๑. เอกกนิทฺเทสวณฺณนา

๑. ปจฺจนีกธมฺมานํ ฌาปนฏฺเฐน ฌานํ, ตโต สุฏฺฐุ วิมุจฺจนฏฺเฐน วิโมกฺโขติ นิปฺปริยาเยน ฌานงฺคาเนว วิโมกฺโขติ อฏฺฐกถาอธิปฺปาโย. ฏีกากาเรน ปน ‘‘อภิภายตนํ วิย สสมฺปยุตฺตํ ฌานํ วิโมกฺโข’’ติ มญฺญมาเนน ‘‘อธิปฺปาเยนาหา’’ติ วุตฺตํ. ฌานธมฺมา หิ สมฺปยุตฺตธมฺเมหิ สทฺธึเยว ปฏิปกฺขโต วิมุจฺจนฺติ, น วินา, ตถา อภิรติวเสน อารมฺมเณ นิราสงฺกปฺปวตฺติปีติ อธิปฺปาโย. ยถา วา ฌานงฺคานํ ฌานปจฺจเยน ปจฺจยภาวโต สวิเสโส ฌานปริยาโย, เอวํ วิโมกฺขกิจฺจโยคโต เตสํ สวิเสโส วิโมกฺขปริยาโย, ตทุปจาเรน สมฺปยุตฺตานํ เวทิตพฺโพ. ปฐมํ สมงฺคิภาวตฺถนฺติ ปฏิลาภํ สนฺธายาห. ‘‘ผุสิตฺวา วิหรตีติ ปฏิลภิตฺวา อิริยตี’’ติ หิ วุตฺตํ. อฏฺฐกถายํ ‘‘เยน หิ สทฺธึ…เป… ปฏิลทฺธา นาม โหนฺตี’’ติ เตหิ สาเธตพฺพสหชาตาทิปจฺจยลาโภเยเวตฺถ ปฏิลาโภ ทฏฺฐพฺโพ. ยถา ผสฺโส ยตฺถ อุปฺปนฺโน, ตํ อารมฺมณํ ผุสตีติ วุจฺจติ, เอวํ สมฺปยุตฺตธมฺเมปิ ตํสภาวตฺตาติ อาห ‘‘สมฺผสฺเสน ผุสนตฺถ’’นฺติ. ตสฺส ‘‘วิวรตี’’ติ อิมินา สมฺพนฺโธ. อิตเรหีติ อุปจารมฺปีติอาทินา อุปจารปุริมปฺปนาปรปฺปนานํ ปฏิลาภการณนฺติ วจเนหิ. อิตเร การณตฺเถติ ‘‘อุปจาเรน…เป… ผุสติเยวา’’ติ วุตฺเต การณตฺถทีปเก อตฺเถ. ผุสติ ผลํ อธิคจฺฉติ เอตายาติ การณภาวสฺส ผุสนาปริยาโย เวทิตพฺโพ.

ปฐมตฺถเมวาติ สมงฺคิภาวตฺถเมว. ตานิ องฺคานีติ อิมินา ฌานโกฏฺฐาสภาเวน วุตฺตธมฺมาเยว คหิตา, น ผสฺสปญฺจมกอินฺทฺริยฏฺฐกาทิภาเวนาติ วุตฺตํ ‘‘เสสา…เป… สงฺคหิตานี’’ติ. เอวํ สตีติ สุขสงฺขาตฌานงฺคโต เวทนาโสมนสฺสินฺทฺริยานํ เสสิตพฺพภาเว สติ. เอวญฺหิ เนสํ ผสฺสกตา อิตรสฺส ผสฺสิตพฺพตาว สิยา. เตนาห ‘‘สุขสฺส ผุสิตพฺพตฺตา’’ติ. เวทยิตาธิปเตยฺยฏฺเฐหีติ อารมฺมณานุภวนสงฺขาเตน เวทยิตสภาเวน, ตสฺเสว สาตวิเสสสงฺขาเตน สมฺปยุตฺเตหิ อนุวตฺตนียภาเวน จ. อุปนิชฺฌายนภาโวปิ ยถาวุตฺตเวทยิตาธิปเตยฺยฏฺฐวิสิฏฺโฐ โอฬาริกสฺส อารมฺมณสฺส นิชฺฌายนภาโว. อภินฺนสภาโวปิ หิ ธมฺโม ปุริมวิสิฏฺฐปจฺจยวิเสสสมฺภเวน วิเสเสน ภินฺนากาโร หุตฺวา วิสิฏฺฐผลภาวํ อาปชฺชติ. ยเถกํเยว กมฺมํ จกฺขาทินิพฺพตฺติเหตุภูตํ กมฺมํ. เตน วุตฺตํ ‘‘เวทยิตา…เป… วุตฺตตฺตา’’ติ. องฺคานีติ นายํ ตปฺปรภาเวน พหุวจนนิทฺเทโส อนนฺตภาวโต, เกวลญฺจ องฺคานํ พหุตฺตา พหุวจนํ, เตน กึ สิทฺธํ? ปจฺเจกมฺปิ โยชนา สิทฺธา โหติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ปจฺเจกมฺปิ โยชนา กาตพฺพา’’ติ. ยทิ ‘‘สุขํ ฐเปตฺวา’’ติ โยชนายํ เสสา ตโย ขนฺธา โหนฺติ, เสสา ตโย, จตฺตาโร จ ขนฺธา โหนฺตีติ วตฺตพฺพํ สิยาติ? น, จตูสุ ติณฺณํ อนฺโตคธตฺตา. เตนาห ‘‘สพฺพโยชนา…เป… วุตฺต’’นฺติ.

