๑. มหาขนฺธกํ
โพธิกถาวณฺณนา
อิทานิ อุภโตวิภงฺคานนฺตรํ สงฺคหมาโรปิตสฺส มหาวคฺคจูฬวคฺคสงฺคหิตสฺส ขนฺธกสฺส อตฺถสํวณฺณนํ อารภิตุกาโม ‘‘อุภินฺนํ ปาติโมกฺขาน’’นฺติอาทิมาห. ตตฺถ อุภินฺนํ ปาติโมกฺขานนฺติ อุภินฺนํ ปาติโมกฺขวิภงฺคานํ. ปาติโมกฺขคฺคหเณน เหตฺถ เตสํ วิภงฺโค อเภเทน คหิโต. ยํ ขนฺธกํ สงฺคายึสูติ สมฺพนฺโธ. ขนฺธานํ สมูโห ขนฺธโก, ขนฺธานํ วา ปกาสนโต ทีปนโต ขนฺธโก. ‘‘ขนฺธา’’ติ เจตฺถ ปพฺพชฺชุปสมฺปทาทิวินยกมฺมสงฺขาตา จาริตฺตวาริตฺตสิกฺขาปทสงฺขาตา จ ปญฺญตฺติโย อธิปฺเปตา. ปพฺพชฺชาทีนิ หิ ภควตา ปญฺญตฺตตฺตา ‘‘ปญฺญตฺติโย’’ติ วุจฺจนฺติ. ปญฺญตฺติยญฺจ ขนฺธสทฺโท ทิสฺสติ ‘‘ทารุกฺขนฺโธ อคฺคิกฺขนฺโธ’’ติอาทีสุ วิย. อปิจ ภาคราสฏฺฐตาเปตฺถ ยุชฺชติเยว ตาสํ ปญฺญตฺตีนํ ภาคโต ราสิโต จ วิภตฺตตฺตา. ขนฺธโกวิทาติ ปญฺญตฺติภาคราสฏฺฐวเสน ขนฺธฏฺเฐ โกวิทา.
ปทภาชนีเย เยสํ ปทานํ อตฺถา เยหิ อฏฺฐกถานเยหิ ปกาสิตาติ โยเชตพฺพํ. เต เจ ปุน วเทยฺยามาติ เต เจ อฏฺฐกถานเย ปุนปิ วเทยฺยาม. อถ วา ปทภาชนีเย เยสํ ปทานํ เย อตฺถา เหฏฺฐา ปกาสิตา, เต เจ อตฺเถ ปุน วเทยฺยามาติ โยเชตพฺพํ. อิมสฺมึ ปกฺเข หิ-สทฺโท ปทปูรเณ ทฏฺฐพฺโพ. ปริโยสานนฺติ สํวณฺณนาปริโยสานํ. อุตฺตานา เจว เย อตฺถาติ เย อตฺถา ปุพฺเพ อปกาสิตาปิ อุตฺตานา อคมฺภีรา.
๑. วิเสสการณํ นตฺถีติ ‘‘เยน สมเยน อายสฺมโต สาริปุตฺตตฺเถรสฺส สิกฺขาปทปญฺญตฺติยาจนเหตุภูโต ปริวิตกฺโก อุทปาทิ, เตน สมเยนา’’ติอาทินา วุตฺตการณํ วิย อิธ วิเสสการณํ นตฺถิ. อยมภิลาโปติ ‘‘เตน สมเยนา’’ติ อยมภิลาโป. กึ ปเนตสฺส วจเน ปโยชนนฺติ ยทิ วิเสสการณํ นตฺถิ, เอตสฺส วจเน กึ ปโยชนนฺติ อธิปฺปาโย. นิทานทสฺสนํ ปโยชนนฺติ โยเชตพฺพํ. ตเมว วิภาเวตุํ ‘‘ยา หิ ภควตา’’ติอาทิ วุตฺตํ.
มหาเวลา วิย มหาเวลา, วิปุลวาลุกปุญฺชตาย มหนฺโต เวลาตโฏ วิยาติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘มหนฺเต วาลิกราสิมฺหีติ อตฺโถ’’ติ. อุรุ มรุ สิกตา วาลุกา วณฺณุ วาลิกาติ อิเม สทฺทา สมานตฺถา, พฺยญฺชนเมว นานํ. เตนาห ‘‘อุรูติ วาลิกา วุจฺจตี’’ติ.
อิโต ปฏฺฐาย จ –
ยสฺมา สุตฺตนฺตปาฬีนํ, อตฺโถ สงฺเขปวณฺณิโต;
ตสฺมา มยํ กริสฺสาม, ตาสํ อตฺถสฺส ทีปนํ.
นชฺชาติ (อุทา. อฏฺฐ. ๑) นทติ สนฺทตีติ นที, ตสฺสา นชฺชา, นทิยา นินฺนคายาติ อตฺโถ. เนรญฺชรายาติ ‘‘เนลญฺชลายา’’ติ วตฺตพฺเพ ล-การสฺส ร-การํ กตฺวา ‘‘เนรญฺชรายา’’ติ วุตฺตํ, กทฺทมเสวาลปณกาทิโทสรหิตสลิลายาติ อตฺโถ. เกจิ ‘‘นีลํชลายาติ วตฺตพฺเพ เนรญฺชรายาติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ, นามเมว วา เอตํ ตสฺสา นทิยาติ เวทิตพฺพํ. ตสฺสา นทิยา ตีเร ยตฺถ ภควา วิหาสิ, ตํ ทสฺเสตุํ ‘‘โพธิรุกฺขมูเล’’ติ วุตฺตํ. ‘‘โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณ’’นฺติ (จูฬว. ขคฺควิสาณสุตฺตนิทฺเทส ๑๒๑) เอตฺถ มคฺคญาณํ โพธีติ วุตฺตํ, ‘‘ปปฺโปติ โพธึ วรภูริเมธโส’’ติ (ที. นิ. ๓.๒๑๗) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. ตทุภยมฺปิ โพธึ ภควา เอตฺถ ปตฺโตติ รุกฺโขปิ ‘‘โพธิรุกฺโข’’เตฺวว นามํ ลภิ. อถ วา สตฺต โพชฺฌงฺเค พุชฺฌตีติ ภควา โพธิ. เตน พุชฺฌนฺเตน สนฺนิสฺสิตตฺตา โส รุกฺโข ‘‘โพธิรุกฺโข’’ติ นามํ ลภิ. อฏฺฐกถายํ ปน เอกเทเสเนว อตฺถํ ทสฺเสตุํ ‘‘โพธิ วุจฺจติ จตูสุ มคฺเคสุ ญาณ’’นฺติอาทิ วุตฺตํ. มูเลติ สมีเป. ปฐมาภิสมฺพุทฺโธติ อนุนาสิกโลเปนายํ นิทฺเทโสติ อาห ‘‘ปฐมํ อภิสมฺพุทฺโธ’’ติ. ปฐมนฺติ จ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส, ตสฺมา อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา สพฺพปฐมํ โพธิรุกฺขมูเล วิหรตีติ เอวเมตฺถ สมฺพนฺโธ เวทิตพฺโพ.
อถ โข ภควาติ เอตฺถ อถาติ ตสฺมึ สมเยติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ อเนกตฺถตฺตา นิปาตานํ, ยสฺมึ สมเย อภิสมฺพุทฺโธ หุตฺวา โพธิรุกฺขมูเล วิหรติ, ตสฺมึ สมเยติ อตฺโถ. เตเนว อุทานปาฬิยํ (อุทา. ๒) ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที’’ติ วุตฺตํ. อถาติ วา ปจฺฉาติ อิมสฺมึ อตฺเถ นิปาโต, ตสฺมา อภิสมฺโพธิโต ปจฺฉาติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. โขติ ปทปูรเณ นิปาโต. สตฺต อหานิ สตฺตาหํ. อจฺจนฺตสํโยเค เจตํ อุปโยควจนํ. ยสฺมา ภควา ตํ สตฺตาหํ นิรนฺตรตาย อจฺจนฺตเมว ผลสมาปตฺติสุเขน วิหาสิ, ตสฺมา ‘‘สตฺตาห’’นฺติ อจฺจนฺตสํโยควเสน อุปโยควจนํ วุตฺตํ. เอกปลฺลงฺเกนาติ วิสาขปุณฺณมาย อนตฺถงฺคเตเยว สูริเย อปราชิตปลฺลงฺกวเสน วชิราสเน นิสินฺนกาลโต ปฏฺฐาย สกิมฺปิ อนุฏฺฐหิตฺวา ยถาภุชิเตน เอเกเนว ปลฺลงฺเกน.
วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทีติ เอตฺถ ตทงฺควิกฺขมฺภนสมุจฺเฉทปฏิปฺปสฺสทฺธินิสฺสรณวิมุตฺตีสุ ปญฺจสุ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติสงฺขาตา ภควโต ผลวิมุตฺติ อธิปฺเปตาติ อาห ‘‘วิมุตฺติสุขํ ผลสมาปตฺติสุขํ ปฏิสํเวทยมาโน’’ติ. วิมุตฺตีติ จ อุปกฺกิเลเสหิ ปฏิปฺปสฺสทฺธิวเสน จิตฺตสฺส วิมุตฺตภาโว, จิตฺตเมว วา ตถา วิมุตฺตํ เวทิตพฺพํ. ตาย วิมุตฺติยา ชาตํ, สมฺปยุตฺตํ วา สุขํ วิมุตฺติสุขํ. ‘‘ยายํ, ภนฺเต, อุเปกฺขา สนฺเต สุเข วุตฺตา ภควตา’’ติ (ม. นิ. ๒.๘๘) วจนโต อุเปกฺขาปิ เจตฺถ สุขมิจฺเจว เวทิตพฺพา. ตถา หิ วุตฺตํ สมฺโมหวิโนทนิยํ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๓๒) ‘‘อุเปกฺขา ปน สนฺตตฺตา, สุขมิจฺเจว ภาสิตา’’ติ. ภควา หิ จตุตฺถชฺฌานิกํ อรหตฺตผลสมาปตฺตึ สมาปชฺชติ, น อิตรํ. อถ วา ‘‘เตสํ วูปสโม สุโข’’ติอาทีสุ (ที. นิ. ๒.๒๒๑, ๒๗๒) ยถา สงฺขารทุกฺขวูปสโม ‘‘สุโข’’ติ วุจฺจติ, เอวํ สกลกิเลสทุกฺขูปสมภาวโต อคฺคผเล ลพฺภมานา ปฏิปฺปสฺสทฺธิวิมุตฺติ เอว อิธ ‘‘สุข’’นฺติ เวทิตพฺพา.
อถาติ อธิการตฺเถ นิปาโต, โขติ ปทปูรเณ. เตสุ อธิการตฺเถน ‘‘อถา’’ติ อิมินา วิมุตฺติสุขปฏิสํเวทนโต อญฺญํ อธิการํ ทสฺเสติ. โก ปเนโสติ? ปฏิจฺจสมอุปฺปาทมนสิกาโร. รตฺติยาติ อวยวสมฺพนฺเธ สามิวจนํ. ปฐมนฺติ อจฺจนฺตสํโยคตฺเถ อุปโยควจนํ. ภควา หิ ตสฺสา รตฺติยา สกลมฺปิ ปฐมํ ยามํ เตเนว มนสิกาเรน ยุตฺโต อโหสีติ.
ปจฺจยาการนฺติ อวิชฺชาทิปจฺจยธมฺมํ. ปฏิจฺจาติ ปฏิมุขํ คนฺตฺวา, การณสามคฺคึ อปฏิกฺขิปิตฺวาติ อตฺโถ. ปฏิมุขคมนญฺจ ปจฺจยสฺส การณสามคฺคิยา องฺคภาเวน ผลสฺส อุปฺปาทนเมว. อปฏิกฺขิปิตฺวาติ ปน วินา ตาย การณสามคฺคิยา องฺคภาวํ อคนฺตฺวา สยเมว น อุปฺปาเทตีติ อตฺโถ. เอเตน การณพหุตา ทสฺสิตา. อวิชฺชาทิเอเกกเหตุสีเสน หิ เหตุสมูโห นิทฺทิฏฺโฐ. สหิเตติ สมุทิเต, อวินิพฺภุตฺเตติ อตฺโถ. อวิชฺชาทิโก หิ ปจฺจยธมฺโม สหิเตเยว อญฺญมญฺญํ อวินิพฺโภควุตฺติธมฺเม อุปฺปาเทติ. อิมินา ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมพหุตา ทสฺสิตา. อุภเยนปิ ‘‘เอกํ น เอกโต’’ติอาทินโย (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๖ สงฺขารปทนิทฺเทส; วิสุทฺธิ. ๒.๖๑๗) ทีปิโต โหติ. เอกโต หิ การณโต น อิธ กิญฺจิ เอกํ ผลมตฺถิ, น อเนกํ, นาปิ อเนเกหิ การเณหิ เอกํ, อเนเกหิ ปน การเณหิ อเนกเมว โหติ. ตถา หิ อเนเกหิ อุตุปถวีพีชสลิลสงฺขาเตหิ การเณหิ อเนกเมว รูปคนฺธรสาทิองฺกุรสงฺขาตํ ผลมุปฺปชฺชมานํ ทิสฺสติ. ยํ ปเนตํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา, สงฺขารปจฺจยา วิญฺญาณ’’นฺติ เอเกกเหตุผลทีปนํ กตํ, ตตฺถ ปโยชนํ น วิชฺชติ.
