๓. ตติยนโย อสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา

๑๗๙. รูปกฺขนฺเธน ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิเตสูติ นิทฺธารเณ ภุมฺมํ. ตสฺมาติ ยสฺมา เอกเทสสภาคตา สมุทายสภาคตา น โหติ, ตสฺมา. เตนาติ รูปกฺขนฺเธน. ตานีติ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยนิพฺพานานิ. ยถา จ เอกเทสวิสภาคตาย น สงฺคหิตตา, เอวํ เอกเทสสภาคตาย อสงฺคหิตตาปิ นตฺถีติ ทสฺเสนฺโต ‘‘น เกวล’’นฺติอาทิมาห. สงฺคหิตาเนว น น โหนฺตีติ โยชนา. เตติ เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยนิพฺพานสุขุมรูปธมฺมา. เตหีติ วิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทีหิ. น กถญฺจิ สมฺมิสฺสาติ เกนจิปิ ปกาเรน น สมฺมิสฺสาติ อสมฺมิสฺสตาย สงฺคหิตตฺตาภาวํ สาเธติ. รูปกฺขนฺเธน วิย…เป… น โหตีติ ยถา รูปกฺขนฺเธน สภาคตาภาวโต นิพฺพานํ น เกนจิปิ สงฺคหเณน สงฺคหิตํ, เอวํ วิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทีหิ ตํ อายตนธาตุสงฺคเหหิ สงฺคหิตํ น โหตีติ ขนฺธสงฺคหาภาโว ปากโฏ วุตฺโตวาติ เอวํ วุตฺตํ.

เอวรูปานนฺติ รูปกฺขนฺธวิญฺญาณกฺขนฺธจกฺขายตนาทีนํ. น หิ นิพฺพานํ สนฺธาย ‘‘รูปกฺขนฺเธน วิญฺญาณกฺขนฺเธน จกฺขายตเนน เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา, อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา’’ติ สกฺกา วตฺตุํ. เตน วุตฺตํ ‘‘สงฺคาหกตฺตาภาวโต เอวา’’ติ. ตถา ‘‘อพฺยากเตหิ ธมฺเมหิ เย ธมฺมา ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตา, อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคหิตา’’ติอาทิ น สกฺกา วตฺตุํ ตาทิสสฺส ธมฺมสฺส อภาวโตติ อาห ‘‘สนิพฺพาน…เป… ภาวโตวา’’ติ. อคฺคหณํ เวทิตพฺพนฺติ โยชนา. เตนาห ‘‘น หี’’ติอาทิ. กญฺจีติ กญฺจิ ธมฺมชาตํ. เตติ อพฺยากตธมฺมาทโย. อตฺตโนติ อพฺยากตธมฺมาทึ สนฺธายาห. เอกเทโสติ รูปกฺขนฺธาทิ. อตฺเตกเทสสภาโคติ นิพฺพานํ. ตญฺหิ ธมฺมายตนธมฺมธาตุปริยาปนฺนตาย ตเทกเทสสภาโค. อสงฺคหิตสงฺคาหกตฺตาติ ขนฺธสงฺคเหน อสงฺคหิตานํ สญฺญากฺขนฺธาทีนํ อายตนธาตุสงฺคเหน สงฺคาหกตฺตาติ อตฺโถ.

วิสภาคกฺขนฺธนิพฺพานสมุทายตฺตา ขนฺธสงฺคเหน ธมฺมายตเนน น โกจิ ธมฺโม สงฺคหิโต อตฺถีติ โยชนา. เอตสฺสาติ ‘‘ธมฺมายตเนน สงฺคหิตา’’ติ เอตสฺส ปทสฺส ธมฺมายตนคณเนน สงฺคหิตาติ อตฺโถ. โอฬาริกรูปสมฺมิสฺสํ ธมฺมายตเนกเทสํ.

ตติยนยอสงฺคหิเตนสงฺคหิตปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.