๒. อสมยวิโมกฺเขนาติ เหฏฺฐามคฺควิโมกฺเขน. โส หิ โลกิยวิโมกฺโข วิย อธิคมวฬญฺชนตฺถํ ปกปฺเปตพฺพสมยวิเสสาภาวโต เอวํ วุตฺโต. อคฺคมคฺควิโมกฺโข ปน เอกจฺจาสววิมุตฺติวจนโต อิธ นาธิปฺเปโต. เตนาห ‘‘เอกจฺเจ อาสวา ปริกฺขีณา โหนฺตี’’ติ. เอกจฺเจหิ อาสเวหิ วิมุตฺโตติ ทิฏฺฐาสวาทีหิ สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา วิมุตฺโต. อสมย…เป… ลาเภนาติ ยถาวุตฺตอสมยวิโมกฺขสฺส อุปนิสฺสยภูตสฺส อธิคเมน. ตโต เอว สาติสเยน, เอกจฺเจหิ กามาสเวหิ วิมุตฺโต วิกฺขมฺภนวเสนาติ อตฺโถ. โส เอว เอกจฺจสมยวิโมกฺขลาภี ยถาวุตฺโต สมยวิมุตฺโต อสมยวิโมกฺขวิเสสสฺส วเสน สมยวิโมกฺขปญฺญตฺติยา อธิปฺเปตตฺตา. โสติ อสมยวิโมกฺขูปนิสฺสยสมยวิโมกฺขลาภี. เตน สาติสเยน สมยวิโมกฺเขน. ตถาวิมุตฺโตว โหตีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท เหตุอตฺโถ. ยสฺมา ตถาวิมุตฺโต โหติ, ตสฺมา สมยวิมุตฺตปญฺญตฺตึ ลทฺธุํ อรหตีติ ปริญฺญาตตฺถํ เหตุนา ปติฏฺฐาเปติ. พฺยติเรกมุเขนปิ ตมตฺถํ ปากฏตรํ กาตุํ ‘‘ปุถุชฺชโน ปนา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ สมุทาจารภาวโตติ สมุทาจารสฺส สมฺภวโต. โสติ ฌานลาภี ปุถุชฺชโน.

ยทิ ปุนราวตฺตกธมฺมตาย ปุถุชฺชโน สมยวิมุตฺโตติ น วุตฺโต, ตทภาวโต กสฺมา อรหา ตถา น วุตฺโตติ อาห ‘‘อรหโต ปนา’’ติอาทิ. ตทการณภาวนฺติ เตสํ วิโมกฺขานํ, ตสฺส วา สมยวิมุตฺติภาวสฺส อการณภาวํ. สพฺโพติ สุกฺขวิปสฺสโกปิ สมถยานิโกปิ อฏฺฐวิโมกฺขลาภีปิ. พหิอพฺภนฺตรภาวา อเปกฺขาสิทฺธา, วตฺตุ อธิปฺปายวเสน คเหตพฺพรูปา จาติ อาห ‘‘พาหิรานนฺติ โลกุตฺตรโต พหิภูตาน’’นฺติ.