ภควา หิ กตฺถจิ ปธานตฺตา กตฺถจิ ปากฏตฺตา กตฺถจิ อสาธารณตฺตา เทสนาวิลาสสฺส จ เวเนยฺยานญฺจ อนุรูปโต เอกเมว เหตุํ วา ผลํ วา ทีเปติ. ‘‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา’’ติ หิ เอกเมว เหตุํ ผลญฺจาห. ผสฺโส หิ เวทนาย ปธานเหตุ ยถาผสฺสํ เวทนาววตฺถานโต. เวทนา จ ผสฺสสฺส ปธานผลํ ยถาเวทนํ ผสฺสววตฺถานโต. ‘‘เสมฺหสมุฏฺฐานา อาพาธา’’ติ (มหานิ. ๕) ปากฏตฺตา เอกํ เหตุํ อาห. ปากโฏ หิ เอตฺถ เสโมฺห, น กมฺมาทโย. ‘‘เย เกจิ, ภิกฺขเว, อกุสลา ธมฺมา, สพฺเพเต อโยนิโสมนสิการมูลกา’’ติ อสาธารณตฺตา เอกํ เหตุํ อาห. อสาธารโณ หิ อโยนิโสมนสิกาโร อกุสลานํ, สาธารณานิ วตฺถารมฺมณาทีนีติ. ตสฺมา อวิชฺชา ตาเวตฺถ วิชฺชมาเนสุปิ อญฺเญสุ วตฺถารมฺมณสหชาตธมฺมาทีสุ สงฺขารการเณสุ ‘‘อสฺสาทานุปสฺสิโน ตณฺหา ปวฑฺฒตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๕๒) จ ‘‘อวิชฺชาสมุทยา อาสวสมุทโย’’ติ (ม. นิ. ๑.๑๐๔) จ วจนโต อญฺเญสมฺปิ ตณฺหาทีนํ สงฺขารเหตูนํ เหตูติ ปธานตฺตา, ‘‘อวิทฺวา, ภิกฺขเว, อวิชฺชาคโต ปุญฺญาภิสงฺขารมฺปิ อภิสงฺขโรตี’’ติ ปากฏตฺตา อสาธารณตฺตา จ สงฺขารานํ เหตุภาเวน ทีปิตาติ เวทิตพฺพา. เอวํ สพฺพตฺถ เอเกกเหตุผลทีปเน ยถาสมฺภวํ นโย เนตพฺโพ. เตนาหุ โปราณา –
‘‘เอกํ น เอกโต อิธ, นาเนกมเนกโตปิ โน เอกํ;
ผลมตฺถิ อตฺถิ ปน เอก-เหตุผลทีปเน อตฺโถ’’ติ.
ปจฺเจตุมรหตีติ ปฏิจฺโจ. โย หิ นํ ปจฺเจติ อภิสเมติ, ตสฺส อจฺจนฺตเมว ทุกฺขวูปสมาย สํวตฺตติ. สมฺมา สห จ อุปฺปาเทตีติ สมุปฺปาโท. ปจฺจยธมฺโม หิ อตฺตโน ผลํ อุปฺปาเทนฺโต สมฺปุณฺณเมว อุปฺปาเทติ, น วิกลํ. เย จ ธมฺเม อุปฺปาเทติ, เต สพฺเพ สเหว อุปฺปาเทติ, น เอเกกํ. อิติ ปฏิจฺโจ จ โส สมุปฺปาโท จาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. วิตฺถาโรติ ปฏิจฺจสมุปฺปาทปทวณฺณนาปปญฺโจ. มยมฺปิ ตํ อติปปญฺจภยา อิธ น ทสฺสยิสฺสาม, เอวํ ปรโต วกฺขมานมฺปิ วิตฺถารํ. อนุโลมปฏิโลมนฺติ ภาวนปุํสกนิทฺเทโส ‘‘วิสมํ จนฺทิมสูริยา ปริวตฺตนฺตี’’ติอาทีสุ (อ. นิ. ๔.๗๐) วิย. เสฺววาติ โส เอว ปจฺจยากาโร. ปุริมนเยน วา วุตฺโตติ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา’’ติอาทินา นเยน วุตฺโต ปจฺจยากาโร. ปวตฺติยาติ สํสารปฺปวตฺติยา. มนสิ อกาสีติ โย โย ปจฺจยธมฺโม ยสฺส ยสฺส ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺมสฺส ยถา ยถา เหตุปจฺจยาทินา ปจฺจยภาเวน ปจฺจโย โหติ, ตํ สพฺพํ อวิปรีตํ อปริหาเปตฺวา อนวเสสโต ปจฺจเวกฺขณวเสน จิตฺเต อกาสีติ อตฺโถ.
อวิชฺชาปจฺจยาติอาทีสุ (วิภ. อฏฺฐ. ๒๒๕; วิสุทฺธิ. ๒.๕๘๖-๕๘๗; อุทา. อฏฺฐ. ๑) อวินฺทิยํ กายทุจฺจริตาทึ วินฺทตีติ อวิชฺชา, วินฺทิยํ กายสุจริตาทึ น วินฺทตีติ อวิชฺชา, ธมฺมานํ อวิปรีตสภาวํ อวิทิตํ กโรตีติ อวิชฺชา, อนฺตวิรหิเต สํสาเร ภวาทีสุ สตฺเต ชวาเปตีติ อวิชฺชา, อวิชฺชมาเนสุ ชวติ, วิชฺชมาเนสุ น ชวตีติ อวิชฺชา, วิชฺชาปฏิปกฺขาติ วา อวิชฺชา. สา ‘‘ทุกฺเข อญฺญาณ’’นฺติอาทินา จตุพฺพิธา เวทิตพฺพา. ปฏิจฺจ นํ น วินา ผลํ เอติ อุปฺปชฺชติ เจว ปวตฺตติ จาติ ปจฺจโย, อุปการฏฺโฐ วา ปจฺจโย. อวิชฺชา จ สา ปจฺจโย จาติ อวิชฺชาปจฺจโย, ตสฺมา อวิชฺชาปจฺจยา. สงฺขโรนฺตีติ สงฺขารา, โลกิยา กุสลากุสลเจตนา. เต ปุญฺญาปุญฺญาเนญฺจาภิสงฺขารวเสน ติวิธา เวทิตพฺพา. วิชานาตีติ วิญฺญาณํ, ตํ โลกิยวิปากวิญฺญาณวเสน พาตฺตึสวิธํ. นมตีติ นามํ, เวทนาทิกฺขนฺธตฺตยํ. รุปฺปตีติ รูปํ, ภูตรูปํ จกฺขาทิอุปาทารูปญฺจ. อายตนฺติ, อายตญฺจ สํสารทุกฺขํ นยตีติ อายตนํ. ผุสตีติ ผสฺโส. เวทยตีติ เวทนา. อิทมฺปิ ทฺวยํ ทฺวารวเสน ฉพฺพิธํ, วิปากวเสน คหเณ พาตฺตึสวิธํ. ตสฺสติ ปริตสฺสตีติ ตณฺหา, สา กามตณฺหาทิวเสน สงฺเขปโต ติวิธา, วิตฺถารโต อฏฺฐสตวิธา จ. อุปาทิยตีติ อุปาทานํ, ตํ กามุปาทานาทิวสเอน จตุพฺพิธํ.
ภวติ ภาวยติ จาติ ภโว, โส กมฺโมปปตฺติเภทโต ทุวิโธ. ชนนํ ชาติ. ชีรณํ ชรา. มรนฺติ เตนาติ มรณํ. โสจนํ โสโก. ปริเทวนํ ปริเทโว. ทุกฺขยตีติ ทุกฺขํ. อุปฺปาทฏฺฐิติวเสน เทฺวธา ขนตีติ วา ทุกฺขํ. ทุมฺมนสฺส ภาโว โทมนสฺสํ. ภุโส อายาโส อุปายาโส. สมฺภวนฺตีติ นิพฺพตฺตนฺติ. น เกวลญฺจ โสกาทีเหว, อถ โข สพฺพปเทหิ ‘‘สมฺภวนฺตี’’ติ ปทสฺส โยชนา กาตพฺพา. เอวญฺหิ อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตีติ ปจฺจยปจฺจยุปฺปนฺนววตฺถานํ ทสฺสิตํ โหติ. เตเนวาห ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา สมฺภวนฺตีติ อิมินา นเยน สพฺพปเทสุ อตฺโถ เวทิตพฺโพ’’ติ. เอวเมตสฺส…เป… สมุทโย โหตีติ เอตฺถ ปน อยมตฺโถ. เอวนฺติ นิทฺทิฏฺฐนยนิทสฺสนํ. เตน อวิชฺชาทีเหว การเณหิ, น อิสฺสรนิมฺมานาทีหีติ ทสฺเสติ. เอตสฺสาติ ยถาวุตฺตสฺส. เกวลสฺสาติ อสมฺมิสฺสสฺส, สกลสฺส วา. ทุกฺขกฺขนฺธสฺสาติ ทุกฺขสมูหสฺส, น สตฺตสฺส นาปิ สุภสุขาทีนํ. สมุทโย โหตีติ นิพฺพตฺติ สมฺภวติ.
อจฺจนฺตเมว สงฺขาเรหิ วิรชฺชติ เอเตนาติ วิราโค, อริยมคฺโคติ อาห ‘‘วิราคสงฺขาเตน มคฺเคนา’’ติ. อเสสํ นิโรธา อเสสนิโรธา, อเสเสตฺวา นิสฺเสเสตฺวา นิโรธา สมุจฺฉินฺทนา อนุสยปฺปหานวเสน อคฺคมคฺเคน อวิชฺชาย อจฺจนฺตสมุคฺฆาตโตติ อตฺโถ. ยทิปิ เหฏฺฐิมมคฺเคหิปิ ปหียมานา อวิชฺชา อจฺจนฺตสมุคฺฆาตวเสเนว ปหียติ, ตถาปิ น อนวเสสโต ปหียติ. อปายคมนียา หิ อวิชฺชา ปฐมมคฺเคน ปหียติ, ตถา สกิเทว อิมสฺมึ โลเก สพฺพตฺถ จ อนริยภูมิยํ อุปปตฺติยา ปจฺจยภูตา อวิชฺชา ยถากฺกมํ ทุติยตติยมคฺเคหิ ปหียติ, น อิตราติ, อรหตฺตมคฺเคเนว ปน สา อนวเสสํ ปหียตีติ. อนุปฺปาทนิโรโธ โหตีติ สพฺเพสํ สงฺขารานํ อนวเสสํ อนุปฺปาทนิโรโธ โหติ. เหฏฺฐิเมน หิ มคฺคตฺตเยน เกจิ สงฺขารา นิรุชฺฌนฺติ, เกจิ น นิรุชฺฌนฺติ อวิชฺชาย สาวเสสนิโรธา, อคฺคมคฺเคน ปนสฺสา อนวเสสนิโรธา น เกจิ สงฺขารา น นิรุชฺฌนฺตีติ. เอวํ นิรุทฺธานนฺติ เอวํ อนุปฺปาทนิโรเธน นิรุทฺธานํ. เกวล-สทฺโท นิรวเสสวาจโก จ โหติ ‘‘เกวลา องฺคมคธา’’ติอาทีสุ. อสมฺมิสฺสวาจโก จ ‘‘เกวลา สาลโย’’ติอาทีสุ. ตสฺมา อุภยถาปิ อตฺถํ วทติ ‘‘สกลสฺส, สุทฺธสฺส วา’’ติ. ตตฺถ สกลสฺสาติ อนวเสสสฺส สพฺพภวาทิคตสฺส. สตฺตวิรหิตสฺสาติ ปรปริกปฺปิตชีวรหิตสฺส.
อปิเจตฺถ กิญฺจาปิ ‘‘อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ’’ติ เอตฺตาวตาปิ สกลสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อนวเสสโต นิโรโธ วุตฺโต โหติ, ตถาปิ ยถา อนุโลเม ยสฺส ยสฺส ปจฺจยธมฺมสฺส อตฺถิตาย โย โย ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺโม น นิรุชฺฌติ ปวตฺตติ เอวาติ อิมสฺส อตฺถสฺส ทสฺสนตฺถํ ‘‘อวิชฺชาปจฺจยา สงฺขารา…เป… สมุทโย โหตี’’ติ วุตฺตํ. เอวํ ตปฺปฏิปกฺขโต ตสฺส ตสฺส ปจฺจยสฺส อภาเว โส โส ปจฺจยุปฺปนฺนธมฺโม นิรุชฺฌติ น ปวตฺตตีติ ทสฺสนตฺถํ อิธ ‘‘อวิชฺชานิโรธา สงฺขารนิโรโธ, สงฺขารนิโรธา วิญฺญาณนิโรโธ, วิญฺญาณนิโรธา นามรูปนิโรโธ…เป… ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรโธ โหตี’’ติ วุตฺตํ, น ปน อนุโลเม วิย กาลตฺตยปริยาปนฺนสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส นิโรธทสฺสนตฺถํ. อนาคตสฺเสว หิ อริยมคฺคภาวนาย อสติ อุปฺปชฺชนารหสฺส ทุกฺขกฺขนฺธสฺส อริยมคฺคภาวนาย นิโรโธ อิจฺฉิโตติ อยมฺปิ วิเสโส เวทิตพฺโพ.
