๗. ชาลิยสุตฺตวณฺณนา

เทฺวปพฺพชิตวตฺถุวณฺณนา

๓๗๘. เอวํ มหาลิสุตฺตํ สํวณฺเณตฺวา อิทานิ ชาลิยสุตฺตํ สํวณฺเณนฺโต ยถานุปุพฺพํ สํวณฺณโนกาสสฺส ปตฺตภาวํ วิภาเวตุํ, มหาลิสุตฺตสฺสานนฺตรํ สงฺคีตสฺส สุตฺตสฺส ชาลิยสุตฺตภาวํ วา ปกาเสตุํ ‘‘เอวํ เม สุตํ…เป… โกสมฺพิยนฺติ ชาลิยสุตฺต’’นฺติ อาห. ‘‘โฆสิเตนา’’ติอาทินา มชฺเฌโลปสมาสํ ทสฺเสติ, โฆสิตสฺส อาราโมติปิ วตฺตพฺพํ. เอวมฺปิ หิ ‘‘อนาถปิณฺฑิกสฺส อาราเม’’ติอาทีสุ (ปารา. ๒๓๔) วิย ทายกกิตฺตนํ โหติ, เอวํ ปน กิตฺเตนฺโต อายสฺมา อานนฺโท อญฺเญปิ ตสฺส ทิฏฺฐานุคติอาปชฺชเน นิโยเชตีติ อญฺญตฺถ วุตฺตํ. ตตฺถ โกยํ โฆสิตเสฏฺฐิ นาม, กถญฺจาเนน อาราโม การิโต, กถํ ปน ตตฺถ ภควา วิหาสีติ ปุจฺฉาย สพฺพํ ตํ วิสฺสชฺชนํ สมุทาคมโต ปฏฺฐาย สงฺเขปโตว ทสฺเสนฺโต ‘‘ปุพฺเพ กิรา’’ติอาทิมาห. อลฺลกปฺปรฏฺฐนฺติ พหูสุ โปตฺถเกสุ ทิสฺสติ, กตฺถจิ ปน ‘‘อทฺทิลรฏฺฐ’’นฺติ จ ‘‘ทมิฬรฏฺฐ’’นฺติ จ ลิขิตํ. ตโตติ อลฺลกปฺปรฏฺฐโต. ‘‘ปุตฺตํ…เป… อคมาสี’’ติ อิทมฺปิ ‘‘ตสฺเสตํ กมฺม’’นฺติ ญาเปตุํ วุตฺตํ. ตทาติ เตสํ คามํ ปวิฏฺฐทิวเส. พลวปายาสนฺติ ครุตรํ พหุปายาสํ. ชีราเปตุนฺติ สมเวปากินิยา คหณิยา ปกฺกาเปตุํ. อสนฺนิหิเตติ เคหโต พหิ อญฺญํ คเต. ภุสฺสตีติ นทติ, ‘‘ภุภุ’’อิติ สุนขสทฺทํ กโรตีติ อตฺโถ. อิทมฺปิสฺส เอกํ กมฺมํ. ปจฺเจกพุทฺเธ ปน จีวรกมฺมตฺถาย อญฺญํ ฐานํ คเต สุนขสฺส หทยํ ผาลิตํ. ติรจฺฉานา นาเมเต อุชุชาติกา โหนฺติ อกุฏิลา, มนุสฺสา ปน อญฺญํ หทเยน จินฺเตติ, อญฺญํ มุเขน กเถนฺติ. เตเนวาห ‘‘คหนเญฺหตํ ภนฺเต ยทิทํ มนุสฺสา, อุตฺตานกเญฺหตํ ภนฺเต ยทิทํ ปสโว’’ติ (ม. นิ. ๒.๓).

