๒. ทุติยภาณวาโร
อนาถปิณฺฑิกวตฺถุ
๓๐๔. เตน โข ปน สมเยน อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส ภคินิปติโก โหติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ราชคหํ อคมาสิ เกนจิเทว กรณีเยน. เตน โข ปน สมเยน ราชคหเกน เสฏฺฐินา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต โหติ. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ทาเส จ กมฺมกาเร [กมฺมกเร (สี. สฺยา.)] จ อาณาเปสิ – ‘‘เตน หิ, ภเณ, กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ยาคุโย ปจถ, ภตฺตานิ ปจถ, สูปานิ สมฺปาเทถ, อุตฺตริภงฺคานิ สมฺปาเทถา’’ติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส เอตทโหสิ – ‘‘ปุพฺเพ ขฺวายํ คหปติ มยิ อาคเต สพฺพกิจฺจานิ นิกฺขิปิตฺวา มมญฺเญว สทฺธึ ปฏิสมฺโมทติ. โสทานายํ วิกฺขิตฺตรูโป ทาเส จ กมฺมกาเร จ อาณาเปสิ – ‘เตน หิ, ภเณ, กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ยาคุโย ปจถ, ภตฺตานิ ปจถ, สูปานิ สมฺปาเทถ, อุตฺตริภงฺคานิ สมฺปาเทถา’ติ. กึ นุ โข อิมสฺส คหปติสฺส อาวาโห วา ภวิสฺสติ, วิวาโห วา ภวิสฺสติ, มหายญฺโญ วา ปจฺจุปฏฺฐิโต, ราชา วา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร นิมนฺติโต สฺวาตนาย สทฺธึ พลกาเยนา’’ติ?
อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี ทาเส จ กมฺมกาเร จ อาณาเปตฺวา เยน อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา สทฺธึ ปฏิสมฺโมทิตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺนํ โข ราชคหกํ เสฏฺฐึ อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เอตทโวจ – ‘‘ปุพฺเพ โข ตฺวํ, คหปติ, มยิ อาคเต สพฺพกิจฺจานิ นิกฺขิปิตฺวา มมญฺเญว สทฺธึ ปฏิสมฺโมทสิ. โสทานิ ตฺวํ วิกฺขิตฺตรูโป ทาเส จ กมฺมกาเร จ อาณาเปสิ – ‘เตน หิ, ภเณ, กาลสฺเสว อุฏฺฐาย ยาคุโย ปจถ, ภตฺตานิ ปจถ, สูปานิ สมฺปาเทถ, อุตฺตริภงฺคานิ สมฺปาเทถา’ติ. กึ นุ โข เต, คหปติ, อาวาโห วา ภวิสฺสติ, วิวาโห วา ภวิสฺสติ, มหายญฺโญ วา ปจฺจุปฏฺฐิโต, ราชา วา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร นิมนฺติโต สฺวาตนาย สทฺธึ พลกาเยนา’’ติ? ‘‘น เม, คหปติ, อาวาโห วา ภวิสฺสติ, นาปิ วิวาโห วา ภวิสฺสติ, นาปิ ราชา วา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร นิมนฺติโต สฺวาตนาย สทฺธึ พลกาเยน; อปิ จ เม มหายญฺโญ ปจฺจุปฏฺฐิโต; สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต’’ติ. ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ, คหปติ, วเทสี’’ติ? ‘‘พุทฺโธ ตฺยาหํ, คหปติ, วทามี’’ติ. ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ, คหปติ, วเทสี’’ติ? ‘‘พุทฺโธ ตฺยาหํ, คหปติ, วทามี’’ติ. ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ, คหปติ, วเทสี’’ติ? ‘‘พุทฺโธ ตฺยาหํ, คหปติ, วทามี’’ติ. ‘‘โฆโสปิ โข เอโส, คหปติ, ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ยทิทํ – พุทฺโธ พุทฺโธติ. สกฺกา นุ โข, คหปติ, อิมํ กาลํ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธ’’นฺติ? ‘‘อกาโล โข, คหปติ, อิมํ กาลํ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุํ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธํ. เสฺวทานิ ตฺวํ กาเลน ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิสฺสสิ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธ’’นฺติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ – เสฺวทานาหํ กาเลน ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิสฺสามิ อรหนฺตํ สมฺมาสมฺพุทฺธนฺติ – พุทฺธคตาย สติยา นิปชฺชิตฺวา รตฺติยา สุทํ ติกฺขตฺตุํ วุฏฺฐาสิ ปภาตํ มญฺญมาโน.
๓๐๕. [สํ. นิ. ๑.๒๔๒] อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน สิวกทฺวารํ [สีวทฺวารํ (สี.), สีตวนทฺวารํ (สฺยา.)] เตนุปสงฺกมิ. อมนุสฺสา ทฺวารํ วิวรึสุ. อถ โข อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส นครมฺหา นิกฺขนฺตสฺส อาโลโก อนฺตรธายิ, อนฺธกาโร ปาตุรโหสิ, ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส อุทปาทิ; ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ. อถ โข สิวโก [สีวโก (สี. สฺยา.)] ยกฺโข อนฺตรหิโต สทฺทมนุสฺสาเวสิ –
‘‘สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;
สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุกฺกมณิกุณฺฑลา;
เอกสฺส ปทวีติหารสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ [โสฬสินฺติ (สี. ก.)].
‘‘อภิกฺกม คหปติ อภิกฺกม คหปติ;
อภิกฺกนฺตํ เต เสยฺโย โน ปฏิกฺกนฺต’’นฺติ.
อถ โข อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส อนฺธกาโร อนฺตรธายิ, อาโลโก ปาตุรโหสิ. ยํ อโหสิ ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส โส ปฏิปฺปสฺสมฺภิ. ทุติยมฺปิ โข…เป… ตติยมฺปิ โข…เป… อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส อาโลโก อนฺตรธายิ, อนฺธกาโร ปาตุรโหสิ, ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส อุทปาทิ, ตโตว ปุน นิวตฺติตุกาโม อโหสิ. ตติยมฺปิ โข สิวโก ยกฺโข อนฺตรหิโต สทฺทมนุสฺสาเวสิ –
‘‘สตํ หตฺถี สตํ อสฺสา, สตํ อสฺสตรีรถา;
สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, อามุกฺกมณิกุณฺฑลา;
เอกสฺส ปทวีติหารสฺส, กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสึ.