๓. รูปโต อญฺญํ น รูปนฺติ ตตฺถ รูปปฏิภาคํ กสิณรูปาทิ รูป-สทฺเทน คหิตนฺติ ตทญฺญํ ปฐมตติยารุปฺปวิสยมตฺตํ อรูปกฺขนฺธนิพฺพานวินิมุตฺตํ อรูป-สทฺเทน คหิตํ ทฏฺฐพฺพํ. ปฏิปกฺขภูเตหิ กิเลสโจเรหิ อมูสิตพฺพํ ฌานเมว จิตฺตมญฺชูสํ. สมาธินฺติ วา สมาธิสีเสน ฌานเมว วุตฺตนฺติ เวทิตพฺพํ.

๔. อตฺตโน อนุรูเปน ปมาเทนาติ เอตฺถ อนาคามิโน อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อสกฺกจฺจอสาตจฺจกิริยาทินา. ขีณาสวสฺส ปน ตาทิเสน ปมาทปติรูปเกน, ตาทิสาย วา อสกฺกจฺจกิริยาย. สา จสฺส อุสฺสุกฺกาภาวโต เวทิตพฺพา. ปฏิปฺปสฺสทฺธสพฺพุสฺสุกฺกา หิ เต อุตฺตมปุริสา. สมเยน สมยนฺติ สมเย สมเย. ภุมฺมตฺเถ หิ เอตํ กรณวจนํ อุปโยควจนญฺจ. อนิปฺผตฺติโตติ สมาปชฺชิตุํ อสกฺกุเณยฺยโต. อสฺสาติ ‘‘เตสญฺหี’’ติอาทินา วุตฺตสฺส อิมสฺส อฏฺฐกถาวจนสฺส. เตนาติ ยถาภเตน สุตฺเตน.

๕. เยนาธิปฺปาเยน ‘‘ธมฺเมหี’’ติ วตฺตพฺพนฺติ วุตฺตํ, ตํ วิวรนฺโต ‘‘อิธา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อิธาติ ‘‘ปริหานธมฺโม อปริหานธมฺโม’’ติ เอตสฺมึ ปททฺวเย. ตตฺถาติ ‘‘กุปฺปธมฺโม อกุปฺปธมฺโม’’ติ ปททฺวเย. สติ วจนนานตฺเต อตฺเถว วจนตฺถนานตฺตนฺติ อาห ‘‘วจนตฺถนานตฺตมตฺเตน วา’’ติ. วจนตฺถคฺคหณมุเขน คเหตพฺพสฺส ปน วิภาวนตฺถสฺส นตฺเถตฺถ นานตฺตํ, ยโต เตสํ ปริยายนฺตรตาสิทฺธิ.

๗-๘. สมาปตฺติเจตนาติ ยาย เจตนาย สมาปตฺตึ นิพฺพตฺเตติ สมาปชฺชติ จ. เตนาห ‘‘ตทายูหนา’’ติ. อารกฺขปจฺจุปฏฺฐานา สตีติ กตฺวา อาห ‘‘อนุรกฺขณา…เป… สตี’’ติ. เตนาห ‘‘เอการกฺโข สตารกฺเขน เจตสา วิหรตี’’ติ. ตถา หิ สา ‘‘กุสลากุสลานํ ธมฺมานํ คติโย สมนฺเนสตี’’ติ วุตฺตา.

๑๑. อคฺคมคฺคฏฺโฐปิ อิตรมคฺคฏฺฐา วิย อนุปจฺฉินฺนภยตฺตา ภยูปรตโวหารํ ลภตีติ อาห ‘‘อรหตฺตมคฺคฏฺโฐ จ…เป… ภยูปรโต’’ติ.

๑๒. เกจีติ ติเหตุกปฏิสนฺธิเก มนฺทพุทฺธิเก สนฺธายาห. เตน วุตฺตํ ‘‘ทุปฺปญฺญาติ อิมินา คยฺหนฺตี’’ติ. ทุพฺพลา ปญฺญา เยสํ เต ทุปฺปญฺญาติ.

๑๔. อนิยตธมฺมสมนฺนาคตสฺเสว ปจฺจยวิเสเสน นิยตธมฺมปฏิลาโภติ อาห ‘‘ยตฺถ…เป… โหนฺตี’’ติ. ตทภาวาติ นิยตานิยตโวมิสฺสาย ปวตฺติยา อภาวา.