อิติ โส ตาย ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนหวเสน อุชุทิฏฺฐิตาย อกุฏิลตาย กาลงฺกตฺวา ตาวตึสภวเน นิพฺพตฺโต. ตํ สนฺธายาห ‘‘โส…เป… นิพฺพตฺตี’’ติ. ตสฺส ปน กณฺณมูเล กเถนฺตสฺส สทฺโท โสฬสโยชนฏฺฐานํ ผรติ, ปกติกถาสทฺโท ปน สกลํ ทสโยชนสหสฺสํ เทวนครํ, เอวํ สรโฆสสมฺปตฺติยา ‘‘โฆสกเทวปุตฺโต’’ เตฺวว นามํ อโหสิ. อยมสฺส ปจฺเจกพุทฺเธ สิเนเหน ภุกฺกรณสฺส นิสฺสนฺโท. จวิตฺวาติ อาหารกฺขเยน จวิตฺวา. เทวโลกโต หิ เทวปุตฺตา อายุกฺขเยน, ปุญฺญกฺขเยน, อาหารกฺขเยน, โกเปนาติ จตูหิ การเณหิ จวนฺติ. อิมสฺส ปน กามคุเณ ปริภุญฺชโต มุฏฺฐสฺสติสฺส อาหารกฺขเยน จวนํ โหติ. โส โกสมฺพิยํ นครโสภินิยา กุจฺฉิสฺมึ ปฏิสนฺธึ คณฺหิ. นครโสภินิโย กิร ธีตรํ ปฏิชคฺคนฺติ, น ปุตฺตํ. ธีตโร หิ ตาสํ ปเวณึ ฆฏยนฺติ, ตสฺมา สาปิ ตํ สงฺการกูเฏ ฉฑฺฑาเปติ. อยมสฺส ปุพฺเพ ปุตฺตฉฑฺฑนกมฺมสฺส นิสฺสนฺโท. ปาปกมฺมญฺหิ นาเมตํ ‘‘อปฺปก’’นฺติ นาวมญฺญิตพฺพํ. ตเมโก มนุสฺโส กากสุนขปริวาริตํ ทิสฺวา ‘‘ปุตฺโต เม ลทฺโธ’’ติ เคหํ เนสิ, ตสฺส ปน หตฺถโต โกสมฺพกเสฏฺฐิ กหาปณสหสฺสํ ทตฺวา อคฺคเหสิ, ตมตฺถํ สนฺธาย ‘‘โกสมฺพิยํ เอกสฺส กุลสฺส ฆเร นิพฺพตฺตี’’ติอาทิ วุตฺตํ. สตฺตกฺขตฺตุํ ฆาตาปนตฺถํ อุปกฺกมกรณมฺปิ ปุตฺตฉฑฺฑนกมฺมสฺเสว นิสฺสนฺโท. เสฏฺฐิธีตายาติ ชนปทเสฏฺฐิโน ธีตาย. เวยฺยตฺติเยนาติ ปญฺญาเวยฺยตฺติเยน. สา หิ ตสฺส ปิตรา เปสิตํ มาราปนปณฺณํ ผาเลตฺวา วิวาหปณฺณํ พนฺธิตฺวา ชีวิตลาภํ กโรติ. ตาเยว สรสมฺปตฺติยา โฆสิตเสฏฺฐิ นาม ชาโต.