‘‘อภิกฺกม คหปติ อภิกฺกม คหปติ,
อภิกฺกนฺตํ เต เสยฺโย โน ปฏิกฺกนฺต’’นฺติ.
ตติยมฺปิ โข อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส อนฺธกาโร อนฺตรธายิ, อาโลโก ปาตุรโหสิ, ยํ อโหสิ ภยํ ฉมฺภิตตฺตํ โลมหํโส, โส ปฏิปฺปสฺสมฺภิ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน สีตวนํ เตนุปสงฺกมิ. เตน โข ปน สมเยน ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อชฺโฌกาเส จงฺกมติ. อทฺทสา โข ภควา อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ทูรโตว อาคจฺฉนฺตํ. ทิสฺวาน จงฺกมา โอโรหิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ. นิสชฺช โข ภควา อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘เอหิ สุทตฺตา’’ติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ – นาเมน มํ ภควา อาลปตีติ – หฏฺโฐ อุทคฺโค เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควโต ปาเทสุ สิรสา นิปติตฺวา ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กจฺจิ, ภนฺเต, ภควา สุขํ สยิตฺถา’’ติ?
[สํ. นิ. ๑.๒๔๒] ‘‘สพฺพทา เว สุขํ เสติ, พฺราหฺมโณ ปรินิพฺพุโต;
โย น ลิมฺปติ กาเมสุ, สีติภูโต นิรูปธิ.
‘‘สพฺพา อาสตฺติโย เฉตฺวา, วิเนยฺย หทเย ทรํ;
อุปสนฺโต สุขํ เสติ, สนฺตึ ปปฺปุยฺย เจตสา’’ติ [เจตโสติ (สี. สฺยา.)].
อถ โข ภควา อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส อนุปุพฺพึ กถํ [อานุปุพฺพิกถํ (สี.)] กเถสิ, เสยฺยถิทํ – ทานกถํ สีลกถํ สคฺคกถํ, กามานํ อาทีนวํ โอการํ สํกิเลสํ, เนกฺขมฺเม อานิสํสํ ปกาเสสิ. ยทา ภควา อญฺญาสิ อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ กลฺลจิตฺตํ มุทุจิตฺตํ วินีวรณจิตฺตํ อุทคฺคจิตฺตํ ปสนฺนจิตฺตํ, อถ ยา พุทฺธานํ สามุกฺกํสิกา ธมฺมเทสนา ตํ ปกาเสสิ – ทุกฺขํ, สมุทยํ, นิโรธํ, มคฺคํ. เสยฺยถาปิ นาม สุทฺธํ วตฺถํ อปคตกาฬกํ สมฺมเทว รชนํ ปฏิคฺคเณฺหยฺย, เอวเมว อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส ตสฺมึเยว อาสเน วิรชํ วีตมลํ ธมฺมจกฺขุํ อุทปาทิ – ยํ กิญฺจิ สมุทยธมฺมํ, สพฺพํ ตํ นิโรธธมฺมนฺติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ทิฏฺฐธมฺโม ปตฺตธมฺโม วิทิตธมฺโม ปริโยคาฬฺหธมฺโม ติณฺณวิจิกิจฺโฉ วิคตกถํกโถ เวสารชฺชปฺปตฺโต อปรปฺปจฺจโย สตฺถุสาสเน ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต, อภิกฺกนฺตํ ภนฺเต! เสยฺยถาปิ, ภนฺเต, นิกฺกุชฺชิตํ วา อุกฺกุชฺเชยฺย, ปฏิจฺฉนฺนํ วา วิวเรยฺย, มูฬฺหสฺส วา มคฺคํ อาจิกฺเขยฺย, อนฺธกาเร วา เตลปชฺโชตํ ธาเรยฺย – จกฺขุมนฺโต รูปานิ ทกฺขนฺตีติ – เอวเมวํ ภควตา อเนกปริยาเยน ธมฺโม ปกาสิโต. เอสาหํ, ภนฺเต, ภควนฺตํ สรณํ คจฺฉามิ, ธมฺมญฺจ, ภิกฺขุสงฺฆญฺจ. อุปาสกํ มํ ภควา ธาเรตุ อชฺชตคฺเค ปาณุเปตํ สรณํ คตํ. อธิวาเสตุ จ เม, ภนฺเต, ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน.
อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อสฺโสสิ โข ราชคหโก เสฏฺฐี – ‘‘อนาถปิณฺฑิเกน กิร คหปตินา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต’’ติ.
๓๐๖. อถ โข ราชคหโก เสฏฺฐี อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘ตยา กิร, คหปติ, สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต. ตฺวญฺจาสิ อาคนฺตุโก. เทมิ เต, คหปติ, เวยฺยายิกํ เยน ตฺวํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กเรยฺยาสี’’ติ. ‘‘อลํ, คหปติ อตฺถิ เม เวยฺยายิกํ เยนาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กริสฺสามี’’ติ.
อสฺโสสิ โข ราชคหโก เนคโม – ‘‘อนาถปิณฺฑิเกน กิร คหปตินา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต’’ติ. อถ โข ราชคหโก เนคโม อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘ตยา กิร, คหปติ, สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต. ตฺวญฺจาสิ อาคนฺตุโก. เทมิ เต, คหปติ, เวยฺยายิกํ เยน ตฺวํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กเรยฺยาสี’’ติ. ‘‘อลํ อยฺย; อตฺถิ เม เวยฺยายิกํ เยนาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กริสฺสามี’’ติ.
อสฺโสสิ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร – ‘‘อนาถปิณฺฑิเกน กิร คหปตินา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต’’ติ. อถ โข ราชา มาคโธ เสนิโย พิมฺพิสาโร อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘ตยา กิร, คหปติ, สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุโข สงฺโฆ นิมนฺติโต. ตฺวญฺจาสิ อาคนฺตุโก. เทมิ เต, คหปติ, เวยฺยายิกํ เยน ตฺวํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กเรยฺยาสี’’ติ. ‘‘อลํ เทว; อตฺถิ เม เวยฺยายิกํ เยนาหํ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ภตฺตํ กริสฺสามี’’ติ.
อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสเน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ – ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน ราชคหกสฺส เสฏฺฐิสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา, ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ, เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา สาวตฺถิยํ วสฺสาวาสํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. ‘‘สุญฺญาคาเร โข, คหปติ, ตถาคตา อภิรมนฺตี’’ติ. ‘‘อญฺญาตํ ภควา, อญฺญาตํ สุคตา’’ติ. อถ โข ภควา อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตฺวา สมาทเปตฺวา สมุตฺเตเชตฺวา สมฺปหํเสตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ.
๓๐๗. เตน โข ปน สมเยน อนาถปิณฺฑิโก คหปติ พหุมิตฺโต โหติ พหุสหาโย อาเทยฺยวาโจ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ราชคเห ตํ กรณียํ ตีเรตฺวา เยน สาวตฺถิ เตน ปกฺกามิ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ อนฺตรามคฺเค มนุสฺเส อาณาเปสิ – ‘‘อาราเม, อยฺยา, กโรถ, วิหาเร ปติฏฺฐาเปถ, ทานานิ ปฏฺฐเปถ. พุทฺโธ โลเก อุปฺปนฺโน. โส จ มยา ภควา นิมนฺติโต อิมินา มคฺเคน อาคจฺฉิสฺสตี’’ติ. อถ โข เต มนุสฺสา อนาถปิณฺฑิเกน คหปตินา อุยฺโยชิตา อาราเม อกํสุ, วิหาเร ปติฏฺฐาเปสุํ, ทานานิ ปฏฺฐเปสุํ.
อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ สาวตฺถึ คนฺตฺวา สมนฺตา สาวตฺถึ อนุวิโลเกสิ – ‘‘กตฺถ นุ โข ภควา วิหเรยฺย? ยํ อสฺส คามโต เนว อติทูเร น อจฺจาสนฺเน, คมนาคมนสมฺปนฺนํ, อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ อภิกฺกมนียํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ, รตฺตึ อปฺปสทฺทํ, อปฺปนิคฺโฆสํ, วิชนวาตํ, มนุสฺสราหสฺเสยฺยกํ, ปฏิสลฺลานสารุปฺป’’นฺติ.
อทฺทสา โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เชตสฺส กุมารสฺส [ราชกุมารสฺส (สี. สฺยา. กํ.)] อุยฺยานํ – คามโต เนว อติทูเร น อจฺจาสนฺเน, คมนาคมนสมฺปนฺนํ, อตฺถิกานํ อตฺถิกานํ มนุสฺสานํ อภิกฺกมนียํ, ทิวา อปฺปากิณฺณํ, รตฺตึ อปฺปสทฺทํ, อปฺปนิคฺโฆสํ, วิชนวาตํ, มนุสฺสราหสฺเสยฺยกํ, ปฏิสลฺลานสารุปฺปํ. ทิสฺวาน เยน เชโต กุมาโร เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา เชตํ กุมารํ เอตทโวจ – ‘‘เทหิ เม, อยฺยปุตฺต, อุยฺยานํ อารามํ กาตุ’’นฺติ [เกตุํ (วชีรพุทฺธิฏีกายํ)]. ‘‘อเทยฺโย, คหปติ, อาราโม อปิ โกฏิสนฺถเรนา’’ติ. ‘‘คหิโต, อยฺยปุตฺต, อาราโม’’ติ. ‘‘น, คหปติ, คหิโต อาราโม’’ติ. คหิโต น คหิโตติ โวหาริเก มหามตฺเต ปุจฺฉึสุ. มหามตฺตา เอวมาหํสุ – ‘‘ยโต ตยา, อยฺยปุตฺต, อคฺโฆ กโต, คหิโต อาราโม’’ติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ สกเฏหิ หิรญฺญํ นิพฺพาหาเปตฺวา เชตวนํ โกฏิสนฺถรํ สนฺถราเปสิ. สกึ นีหฏํ หิรญฺญํ โถกสฺส โอกาสสฺส โกฏฺฐกสามนฺตา นปฺปโหติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ มนุสฺเส อาณาเปสิ – ‘‘คจฺฉถ, ภเณ, หิรญฺญํ อาหรถ; อิมํ โอกาสํ สนฺถริสฺสามา’’ติ.
อถ โข เชตสฺส กุมารสฺส เอตทโหสิ – ‘‘น โข อิทํ โอรกํ ภวิสฺสติ, ยถายํ คหปติ ตาว พหุํ หิรญฺญํ ปริจฺจชตี’’ติ. อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ เอตทโวจ – ‘‘อลํ, คหปติ; มา ตํ โอกาสํ สนฺถราเปสิ. เทหิ เม เอตํ โอกาสํ. มเมตํ ทานํ ภวิสฺสตี’’ติ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ – อยํ โข เชโต กุมาโร อภิญฺญาโต ญาตมนุสฺโส; มหตฺถิโก โข ปน เอวรูปานํ ญาตมนุสฺสานํ อิมสฺมึ ธมฺมวินเย ปสาโทติ – ตํ โอกาสํ เชตสฺส กุมารสฺส ปาทาสิ [อทาสิ (สฺยา.)]. อถ โข เชโต กุมาโร ตสฺมึ โอกาเส โกฏฺฐกํ มาเปสิ.
อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เชตวเน วิหาเร การาเปสิ, ปริเวณานิ การาเปสิ, โกฏฺฐเก การาเปสิ, อุปฏฺฐานสาลาโย การาเปสิ, อคฺคิสาลาโย การาเปสิ, กปฺปิยกุฏิโย การาเปสิ, วจฺจกุฏิโย การาเปสิ, จงฺกเม การาเปสิ, จงฺกมนสาลาโย การาเปสิ, อุทปาเน การาเปสิ, อุทปานสาลาโย การาเปสิ, ชนฺตาฆเร การาเปสิ, ชนฺตาฆรสาลาโย การาเปสิ, โปกฺขรณิโย การาเปสิ, มณฺฑเป การาเปสิ.