๑๖. ปริยาทิยิตพฺพานีติ ปริยาทเกน มคฺเคน เขเปตพฺพานิ. ตณฺหาทีนํ ปลิพุธนาทิกิริยาย มตฺถกปฺปตฺติยา สีสภาโว เวทิตพฺโพ, นิพฺพานสฺส ปน วิสงฺขารภาวโต สงฺขารสีสตา. เตนาห ‘‘สงฺขารวิเวกภูโต นิโรโธ’’ติ. เกจิ ปน ‘‘สงฺขารสีสํ นิโรธสมาปตฺตี’’ติ วทนฺติ, ตํ เตสํ มติมตฺตํ ปญฺญตฺติมตฺตสฺส สีสภาวานุปปตฺติโต ตทุทฺธญฺจ สงฺขารปฺปวตฺติสพฺภาวโต. สห วิยาติ เอกชฺฌํ วิย. เอเตน สม-สทฺทสฺส อตฺถมาห. สหตฺโถ เหส สม-สทฺโท. สํสิทฺธิทสฺสเนนาติ สํสิทฺธิยา นิฏฺฐานสฺส อุปรมสฺส ทสฺสเนน.

อิธาติ อิมิสฺสา ปุคฺคลปญฺญตฺติปาฬิยา, อิมิสฺสา วา ตทฏฺฐกถาย. กิเลสปวตฺตสีสานนฺติ กิเลสสีสปวตฺตสีสานํ. เตสุ หิ คหิเตสุ อิตรมฺปิ ปริยาทิยิตพฺพํ กิเลสภาเวน ปริยาทิยิตพฺพตาสามญฺเญน จ คหิตเมว โหตีติ กิเลสวฏฺฏปริยาทาเนน มคฺคสฺส อิตรวฏฺฏานมฺปิ ปริยาทิยนํ. วฏฺฏุปจฺเฉทเกน มคฺเคเนว หิ ชีวิตินฺทฺริยมฺปิ อนวเสสโต นิรุชฺฌตีติ. กสฺมา ปเนตฺถ ปวตฺตสีสํ วิสุํ คหิตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ปวตฺตสีสมฺปี’’ติอาทิ. โอธิโส จ อโนธิโส จ กิเลสปริยาทาเน สติ สิชฺฌมานา ปจฺจเวกฺขณวารา เตน นิปฺผาเทตพฺพาติ วุตฺตา. เตเนวาห ‘‘กิเลสปริยาทานสฺเสว วารา’’ติ. อิทานิ ตมตฺถํ อาคเมน สาเธนฺโต ‘‘วิมุตฺตสฺมิ’’นฺติอาทิมาห. จุติจิตฺเตน โหตีติ อิทํ ยถาวุตฺตสฺส กิเลสปริยาทานสมาปนภูตสฺส ปจฺจเวกฺขณวารสฺส จุติจิตฺเตน ปริจฺฉินฺนตฺตา วุตฺตํ, ตสฺมา จุติจิตฺเตน ปริจฺเฉทเกน ปริจฺฉินฺนํ โหตีติ อตฺโถ.

๑๗. ติฏฺเฐยฺยาติ น อุปคจฺเฉยฺย. ฐานญฺหิ คตินิวตฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘นปฺปวตฺเตยฺยา’’ติ.

๑๘. ปยิรุปาสนาย พหูปการตฺตา ปยิรุปาสิตพฺพตฺตา.

๒๐. อคฺควิชฺชา ยสฺส อนธิคตวิชฺชาทฺวยสฺส โหติ, โส เจ ปจฺฉา วิชฺชาทฺวยํ อธิคจฺฉติ, ตสฺส ปฐมํ อธิคตวิชฺชาทฺวยสฺส วิย อเตวิชฺชตาภาวา ยทิปิ นิปฺปริยายตา เตวิชฺชตา, ปฐมํ อธิคตวิชฺชาทฺวยสฺส ปน สา สวิเสสาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยาย กตกิจฺจตา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ อคฺควิชฺชาติ อาสวกฺขยญาณํ, อคฺคมคฺคญาณเมว วา เวทิตพฺพํ. สา จ เตวิชฺชตาติ โยชนา.

๒๒. ตตฺเถวาติ สจฺจาภิสมฺโพเธ เอว.

