๒. อพฺภนฺตรมาติกาวณฺณนา
๒. ตทตฺถานีติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทตฺถานิ. ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ สงฺขาราทิกํ เอตสฺมาติ หิ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท, ปจฺเจกํ อวิชฺชาทิโก ปจฺจยธมฺโม. ตถา หิ วุตฺตํ สงฺขารปิฏเก ‘‘ทฺวาทส ปจฺจยา, ทฺวาทส ปฏิจฺจสมุปฺปาทา’’ติ. เตสนฺติ ขนฺธาทีนํ. ตถาทสฺสิตานนฺติ คณนุทฺเทสวิภาคมตฺเตน ทสฺสิตานํ. กสฺมา ปเนตฺถ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทฺวาทสภาเวเนว คหิโต, นนุ ตตฺถ ภโว กมฺมภวาทิเภเทน, โสกาทโย จ สรูปโตเยว อิธ ปาฬิยํ คหิตาติ โจทนํ สนฺธายาห ‘‘ตตฺถา’’ติอาทิ. ตตฺถ ตตฺถาติ ตสฺมึ ‘‘ปญฺจวีสาธิเกน ปทสเตนา’’ติ เอวํ วุตฺเต อฏฺฐกถาวจเน. กมฺมภวสฺส ภาวนภาเวน, อุปปตฺติภวสฺส ภวนภาเวน. ปทตฺถโต ปน กมฺมภโว ภวติ เอตสฺมาติ ภโว, อิตโร ภวติ, ภวนํ วาติ. ตนฺนิทานทุกฺขภาเวนาติ ชรามรณนิทานทุกฺขภาเวน.
‘‘สพฺพาปิ ธมฺมสงฺคณี ธาตุกถาย มาติกา’’ติ อิทมฺปิ ธาตุกถาย มาติกากิตฺตนเมวาติ ‘‘สพฺพาปิ…เป… มาติกาติ อยํ ธาตุกถามาติกาโต พหิทฺธา วุตฺตา’’ติ วจนํ อสมฺภาเวนฺโต ‘‘อถ วา’’ติอาทิมาห. ปกรณนฺตรคตา วุตฺตา ธาตุกถาย มาติกาภาเวนาติ อตฺโถ. กามญฺเจตฺถ มาติกาภาเวน วุตฺตา, ปกรณนฺตรคตตฺตา ปน อญฺญโต คเหตพฺพรูปา อิโต พหิภูตา นาม โหนฺติ, สรูปโต คหิตาว ปญฺจกฺขนฺธาติอาทิกา อพฺภนฺตรา. เตนาห ‘‘สรูปโต ทสฺเสตฺวา ฐปิตตฺตา’’ติ. มาติกาย อสงฺคหิตตฺตาติ มาติกาย สรูเปน อสงฺคหิตตฺตา, น อญฺญถา. น หิ มาติกาย อสงฺคหิโต โกจิ ปทตฺโถ อตฺถิ. วิกิณฺณภาเวนาติ ขนฺธวิภงฺคาทีสุ วิสุํ วิสุํ กิณฺณภาเวน วิสฏภาเวน.