นวกมฺมทานํ
๓๐๘. อถ โข ภควา ราชคเห ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน เวสาลี เตน จาริกํ ปกฺกามิ. อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน เวสาลี ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา เวสาลิยํ วิหรติ มหาวเน กูฏาคารสาลายํ. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา สกฺกจฺจํ นวกมฺมํ กโรนฺติ. เยปิ ภิกฺขู นวกมฺมํ อธิฏฺเฐนฺติ เตปิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺเฐนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขาเรน. อถ โข อญฺญตรสฺส ทลิทฺทสฺส ตุนฺนวายสฺส เอตทโหสิ – ‘‘น โข อิทํ โอรกํ ภวิสฺสติ, ยถยิเม มนุสฺสา สกฺกจฺจํ นวกมฺมํ กโรนฺติ; ยํนูนาหมฺปิ นวกมฺมํ กเรยฺย’’นฺติ. อถ โข โส ทลิทฺโท ตุนฺนวาโย สามํ จิกฺขลฺลํ มทฺทิตฺวา อิฏฺฐกาโย จินิตฺวา กุฏฺฏํ อุฏฺฐาเปสิ. เตน อกุสลเกน จิตา วงฺกา ภิตฺติ ปริปติ. ทุติยมฺปิ โข…เป… ตติยมฺปิ โข โส ทลิทฺโท ตุนฺนวาโย สามํ จิกฺขลฺลํ มทฺทิตฺวา อิฏฺฐกาโย จินิตฺวา กุฏฺฏํ อุฏฺฐาเปสิ. เตน อกุสลเกน จิตา วงฺกา ภิตฺติ ปริปติ. อถ โข โส ทลิทฺโท ตุนฺนวาโย อุชฺฌายติ ขิยฺยติ วิปาเจติ – ‘‘เย อิเมสํ สมณานํ สกฺยปุตฺติยานํ เทนฺติ จีวรปิณฺฑปาตเสนาสนคิลานปฺปจฺจยเภสชฺชปริกฺขารํ, เต อิเม โอวทนฺติ อนุสาสนฺติ, เตสญฺจ นวกมฺมํ อธิฏฺเฐนฺติ. อหํ ปนมฺหิ ทลิทฺโท. น มํ โกจิ โอวทติ วา อนุสาสติ วา นวกมฺมํ วา อธิฏฺเฐตี’’ติ. อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส ทลิทฺทสฺส ตุนฺนวายสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขิยฺยนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, นวกมฺมํ ทาตุํ. นวกมฺมิโก, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชิสฺสติ – ‘กินฺติ นุ โข วิหาโร ขิปฺปํ ปริโยสานํ คจฺเฉยฺยา’ติ; ขณฺฑํ ผุลฺลํ ปฏิสงฺขริสฺสติ. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, ทาตพฺพํ. ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ, ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
๓๐๙. ‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส คหปติโน วิหารํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นวกมฺมํ ทเทยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามสฺส คหปติโน วิหารํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นวกมฺมํ เทติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส คหปติโน วิหารํ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นวกมฺมสฺส ทานํ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘ทินฺโน สงฺเฆน อิตฺถนฺนามสฺส คหปติโน วิหาโร อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน นวกมฺมํ. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
อคฺคาสนาทิอนุชานนํ
๓๑๐. อถ โข ภควา เวสาลิยํ ยถาภิรนฺตํ วิหริตฺวา เยน สาวตฺถิ เตน จาริกํ ปกฺกามิ. เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา วิหาเร ปริคฺคณฺหนฺติ, เสยฺยาโย ปริคฺคณฺหนฺติ – อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตี’’ติ.
อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา วิหาเรสุ ปริคฺคหิเตสุ, เสยฺยาสุ ปริคฺคหิตาสุ, เสยฺยํ อลภมาโน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อถ โข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อุกฺกาสิ. อายสฺมาปิ สาริปุตฺโต อุกฺกาสิ. ‘‘โก เอตฺถา’’ติ? ‘‘อหํ, ภควา, สาริปุตฺโต’’ติ. ‘‘กิสฺส ตฺวํ, สาริปุตฺตํ, อิธ นิสินฺโน’’ติ? อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ – ‘‘สจฺจํ กิร, ภิกฺขเว, ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา วิหาเร ปริคฺคณฺหนฺติ, เสยฺยาโย ปริคฺคณฺหนฺติ – อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา…เป… ‘‘กถญฺหิ นาม เต, ภิกฺขเว, โมฆปุริสา พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา วิหาเร ปริคฺคเหสฺสนฺติ, เสยฺยาโย ปริคฺคเหสฺสนฺติ – อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตีติ! เนตํ, ภิกฺขเว, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘โก, ภิกฺขเว, อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ?
เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ขตฺติยกุลา ปพฺพชิโต โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, พฺราหฺมณกุลา ปพฺพชิโต โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, คหปติกุลา ปพฺพชิโต โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, สุตฺตนฺติโก โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, วินยธโร โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ธมฺมกถิโก โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ปฐมสฺส ฌานสฺส ลาภี โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ทุติยสฺส ฌานสฺส ลาภี โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ตติยสฺส ฌานสฺส ลาภี โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, จตุตฺถสฺส ฌานสฺส ลาภี โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, โสตาปนฺโน โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, สกทาคามี…เป… โย, ภควา, อนาคามี…เป… โย, ภควา, อรหา โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, เตวิชฺโช โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ. เอกจฺเจ ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘โย, ภควา, ฉฬภิญฺโญ โส อรหติ อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺฑ’’นฺติ.