๒๔. ตนฺติ นิโรธสมาปตฺติลาภิโน อุภโตภาควิมุตฺตตาวจนํ. วุตฺตลกฺขณูปปตฺติโกติ ทฺวีหิ ภาเคหิ เทฺว วาเร วิมุตฺโตติ เอวํ วุตฺตลกฺขเณน อุปปตฺติโต ยุตฺติโต สมนฺนาคโต. เอเสว นโยติ ยถา จตุนฺนํ อรูปสมาปตฺตีนํ เอเกกโต นิโรธโต จ วุฏฺฐาย อรหตฺตํ ปตฺตานํ วเสน ปญฺจ อุภโตภาควิมุตฺตา วุตฺตา, ตถา เสกฺขภาวํ ปตฺตานํ วเสน ปญฺจ กายสกฺขิโน โหนฺตีติ กตฺวา วุตฺตํ.

ทสฺสนการณาติ อิมินา ‘‘ทิสฺวา’’ติ เอตฺถ ตฺวา-สทฺโท เหตุอตฺโถติ ทสฺเสติ ยถา ‘‘สีหํ ทิสฺวา ภยํ โหตี’’ติอาทีสุ. ทสฺสเน สติ ปริกฺขโย, นาสตีติ อาห ‘‘ทสฺสนายตฺตปริกฺขยตฺตา’’ติ. ปุริมกิริยาติ อาสวานํ ขยกิริยาย ปุริมกิริยา. สมานกาลตฺเตปิ หิ การณกิริยา ผลกิริยาย ปุริมสิทฺธา วิย โวหรียติ. ตโต นามกายโต มุจฺจนโต. ยโต หิ เยน มุจฺจิตพฺพํ, ตํ นิสฺสิโต โหตีติ วุตฺตํ ‘‘นามนิสฺสิตโก’’ติ. ตสฺสาติ กายทฺวยวิมุตฺติยา อุภโตภาควิมุตฺตภาวสฺส. อรูปโลเก หิ ฐิตารหนฺตวเสนายมตฺโถ วุตฺโต. เตนาห ‘‘สุตฺเต หี’’ติอาทิ.

ทฺวีหิ ภาเคหีติ วิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทภาเคหิ. เทฺว วาเรติ กิเลสานํ วิกฺขมฺภนสมุจฺฉินฺทนวเสน ทฺวิกฺขตฺตุํ. กิเลเสหิ วิมุตฺโตติ อิทํ ปฐมตติยวาทานํ วเสน วุตฺตํ, อิตรํ ทุติยวาทสฺส. อรูปชฺฌานํ ยทิปิ รูปสญฺญาทีหิ วิมุตฺตํ ตํสมติกฺกมาทินา ปตฺตพฺพตฺตา, ปวตฺตินิวารเกหิ ปน กามจฺฉนฺทาทีหิเยวสฺส วิมุตฺติ สาติสยาติ ทสฺเสนฺโต ‘‘นีวรณสงฺขาตนามกายโต วิมุตฺต’’นฺติ อาห. ยญฺจาปิ อรูปชฺฌานํ รูปโลเก วิเวกฏฺฐตาวเสนปิ รูปกายโต วิมุตฺตํ, ตํ ปน รูปปฏิพนฺธฉนฺทราควิกฺขมฺภเนเนว โหตีติ วิกฺขมฺภนเมว ปธานนฺติ วุตฺตํ ‘‘รูปตณฺหาวิกฺขมฺภเนน รูปกายโต จ วิมุตฺตตฺตา’’ติ. เอกเทเสน อุภโตภาควิมุตฺตํ นาม โหติ สมุจฺเฉทวิมุตฺติยา อภาวา.

๒๕. ‘‘สตฺติสโย’’ติ วิย สมุทาเย ปวตฺโต โวหาโร อวยเวปิ ทิสฺสตีติ ทสฺเสนฺโต อาห ‘‘อฏฺฐวิโมกฺเขกเทเสน…เป… วุจฺจตี’’ติ.

๒๖. ผุฏฺฐานนฺติ ผสฺสิตานํ, อธิคตานนฺติ อตฺโถ. อนฺโตติ อนฺตสทิโส ผสฺสนาย ปรกาโล. ตทนนฺตโร หิ ตปฺปริโยสาโน วิย โหตีติ. กาลวิสโย จายํ อนฺต-สทฺโท, น ปน กาลตฺโถ. เตนาห ‘‘อธิปฺปาโย’’ติ. นามกาเยกเทสโตติ นีวรณสงฺขาตนามกาเยกเทสโต. อาโลจิโต ปกาสิโต วิย โหติ วิพนฺธวิกฺขมฺภเนน อาโลจเน ปกาสเน สมตฺถสฺส ญาณจกฺขุโน อธิฏฺฐานสมุปฺปาทนโต. น ตุ วิมุตฺโตติ วิมุตฺโตติ น วุจฺจเตว.