สรีรสนฺตปฺปนตฺถนฺติ หิมวนฺเตว มูลผลาหารตาย กิลนฺตสรีรสฺส โลณมฺพิลเสวเนน ปีนนตฺถํ. ตสิตาติ ปิปาสิตา. กิลนฺตาติ ปริสฺสนฺตกายา. วฏรุกฺขนฺติ มหานิโคฺรธรุกฺขํ. เต กิร ตํ ปตฺวา ตสฺส มูเล นิสีทึสุ. อถ เชฏฺฐกตาปโส นิโคฺรธรุกฺขสฺส โสภาสมฺปตฺตึ ปสฺสิตฺวา ‘‘มหานุภาโว มญฺเญ เอตฺถ อธิวุตฺถา เทวตา. สาธุ วตายํ เทวตา อิสิคณสฺส ปานียาทิทาเนน อทฺธานปริสฺสมํ วิโนเทยฺยา’’ติ จินฺเตสิ. เทวตาปิ ตถา จินฺติตํ อุตฺวา อิสิคณสฺส ปานียนฺหานกโภชนานิ อทาสิ. เตนาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. เชฏฺฐกตาปสสฺส ปน ตถา จินฺตนํ อวิเสสโต สพฺพตฺถ อาโรเปตฺวา ‘‘สงฺคหํ ปจฺจาสิสนฺตา’’ติ วุตฺตํ. ‘‘หตฺถํ ปสาเรตฺวา’’ติ อิมินา หตฺถปฺปสารณมตฺเตน ตสฺสา ยถิจฺฉิตนิปฺผตฺตึ ทสฺเสติ. เทวตา อาหาติ สา อตฺตโน ปุญฺญสฺส ปริตฺตกตฺตา ลชฺชาย กเถตุํ อวิสหนฺตีปิ ปุนปฺปุนํ นิปฺปีฬิยมานา เอวมาห. โสติ อนาถปิณฺฑิโก คหปติ. ภตกานนฺติ ภติยา เวยฺยาวจฺจํ กโรนฺตานํ ทาสเปสกมฺมกรานํ. ปกติภตฺตเวตนเมวาติ ปกติยา ทาตพฺพภตฺตเวตนเมว. ตทา อุโปสถิกตฺตา กมฺมํ อกโรนฺตานมฺปิ กมฺมกรณทิวเส ทาตพฺพภตฺตเวตนเมว, น ตโต อูนนฺติ อตฺโถ. ธมฺมปทฏฺฐกถายํ ขุทฺทกภาณกานํ มเตน ‘‘สายมาสตฺถาย อาคโต’’ติ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๒.สามาวตีวตฺถุ) วุตฺตํ, อิธ ปน ทีฆภาณกานํ มเตน ‘‘มชฺฌนฺหิเก ปาตราสตฺถาย อาคโต’’ติ. กญฺจีติ กญฺจิปิ ภตกํ, กิญฺจิปิ ภตกกมฺมนฺติ วา สมฺพนฺโธ. มชฺฌนฺหิกกาลตฺตา ‘‘อุปฑฺฒทิวโส คโต’’ติ อาห, เตน อุปฑฺฒทิวสเมว สมาทินฺนตฺตา ‘‘อุปฑฺฒูโปสโถ’’ติ ตํ โวหรนฺตีติ ทสฺเสติ. ธมฺมปทฏฺฐกถายํ (ธ. ป. อฏฺฐ. ๑.๒ สามาวตีวตฺถุ) รตฺติภาเคน อุปฑฺฒูโปสโถ วุตฺโต, อิธ ปน มชฺฌนฺหิกโต ปฏฺฐาย ทิวสภาเคเนว, ตทวเสสทิวสรตฺติภาเคน วา. อสเมปิ หิ ภาเค อุปฑฺฒสทฺโท ปวตฺตติ. ตทเหวาติ อรุณุคฺคมนกาลํ สนฺธาย วุตฺตํ.

‘‘โฆโสปิ โข ทุลฺลโภ โลกสฺมึ ยทิทํ พุทฺโธ’’ติ สญฺชาตปีติปาโมชฺโช. ตทเหวาติ โกสมฺพึ ปตฺตทิวสโต ทุติยทิวเสเยว. ตุริตาตฺถาติ ตุริตา อตฺถ, สีฆยายิโน ภวถาติ อตฺโถ. เอหิภิกฺขุปพฺพชฺชํ สนฺธาย ‘‘ปพฺพชิตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อรหตฺตนฺติ จตุปฏิสมฺภิทาสมลงฺกตํ อรหนฺตภาวํ. เตปิ เสฏฺฐิโน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย อฑฺฒมาสมตฺตํ ทานานิ ทตฺวา ปจฺจาคมฺม ตโย วิหาเร กาเรสุํ. ภควา ปน เทวสิกํ เอเกกสฺมึ วิหาเร วสติ. ยสฺส จ วิหาเร วุตฺโถ, ตสฺเสว ฆเร ปิณฺฑาย จรติ, ตทา ปน โฆสิตสฺส วิหาเร วิหรติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โกสมฺพิยํ วิหรติ โฆสิตาราเม’’ติ.