๓๑๑. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘ภูตปุพฺพํ, ภิกฺขเว, หิมวนฺตปเทเส [หิมวนฺตปสฺเส (สี. สฺยา.)] มหานิโคฺรโธ อโหสิ. ตํ ตโย สหายา อุปนิสฺสาย วิหรึสุ – ติตฺติโร จ, มกฺกโฏ จ, หตฺถินาโค จ. เต อญฺญมญฺญํ อคารวา อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา วิหรนฺติ. อถ โข, ภิกฺขเว, เตสํ สหายานํ เอตทโหสิ – ‘อโห นูน มยํ ชาเนยฺยาม ยํ อมฺหากํ ชาติยา มหนฺตตรํ ตํ มยํ สกฺกเรยฺยาม ครุํ กเรยฺยาม มาเนยฺยาม ปูเชยฺยาม, ตสฺส จ มยํ โอวาเท ติฏฺเฐยฺยามา’ติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, ติตฺติโร จ มกฺกโฏ จ หตฺถินาคํ ปุจฺฉึสุ – ‘ตฺวํ, สมฺม, กึ โปราณํ สรสี’ติ? ‘ยทาหํ, สมฺมา, โปโต โหมิ, อิมํ นิโคฺรธํ อนฺตรา สตฺถีนํ [อนฺตราสตฺถิกํ (สี.)] กริตฺวา อติกฺกมามิ, อคฺคงฺกุรกํ เม อุทรํ ฉุปติ. อิมาหํ, สมฺมา, โปราณํ สรามี’ติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, ติตฺติโร จ หตฺถินาโค จ มกฺกฏํ ปุจฺฉึสุ – ‘ตฺวํ, สมฺม, กึ โปราณํ สรสี’ติ? ‘ยทาหํ, สมฺมา, ฉาโป โหมิ, ฉมายํ นิสีทิตฺวา อิมสฺส นิโคฺรธสฺส อคฺคงฺกุรกํ ขาทามิ. อิมาหํ, สมฺมา, โปราณํ สรามี’ติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, มกฺกโฏ จ หตฺถินาโค จ ติตฺติรํ ปุจฺฉึสุ – ‘ตฺวํ, สมฺม, กึ โปราณํ สรสี’ติ? ‘อมุกสฺมึ, สมฺมา, โอกาเส มหานิโคฺรโธ อโหสิ. ตโต อหํ ผลํ ภกฺขิตฺวา อิมสฺมึ โอกาเส วจฺจํ อกาสึ; ตสฺสายํ นิโคฺรโธ ชาโต. ตทาหํ, สมฺมา, ชาติยา มหนฺตตโร’ติ.
‘‘อถ โข, ภิกฺขเว, มกฺกโฏ จ หตฺถินาโค จ ติตฺติรํ เอตทโวจุํ – ‘ตฺวํ, สมฺม, อมฺหากํ ชาติยา มหนฺตตโร. ตํ มยํ สกฺกริสฺสาม ครุํ กริสฺสาม มาเนสฺสาม ปูเชสฺสาม, ตุยฺหญฺจ มยํ โอวาเท ปติฏฺฐิสฺสามา’ติ. อถ โข, ภิกฺขเว, ติตฺติโร มกฺกฏญฺจ หตฺถินาคญฺจ ปญฺจสุ สีเลสุ สมาทเปสิ, อตฺตนา จ ปญฺจสุ สีเลสุ สมาทาย วตฺตติ. เต อญฺญมญฺญํ สคารวา สปฺปติสฺสา สภาควุตฺติกา วิหริตฺวา กายสฺส เภทา ปรํ มรณา สุคตึ สคฺคํ โลกํ อุปปชฺชึสุ. เอวํ โข ตํ, ภิกฺขเว, ติตฺติริยํ นาม พฺรหฺมจริยํ อโหสิ.
[ชา. ๑.๑.๓๗] ‘‘เย วุฑฺฒมปจายนฺติ, นรา ธมฺมสฺส โกวิทา;
ทิฏฺเฐ ธมฺเม จ ปาสํสา, สมฺปราเย จ สุคฺคตี’’ติ.
‘‘เต หิ นาม, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตา ปาณา อญฺญมญฺญํ สคารวา สปฺปติสฺสา สภาควุตฺติกา วิหริสฺสนฺติ. อิธ โข ตํ, ภิกฺขเว, โสเภถ ยํ ตุเมฺห เอวํ สฺวากฺขาเต ธมฺมวินเย ปพฺพชิตา สมานา อญฺญมญฺญํ อคารวา อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติกา วิหเรยฺยาถ? เนตํ, ภิกฺขเว, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยถาวุฑฺฒํ อภิวาทนํ, ปจฺจุฏฺฐานํ, อญฺชลิกมฺมํ, สามีจิกมฺมํ, อคฺคาสนํ, อคฺโคทกํ, อคฺคปิณฺฑํ. น จ, ภิกฺขเว, สงฺฆิกํ ยถาวุฑฺฒํ ปฏิพาหิตพฺพํ. โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ.
อวนฺทิยาทิปุคฺคลา
๓๑๒. ‘‘ทสยิเม, ภิกฺขเว, อวนฺทิยา – ปุเร อุปสมฺปนฺเนน ปจฺฉา อุปสมฺปนฺโน อวนฺทิโย, อนุปสมฺปนฺโน อวนฺทิโย, นานาสํวาสโก วุฑฺฒตโร อธมฺมวาที อวนฺทิโย, มาตุคาโม อวนฺทิโย, ปณฺฑโก อวนฺทิโย, ปาริวาสิโก อวนฺทิโย, มูลายปฏิกสฺสนารโห อวนฺทิโย, มานตฺตารโห อวนฺทิโย, มานตฺตจาริโก อวนฺทิโย, อพฺภานารโห อวนฺทิโย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ทส อวนฺทิยา.
‘‘ตโยเม, ภิกฺขเว, วนฺทิยา – ปจฺฉา อุปสมฺปนฺเนน ปุเร อุปสมฺปนฺโน วนฺทิโย, นานาสํวาสโก วุฑฺฒตโร ธมฺมวาที วนฺทิโย, สเทวเก ภิกฺขเว โลเก สมารเก สพฺรหฺมเก สสฺสมณพฺราหฺมณิยา ปชาย สเทวมนุสฺสาย ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วนฺทิโย. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย วนฺทิยา’’ติ.