ยทา หเวติ เอตฺถ หเวติ พฺยตฺตนฺติ อิมสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. เกจิ ปน ‘‘หเวติ อาหเว ยุทฺเธ’’ติ อตฺถํ วทนฺติ, ‘‘โยเธถ มารํ ปญฺญาวุเธนา’’ติ (ธ. ป. ๔๐) หิ วจนโต กิเลสมาเรน ยุชฺฌนสมเยติ เตสํ อธิปฺปาโย. อารมฺมณูปนิชฺฌานลกฺขเณนาติ อารมฺมณูปนิชฺฌานสภาเวน. ลกฺขณูปนิชฺฌานลกฺขเณนาติ เอตฺถาปิ เอเสว นโย. ตตฺถ อารมฺมณูปนิชฺฌานํ นาม อฏฺฐ สมาปตฺติโย กสิณารมฺมณสฺส อุปนิชฺฌายนโต. ลกฺขณูปนิชฺฌานํ นาม วิปสฺสนามคฺคผลานิ. วิปสฺสนา หิ ตีณิ ลกฺขณานิ อุปนิชฺฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ, มคฺโค วิปสฺสนาย อาคตกิจฺจํ สาเธตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ, ผลํ ตถลกฺขณํ นิโรธสจฺจํ อุปนิชฺฌายตีติ ลกฺขณูปนิชฺฌานํ. โน กลฺโล ปโญฺหติ อยุตฺโต ปโญฺห, ทุปฺปโญฺห เอโสติ อตฺโถ. อาทิสทฺเทน –
‘‘ผุสตีติ อหํ น วทามิ. ผุสตีติ จาหํ วเทยฺยํ, ตตฺรสฺส กลฺโล ปโญฺห ‘โก นุ โข, ภนฺเต, ผุสตี’ติ? เอวญฺจาหํ น วทามิ, เอวํ มํ อวทนฺตํ โย เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กึปจฺจยา นุ โข, ภนฺเต, ผสฺโส’ติ, เอส กลฺโล ปโญฺห. ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณํ ‘สฬายตนปจฺจยา ผสฺโส, ผสฺสปจฺจยา เวทนา’ติ. โก นุ โข, ภนฺเต, เวทยตีติ? โน กลฺโล ปโญฺหติ ภควา อโวจ, เวทยตีติ อหํ น วทามิ, เวทยตีติ จาหํ วเทยฺยํ, ตตฺรสฺส กลฺโล ปโญฺห ‘โก นุ โข, ภนฺเต, เวทยตี’ติ? เอวญฺจาหํ น วทามิ. เอวํ มํ อวทนฺตํ โย เอวํ ปุจฺเฉยฺย ‘กึปจฺจยา นุ โข, ภนฺเต, เวทนา’ติ, เอส กลฺโล ปโญฺห. ตตฺร กลฺลํ เวยฺยากรณํ ‘ผสฺสปจฺจยา เวทนา, เวทนาปจฺจยา ตณฺหา’’’ติ (สํ. นิ. ๒.๑๒) –
เอวมาทึ ปาฬิเสสํ สงฺคณฺหาติ.
อาทินา จ นเยนาติ เอตฺถ อาทิ-สทฺเทน ปน ‘‘กตมา นุ โข, ภนฺเต, ชาติ, กสฺส จ ปนายํ ชาตีติ. ‘โน กลฺโล ปโญฺห’ติ ภควา อโวจา’’ติ เอวมาทึ สงฺคณฺหาติ. นนุ เจตฺถ ‘‘กตมํ นุ โข, ภนฺเต, ชรามรณ’’นฺติ (สํ. นิ. ๒.๓๕) อิทํ สุปุจฺฉิตนฺติ? กิญฺจาปิ สุปุจฺฉิตํ, ยถา ปน สตสหสฺสคฺฆนเก สุวณฺณถาลเก วฑฺฒิตสฺส สุโภชนสฺส มตฺถเก อามลกมตฺเต คูถปิณฺเฑ ฐปิเต สพฺพํ โภชนํ ทุพฺโภชนํ โหติ ฉฑฺเฑตพฺพํ, เอวเมว ‘‘กสฺส จ ปนิทํ ชรามรณ’’นฺติ อิมินา สตฺตูปลทฺธิวาทปเทน คูถปิณฺเฑน ตํ โภชนํ ทุพฺโภชนํ วิย อยมฺปิ สพฺโพ ทุปฺปโญฺห ชาโตติ.
โสฬส กงฺขาติ ‘‘อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธานํ, น นุ โข อโหสึ, กึ นุ โข อโหสึ, กถํ นุ โข อโหสึ, กึ หุตฺวา กึ อโหสึ นุ โข อหํ อตีตมทฺธานํ, ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธานํ, น นุ โข ภวิสฺสามิ, กึ นุ โข ภวิสฺสามิ, กถํ นุ โข ภวิสฺสามิ, กึ หุตฺวา กึ ภวิสฺสามิ นุ โข อหํ อนาคตมทฺธานํ, อหํ นุ โขสฺมิ, โน นุ โขสฺมิ, กึ นุ โขสฺมิ, กถํ นุ โขสฺมิ, อยํ นุ โข สตฺโต กุโต อาคโต, โส กุหึ คามี ภวิสฺสตี’’ติ (สํ. นิ. ๒.๒๐; ม. นิ. ๑.๑๘) เอวมาคตา อตีตานาคตปจฺจุปฺปนฺนวิสยา โสฬสวิธา กงฺขา.
ตตฺถ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑๘; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๒.๒๐) อโหสึ นุ โข, น นุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อธิจฺจสมุปฺปตฺติอาการญฺจ นิสฺสาย อตีเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ, กึ การณนฺติ น วตฺตพฺพํ. อุมฺมตฺตโก วิย หิ พาลปุถุชฺชโน ยถา ตถา วา ปวตฺตติ. อปิจ อโยนิโสมนสิกาโรเยเวตฺถ การณํ. เอวํ อโยนิโสมนสิการสฺส ปน กึ การณนฺติ? เสฺวว ปุถุชฺชนภาโว อริยานํ อทสฺสนาทีนิ วา. นนุ จ ปุถุชฺชโนปิ โยนิโส มนสิ กโรตีติ. โก วา เอวมาห ‘‘น มนสิ กโรตี’’ติ. น ปน ตตฺถ ปุถุชฺชนภาโว การณํ, สทฺธมฺมสวนกลฺยาณมิตฺตาทีนิ ตตฺถ การณานิ. น หิ มจฺฉมํสาทีนิ อตฺตโน ปกติยา สุคนฺธานิ, อภิสงฺขารปจฺจยา ปน สุคนฺธานิปิ โหนฺติ.
กึ นุ โข อโหสินฺติ ชาติลิงฺคุปปตฺติโย นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย นุ โข อโหสึ, พฺราหฺมณเวสฺสสุทฺทคหฏฺฐปพฺพชิตเทวมนุสฺสานํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ.
กถํ นุ โขติ สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีโฆ นุ โข อโหสึ, รสฺสโอทาตกณฺหปฺปมาณิกอปฺปมาณิกาทีนํ อญฺญตโร’’ติ กงฺขติ. เกจิ ปน ‘‘อิสฺสรนิมฺมานาทึ นิสฺสาย ‘เกน นุ โข การเณน อโหสิ’นฺติ เหตุโต กงฺขตี’’ติ วทนฺติ.
กึ หุตฺวา กึ อโหสินฺติ ชาติอาทีนิ นิสฺสาย ‘‘ขตฺติโย หุตฺวา นุ โข พฺราหฺมโณ อโหสึ…เป… เทโว หุตฺวา มนุสฺโส’’ติ อตฺตโน ปรมฺปรํ กงฺขติ. สพฺพตฺเถว ปน อทฺธานนฺติ กาลาธิวจนเมตํ, ตญฺจ ภุมฺมตฺเถ อุปโยควจนํ ทฏฺฐพฺพํ.
ภวิสฺสามิ นุ โข, น นุ โขติ สสฺสตาการญฺจ อุจฺเฉทาการญฺจ นิสฺสาย อนาคเต อตฺตโน วิชฺชมานตญฺจ อวิชฺชมานตญฺจ กงฺขติ. เสสเมตฺถ วุตฺตนยเมว.
อหํ นุ โขสฺมีติ อตฺตโน อตฺถิภาวํ กงฺขติ. ยุตฺตํ ปเนตนฺติ? ยุตฺตํ อยุตฺตนฺติ กา เอตฺถ จินฺตา. อปิเจตฺถ อิทํ วตฺถุมฺปิ อุทาหรนฺติ, จูฬมาตาย กิร ปุตฺโต มุณฺโฑ, มหามาตาย ปุตฺโต อมุณฺโฑ. ตํ สุตฺตํ มุณฺเฑสุํ. โส อุฏฺฐาย ‘‘อหํ นุ โข จูฬมาตาย ปุตฺโต’’ติ จินฺเตสิ. เอวํ ‘‘อหํ นุ โขสฺมี’’ติ กงฺขา โหติ.
โน นุ โขสฺมีติ อตฺตโน นตฺถิภาวํ กงฺขติ. ตตฺราปิ อิทํ วตฺถุ – เอโก กิร มจฺเฉ คณฺหนฺโต อุทเก จิรฏฺฐาเนน สีติภูตํ อตฺตโน อูรุํ ‘‘มจฺโฉ’’ติ จินฺเตตฺวา ปหริ. อปโร สุสานปสฺเส เขตฺตํ รกฺขนฺโต ภีโต สงฺกุฏิโต สยิ. โส ปฏิพุชฺฌิตฺวา อตฺตโน ชณฺณุกานิ ‘‘เทฺว ยกฺขา’’ติ จินฺเตตฺวา ปหริ, เอวํ ‘‘โน นุ โขสฺมี’’ติ กงฺขติ.
กึ นุ โขสฺมีติ ขตฺติโยว สมาโน อตฺตโน ขตฺติยภาวํ กงฺขติ กณฺโณ วิย สูตปุตฺตสญฺญี. เอส นโย เสเสสุ. เทโว ปน สมาโน เทวภาวํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ. โสปิ ปน ‘‘อหํ รูปี นุ โข อรูปี นุ โข’’ติอาทินา นเยน กงฺขติ. ขตฺติยาทโย กสฺมา น ชานนฺตีติ เจ? อปฺปจฺจกฺขา เตสํ ตตฺถ ตตฺถ กุเล อุปฺปตฺติ. คหฏฺฐาปิ จ ปาตลิกาทโย ปพฺพชิตสญฺญิโน. ปพฺพชิตาปิ ‘‘กุปฺปํ นุ โข เม กมฺม’’นฺติอาทินา นเยน คหฏฺฐสญฺญิโน. มนุสฺสาปิ จ เอกจฺเจ ราชาโน วิย อตฺตนิ เทวสญฺญิโน โหนฺติ.
กถํ นุ โขสฺมีติ วุตฺตนยเมว. เกวลเญฺหตฺถ อพฺภนฺตเร ชีโว นาม อตฺถีติ คเหตฺวา ตสฺส สณฺฐานาการํ นิสฺสาย ‘‘ทีโฆ นุ โขสฺมิ, รสฺสจตุรสฺสฉฬํสอฏฺฐํสโสฬสํสาทีนํ อญฺญตรปฺปกาโร’’ติ กงฺขนฺโต ‘‘กถํ นุ โขสฺมี’’ติ กงฺขตีติ เวทิตพฺโพ. สรีรสณฺฐานํ ปน ปจฺจุปฺปนฺนํ อชานนฺโต นาม นตฺถิ.
กุโต อาคโต, โส กุหึ คามี ภวิสฺสตีติ อตฺตภาวสฺส อาคติคติฏฺฐานํ กงฺขติ.
วปยนฺตีติ วิอปยนฺติ, อิการโลเปนายํ นิทฺเทโส. พฺยปยนฺตีติ วุตฺตํ โหติ. เตนาห ‘‘วปยนฺติ อปคจฺฉนฺตี’’ติ. อปคมนญฺจ อนุปฺปตฺตินิโรธวเสนาติ อาห ‘‘นิรุชฺฌนฺตี’’ติ.