พาหิรสมยมตฺเตน อุปชฺฌาโย, น สาสเน วิย อุปชฺฌายลกฺขเณน. อุเปจฺจ ปรสฺส วาจาย อารมฺภนํ พาธนํ อุปารมฺโภ, โทสทสฺสนวเสน ฆฏฺฏนนฺติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘วาทํ อาโรเปตุกามา หุตฺวา’’ติ. วทนฺติ นินฺทาวเสน กเถนฺติ เอเตนาติ หิ วาโท, โทโส, ตมาโรเปตุกามา อุปริ ปติฏฺฐเปตุกามา หุตฺวาติ อตฺโถ. กถมาโรเปตุกามาติ อาห ‘‘อิติ กิรา’’ติอาทิ. ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ ยํ วตฺถุ ชีวสญฺญิตํ, ตเทว สรีรสญฺญิตํ. อิทญฺหิ ‘‘รูปํ อตฺตโต สมนุปสฺสตี’’ติ วุตฺตวาทํ คเหตฺวา วทนฺติ. รูปญฺจ อตฺตานญฺจ อทฺวยํ เอกีภาวํ กตฺวา สมนุปสฺสนวเสน, ‘‘สตฺโต’’ติ วา พาหิรกปริกปฺปิตํ อตฺตานํ สนฺธาย วทนฺติ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘อิเธว สตฺโต ภิชฺชตี’’ติ. อสฺสาติ สมณสฺส โคตมสฺส. ภิชฺชตีติ นิรุทยวินาสวเสน วินสฺสติ. เตน ชีวิตสรีรานํ อนญฺญตฺตานุชานนโต, สรีรสฺส จ เภททสฺสนโต. น เหตฺถ ยถา ทิฏฺฐเภทวตา สรีรโต อนญฺญตฺตา อทิฏฺโฐปิ ชีวสฺส เภโท วุตฺโต, เอวํ อทิฏฺฐเภทวตา ชีวโต อนญฺญตฺตา สรีรสฺสาปิ อเภโทติ สกฺกา วตฺตุํ ตสฺส เภทสฺส ปจฺจกฺขสิทฺธตฺตา, ภูตุปาทายรูปวินิมุตฺตสฺส จ สรีรสฺส อภาวโตติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘อุจฺเฉทวาโท โหตี’’ติ.

อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ อญฺญเทว วตฺถุ ชีวสญฺญิตํ, อญฺญํ สรีรสญฺญิตํ. อิทญฺหิ ‘‘รูปวนฺตํ อตฺตานํ สมนุปสฺสตี’’ติอาทินยปฺปวตฺตวาทํ คเหตฺวา วทนฺติ. รูปเภทสฺเสว ทิฏฺฐตฺตา, อตฺตนิ จ ตทภาวโต ‘‘อตฺตา นิจฺโจ’’ติ อยมตฺโถ อาปนฺโน วาติ อิมินา อธิปฺปาเยนาห ‘‘สตฺโต สสฺสโต อาปชฺชตี’’ติ.

๓๗๙-๓๘๐. ตยิทํ เนสํ วญฺฌาปุตฺตสฺส ทีฆรสฺสตาทิปริกปฺปนสทิสํ, ตสฺมายํ ปโญฺห ฐปนีโย. น เหส อตฺถนิสฺสิโต, น ธมฺมนิสฺสิโต, นาทิพฺรหฺมจริยโก, น นิพฺพิทาทิอตฺถาย สํวตฺตติ. โปฏฺฐปาทสุตฺตญฺเจตฺถ นิทสฺสนํ. ตํ ตตฺถ ราชนิมีลนํ กตฺวา ‘‘เตน หาวุโสสุณาถา’’ติอาทินา สตฺถา เนสํ อุปริ ธมฺมเทสนมารภีติ อาห ‘‘อถ ภควา’’ติอาทิ. สสฺสตุจฺเฉททิฏฺฐิโย เทฺว อนฺตา. อริยมคฺโค มชฺฌิมา ปฏิปทา. ตสฺสาเยว ปฏิปทายาติ มิจฺฉาปฏิปทาย เอว.