อาสนปฺปฏิพาหนปฏิกฺเขปํ
๓๑๓. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา สงฺฆํ อุทฺทิสฺส มณฺฑเป ปฏิยาเทนฺติ, สนฺถเร ปฏิยาเทนฺติ, โอกาเส ปฏิยาเทนฺติ. ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู – ‘สงฺฆิกญฺเญว ภควตา ยถาวุฑฺฒํ อนุญฺญาตํ, โน อุทฺทิสฺสกต’นฺติ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มณฺฑเปปิ ปริคฺคณฺหนฺติ, สนฺถเรปิ ปริคฺคณฺหนฺติ, โอกาเสปิ ปริคฺคณฺหนฺติ – อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตีติ. อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปิฏฺฐิโต ปิฏฺฐิโต คนฺตฺวา มณฺฑเปสุ ปริคฺคหิเตสุ, สนฺถเรสุ ปริคฺคหิเตสุ, โอกาเสสุ ปริคฺคหิเตสุ, โอกาสํ อลภมาโน อญฺญตรสฺมึ รุกฺขมูเล นิสีทิ. อถ โข ภควา รตฺติยา ปจฺจูสสมยํ ปจฺจุฏฺฐาย อุกฺกาสิ. อายสฺมาปิ สาริปุตฺโต อุกฺกาสิ. ‘‘โก เอตฺถา’’ติ? ‘‘อหํ, ภควา, สาริปุตฺโต’’ติ. ‘‘กิสฺส ตฺวํ, สาริปุตฺต, อิธ นิสินฺโน’’ติ? อถ โข อายสฺมา สาริปุตฺโต ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสิ. อถ โข ภควา เอตสฺมึ นิทาเน เอตสฺมึ ปกรเณ ภิกฺขุสงฺฆํ สนฺนิปาตาเปตฺวา ภิกฺขู ปฏิปุจฺฉิ – ‘‘สจฺจํ กิร, ภิกฺขเว, ฉพฺพคฺคิยานํ ภิกฺขูนํ อนฺเตวาสิกา ภิกฺขู – ‘สงฺฆิกญฺเญว ภควตา ยถาวุฑฺฒํ อนุญฺญาตํ, โน อุทฺทิสฺสกต’นฺติ พุทฺธปฺปมุขสฺส สงฺฆสฺส ปุรโต ปุรโต คนฺตฺวา มณฺฑเป ปริคฺคณฺหนฺติ, สนฺถเร ปริคฺคณฺหนฺติ, โอกาเส ปริคฺคณฺหนฺติ – อิทํ อมฺหากํ อุปชฺฌายานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ อาจริยานํ ภวิสฺสติ, อิทํ อมฺหากํ ภวิสฺสตี’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, อุทฺทิสฺสกตมฺปิ ยถาวุฑฺฒํ ปฏิพาเหตพฺพํ. โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ.
คิหิวิกตอนุชานนํ
๓๑๔. เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ภตฺตคฺเค อนฺตรฆเร อุจฺจาสยนมหาสยนานิ ปญฺญเปนฺติ, เสยฺยถิทํ – อาสนฺทึ, ปลฺลงฺกํ, โคนกํ, จิตฺตกํ, ปฏิกํ, ปฏลิกํ, ตูลิกํ, วิกติกํ, อุทฺทโลมึ, เอกนฺตโลมึ, กฏฺฏิสฺสํ, โกเสยฺยํ [โกเสยฺยํ กมฺพลํ (สี. สฺยา.)], กุตฺตกํ, หตฺถตฺถรํ, อสฺสตฺถรํ, รถตฺถรํ, อชินปเวณึ, กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ, สอุตฺตรจฺฉทํ, อุภโตโลหิตกูปธานํ. ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาภินิสีทนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา ตีณิ – อาสนฺทึ, ปลฺลงฺกํ, ตูลิกํ – คิหิวิกตํ [คิหิวิกฏํ (สี. ก.), อวเสสํ คิหิวิกฏํ (สฺยา.)] อภินิสีทิตุํ, นเตฺวว อภินิปชฺชิตุ’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน มนุสฺสา ภตฺตคฺเค อนฺตรฆเร ตูโลนทฺธํ มญฺจมฺปิ ปีฐมฺปิ ปญฺญเปนฺติ. ภิกฺขู กุกฺกุจฺจายนฺตา นาภินิสีทนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหิวิกตํ อภินิสีทิตุํ, นเตฺวว อภินิปชฺชิตุ’’นฺติ.
เชตวนวิหารานุโมทนา
๓๑๕. อถ โข ภควา อนุปุพฺเพน จาริกํ จรมาโน เยน สาวตฺถิ ตทวสริ. ตตฺร สุทํ ภควา สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ เยน ภควา เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘อธิวาเสตุ เม, ภนฺเต, ภควา สฺวาตนาย ภตฺตํ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆนา’’ติ. อธิวาเสสิ ภควา ตุณฺหีภาเวน. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควโต อธิวาสนํ วิทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ภควนฺตํ อภิวาเทตฺวา ปทกฺขิณํ กตฺวา ปกฺกามิ. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ตสฺสา รตฺติยา อจฺจเยน ปณีตํ ขาทนียํ โภชนียํ ปฏิยาทาเปตฺวา ภควโต กาลํ อาโรจาเปสิ – ‘‘กาโล, ภนฺเต, นิฏฺฐิตํ ภตฺต’’นฺติ. อถ โข ภควา ปุพฺพณฺหสมยํ นิวาเสตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย เยน อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส นิเวสนํ เตนุปสงฺกมิ, อุปสงฺกมิตฺวา ปญฺญตฺเต อาสเน นิสีทิ สทฺธึ ภิกฺขุสงฺเฆน. อถ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ ปณีเตน ขาทนีเยน โภชนีเยน สหตฺถา สนฺตปฺเปตฺวา สมฺปวาเรตฺวา, ภควนฺตํ ภุตฺตาวึ โอนีตปตฺตปาณึ, เอกมนฺตํ นิสีทิ. เอกมนฺตํ นิสินฺโน โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควนฺตํ เอตทโวจ – ‘‘กถาหํ, ภนฺเต, เชตวเน ปฏิปชฺชามี’’ติ? ‘‘เตน หิ ตฺวํ, คหปติ, เชตวนํ อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐเปหี’’ติ. ‘‘เอวํ ภนฺเต’’ติ โข อนาถปิณฺฑิโก คหปติ ภควโต ปฏิสฺสุตฺวา เชตวนํ อาคตานาคตสฺส จาตุทฺทิสสฺส สงฺฆสฺส ปติฏฺฐาเปสิ.
อถ โข ภควา อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิ –
‘‘สีตํ อุณฺหํ ปฏิหนฺติ, ตโต วาฬมิคานิ จ;
สรีสเป จ มกเส, สิสิเร จาปิ วุฏฺฐิโย.
‘‘ตโต วาตาตโป โฆโร, สญฺชาโต ปฏิหญฺญติ;
เลณตฺถญฺจ สุขตฺถญฺจ, ฌายิตุญฺจ วิปสฺสิตุํ.
‘‘วิหารทานํ สงฺฆสฺส, อคฺคํ พุทฺเธน วณฺณิตํ;
ตสฺมา หิ ปณฺฑิโต โปโส, สมฺปสฺสํ อตฺถมตฺตโน.