๓. กทา ปนสฺส โพธิปกฺขิยธมฺมา จตุสจฺจธมฺมา วา ปาตุภวนฺติ อุปฺปชฺชนฺติ ปกาสนฺตีติ? วิปสฺสนามคฺคญาเณสุ ปวตฺตมาเนสุ. ตตฺถ วิปสฺสนาญาเณ ตาว วิปสฺสนาญาณสมฺปยุตฺตา สติอาทโย วิปสฺสนาญาณญฺจ ยถารหํ อตฺตโน อตฺตโน วิสเยสุ ตทงฺคปฺปหานวเสน สุภสญฺญาทิเก ปชหนฺตา กายานุปสฺสนาทิวเสน วิสุํ วิสุํ อุปฺปชฺชนฺติ. มคฺคกฺขเณ ปน เต นิพฺพานมาลมฺพิตฺวา สมุจฺเฉทวเสน ปฏิปกฺเข ปชหนฺตา จตูสุปิ อริยสจฺเจสุ อสมฺโมหปฏิเวธสาธนวเสน สกิเทว อุปฺปชฺชนฺติ. เอวํ ตาเวตฺถ โพธิปกฺขิยธมฺมานํ อุปฺปชฺชนฏฺเฐน ปาตุภาโว เวทิตพฺโพ. อริยสจฺจธมฺมานํ ปน โลกิยานํ วิปสฺสนากฺขเณ วิปสฺสนาย อารมฺมณกรณวเสน โลกุตฺตรานํ ตทธิมุตฺตตาวเสน มคฺคกฺขเณ นิโรธสจฺจสฺส อารมฺมณาภิสมยวเสน สพฺเพสมฺปิ กิจฺจาภิสมยวเสน ปากฏภาวโต ปกาสนฏฺเฐน ปาตุภาโว เวทิตพฺโพ.
อิติ ภควา สติปิ สพฺพากาเรน สพฺพธมฺมานํ อตฺตโน ญาณสฺส ปากฏภาเว ปฏิจฺจสมุปฺปาทมุเขน วิปสฺสนาภินิเวสสฺส กตตฺตา นิปุณคมฺภีรสุทุทฺทสตาย ปจฺจยาการสฺส ตํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา อุปฺปนฺนพลวโสมนสฺโส ปฏิปกฺขสมุจฺเฉทวิภาวเนน สทฺธึ อตฺตโน ตทภิสมยานุภาวทีปกเมเวตฺถ อุทานํ อุทาเนสิ.
‘‘กามา เต ปฐมา เสนา’’ติอาทินา นเยน วุตฺตปฺปการํ มารเสนนฺติ –
‘‘กามา เต ปฐมา เสนา, ทุติยา อรติ วุจฺจติ;
ตติยา ขุปฺปิปาสา เต, จตุตฺถี ตณฺหา ปวุจฺจติ.
‘‘ปญฺจมี ถินมิทฺธํ เต, ฉฏฺฐา ภีรู ปวุจฺจติ;
สตฺตมี วิจิกิจฺฉา เต, มกฺโข ถมฺโภ จ อฏฺฐมา.
‘‘ลาโภ สิโลโก สกฺกาโร, มิจฺฉาลทฺโธ จ โย ยโส;
โย จตฺตานํ สมุกฺกํเส, ปเร จ อวชานติ.
‘‘เอสา นมุจิ เต เสนา, กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี;
น นํ อสูโร ชินาติ, เชตฺวา จ ลภเต สุข’’นฺติ. (สุ. นิ. ๔๓๘-๔๔๑; มหานิ. ๒๘) –
อิมินา นเยน วุตฺตปฺปการํ มารเสนํ.
ตตฺถ (สุ. นิ. อฏฺฐ. ๒.๔๓๙-๔๑; มหานิ. อฏฺฐ. ๒๘) ยสฺมา อาทิโตว อคาริยภูเต สตฺเต วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามา โมหยนฺติ, เต อภิภุยฺย อนคาริยภาวํ อุปคตานํ ปนฺเตสุ วา เสนาสเนสุ อญฺญตรญฺญตเรสุ วา อธิกุสเลสุ ธมฺเมสุ อรติ อุปฺปชฺชติ. วุตฺตมฺปิ เจตํ ‘‘ปพฺพชิเตน โข, อาวุโส, อภิรติ ทุกฺกรา’’ติ (สํ. นิ. ๔.๓๓๑). ตโต เต ปรปฏิพทฺธชีวิกตฺตา ขุปฺปิปาสา พาธติ, ตาย พาธิตานํ ปริเยสน ตณฺหา จิตฺตํ กิลมยติ, อถ เนสํ กิลนฺตจิตฺตานํ ถินมิทฺธํ โอกฺกมติ, ตโต วิเสสมนธิคจฺฉนฺตานํ ทุรภิสมฺภเวสุ อรญฺญวนปตฺเถสุ เสนาสเนสุ วิหรตํ อุตฺราสสญฺญิตา ภีรุ ชายติ, เตสํ อุสฺสงฺกิตปริสงฺกิตานํ ทีฆรตฺตํ วิเวกรสมนสฺสาทยมานานํ วิหรตํ ‘‘น สิยา นุ โข เอส มคฺโค’’ติ ปฏิปตฺติยํ วิจิกิจฺฉา อุปฺปชฺชติ, ตํ วิโนเทตฺวา วิหรตํ อปฺปมตฺตเกน วิเสสาธิคเมน มานมกฺขถมฺภา ชายนฺติ, เตปิ วิโนเทตฺวา วิหรตํ ตโต อธิกตรํ วิเสสาธิคมํ นิสฺสาย ลาภสกฺการสิโลกา อุปฺปชฺชนฺติ, ลาภาทิมุจฺฉิตา ธมฺมปติรูปกานิ ปกาเสนฺตา มิจฺฉายสํ อธิคนฺตฺวา ตตฺถ ฐิตา ชาติอาทีหิ อตฺตานํ อุกฺกํเสนฺติ ปรํ วมฺเภนฺติ, ตสฺมา กามาทีนํ ปฐมเสนาทิภาโว เวทิตพฺโพ.
เอวเมตํ ทสวิธํ เสนํ อุทฺทิสิตฺวา ยสฺมา สา กณฺหธมฺมสมนฺนาคตตฺตา กณฺหสฺส นมุจิโน อุปการาย สํวตฺตติ, ตสฺมา นํ ‘‘ตว เสนา’’ติ นิทฺทิสนฺเตน ‘‘เอสา นมุจิ เต เสนา, กณฺหสฺสาภิปฺปหารินี’’ติ วุตฺตํ. ตตฺถ อภิปฺปหารินีติ สมณพฺราหฺมณานํ ฆาตนี นิปฺโปถนี, อนฺตรายกรีติ อตฺโถ. น นํ อสูโร ชินาติ, เชตฺวา จ ลภเต สุขนฺติ เอวํ ตว เสนํ อสูโร กาเย จ ชีวิเต จ สาเปกฺโข ปุริโส น ชินาติ, สูโร ปน ชินาติ, เชตฺวา จ มคฺคสุขํ ผลสุขญฺจ อธิคจฺฉตีติ อตฺโถ. โสปิ พฺราหฺมโณติ โสปิ ขีณาสวพฺราหฺมโณ.
อิทานิ ‘‘เตน โข ปน สมเยน ภควา สตฺตาหํ เอกปลฺลงฺเกน นิสินฺโน โหติ วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที. อถ โข ภควา ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยน ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา รตฺติยา ปฐมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมํ สาธุกํ มนสากาสิ. รตฺติยา มชฺฌิมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปฏิโลมํ สาธุกํ มนสากาสิ. รตฺติยา ปจฺฉิมํ ยามํ ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ อนุโลมปฏิโลมํ สาธุกํ มนสากาสี’’ติ เอวํ วุตฺตาย อุทานปาฬิยา (อุทา. ๑) อิมิสฺสา จ ขนฺธกปาฬิยา อวิโรธํ ทสฺเสตุํ ‘‘อุทาเน ปนา’’ติอาทิ อารทฺธํ. เอตฺถ ตสฺส วเสนาติ ตสฺส ปจฺจยาการปชานนสฺส ปจฺจยกฺขยาธิคมสฺส จ วเสน. เอเกกเมว โกฏฺฐาสนฺติ อนุโลมปฏิโลเมสุ เอเกกเมว โกฏฺฐาสํ. ปาฏิปทรตฺติยา เอวํ มนสากาสีติ รตฺติยา ตีสุปิ ยาเมสุ อนุโลมปฏิโลมํเยว มนสากาสิ. ภควา กิร ฐเปตฺวา รตนฆรสตฺตาหํ เสเสสุ ฉสุ สตฺตาเหสุ อนฺตรนฺตรา ธมฺมํ ปจฺจเวกฺขิตฺวา เยภุยฺเยน วิมุตฺติสุขปฏิสํเวที วิหาสิ, รตนฆรสตฺตาเห ปน อภิธมฺมปวิจยวเสเนว วิหาสิ. ตสฺมา อนฺตรนฺตรา ธมฺมปจฺจเวกฺขณวเสน อุปฺปาทิตมนสิกาเรสุ ปาฏิปทรตฺติยา อุปฺปาทิตํ มนสิการํ สนฺธาย อิมิสฺสํ ขนฺธกปาฬิยํ เอวํ วุตฺตนฺติ อธิปฺปาโย.
โพธิกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อชปาลกถาวณฺณนา
๔. ตสฺส สตฺตาหสฺส อจฺจเยนาติ ปลฺลงฺกสตฺตาหสฺส อปคมเนน. ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวาติ ตโต อรหตฺตผลสมาปตฺติสมาธิโต ยถากาลปริจฺเฉทํ วุฏฺฐหิตฺวา. อญฺเญปิ พุทฺธตฺตกราติ วิสาขปุณฺณมิโต ปฏฺฐาย รตฺตินฺทิวํ เอวํ นิจฺจสมาหิตภาวเหตุภูตานํ พุทฺธคุณานํ อุปริ อญฺเญปิ พุทฺธตฺตสาธกา. ‘‘อยํ พุทฺโธ’’ติ พุทฺธภาวสฺส ปเรสํ วิภาวนา ธมฺมา กึ นุ โข สนฺตีติ โยชนา. เอกจฺจานํ เทวตานนฺติ ยา อธิคตมคฺคา สจฺฉิกตนิโรธา เอกปเทเสน พุทฺธคุเณ ชานนฺติ, ตา ฐเปตฺวา ตทญฺญาสํ เทวตานํ. อนิมิเสหีติ ธมฺมปีติวิปฺผารวเสน ปสาทวิภาวนิจฺจลทลตาย นิเมสรหิเตหิ. รตนจงฺกเมติ เทวตาหิ มาปิเต รตนมยจงฺกเม. ‘‘รตนภูตานํ สตฺตนฺนํ ปกรณานํ ตตฺถ จ อนุตฺตรสฺส ธมฺมรตนสฺส สมฺมสเนน ตํ ฐานํ รตนฆรเจติยํ นาม ชาต’’นฺติปิ วทนฺติ. เตเนว อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) ‘‘รตนฆรํ นาม น รตนมยํ เคหํ, สตฺตนฺนํ ปน ปกรณานํ สมฺมสิตฏฺฐานํ รตนฆรนฺติ เวทิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
กสฺมา ปนายํ อชปาลนิโคฺรโธ นาม ชาโตติ อาห ‘‘ตสฺส กิรา’’ติอาทิ. เกจิ ปน ‘‘ยสฺมา ตตฺถ เวเท สชฺฌายิตุํ อสมตฺถา มหลฺลกพฺราหฺมณา ปาการปริกฺเขปยุตฺตานิ นิเวสนานิ กตฺวา สพฺเพ วสึสุ, ตสฺมาสฺส ‘อชปาลนิโคฺรโธ’ติ นามํ ชาต’’นฺติ วทนฺติ. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – น ชปนฺตีติ อชปา, มนฺตานํ อนชฺฌายกาติ อตฺโถ. อชปา ลนฺติ อาทิยนฺติ นิวาสํ เอตฺถาติ อชปาโลติ. อปเร ปน วทนฺติ ‘‘ยสฺมา มชฺฌนฺหิเก สมเย อนฺโต ปวิฏฺเฐ อเช อตฺตโน ฉายาย ปาเลติ รกฺขติ, ตสฺมา ‘อชปาโล’ติสฺส นามํ รุฬฺห’’นฺติ. สพฺพถาปิ นามเมตํ ตสฺส รุกฺขสฺส.