๒๘. อิมํ ปน นยนฺติ ‘‘อปิจ เตส’’นฺติอาทินา อาคตวิธึ. เยน วิเสเสนาติ เยน การณวิเสเสน. โสติ ทิฏฺฐิปฺปตฺตสทฺธาวิมุตฺตานํ ยถาวุตฺโต ปญฺญาย วิเสโส. ปฏิกฺเขโป กโต การณสฺส อวิภาวิตตฺตา. อุภโตภาควิมุตฺโต วิย, ปญฺญาวิมุตฺโต วิย วา สพฺพถา อวิมุตฺตสฺส สาวเสสวิมุตฺติยมฺปิ ทิฏฺฐิปฺปตฺตสฺส วิย ปญฺญาย สาติสยาย อภาวโต สทฺธามตฺเตน วิมุตฺตภาโว ทฏฺฐพฺโพ. สทฺธาย อธิมุตฺโตติ อิทํ อาคมนวเสน สทฺธาย อธิกภาวํ สนฺธาย วุตฺตํ, มคฺคาธิคมโต ปนสฺส ปจฺจกฺขเมว ญาณทสฺสนํ.

๓๑. ‘‘โสโตติ อริยมคฺคสฺส นาม’’นฺติ นิปฺปริยาเยน ตํสมงฺคี โสตาปนฺโนติ อธิปฺปาเยน โจทโก ‘‘อปิ-สทฺโท กสฺมา วุตฺโต’’ติ โจทนํ อุฏฺฐาเปตฺวา ‘‘นนู’’ติอาทินา อตฺตโน อธิปฺปายํ วิวรติ. อิตโร ‘‘นาปนฺน’’นฺติอาทินา ปริหรติ. สมนฺนาคโต เอว นาม โลกุตฺตรธมฺมานํ อกุปฺปสภาวตฺตา. อิตเรหีติ ทุติยมคฺคฏฺฐาทีหิ. โส เอวาติ ปฐมผลฏฺโฐ เอว. อิธาติ อิมสฺมึ สตฺตกฺขตฺตุปรมนิทฺเทเส. โสตํ วา อริยมคฺคํ อาทิโต ปนฺโน อธิคโตติ โสตาปนฺโนติ วุจฺจมาเน ทุติยมคฺคฏฺฐาทีนํ นตฺเถว โสตาปนฺนภาวาปตฺติ. สุตฺเต ปน โสตํ อริยมคฺคํ อาทิโต มริยาทํ อมุญฺจิตฺวาว ปนฺโน ปฏิปชฺชตีติ กตฺวา มคฺคสมงฺคี ‘‘โสตาปนฺโน’’ติ วุตฺโต. ปริยาเยน อิตโรปิ ตสฺส อปริหานธมฺมตฺตา โสตาปนฺโนติ เวทิตพฺพํ. ปหีนาวสิฏฺฐกิเลสปจฺจเวกฺขณาย สมุทยสจฺจํ วิย ทุกฺขสจฺจมฺปิ ปจฺจเวกฺขิตํ โหติ สจฺจทฺวยปริยาปนฺนตฺตา กิเลสานนฺติ อาห ‘‘จตุสจฺจปจฺจเวกฺขณาทีน’’นฺติ. อาทิ-สทฺเทน ผลปจฺจเวกฺขณอุปริมคฺคผลธมฺเม จ สงฺคณฺหาติ.

๓๒. มหากุลเมวาติ อุฬารกุลเมว วุจฺจติ ‘‘กุลีโน กุลปุตฺโต’’ติอาทีสุ วิย.

๓๓. สชฺฌานโก อปริหีนชฺฌาโน กาลกโต พฺรหฺมโลกูปโค หุตฺวา วฏฺฏชฺฌาสโย เจ, อุปรูปริ นิพฺพตฺติตฺวา นิพฺพายตีติ อาห ‘‘อนาคามิสภาโค’’ติ. ยโต โส ฌานานาคามีติ วุจฺจติ. เตนาห ‘‘อนาวตฺติธมฺโม’’ติ.