‘‘วิหาเร การเย รมฺเม, วาสเยตฺถ พหุสฺสุเต;
เตสํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ, วตฺถเสนาสนานิ จ;
ทเทยฺย อุชุภูเตสุ, วิปฺปสนฺเนน เจตสา.
‘‘เต ตสฺส ธมฺมํ เทเสนฺติ, สพฺพทุกฺขาปนูทนํ;
ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญาย, ปรินิพฺพาติ อนาสโว’’ติ.
อถ โข ภควา อนาถปิณฺฑิกํ คหปตึ อิมาหิ คาถาหิ อนุโมทิตฺวา อุฏฺฐายาสนา ปกฺกามิ.
อาสนปฺปฏิพาหนาทิ
๓๑๖. เตน โข ปน สมเยน อญฺญตรสฺส อาชีวกสาวกสฺส มหามตฺตสฺส สงฺฆภตฺตํ โหติ. อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วิปฺปกตโภชนํ อานนฺตริกํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปสิ. ภตฺตคฺคํ โกลาหลํ อโหสิ. อถ โข โส มหามตฺโต อุชฺฌายติ ขิยฺยติ วิปาเจติ – ‘‘กถญฺหิ นาม สมณา สกฺยปุตฺติยา ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วิปฺปกตโภชนํ อานนฺตริกํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปสฺสนฺติ! ภตฺตคฺคํ โกลาหลํ อโหสิ. นนุ นาม ลพฺภา อญฺญตฺราปิ นิสินฺเนน ยาวทตฺถํ ภุญฺชิตุ’’นฺติ? อสฺโสสุํ โข ภิกฺขู ตสฺส มหามตฺตสฺส อุชฺฌายนฺตสฺส ขิยฺยนฺตสฺส วิปาเจนฺตสฺส. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม อายสฺมา อุปนนฺโท สกฺยปุตฺโต ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วิปฺปกตโภชนํ อานนฺตริกํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปสฺสติ! ภตฺตคฺคํ โกลาหลํ อโหสี’’ติ. อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘สจฺจํ กิร ตฺวํ, อุปนนฺท, ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วิปฺปกตโภชนํ อานนฺตริกํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปสิ, ภตฺตคฺคํ โกลาหลํ อโหสี’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ. วิครหิ พุทฺโธ ภควา…เป… ‘‘กถญฺหิ นาม ตฺวํ, โมฆปุริส, ปจฺฉา อาคนฺตฺวา วิปฺปกตโภชนํ อานนฺตริกํ ภิกฺขุํ วุฏฺฐาเปสฺสสิ? ภตฺตคฺคํ โกลาหลํ อโหสิ. เนตํ, โมฆปุริส, อปฺปสนฺนานํ วา ปสาทาย…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, วิปฺปกตโภชโน [โภชโน อานนฺตริโก (สฺยา.)] ภิกฺขุ วุฏฺฐาเปตพฺโพ. โย วุฏฺฐาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. สเจ วุฏฺฐาเปติ, ปวาริโต จ โหติ, ‘คจฺฉ อุทกํ อาหรา’ติ วตฺตพฺโพ. เอวญฺเจตํ ลเภถ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ลเภถ, สาธุกํ สิตฺถานิ คิลิตฺวา วุฑฺฒตรสฺส ภิกฺขุโน อาสนํ ทาตพฺพํ. น เตฺววาหํ, ภิกฺขเว, เกนจิ ปริยาเยน วุฑฺฒตรสฺส ภิกฺขุโน อาสนํ ปฏิพาหิตพฺพนฺติ วทามิ. โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสาติ’’.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู คิลาเน ภิกฺขู วุฏฺฐาเปนฺติ. คิลานา เอวํ วเทนฺติ – ‘‘น มยํ, อาวุโส, สกฺโกม วุฏฺฐาตุํ, คิลานามฺหา’’ติ. ‘‘มยํ อายสฺมนฺเต วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ ปริคฺคเหตฺวา วุฏฺฐาเปตฺวา ฐิตเก มุญฺจนฺติ. คิลานา มุจฺฉิตา ปปตนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, คิลาโน วุฏฺฐาเปตพฺโพ. โย วุฏฺฐาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู ‘คิลานา มยมฺหา อวุฏฺฐาปนียา’ติ วรเสยฺยาโย ปลิพุทฺเธนฺติ [ปลิพุนฺธนฺติ (ก.)]. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส ปติรูปํ เสยฺยํ ทาตุ’’นฺติ.
เตน โข ปน สมเยน ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู เลสกปฺเปน เสนาสนํ ปฏิพาหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, เลสกปฺเปน เสนาสนํ ปฏิพาหิตพฺพํ. โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ.