วิมุตฺติสุขํ ปฏิสํเวเทนฺโตติ ธมฺมํ วิจินนฺโตเยว อนฺตรนฺตรา วิมุตฺติสุขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺโต. ‘‘ธมฺมํ วิจินนฺโต วิมุตฺติสุขญฺจ ปฏิสํเวเทนฺโต’’ติ เอวํ วา เอตฺถ ปาโฐ คเหตพฺโพ. อุทานฏฺฐกถายมฺปิ (อุทา. อฏฺฐ. ๔) หิ อยเมว ปาโฐ. ธมฺมํ วิจินนฺโต เจตฺถ เอวํ อภิธมฺเม นยมคฺคํ สมฺมสิ ปฐมํ ธมฺมสงฺคณีปกรณํ นาม, ตโต วิภงฺคปฺปกรณํ, ธาตุกถาปกรณํ, ปุคฺคลปญฺญตฺติปฺปกรณํ, กถาวตฺถุํ นาม, ยมกํ นาม, ตโต มหาปกรณํ ปฏฺฐานํ นามาติ. ตตฺถสฺส สณฺหสุขุมฏฺฐานมฺหิ จิตฺเต โอติณฺเณ ปีติ อุปฺปชฺชิ, ปีติยา อุปฺปนฺนาย โลหิตํ ปสีทิ, โลหิเต ปสนฺเน ฉวิ ปสีทิ, ฉวิยา ปสนฺนาย ปุรตฺถิมกายโต กูฏาคาราทิปฺปมาณา รสฺมิโย อุฏฺฐหิตฺวา อากาเส ปกฺขนฺทํ ฉทฺทนฺตนาคกุลํ วิย ปาจีนทิสาย อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ ปกฺขนฺทา. ปจฺฉิมกายโต อุฏฺฐหิตฺวา ปจฺฉิมทิสาย, ทกฺขิณํสกูฏโต อุฏฺฐหิตฺวา ทกฺขิณทิสาย, วามํสกูฏโต อุฏฺฐหิตฺวา อุตฺตรทิสาย อนนฺตานิ จกฺกวาฬานิ ปกฺขนฺทา. ปาทตเลหิ ปวาฬงฺกุรวณฺณา รสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา มหาปถวึ วินิพฺพิชฺฌ อุทกํ ทฺวิธา ภินฺทิตฺวา วาตกฺขนฺธํ ปทาเลตฺวา อชฏากาสํ ปกฺขนฺทา. สีสโต สํปริวตฺติยมานํ มณิทามํ วิย นีลวณฺณรสฺมิวฏฺฏิ อุฏฺฐหิตฺวา ฉ เทวโลเก วินิวิชฺฌิตฺวา นว พฺรหฺมโลเก อติกฺกมฺม อชฏากาสํ ปกฺขนฺทา. ตสฺมึ ทิวเส อปริมาเณสุ จกฺกวาเฬสุ อปริมาณา สตฺตา สพฺเพ สุวณฺณวณฺณาว อเหสุํ. ตํ ทิวสญฺจ ปน ภควโต สรีรา นิกฺขนฺตา ยาวชฺชทิวสาปิ กิร ตา รสฺมิโย อนนฺตโลกธาตุโย คจฺฉนฺติเยว. น เกวลญฺจ อิมสฺมึเยว สตฺตาเห ธมฺมํ วิจินนฺตสฺส สรีรโต รสฺมิโย นิกฺขมึสุ, อถ โข รตนฆรสตฺตาเหปิ ปฏฺฐานํ สมฺมสนฺตสฺส เอวเมว สรีรโต รสฺมิโย นิกฺขนฺตา เอวาติ เวทิตพฺพํ.
วุตฺตเญฺหตํ อฏฺฐสาลินิยํ (ธ. ส. อฏฺฐ. นิทานกถา) –
‘‘อิเมสุ จ เอกวีสติยา ทิวเสสุ เอกทิวเสปิ สตฺถุ สรีรโต รสฺมิโย น นิกฺขนฺตา, จตุตฺเถ ปน สตฺตาเห ปจฺฉิมุตฺตราย ทิสาย รตนฆเร นิสีทิ. ตตฺถ ธมฺมสงฺคณึ สมฺมสนฺตสฺสปิ สรีรโต รสฺมิโย น นิกฺขนฺตา. วิภงฺคปฺปกรณํ, ธาตุกถํ, ปุคฺคลปญฺญตฺตึ, กถาวตฺถุปฺปกรณํ, ยมกปฺปกรณํ สมฺมสนฺตสฺสปิ รสฺมิโย น นิกฺขนฺตา. ยทา ปน มหาปกรณํ โอรุยฺห ‘เหตุปจฺจโย อารมฺมณปจฺจโย…เป… อวิคตปจฺจโย’ติ สมฺมสนํ อารภิ, อถสฺส จตุวีสติสมนฺตปฏฺฐานํ สมฺมสนฺตสฺส เอกนฺตโต สพฺพญฺญุตญฺญาณํ มหาปกรเณ โอกาสํ ลภิ. ยถา หิ ติมิรปิงฺคลมหามจฺโฉ จตุราสีติโยชนสหสฺสคมฺภีเร มหาสมุทฺเทเยว โอกาสํ ลภติ, เอวเมว สพฺพญฺญุตญฺญาณํ เอกนฺตโต มหาปกรเณเยว โอกาสํ ลภิ.
‘‘สตฺถุ เอวํ ลทฺโธกาเสน สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ยถาสุขํ สณฺหสุขุมธมฺมํ สมฺมสนฺตสฺส สรีรโต นีลปีตโลหิโตทาตมญฺชิฏฺฐปภสฺสรวเสน ฉพฺพณฺณรสฺมิโย นิกฺขมึสุ. เกสมสฺสูหิ เจว อกฺขีนญฺจ นีลฏฺฐาเนหิ นีลรสฺมิโย นิกฺขมึสุ, ยาสํ วเสน คคนตลํ อญฺชนจุณฺณสโมกิณฺณํ วิย อุมาปุปฺผนีลุปฺปลทลสญฺฉนฺนํ วิย วีติปตนฺตมณิตาลวณฺฏํ วิย สมฺปสาริตเมจกปฏํ วิย จ อโหสิ. ฉวิโต เจว อกฺขีนญฺจ ปีตฏฺฐาเนหิ ปีตรสฺมิโย นิกฺขมึสุ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา สุวณฺณรสนิสิญฺจมานา วิย สุวณฺณปฏปสาริตา วิย กุงฺกุมจุณฺณกณิการปุปฺผสมฺปริกิณฺณา วิย จ วิโรจึสุ. มํสโลหิเตหิ เจว อกฺขีนญฺจ รตฺตฏฺฐาเนหิ โลหิตรสฺมิโย นิกฺขมึสุ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา จีนปิฏฺฐจุณฺณรญฺชิตา วิย สุปกฺกลาขารสนิสิญฺจมานา วิย รตฺตกมฺพลปริกฺขิตฺตา วิย ชยสุมนปาริพทฺธกพนฺธุชีวกกุสุมสมฺปริกิณฺณา วิย จ วิโรจึสุ. อฏฺฐีหิ เจว ทนฺเตหิ จ อกฺขีนญฺจ เสตฏฺฐาเนหิ โอทาตรสฺมิโย นิกฺขมึสุ, ยาสํ วเสน ทิสาภาคา รชตกุเฏหิ อาสิญฺจมานขีรธาราสมฺปริกิณฺณา วิย ปสาริตรชตปฏวิตานา วิย วีติปตนฺตรชตตาลวณฺฏา วิย กุนฺทกุมุทสินฺธุวารสุมนมลฺลิกาทิกุสุมสญฺฉนฺนา วิย จ วิโรจึสุ. มญฺชิฏฺฐปภสฺสรา ปน ตมฺหา ตมฺหา สรีรปฺปเทสา นิกฺขมึสุ. อิติ ตา ฉพฺพณฺณรสฺมิโย นิกฺขมิตฺวา ฆนมหาปถวึ คณฺหึสุ.
‘‘จตุนหุตาธิกทฺวิโยชนสตสหสฺสพหลา มหาปถวี นิทฺธนฺตสุวณฺณปิณฺฑิ วิย อโหสิ. ปถวึ ภินฺทิตฺวา เหฏฺฐา อุทกํ คณฺหึสุ. ปถวีสนฺธารกํ อฏฺฐนหุตาธิกจตุโยชนสตสหสฺสพหลํ อุทกํ สุวณฺณกลเสหิ อาสิญฺจมานวิลีนสุวณฺณํ วิย อโหสิ. อุทกํ วินิวิชฺฌิตฺวา วาตํ อคฺคเหสุํ. ฉนฺนวุตาธิกนวโยชนสตสหสฺสพหโล วาโต สมุสฺสิตสุวณฺณกฺขนฺโธ วิย อโหสิ. วาตํ วินิวิชฺฌิตฺวา เหฏฺฐา อชฏากาสํ ปกฺขนฺทึสุ. อุปริภาเคน อุคฺคนฺตฺวาปิ จตุมหาราชิเก คณฺหึสุ. เต วินิวิชฺฌิตฺวา ตาวตึเส, ตโต ยาเม, ตโต ตุสิเต, ตโต นิมฺมานรตี, ตโต ปรนิมฺมิตวสวตฺตี, ตโต นว พฺรหฺมโลเก, ตโต เวหปฺผเล, ตโต ปญฺจ สุทฺธาวาเส วินิวิชฺฌิตฺวา จตฺตาโร อารุปฺเป คณฺหึสุ. จตฺตาโร จ อารุปฺเป วินิวิชฺฌิตฺวา อชฏากาสํ ปกฺขนฺทึสุ.
‘‘ติริยภาเคหิ อนนฺตา โลกธาตุโย ปกฺขนฺทึสุ, เอตฺตเก ฐาเน จนฺทมฺหิ จนฺทปฺปภา นตฺถิ, สูริเย สูริยปฺปภา นตฺถิ, ตารกรูเปสุ ตารกรูปปฺปภา นตฺถิ, เทวตานํ อุยฺยานวิมานกปฺปรุกฺเขสุ สรีเร อาภรเณสูติ สพฺพตฺถ ปภา นตฺถิ. ติสหสฺสิมหาสหสฺสิโลกธาตุยา อาโลกผรณสมตฺโถ มหาพฺรหฺมาปิ สูริยุคฺคมเน ขชฺโชปนโก วิย อโหสิ, จนฺทสูริยตารกรูปเทวตุยฺยานวิมานกปฺปรุกฺขานํ ปริจฺเฉทมตฺตกเมว ปญฺญายิตฺถ. เอตฺตกํ ฐานํ พุทฺธรสฺมีหิเยว อชฺโฌตฺถฏํ อโหสิ. อยญฺจ เนว พุทฺธานํ อธิฏฺฐานิทฺธิ, น ภาวนามยิทฺธิ. สณฺหสุขุมธมฺมํ ปน สมฺมสโต โลกนาถสฺส โลหิตํ ปสีทิ, วตฺถุรูปํ ปสีทิ, ฉวิวณฺโณ ปสีทิ. จิตฺตสมุฏฺฐานา วณฺณธาตุ สมนฺตา อสีติหตฺถมตฺเต ปเทเส นิจฺจลา อฏฺฐาสี’’ติ.
เอวํ นิสินฺเนติ ตมฺหา สมาธิมฺหา วุฏฺฐหิตฺวา นิสินฺเน. เอโก พฺราหฺมโณติ นามโคตฺตวเสน อนภิญฺญาโต อปากโฏ เอโก พฺราหฺมโณ. ‘‘หุํ หุ’’นฺติ กโรนฺโต วิจรตีติ สพฺพํ อโจกฺขชาติกํ ปสฺสิตฺวา ชิคุจฺฉนฺโต ‘‘หุํ หุ’’นฺติ กโรนฺโต วิจรติ. เอตทโวจาติ (อุทา. อฏฺฐ. ๔) เอตํ อิทานิ วตฺตพฺพํ ‘‘กิตฺตาวตา นุ โข’’ติอาทิวจนํ อโวจ. ตตฺถ กิตฺตาวตาติ กิตฺตเกน ปมาเณน. นุ-ติ สํสยตฺเถ นิปาโต, โข-ติ ปทปูรเณ. โภ-ติ พฺราหฺมณานํ ชาติสมุทาคตํ อาลปนํ. ตถา หิ วุตฺตํ ‘‘โภวาทิ นาม โส โหติ, สเจ โหติ สกิญฺจโน’’ติ (ธ. ป. ๓๙๖; สุ. นิ. ๖๒๕). โคตมาติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. กถํ ปนายํ พฺราหฺมโณ สมฺปติ สมาคโต ภควโต โคตฺตํ ชานาตีติ? นายํ สมฺปติ สมาคโต, ฉพฺพสฺสานิ ปธานกรณกาเล อุปฏฺฐหนฺเตหิ ปญฺจวคฺคิเยหิ สทฺธึ จรมาโน อปรภาเค ตํ วตํ ฉฑฺเฑตฺวา อุรุเวลายํ เสนนิคเม เอโก อทุติโย หุตฺวา ปิณฺฑาย จรมาโนปิ เตน พฺราหฺมเณน ทิฏฺฐปุพฺโพ เจว สลฺลปิตปุพฺโพ จ, เตน โส ปุพฺเพ ปญฺจวคฺคิเยหิ คยฺหมานํ ภควโต โคตฺตํ อนุสฺสรนฺโต ‘‘โภ โคตมา’’ติ ภควนฺตํ โคตฺเตน อาลปติ. ยโต ปฏฺฐาย วา ภควา มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต อโนมานทีตีเร ปพฺพชิ, ตโต ปภุติ ‘‘สมโณ โคตโม’’ติ จนฺโท วิย สูริโย วิย ปากโฏ ปญฺญาโต โหติ, น จ ตสฺส โคตฺตชานเน การณํ คเวสิตพฺพํ. พฺราหฺมณกรณาติ พฺราหฺมณํ กโรนฺตีติ พฺราหฺมณกรณา, พฺราหฺมณภาวกราติ อตฺโถ. เอตฺถ จ ‘‘กิตฺตาวตา’’ติ เอเตน เยหิ ธมฺเมหิ พฺราหฺมโณ โหติ, เตสํ ธมฺมานํ ปริมาณํ ปุจฺฉติ. ‘‘กตเม’’ติ ปน อิมินา เตสํ สรูปํ ปุจฺฉติ.