๓๖. ปรโยเค ตฺวา-สทฺโท ตทนฺโต หุตฺวา ‘‘ปรสทฺทโยเค’’ติ วุตฺโต, อปฺปตฺวาติ วุตฺตํ โหตีติ ‘‘อปฺปตฺตํ หุตฺวา’’ติ อิมินา วุจฺจติ.

๓๗. เตนาติ ‘‘อุปหจฺจา’’ติ ปเทน. นนุ จ เวมชฺฌาติกฺกโม ‘‘อติกฺกมิตฺวา เวมชฺฌ’’นฺติ อิมินา ปกาสิโต โหตีติ อธิปฺปาโย.

๔๐. ตณฺหาวฏฺฏโสตา ตณฺหาวฏฺฏพนฺธา. ตสฺสาติ โสตสฺส. สมฺพนฺเธ เจตํ สามิวจนํ. อุทฺธํโสตสฺส อุปริภวูปคตา เอกํสิกาติ อาห ‘‘ยตฺถ วา ตตฺถ วา คนฺตฺวา’’ติ. ตสฺสาติ อุทฺธํโสตสฺส. ตตฺถาติ อวิเหสุ. ลหุสาลหุสคติกาติ ลหุกาลหุกายุคติกา, ลหุกาลหุกญาณคติกา วา. อุปฺปชฺชิตฺวาว นิพฺพายนกาทีหีติ อาทิ-สทฺเทน ‘‘อากาสํ ลงฺฆิตฺวา นิพฺพายตี’’ติอาทินา วุตฺตา ติสฺโส อุปมา สงฺคณฺหาติ. อนฺตราอุปหจฺจปรินิพฺพายีหิ อธิมตฺตตา, อุทฺธํโสตโต อนธิมตฺตตา จ อสงฺขารสสงฺขารปรินิพฺพายีนํ น เวทิตพฺพาติ โยชนา. เต เอวาติ อนฺตราอุปหจฺจปรินิพฺพายิอุทฺธํโสตา เอว. ยทิ เอวํ อสงฺขารสสงฺขารปรินิพฺพายีนํ อุปมาวจเนน ตโต มหนฺตตเรหิ กสฺมา วุตฺตนฺติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตโต มหนฺต…เป… ทสฺสนตฺถ’’นฺติ.

เตนาติ ‘‘โน จสฺส, โน จ เม สิยา’’ติ วจเนน. เตนาติ วา ยถาวุตฺเตน ตสฺส อตฺถวจเนน. อิมสฺส ทุกฺขสฺสาติ อิมสฺส สมฺปติ วตฺตมานสฺส วิญฺญาณาทิทุกฺขสฺส. อุทยทสฺสนํ ญาณํ. จตูหิปีติ ‘‘โน จสฺสา’’ติ จตูหิ ปเทหิ. ยํ อตฺถีติ ยํ ปรมตฺถโต วิชฺชติ. เตนาห ‘‘ภูตนฺติ สสภาว’’นฺติ, ภูตนฺติ ขนฺธปญฺจกนฺติ อตฺโถ. ยถาห ‘‘ภูตมิทนฺติ, ภิกฺขเว, สมนุปสฺสถา’’ติ. วิวฏฺฏมานโส วิวิจฺจมานหทโย ตณฺหาทิโสตโต นิวตฺตชฺฌาสโย. อุเปกฺขโก โหตีติ จตฺตภริโย วิย ปุริโส ภยํ นนฺทิญฺจ ปหาย อุทาสิโน โหติ.

อวิสิฏฺเฐติ หีเน. วิสิฏฺเฐติ อุตฺตเม. ‘‘ภเว’’ติ วตฺวา ‘‘สมฺภเว’’ติ วุจฺจมานํ อวุตฺตวาจกํ โหตีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ปจฺจุปฺปนฺโน’’ติอาทิมาห. ภูตเมว วุจฺจตีติ ยํ ภูตนฺติ วุจฺจติ, ตเทว ภโวติ จ วุจฺจติ, ภวติ อโหสีติ วา. สมฺภวติ เอตสฺมาติ สมฺภโว. ตทาหาโร ตสฺส ภวสฺส ปจฺจโย. อนุกฺกเมน มคฺคปญฺญายาติ วิปสฺสนานุกฺกเมน ลทฺธาย อริยมคฺคปญฺญาย. เตนาติ เสกฺเขน.

เอกกนิทฺเทสวณฺณนา นิฏฺฐิตา.