สทฺธาปพฺพชิตสฺสาติ สทฺธาย ปพฺพชิตสฺส ‘‘เอวมหํ อิโต วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสริสฺสามี’’ติ ปพฺพชฺชมุปคตสฺส, ตทนุรูปญฺจ สีลํ ปูเรตฺวา ปฐมชฺฌาเนน สมาหิตจิตฺตสฺส. เอตนฺติ กิเลสวฏฺฏปริวุทฺธิทีปนํ ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติอาทิกํ ทิฏฺฐิสํกิเลสนิสฺสิตวจนํ. นิพฺพิจิกิจฺโฉ น โหตีติ ธมฺเมสุ ติณฺณวิจิกิจฺโฉ น โหติ, ตตฺถ ตตฺถ อาสปฺปนปริสปฺปนวเสน ปวตฺตตีติ อตฺโถ.

เอตเมวํ ชานามีติ เยน โส ภิกฺขุ ปฐมํ ฌานํ อุปสมฺปชฺช วิหรติ, เอตํ สสมฺปยุตฺตํ ธมฺมํ ‘‘มหคฺคตจิตฺต’’นฺติ เอวํ ชานามิ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘มหคฺคตจิตฺตเมตนฺติ สญฺญํ ฐเปสิ’’นฺติ. โน จ เอวํ วทามีติ ยถา ทิฏฺฐิคติกา ตํ ธมฺมชาตํ สนิสฺสยํ อเภทโต คณฺหนฺตา ‘‘ตํ ชีวํ ตํ สรีร’’นฺติ, ตทุภยํ วา เภทโต คณฺหนฺตา ‘‘อญฺญํ ชีวํ อญฺญ สรีร’’นฺติ อตฺตโน มิจฺฉาคาหํ ปเวเทนฺติ, เอวมหํ น วทามิ ตสฺส ธมฺมสฺส สุปริญฺญาตตฺตา. เตนาห ‘‘อถ โข’’ติอาทิ. พาหิรกา เยภุยฺเยน กสิณชฺฌานานิ เอว นิพฺพตฺเตนฺตีติ วุตฺตํ ‘‘กสิณปริกมฺมํ ภาเวนฺตสฺสา’’ติ. ยสฺมา ภาวนานุภาเวน ฌานาธิคโม, ภาวนา จ ปถวีกสิณาทิสญฺชานนมุเขน โหตีติ กตฺวา สญฺญาสีเสน นิทฺทิสียติ, ตสฺมา ‘‘สญฺญาพเลน อุปฺปนฺน’’นฺติ อาห. เตน วุตฺตํ ‘‘ปถวีกสิณเมโก สญฺชานาตี’’ติอาทิ. ยสฺมา ปน ภควตา ตตฺถ ตตฺถ วาเร ‘‘อถ จ ปนาหํ น วทามี’’ติ วุตฺตํ, ตสฺมา ภควโต วจนมุปเทสํ กตฺวา น วตฺตพฺพํ กิเรตํ เกวลินา อุตฺตมปุริเสนาติ อธิปฺปาเยน ‘‘น กลฺลํ ตสฺเสต’’นฺติ อาหํสุ, น สยํ ปฏิภาเนนาติ ทสฺเสตุํ ‘‘มญฺญมานา วทนฺตี’’ติ วุตฺตํ. เสสํ อนนฺตรสุตฺเต วุตฺตนยตฺตา, ปากฏตฺตา จ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อิติ สุมงฺคลวิลาสินิยา ทีฆนิกายฏฺฐกถาย ปรมสุขุมคมฺภีรทุรนุโพธตฺถปริทีปนาย สุวิมลวิปุลปญฺญาเวยฺยตฺติยชนนาย สาธุวิลาสินิยา นาม ลีนตฺถปกาสนิยา ชาลิยสุตฺตวณฺณนาย ลีนตฺถปกาสนา.

ชาลิยสุตฺตวณฺณนา นิฏฺฐิตา.