อุทานํ อุทาเนสีติ ‘‘โย พฺราหฺมโณ’’ติอาทิกํ อุทานํ อุทาเนสิ, น ปน ตสฺส พฺราหฺมณสฺส ธมฺมํ เทเสสิ. กสฺมา? ธมฺมเทสนาย อภาชนภาวโต. ตถา หิ ตสฺส พฺราหฺมณสฺส อิมํ คาถํ สุตฺวา น สจฺจาภิสมโย อโหสิ. ยถา จ อิมสฺส, เอวํ อุปกสฺส อาชีวกสฺส พุทฺธคุณปฺปกาสนํ สุตฺวา. ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนโต หิ ปุพฺพภาเค ภควตา ภาสิตํ ปเรสํ สุณนฺตานมฺปิ ตปุสฺสภลฺลิกานํ สรณทานํ วิย วาสนาภาคิยเมว ชาตํ, น อเสกฺขภาคิยํ วา นิพฺเพธภาคิยํ วา. เอสา หิ ธมฺมตาติ. เวเทหิ วา อนฺตนฺติ เอตฺถ อนฺตํ นาม สพฺพสงฺขารปริโยสานํ นิพฺพานํ. อิเม อุสฺสทา นตฺถีติ สพฺพโส อิเม ปหีนตฺตา น สนฺติ.
อชปาลกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
มุจลินฺทกถาวณฺณนา
๕. มุจลินฺทมูเลติ (อุทา. อฏฺฐ. ๑๑) เอตฺถ มุจลินฺโท วุจฺจติ นีปรุกฺโข, โย ‘‘นิจุโล’’ติปิ วุจฺจติ, ตสฺส สมีเปติ อตฺโถ. เกจิ ปน ‘‘มุจโลติ ตสฺส รุกฺขสฺส นามํ, วนเชฏฺฐกตาย ปน มุจลินฺโทติ วุตฺต’’นฺติ วทนฺติ. อุทปาทีติ สกลจกฺกวาฬคพฺภํ ปูเรนฺโต มหาเมโฆ อุทปาทิ. เอวรูโป กิร เมโฆ ทฺวีสุเยว กาเลสุ วสฺสติ จกฺกวตฺติมฺหิ วา อุปฺปนฺเน พุทฺเธ วา, อิธ พุทฺธุปฺปาทกาเล อุทปาทิ. โปกฺขรณิยา นิพฺพตฺโตติ โปกฺขรณิยา เหฏฺฐา นาคภวนํ อตฺถิ, ตตฺถ นิพฺพตฺโต. สกภวนาติ อตฺตโน นาคภวนโต. เอวํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวาติ สตฺต วาเร อตฺตโน สรีรโภเคหิ ภควโต กายํ ปริวาเรตฺวา. อุปริมุทฺธนิ มหนฺตํ ผณํ วิหจฺจาติ ภควโต มุทฺธปฺปเทสสฺส อุปริ อตฺตโน มหนฺตํ ผณํ ปสาเรตฺวา. ‘‘ผณํ กริตฺวา’’ติปิ ปาโฐ, โสเยวตฺโถ.
ตสฺส กิร นาคราชสฺส เอตทโหสิ ‘‘ภควา จ มยฺหํ ภวนสมีเป รุกฺขมูเล นิสินฺโน, อยญฺจ สตฺตาหวทฺทลิกา วตฺตติ, วาสาคารมสฺส ลทฺธุํ วฏฺฏตี’’ติ. โส สตฺตรตนมยํ ปาสาทํ นิมฺมินิตุํ สกฺโกนฺโตปิ ‘‘เอวํ กเต กายสาโร คหิโต น ภวิสฺสติ, ทสพลสฺส กายเวยฺยาวจฺจํ กริสฺสามี’’ติ มหนฺตํ อตฺตภาวํ กตฺวา สตฺถารํ สตฺตกฺขตฺตุํ โภเคหิ ปริกฺขิปิตฺวา อุปริ ผณํ ธาเรสิ. ‘‘ตสฺส ปริกฺเขปพฺภนฺตรํ โลหปาสาเท ภณฺฑาคารคพฺภปฺปมาณํ อโหสี’’ติ อิธ วุตฺตํ. มชฺฌิมฏฺฐกถายํ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๔) ปน –
‘‘ปริกฺเขปสฺส อนฺโต โอกาโส เหฏฺฐา โลหปาสาทปฺปมาโณ อโหสิ, ‘อิจฺฉิติจฺฉิเตน อิริยาปเถน สตฺถา วิหริสฺสตี’ติ นาคราชสฺส อชฺฌาสโย อโหสิ, ตสฺมา เอวํ มหนฺตํ โอกาสํ ปริกฺขิปิ, มชฺเฌ รตนปลฺลงฺโก ปญฺญตฺโต โหติ, อุปริ สุวณฺณตารกวิจิตฺตํ สโมสริตคนฺธทามกุสุมเจลวิตานํ อโหสิ, จตูสุ โกเณสุ คนฺธเตเลน ทีปา ชลิตา, จตูสุ ทิสาสุ วิวริตฺวา จนฺทนกรณฺฑกา ฐปิตา’’ติ –
วุตฺตํ. อิจฺฉิติจฺฉิเตน อิริยาปเถน วิหริสฺสตีติ จ นาคราชสฺส อชฺฌาสยมตฺตเมตํ, ภควา ปน ยถานิสินฺโนว สตฺตาหํ วีตินาเมสิ.
กิญฺจาปิ…เป… จินฺเตตุํ ยุตฺตนฺติ เอตฺถ เกจิ วทนฺติ ‘‘อุณฺหคฺคหณํ โภคปริกฺเขปสฺส วิปุลภาวกรเณ การณกิตฺตนํ. ขุทฺทเก หิ ตสฺมึ ภควนฺตํ นาคราชสฺส สรีรสมฺภูตา อุสฺมา พาเธยฺย, วิปุลภาวกรเณน ปน ตาทิสํ มา อุณฺหํ พาธยิตฺถา’’ติ. สอุปสคฺคปทสฺส อตฺโถ อุปสคฺเคน วินาปิ วิญฺญายตีติ อาห ‘‘วิทฺธนฺติ อุพฺพิทฺธ’’นฺติ, สา จสฺส อุพฺพิทฺธตา อุปกฺกิเลสวิคเมน ทูรภาเวน อุปฏฺฐานนฺติ อาห ‘‘เมฆวิคเมน ทูรีภูต’’นฺติ. อินฺทนีลมณิ วิย ทิพฺพติ โชตตีติ เทโว, อากาโส. วิทิตฺวาติ ‘‘อิทานิ วิคตวลาหโก อากาโส, นตฺถิ ภควโต สีตาทิอุปทฺทโว’’ติ ญตฺวา. วินิเวเฐตฺวาติ อปเนตฺวา. อตฺตโน รูปนฺติ อตฺตโน นาครูปํ. ปฏิสํหริตฺวาติ อนฺตรธาเปตฺวา. มาณวกวณฺณนฺติ กุมารกรูปํ.
เอตมตฺถํ วิทิตฺวาติ ‘‘วิเวกสุขปฏิสํเวทิโน ยตฺถ กตฺถจิ สุขเมว โหตี’’ติ เอตํ อตฺถํ สพฺพากาเรน ชานิตฺวา. อิมํ อุทานนฺติ อิมํ วิเวกสุขานุภาวทีปกํ อุทานํ อุทาเนสิ. สุตธมฺมสฺสาติ วิสฺสุตธมฺมสฺส. เตนาห ‘‘ปกาสิตธมฺมสฺสา’’ติ. อกุปฺปนภาโวติ อกุปฺปนสภาโว.
มุจลินฺทกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ราชายตนกถาวณฺณนา
๖. โอสธหรีตกํ อุปเนสีติ น เกวลํ โอสธหรีตกเมว, ทนฺตกฏฺฐมฺปิ อุปเนสิ. ปจฺจคฺเฆติ เอตฺถ ปุริมํ อตฺถวิกปฺปํ เกจิ น อิจฺฉนฺติ, เตเนว อาจริยธมฺมปาลตฺเถเรน วุตฺตํ ‘‘ปจฺจคฺเฆติ อภินเว. ปจฺเจกํ มหคฺฆตาย ปจฺจคฺเฆติ เกจิ, ตํ น สุนฺทรํ. น หิ พุทฺธา ภควนฺโต มหคฺฆํ ปฏิคฺคณฺหนฺติ ปริภุญฺชนฺติ วา’’ติ.
ราชายตนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา
๗. อาจิณฺณสมาจิณฺโณติ อาจริโต เจว อาจรนฺเตหิ จ สมฺมเทว อาจริโตติ อตฺโถ. เอเตน อยํ ปริวิตกฺโก สพฺพพุทฺธานํ ปฐมาภิสมฺโพธิยํ อุปฺปชฺชเตวาติ อยเมตฺถ ธมฺมตาติ ทสฺเสติ. คมฺภีโรปิ ธมฺโม ปฏิปกฺขวิธมเนน สุปากโฏ ภเวยฺย, ปฏิปกฺขวิธมนํ ปน สมฺมาปฏิปตฺติปฏิพทฺธํ, สา สทฺธมฺมสวนาธีนา, ตํ สตฺถริ ธมฺเม จ ปสาทายตฺตํ. โส วิเสสโต โลเก สมฺภาวนียสฺส ครุกาตพฺพสฺส อภิปตฺถนาเหตุโกติ ปรมฺปราย สตฺตานํ ธมฺมสมฺปฏิปตฺติยา พฺรหฺมุโน ยาจนานิมิตฺตนฺติ ตํ ทสฺเสนฺโต ‘‘พฺรหฺมุนา ยาจิเต เทเสตุกามตายา’’ติอาทิมาห.
อธิคโตติ ปฏิวิทฺโธ, สยมฺภูญาเณน ‘‘อิทํ ทุกฺข’’นฺติอาทินา ยถาภูตํ อวพุทฺโธติ อตฺโถ. ธมฺโมติ จตุสจฺจธมฺโม ตพฺพินิมุตฺตสฺส ปฏิวิชฺฌิตพฺพธมฺมสฺส อภาวโต. คมฺภีโรติ มหาสมุทฺโท วิย มกสตุณฺฑสูจิยา อญฺญตฺร สมุปจิตปริปกฺกญาณสมฺภาเรหิ อญฺเญสํ ญาเณน อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ. คมฺภีรตฺตาว ทุทฺทโส ทุกฺเขน ทฏฺฐพฺโพ, น สกฺกา สุเขน ทฏฺฐุํ. โย หิ อลพฺภเนยฺยปติฏฺโฐ, โส โอคาหิตุํ อสกฺกุเณยฺยตาย สรูปโต จ วิเสสโต จ สุเขน ปสฺสิตุํ น สกฺกา, อถ โข กิจฺเฉน เกนจิ กทาจิเทว ทฏฺฐพฺโพ. ทุทฺทสตฺตาว ทุรนุโพโธ ทุกฺเขน อวพุชฺฌิตพฺโพ, น สกฺกา สุเขน อวพุชฺฌิตุํ. ยญฺหิ ทฏฺฐุเมว น สกฺกา, ตสฺส โอคาเหตฺวา อนุพุชฺฌเน กถา เอว นตฺถิ อวโพธสฺส ทุกฺกรภาวโต. อิมสฺมึ ฐาเน ‘‘ตํ กึ มญฺญถ, ภิกฺขเว, กตมํ นุ โข ทุกฺกรตรํ วา ทุรภิสมฺภวตรํ วา’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๑๑๕) สุตฺตปทํ วตฺตพฺพํ.
สนฺโตติ อนุปสนฺตสภาวานํ กิเลสานํ สงฺขารานญฺจ อภาวโต วูปสนฺตสพฺพปริฬาหตาย สนฺโต นิพฺพุโต, สนฺตารมฺมณตาย วา สนฺโต. เอตฺถ จ นิโรธสจฺจํ สนฺตํ อารมฺมณนฺติ สนฺตารมฺมณํ, มคฺคสจฺจํ สนฺตํ สนฺตารมฺมณญฺจาติ สนฺตารมฺมณํ. ปธานภาวํ นีโตติ ปณีโต. อถ วา ปณีโตติ อติตฺติกรณฏฺเฐน อตปฺปโก สาทุรสโภชนํ วิย. สนฺตปณีตภาเวเนว เจตฺถ อเสจนกตาย อตปฺปกตา ทฏฺฐพฺพา. อิทญฺหิ ทฺวยํ โลกุตฺตรเมว สนฺธาย วุตฺตํ. อตกฺกาวจโรติ อุตฺตมญาณวิสยตฺตา ตกฺเกน อวจริตพฺโพ โอคาหิตพฺโพ น โหติ, ญาเณเนว อวจริตพฺโพ. ตโต เอว นิปุณญาณโคจรตาย สณฺหสุขุมสภาวตฺตา จ นิปุโณ สโณฺห. ปณฺฑิตเวทนีโยติ พาลานํ อวิสยตฺตา สมฺมาปฏิปทํ ปฏิปนฺเนหิ ปณฺฑิเตหิ เอว เวทิตพฺโพ.