[ปาจิ. ๑๒๒] เตน โข ปน สมเยน สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู อญฺญตรํ ปจฺจนฺติมํ มหาวิหารํ ปฏิสงฺขโรนฺติ – ‘อิธ มยํ วสฺสํ วสิสฺสามา’ติ. อทฺทสํสุ [อทฺทสาสุํ (ก.)] โข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู วิหารํ [อญฺญตรํ วิหารํ (ก.)] ปฏิสงฺขโรนฺเต. ทิสฺวาน เอวมาหํสุ – ‘‘อิเม, อาวุโส, สตฺตรสวคฺคิยา ภิกฺขู วิหารํ ปฏิสงฺขโรนฺติ. หนฺท เน วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ. เอกจฺเจ เอวมาหํสุ – ‘‘อาคเมถาวุโส, ยาว ปฏิสงฺขโรนฺติ, ปฏิสงฺขเต วุฏฺฐาเปสฺสามา’’ติ. อถ โข ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู สตฺตรสวคฺคิเย ภิกฺขู เอตทโวจุํ – ‘‘อุฏฺเฐถาวุโส, อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตี’’ติ. ‘‘นนุ, อาวุโส, ปฏิกจฺเจว อาจิกฺขิตพฺพํ? มยญฺจญฺญํ ปฏิสงฺขเรยฺยามา’’ติ. ‘‘นนุ, อาวุโส, สงฺฆิโก วิหาโร’’ติ? ‘‘อามาวุโส, สงฺฆิโก วิหาโร’’ติ. ‘‘อุฏฺเฐถาวุโส, อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตี’’ติ. ‘‘มหลฺลโก, อาวุโส, วิหาโร; ตุเมฺหปิ วสถ, มยมฺปิ วสิสฺสามา’’ติ. ‘‘อุฏฺเฐถาวุโส, อมฺหากํ วิหาโร ปาปุณาตี’’ติ กุปิตา อนตฺตมนา คีวายํ คเหตฺวา นิกฺกฑฺฒนฺติ. เต นิกฺกฑฺฒิยมานา โรทนฺติ. ภิกฺขู เอวมาหํสุ – ‘‘กิสฺส ตุเมฺห, อาวุโส, โรทถา’’ติ? ‘‘อิเม, อาวุโส, ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุปิตา อนตฺตมนา อเมฺห สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒนฺตี’’ติ. เย เต ภิกฺขู อปฺปิจฺฉา…เป… เต อุชฺฌายนฺติ ขิยฺยนฺติ วิปาเจนฺติ – ‘‘กถญฺหิ นาม ฉพฺพคฺคิยา ภิกฺขู กุปิตา อนตฺตมนา ภิกฺขู สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒิสฺสนฺตี’’ติ! อถ โข เต ภิกฺขู ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ…เป… ‘‘สจฺจํ กิร, ตุเมฺห ภิกฺขเว, กุปิตา อนตฺตมนา สงฺฆิกา วิหารา ภิกฺขู นิกฺกฑฺฒถา’’ติ? ‘‘สจฺจํ ภควา’’ติ…เป… วิครหิตฺวา…เป… ธมฺมึ กถํ กตฺวา ภิกฺขู อามนฺเตสิ – ‘‘น, ภิกฺขเว, กุปิเตน อนตฺตมเนน ภิกฺขุ สงฺฆิกา วิหารา นิกฺกฑฺฒิตพฺโพ. โย นิกฺกฑฺเฒยฺย, ยถาธมฺโม กาเรตพฺโพ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เสนาสนํ คาเหตุ’’นฺติ.
เสนาสนคฺคาหาปกสมฺมุติ
๓๑๗. อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘เกน นุ โข เสนาสนํ คาเหตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ …เป… ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจหงฺเคหิ สมนฺนาคตํ ภิกฺขุํ เสนาสนคฺคาหาปกํ สมฺมนฺนิตุํ – โย น ฉนฺทาคตึ คจฺเฉยฺย, น โทสาคตึ คจฺเฉยฺย, น โมหาคตึ คจฺเฉยฺย, น ภยาคตึ คจฺเฉยฺย, คหิตาคหิตญฺจ ชาเนยฺย. เอวญฺจ ปน, ภิกฺขเว, สมฺมนฺนิตพฺโพ –
‘‘ปฐมํ ภิกฺขุ ยาจิตพฺโพ, ยาจิตฺวา พฺยตฺเตน ภิกฺขุนา ปฏิพเลน สงฺโฆ ญาเปตพฺโพ –
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. ยทิ สงฺฆสฺส ปตฺตกลฺลํ, สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ เสนาสนคฺคาหาปกํ สมฺมนฺเนยฺย. เอสา ญตฺติ.
‘‘สุณาตุ เม, ภนฺเต, สงฺโฆ. สงฺโฆ อิตฺถนฺนามํ ภิกฺขุํ เสนาสนคฺคาหาปกํ สมฺมนฺนติ. ยสฺสายสฺมโต ขมติ อิตฺถนฺนามสฺส ภิกฺขุโน เสนาสนคฺคาหาปกสฺส สมฺมุติ, โส ตุณฺหสฺส; ยสฺส นกฺขมติ, โส ภาเสยฺย.
‘‘สมฺมโต สงฺเฆน อิตฺถนฺนาโม ภิกฺขุ เสนาสนคฺคาหาปโก. ขมติ สงฺฆสฺส, ตสฺมา ตุณฺหี, เอวเมตํ ธารยามี’’ติ.
๓๑๘. อถ โข เสนาสนคฺคาหาปกานํ ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กถํ นุ โข เสนาสนํ คาเหตพฺพ’’นฺติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปฐมํ ภิกฺขู คเณตุํ, ภิกฺขู คเณตฺวา เสยฺยา คเณตุํ, เสยฺยา คเณตฺวา เสยฺยคฺเคน คาเหตุ’’นฺติ. เสยฺยคฺเคน คาเหนฺตา เสยฺยา อุสฺสารยึสุ…เป… ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิหารคฺเคน คาเหตุ’’นฺติ. วิหารคฺเคน คาเหนฺตา วิหารา อุสฺสารยึสุ…เป… ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปริเวณคฺเคน คาเหตุ’’นฺติ. ปริเวณคฺเคน คาเหนฺตา ปริเวณา อุสฺสารยึสุ…เป… ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อนุภาคมฺปิ ทาตุํ. คหิเต อนุภาเค อญฺโญ ภิกฺขุ อาคจฺฉติ, น อกามา ทาตพฺโพ’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู นิสฺสีเม ฐิตสฺส เสนาสนํ คาเหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, นิสฺสีเม ฐิตสฺส เสนาสนํ คาเหตพฺพํ. โย คาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ.
เตน โข ปน สมเยน ภิกฺขู เสนาสนํ คเหตฺวา สพฺพกาลํ ปฏิพาหนฺติ. ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘น, ภิกฺขเว, เสนาสนํ คเหตฺวา สพฺพกาลํ ปฏิพาเหตพฺพํ. โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วสฺสานํ เตมาสํ ปฏิพาหิตุํ, อุตุกาลํ ปน น ปฏิพาหิตุ’’นฺติ.
อถ โข ภิกฺขูนํ เอตทโหสิ – ‘‘กติ นุ โข เสนาสนคฺคาหา’’ติ? ภควโต เอตมตฺถํ อาโรเจสุํ. ‘‘ตโย เม, ภิกฺขเว, เสนาสนคฺคาหา – ปุริมโก, ปจฺฉิมโก, อนฺตรามุตฺตโก. อปรชฺชุคตาย อาสาฬฺหิยา ปุริมโก คาเหตพฺโพ. มาสคตาย อาสาฬฺหิยา ปจฺฉิมโก คาเหตพฺโพ. อปรชฺชุคตาย ปวารณาย อายตึ วสฺสาวาสตฺถาย อนฺตรามุตฺตโก คาเหตพฺโพ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ตโย เสนาสนคฺคาหา’’ติ.
ทุติยภาณวาโร นิฏฺฐิโต.