชนํ สญฺญาเปสิ – ‘‘มยํ, อาวุโส, สมณํ โคตมํ อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺจ วตฺถูนิ ยาจิมฺหา – ‘ภควา, ภนฺเต, อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉสฺส…เป… วีริยารมฺภสฺส วณฺณวาที. อิมานิ, ภนฺเต, ปญฺจ วตฺถูนิ อเนกปริยาเยน อปฺปิจฺฉตาย…เป… วีริยารมฺภาย สํวตฺตนฺติ. สาธุ, ภนฺเต, ภิกฺขู ยาวชีวํ อารญฺญิกา อสฺสุ; โย คามนฺตํ โอสเรยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺย…เป… ยาวชีวํ มจฺฉมํสํ น ขาเทยฺยุํ; โย มจฺฉมํสํ ขาเทยฺย, วชฺชํ นํ ผุเสยฺยา’ติ. อิมานิ ปญฺจ วตฺถูนิ สมโณ โคตโม นานุชานาติ. เต มยํ อิเมหิ ปญฺจหิ วตฺถูหิ สมาทาย วตฺตามา’’ติ.

ตตฺถ เย เต มนุสฺสา อสฺสทฺธา อปฺปสนฺนา ทุพฺพุทฺธิโน, เต เอวมาหํสุ – ‘‘อิเม โข สมณา สกฺยปุตฺติยา ธุตา สลฺเลขวุตฺติโน. สมโณ ปน โคตโม พาหุลฺลิโก พาหุลฺลาย เจเตตี’’ติ. เย ปน เต มนุสฺสา สทฺธา ปสนฺนา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา พุทฺธิมนฺโต, เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม เทวทตฺโต ภควโต สงฺฆเภทาย ปรกฺกมิสฺสติ จกฺกเภทายา’’ติ! อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู เตสํ มนุสฺสานํ อุชฺฌายนฺตานํ ขิยฺยนฺตานํ วิปาเจนฺตานํ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม เทวทตฺโต สงฺฆเภทาย ปรกฺกมิสฺสติ จกฺกเภทายา’’ติ! อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ…เป… ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, เทวทตฺต, สงฺฆเภทาย ปรกฺกมสิ จกฺกเภทายา’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ. ‘‘อลํ, เทวทตฺต. มา เต รุจฺจิ สงฺฆเภโท. ครุโก โข, เทวทตฺต, สงฺฆเภโท. โย โข, เทวทตฺต, สมคฺคํ สงฺฆํ ภินฺทติ, กปฺปฏฺฐิกํ [กปฺปฏฺฐิติกํ (สฺยา.)] กิพฺพิสํ ปสวติ, กปฺปํ นิรยมฺหิ ปจฺจติ. โย จ โข, เทวทตฺต, ภินฺนํ สงฺฆํ สมคฺคํ กโรติ, พฺรหฺมํ ปุญฺญํ ปสวติ, กปฺปํ สคฺคมฺหิ โมทติ. อลํ, เทวทตฺต. มา เต รุจฺจิ สงฺฆเภโท. ครุโก โข, เทวทตฺต, สงฺฆเภโท’’ติ.

[อุทา. ๔๘] อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสิ. อทฺทสา โข เทวทตฺโต อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ. ทิสฺวาน เยนายสฺมา อานนฺโท เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อายสฺมนฺตํ อานนฺทํ เอตทโวจ – ‘‘อชฺชตคฺเคทานาหํ, อาวุโส อานนฺท, อญฺญเตฺรว ภควตา, อญฺญเตฺรว ภิกฺขุสงฺฆา, อุโปสถํ กริสฺสามิ สงฺฆกมฺมํ กริสฺสามี’’ติ.

อถ โข อายสฺมา อานนฺโท ราชคเห ปิณฺฑาย จริตฺวา ปจฺฉาภตฺตํ ปิณฺฑปาตปฺปฏิกฺกนฺโต เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อายสฺมา อานนฺโท ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อิธาหํ, ภนฺเต, ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย ราชคหํ ปิณฺฑาย ปาวิสึ. อทฺทสา โข มํ, ภนฺเต, เทวทตฺโต ราชคเห ปิณฺฑาย จรนฺตํ. ทิสฺวาน เยนาหํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา มํ เอตทโวจ – ‘อชฺชตคฺเคทานาหํ, อาวุโส อานนฺท, อญฺญเตฺรว ภควตา, อญฺญเตฺรว ภิกฺขุสงฺฆา, อุโปสถํ กริสฺสามิ สงฺฆกมฺมํ กริสฺสามี’ติ. อชฺชตคฺเค, ภนฺเต, เทวทตฺโต สงฺฆํ ภินฺทิสฺสตี’’ติ. อถ โข ภควา เอตมตฺถํ วิทิตฺวา ตายํ เวลายํ อิมํ อุทานํ อุทาเนสิ –

[อุทา. ๔๘] ‘‘สุกรํ สาธุนา สาธุํ, สาธุํ ปาเปน ทุกฺกรํ;

ปาปํ ปาเปน สุกรํ, ปาปมริเยหิ ทุกฺกร’’นฺติ.

ทุติยภาณวาโร นิฏฺฐิโต.