อลฺลียนฺติ อภิรมิตพฺพฏฺเฐน เสวิยนฺตีติ อาลยา, ปญฺจ กามคุณาติ อาห ‘‘สตฺตา ปญฺจกามคุเณ อลฺลียนฺติ, ตสฺมา เต อาลยาติ วุจฺจนฺตี’’ติ. ตตฺถ ปญฺจกามคุเณ อลฺลียนฺตีติ ปญฺจกามคุเณ เสวนฺตีติ อตฺโถ. เตติ ปญฺจ กามคุณา. รมนฺตีติ รตึ วินฺทนฺติ กีฬนฺติ ลฬนฺติ. อาลียนฺติ อภิรมณวเสน เสวนฺตีติ อาลยา, อฏฺฐสตํ ตณฺหาวิจริตานิ, เตหิ อาลเยหิ รมนฺตีติ อาลยรามาติ เอวมฺเปตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อิเม หิ สตฺตา ยถา กามคุเณ, เอวํ ราคมฺปิ อสฺสาเทนฺติ อภินนฺทนฺติเยว. ยเถว หิ สุสชฺชิตปุปฺผผลภริตรุกฺขาทิสมฺปนฺนํ อุยฺยานํ ปวิฏฺโฐ ราชา ตาย ตาย สมฺปตฺติยา รมติ, สมฺมุทิโต อาโมทิตปโมทิโต โหติ, น อุกฺกณฺฐติ, สายมฺปิ นิกฺขมิตุํ น อิจฺฉติ, เอวมิเมหิ กามาลยตณฺหาลเยหิ สตฺตา รมนฺติ, สํสารวฏฺเฏ สมฺโมทิตา อนุกฺกณฺฐิตา วสนฺติ. เตน เนสํ ภควา ทุวิธมฺปิ อาลยํ อุยฺยานภูมึ วิย ทสฺเสนฺโต ‘‘อาลยรามา’’ติอาทิมาห. รตาติ นิรตา. สุฏฺฐุ มุทิตาติ อติวิย มุทิตา อนุกฺกณฺฐนโต.
ฐานํ สนฺธายาติ ฐานสทฺทํ สนฺธาย. อตฺถโต ปน ฐานนฺติ จ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท เอว อธิปฺเปโต. ติฏฺฐติ เอตฺถ ผลํ ตทายตฺตวุตฺติตายาติ ฐานํ, สงฺขาราทีนํ ปจฺจยภูตา อวิชฺชาทโย. อิเมสํ สงฺขาราทีนํ ปจฺจยาติ อิทปฺปจฺจยา, อวิชฺชาทโยว. อิทปฺปจฺจยา เอว อิทปฺปจฺจยตา ยถา เทโว เอว เทวตา. อิทปฺปจฺจยานํ วา อวิชฺชาทีนํ อตฺตโน ผลํ ปฏิจฺจ ปจฺจยภาโว อุปฺปาทนสมตฺถตา อิทปฺปจฺจยตา. เตน สมตฺถปจฺจยลกฺขโณ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท ทสฺสิโต โหติ. ปฏิจฺจ สมุปฺปชฺชติ ผลํ เอตสฺมาติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโท. ปททฺวเยนปิ ธมฺมานํ ปจฺจยฏฺโฐ เอว วิภาวิโต. สงฺขาราทิปจฺจยานญฺหิ อวิชฺชาทีนํ เอตํ อธิวจนํ อิทปฺปจฺจยตาปฏิจฺจสมุปฺปาโทติ. สพฺพสงฺขารสมโถติอาทิ สพฺพํ อตฺถโต นิพฺพานเมว. ยสฺมา หิ ตํ อาคมฺม ปฏิจฺจ อริยมคฺคสฺส อารมฺมณปจฺจยภาวเหตุ สพฺพสงฺขารวิปฺผนฺทิตานิ สมฺมนฺติ วูปสมฺมนฺติ, ตสฺมา ‘‘สพฺพสงฺขารสมโถ’’ติ วุจฺจติ. สพฺพสงฺขตวิสํยุตฺเต หิ นิพฺพาเน สงฺขารวูปสมปริยาโย ญายาคโตเยวาติ. อิทํ ปเนตฺถ นิพฺพจนํ – สพฺเพ สงฺขารา สมฺมนฺติ เอตฺถาติ สพฺพสงฺขารสมโถติ.
ยสฺมา จ ตํ อาคมฺม สพฺเพ อุปธโย ปฏินิสฺสฏฺฐา สมุจฺเฉทวเสน ปริจฺจตฺตา โหนฺติ, อฏฺฐสตปฺปเภทา สพฺพาปิ ตณฺหา ขียนฺติ, สพฺเพ กิเลสราคา วิรชฺชนฺติ, ชรามรณาทิเภทํ สพฺพํ วฏฺฏทุกฺขํ นิรุชฺฌติ, ตสฺมา ‘‘สพฺพูปธิปฏินิสฺสคฺโค ตณฺหากฺขโย วิราโค นิโรโธ’’ติ วุจฺจติ, ยา ปเนสา ตณฺหา เตน เตน ภเวน ภวนฺตรํ ภวนิกนฺติภาเวน วินติ สํสิพฺพติ, ผเลน วา สทฺธึ กมฺมํ วินติ สํสิพฺพตีติ กตฺวา วานนฺติ วุจฺจติ, ตโต นิกฺขนฺตํ วานโตติ นิพฺพานํ. กิลมโถติ กายกิลมโถ. วิเหสาปิ กายวิเหสาเยว, จิตฺเต ปน อุภยมฺเปตํ พุทฺธานํ นตฺถิ โพธิมูเลเยว สมุจฺฉินฺนตฺตา. เอตฺถ จ จิรนิสชฺชาจิรภาสเนหิ ปิฏฺฐิอาคิลายนตาลุคลโสสาทิวเสน กายกิลมโถ เจว กายวิเหสา จ เวทิตพฺพา, สา จ โข เทสนาย อตฺถํ อชานนฺตานญฺจ อปฺปฏิปชฺชนฺตานญฺจ วเสน. ชานนฺตานํ ปน ปฏิปชฺชนฺตานญฺจ เทสนาย กายปริสฺสโมปิ สตฺถุ อปริสฺสโมว, เตนาห ภควา ‘‘น จ มํ ธมฺมาธิกรณํ วิเหเสตี’’ติ. เตเนว วุตฺตํ ‘‘ยา อชานนฺตานํ เทสนา นาม, โส มม กิลมโถ อสฺสา’’ติ.
อปิสฺสูติ สมฺปิณฺฑนตฺเถ นิปาโต. โส น เกวลํ เอตทโหสิ, อิมาปิ คาถา ปฏิภํสูติ ทีเปติ. ภควนฺตนฺติ ปฏิสทฺทโยเคน สามิอตฺเถ อุปโยควจนนฺติ อาห ‘‘ภควโต’’ติ. วุทฺธิปฺปตฺตา อจฺฉริยา วา อนจฺฉริยา. วุทฺธิอตฺโถปิ หิ อ-กาโร โหติ ยถา ‘‘อเสกฺขา ธมฺมา’’ติ. กปฺปานํ จตฺตาริ อสงฺเขฺยยฺยานิ สตสหสฺสญฺจ สเทวกสฺส โลกสฺส ธมฺมสํวิภาคกรณตฺถเมว ปารมิโย ปูเรตฺวา อิทานิ สมธิคตธมฺมรชฺชสฺส ตตฺถ อปฺโปสฺสุกฺกตาปตฺติทีปนตฺตา คาถาตฺถสฺส อนุอจฺฉริยตา ตสฺส วุทฺธิปฺปตฺติ จ เวทิตพฺพา. อตฺถทฺวาเรน หิ คาถานํ อนจฺฉริยตา. โคจรา อเหสุนฺติ อุปฏฺฐหํสุ, อุปฏฺฐานญฺจ วิตกฺกยิตพฺพตาติ อาห ‘‘ปริวิตกฺกยิตพฺพภาวํ ปาปุณึสู’’ติ.
กิจฺเฉนาติ น ทุกฺขปฺปฏิปทาย. พุทฺธานญฺหิ จตฺตาโรปิ มคฺคา สุขปฺปฏิปทาว โหนฺติ. ปารมีปูรณกาเล ปน สราคสโทสสโมหสฺเสว สโต อาคตาคตานํ ยาจกานํ อลงฺกตปฺปฏิยตฺตํ สีสํ กนฺติตฺวา คลโลหิตํ นีหริตฺวา สุอญฺชิตานิ อกฺขีนิ อุปฺปาเฏตฺวา กุลวํสปฺปทีปํ ปุตฺตํ มนาปจารินึ ภริยนฺติ เอวมาทีนิ เทนฺตสฺส อญฺญานิ จ ขนฺติวาทิสทิเสสุ อตฺตภาเวสุ เฉชฺชเภชฺชาทีนิ ปาปุณนฺตสฺส อาคมนียปฏิปทํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ห-อิติ วา พฺยตฺตนฺติ เอตสฺมึ อตฺเถ นิปาโต. เอกํสตฺเถติ เกจิ. ห พฺยตฺตํ เอกํเสน วา อลํ นิปฺปโยชนํ เอวํ กิจฺเฉน อธิคตํ ธมฺมํ เทเสตุนฺติ โยชนา. หลนฺติ วา อลนฺติ อิมินา สมานตฺถํ ปทํ ‘‘หลนฺติ วทามี’’ติอาทีสุ วิย. ‘‘ปกาสิต’’นฺติปิ ปฐนฺติ, เทสิตนฺติ อตฺโถ. เอวํ กิจฺเฉน อธิคตสฺส ธมฺมสฺส อลํ เทสิตํ ปริยตฺตํ เทสิตํ, โก อตฺโถ เทสิเตนาติ วุตฺตํ โหติ. ราคโทสปเรเตหีติ ราคโทสผุฏฺเฐหิ, ผุฏฺฐวิเสน วิย สปฺเปน ราเคน โทเสน จ สมฺผุฏฺเฐหิ อภิภูเตหีติ อตฺโถ. อถ วา ราคโทสปเรเตหีติ ราคโทสานุคเตหิ, ราเคน จ โทเสน จ อนุพนฺเธหีติ อตฺโถ.
ปฏิโสตคามินฺติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๖๕; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๑; สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๑๗๒) นิจฺจคาหาทีนํ ปฏิโสตํ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา อสุภนฺติ เอวํ คตํ ปวตฺตํ จตุสจฺจธมฺมนฺติ อตฺโถ. ราครตฺตาติ กามราเคน ภวราเคน ทิฏฺฐิราเคน จ รตฺตา. น ทกฺขนฺตีติ อนิจฺจํ ทุกฺขมนตฺตา อสุภนฺติ อิมินา สภาเวน น ปสฺสิสฺสนฺติ, เต อปสฺสนฺเต โก สกฺขิสฺสติ อนิจฺจนฺติอาทินา สภาเวน ยาถาวโต ธมฺมํ ชานาเปตุนฺติ อธิปฺปาโย. ราคโทสปเรตตาปิ เนสํ สมฺมุฬฺหภาเวเนวาติ อาห ‘‘ตโมขนฺเธน อาวุฏา’’ติ, อวิชฺชาราสินา อชฺโฌตฺถฏาติ อตฺโถ.
อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมตีติ กสฺมา ปนสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ, นนุ เอส ‘‘มุตฺโตหํ โมเจสฺสามิ, ติณฺโณหํ ตาเรสฺสามิ,
กึ เม อญฺญาตเวเสน, ธมฺมํ สจฺฉิกเตนิธ;
สพฺพญฺญุตํ ปาปุณิตฺวา, ตารยิสฺสํ สเทวก’’นฺติ. (พุ. วํ. ๒.๕๕) –
ปตฺถนํ กตฺวา ปารมิโย ปูเรตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปตฺโตติ? สจฺจเมว, ตเทว ปจฺจเวกฺขณานุภาเวน ปนสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ. ตสฺส หิ สพฺพญฺญุตํ ปตฺวา สตฺตานํ กิเลสคหนตํ ธมฺมสฺส จ คมฺภีรตํ ปจฺจเวกฺขนฺตสฺส สตฺตานํ กิเลสคหนตา จ ธมฺมคมฺภีรตา จ สพฺพากาเรน ปากฏา ชาตา. อถสฺส ‘‘อิเม สตฺตา กญฺชิยปุณฺณลาพุ วิย ตกฺกภริตจาฏิ วิย วสาเตลปีตปิโลติกา วิย อญฺชนมกฺขิตหตฺโถ วิย จ กิเลสภริตา อติสํกิลิฏฺฐา ราครตฺตา โทสทุฏฺฐา โมหมุฬฺหา, เต กึ นาม ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ จินฺตยโต กิเลสคหนปจฺจเวกฺขณานุภาเวนปิ เอวํ จิตฺตํ นมิ.
‘‘อยํ ธมฺโม ปถวีสนฺธารกอุทกกฺขนฺโธ วิย คมฺภีโร, ปพฺพเตน ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐปิโต สาสโป วิย ทุทฺทโส, สตธา ภินฺนสฺส วาลสฺส โกฏิ วิย อณุ. มยา หิ อิมํ ธมฺมํ ปฏิวิชฺฌิตุํ วายมนฺเตน อทินฺนํ ทานํ นาม นตฺถิ, อรกฺขิตํ สีลํ นาม นตฺถิ, อปริปูริตา กาจิ ปารมี นาม นตฺถิ, ตสฺส เม นิรุสฺสาหํ วิย มารพลํ วิธมนฺตสฺสปิ ปถวี น กมฺปิตฺถ, ปฐมยาเม ปุพฺเพนิวาสํ อนุสฺสรนฺตสฺสปิ น กมฺปิตฺถ, มชฺฌิมยาเม ทิพฺพจกฺขุํ วิโสเธนฺตสฺสปิ น กมฺปิตฺถ, ปจฺฉิมยาเม ปน ปฏิจฺจสมุปฺปาทํ ปฏิวิชฺฌนฺตสฺเสว เม ทสสหสฺสิโลกธาตุ กมฺปิตฺถ. อิติ มาทิเสนปิ ติกฺขญาเณน กิจฺเฉเนวายํ ธมฺโม ปฏิวิทฺโธ, ตํ โลกิยมหาชนา กถํ ปฏิวิชฺฌิสฺสนฺตี’’ติ ธมฺมคมฺภีรตาย ปจฺจเวกฺขณานุภาเวนปิ เอวํ จิตฺตํ นมีติ เวทิตพฺพํ.
อปิจ พฺรหฺมุนา ยาจิเต เทเสตุกามตายปิสฺส เอวํ จิตฺตํ นมิ. ชานาติ หิ ภควา ‘‘มม อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺเต นมมาเน มหาพฺรหฺมา ธมฺมเทสนํ ยาจิสฺสติ, อิเม จ สตฺตา พฺรหฺมครุกา, เต ‘สตฺถา กิร ธมฺมํ น เทเสตุกาโม อโหสิ, อถ นํ มหาพฺรหฺมา ยาจิตฺวา เทสาเปติ, สนฺโต วต โภ ธมฺโม ปณีโต’ติ มญฺญมานา สุสฺสูสิสฺสนฺตี’’ติ. อิทมฺปิสฺส การณํ ปฏิจฺจ อปฺโปสฺสุกฺกตาย จิตฺตํ นมิ, โน ธมฺมเทสนายาติ เวทิตพฺพํ.
๘. สหมฺปติสฺสาติ โส กิร กสฺสปสฺส ภควโต สาสเน สหโก นาม เถโร ปฐมชฺฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปฐมชฺฌานภูมิยํ กปฺปายุกพฺรหฺมา หุตฺวา นิพฺพตฺโต, ตตฺร นํ สหมฺปติ พฺรหฺมาติ สญฺชานนฺติ. ตํ สนฺธายาห ‘‘พฺรหฺมุโน สหมฺปติสฺสา’’ติ. นสฺสติ วตาติ โส กิร อิมํ สทฺทํ ตถา นิจฺฉาเรติ, ยถา ทสสหสฺสิโลกธาตุพฺรหฺมาโน สุตฺวา สพฺเพ สนฺนิปตึสุ. อปฺปรชกฺขชาติกาติ ปญฺญามเย อกฺขิมฺหิ อปฺปํ ปริตฺตํ ราคโทสโมหรชํ เอเตสํ เอวํสภาวาติ อปฺปรชกฺขชาติกา. อปฺปํ ราคาทิรชํ เยสํ เต สภาวา อปฺปรชกฺขชาติกาติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อสฺสวนตาติ ‘‘สยํ อภิญฺญา’’ติอาทีสุ วิย กรณตฺเถ ปจฺจตฺตวจนํ, อสฺสวนตายาติ อตฺโถ. ภวิสฺสนฺตีติ ปุริมพุทฺเธสุ ทสปุญฺญกิริยวเสน กตาธิการา ปริปากคตปทุมานิ วิย สูริยรสฺมิสมฺผสฺสํ ธมฺมเทสนํเยว อากงฺขมานา จตุปฺปทิกคาถาวสาเน อริยภูมึ โอกฺกมนารหา น เอโก, น เทฺว, อเนกสตสหสฺสา ธมฺมสฺส อญฺญาตาโร ภวิสฺสนฺตีติ ทสฺเสติ.
ปาตุรโหสีติ ปาตุภวิ. สมเลหิ จินฺติโตติ สมเลหิ ปูรณกสฺสปาทีหิ ฉหิ สตฺถาเรหิ จินฺติโต. เต หิ ปุเรตรํ อุปฺปชฺชิตฺวา สกลชมฺพุทีเป กณฺฏเก ปตฺถรมานา วิย วิสํ สิญฺจมานา วิย จ สมลํ มิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมํ เทสยึสุ. เต กิร พุทฺธโกลาหลานุสฺสเวน สญฺชาตกุตูหลา โลกํ วญฺเจตฺวา โกหญฺเญ ฐตฺวา สพฺพญฺญุตํ ปฏิชานนฺตา ยํ กิญฺจิ อธมฺมํเยว ธมฺโมติ ทีเปสุํ. อปาปุเรตนฺติ วิวร เอตํ. อมตสฺส ทฺวารนฺติ อมตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารภูตํ อริยมคฺคํ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – เอตํ กสฺสปสฺส ภควโต สาสนนฺตรธานโต ปภุติ ปิหิตํ นิพฺพานนครสฺส มหาทฺวารํ อริยมคฺคํ สทฺธมฺมเทสนาหตฺเถน อปาปุร วิวร อุคฺฆาเฏหีติ. สุณนฺตุ ธมฺมํ วิมเลนานุพุทฺธนฺติ อิเม สตฺตา ราคาทิมลานํ อภาวโต วิมเลน สมฺมาสมฺพุทฺเธน อนุพุทฺธํ จตุสจฺจธมฺมํ สุณนฺตุ ตาว ภควาติ ยาจติ.
เสลปพฺพโต อุจฺโจ โหติ ถิโร จ, น ปํสุปพฺพโต มิสฺสกปพฺพโต วาติ อาห ‘‘เสเล ยถา ปพฺพตมุทฺธนิฏฺฐิโต’’ติ. ตสฺสตฺโถ ‘‘เสลมเย เอกคฺฆเน ปพฺพตมุทฺธนิ ยถาฐิโตว. น หิ ตตฺถ ฐิตสฺส ทสฺสนตฺถํ คีวุกฺขิปนปสารณาทิกิจฺจํ อตฺถี’’ติ. ตถูปมนฺติ ตปฺปฏิภาคํ เสลปพฺพตูปมํ. ธมฺมมยํ ปาสาทนฺติ โลกุตฺตรธมฺมมาห. โส หิ สพฺพโส ปสาทาวโห สพฺพธมฺเม อติกฺกมฺม อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปาสาทสทิโส จ, ปญฺญาปริยาโย วา อิธ ธมฺม-สทฺโท. ปญฺญา หิ อพฺภุคฺคตฏฺเฐน ปาสาโทติ อภิธมฺเม นิทฺทิฏฺฐา. ตถา จาห –
‘‘ปญฺญาปาสาทมารุยฺห, อโสโก โสกินึ ปชํ;
ปพฺพตฏฺโฐว ภูมฏฺเฐ, ธีโร พาเล อเวกฺขตี’’ติ. (ธ. ป. ๒๘);
อยํ ปเนตฺถ สงฺเขปตฺโถ – ยถา เสลปพฺพตมุทฺธนิ ยถาฐิโตว จกฺขุมา ปุริโส สมนฺตโต ชนตํ ปสฺเสยฺย, ตถา ตฺวมฺปิ สุเมธ สุนฺทรปญฺญ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สมนฺตจกฺขุ ภควา ธมฺมมยํ ปญฺญามยํ ปาสาทมารุยฺห สยํ อเปตโสโก โสกาวติณฺณํ ชาติชราภิภูตํ ชนตํ อเวกฺขสฺสุ อุปธารย อุปปริกฺขาติ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – ยถา หิ ปพฺพตปาเท สมนฺตา มหนฺตํ เขตฺตํ กตฺวา ตตฺถ เกทารปาฬีสุ กุฏิกาโย กตฺวา รตฺตึ อคฺคึ ชาเลยฺยุํ, จตุรงฺคสมนฺนาคตญฺจ อนฺธการํ อสฺส, อถ ตสฺส ปพฺพตสฺส มตฺถเก ฐตฺวา จกฺขุมโต ปุริสสฺส ภูมึ โอโลกยโต เนว เขตฺตํ, น เกทารปาฬิโย, น กุฏิโย, น ตตฺถ สยิตมนุสฺสา ปญฺญาเยยฺยุํ อนุชฺชลภาวโต, กุฏิกาสุ ปน อคฺคิชาลามตฺตเมว ปญฺญาเยยฺย อุชฺชลภาวโต, เอวํ ธมฺมปาสาทํ อารุยฺห สตฺตนิกายํ โอโลกยโต ตถาคตสฺส เย เต อกตกลฺยาณา สตฺตา, เต เอกวิหาเร ทกฺขิณชาณุปสฺเส นิสินฺนาปิ พุทฺธจกฺขุสฺส อาปาถํ นาคจฺฉนฺติ ญาณคฺคินา อนุชฺชลภาวโต อนุฬารภาวโต จ, รตฺตึ ขิตฺตา สรา วิย โหนฺติ. เย ปน กตกลฺยาณา เวเนยฺยปุคฺคลา, เต เอวสฺส ทูเรปิ ฐิตา อาปาถมาคจฺฉนฺติ ปริปกฺกญาณคฺคิตาย สมุชฺชลภาวโต อุฬารสนฺตานตาย จ, โส อคฺคิ วิย หิมวนฺตปพฺพโต วิย จ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘ทูเร สนฺโต ปกาเสนฺติ, หิมวนฺโตว ปพฺพโต;
อสนฺเตตฺถ น ทิสฺสนฺติ, รตฺตึ ขิตฺตา ยถา สรา’’ติ. (ธ. ป. ๓๐๔);
อุฏฺเฐหีติ ภควโต ธมฺมเทสนตฺถํ จาริกจรณํ ยาจนฺโต ภณติ. อุฏฺเฐหีติ วา ธมฺมเทสนาย อปฺโปสฺสุกฺกตาสงฺขาตสงฺโกจาปตฺติโต กิลาสุภาวโต อุฏฺฐห. วีราติอาทีสุ ภควา สาติสยจตุพฺพิธสมฺมปฺปธานวีริยวนฺตตาย วีโร, เทวปุตฺตมจฺจุกิเลสาภิสงฺขารานํ วิชิตตฺตา วิชิตสงฺคาโม, ชาติกนฺตาราทิโต เวเนยฺยสตฺถํ วาหนสมตฺถตาย นิพฺพานสงฺขาตํ เขมปฺปเทสํ สมฺปาปนสมตฺถตาย สตฺถวาโห, กามจฺฉนฺทอิณสฺส อภาวโต อณโณติ เวทิตพฺโพ. โย หิ ปเรสํ อิณํ คเหตฺวา วินาเสติ, โส เตหิ ‘‘อิณํ เทหี’’ติ ตชฺชมาโนปิ ผรุสํ วุจฺจมาโนปิ วมฺภมาโนปิ วธิยมาโนปิ กิญฺจิ ปฏิปฺปหริตุํ น สกฺโกติ, สพฺพํ ติติกฺขติ. ติติกฺขการณญฺหิสฺส ตํ อิณํ โหติ, เอวเมว โย ยมฺหิ กามจฺฉนฺเทน รชฺชติ, ตณฺหาคหเณน ตํ วตฺถุํ คณฺหาติ, โส เตน ผรุสํ วุจฺจมาโนปิ วมฺภมาโนปิ วธิยมาโนปิ กิญฺจิ ปฏิปฺปหริตุํ น สกฺโกติ, สพฺพํ ติติกฺขติ. ติติกฺขการณญฺหิสฺส โส กามจฺฉนฺโท โหติ ฆรสามิเกหิ วิเหฐิยมานานํ อิตฺถีนํ วิย. กสฺมา? อิณสทิสตฺตา กามจฺฉนฺทสฺส.
๙. อชฺเฌสนนฺติ ครุฏฺฐานียํ ปยิรุปาสิตฺวา ครุตรํ ปโยชนํ อุทฺทิสฺส อภิปตฺถนา อชฺเฌสนา, สาปิ อตฺถโต ยาจนา เอว. พุทฺธจกฺขุนาติ อินฺทฺริยปโรปริยตฺตญาเณน จ อาสยานุสยญาเณน จ. อิเมสญฺหิ ทฺวินฺนํ ญาณานํ พุทฺธจกฺขูติ นามํ, สพฺพญฺญุตญฺญาณสฺส สมนฺตจกฺขูติ. เหฏฺฐิมานํ ติณฺณํ มคฺคญาณานํ ธมฺมจกฺขูติ. อปฺปรชกฺเขติอาทีสุ เยสํ วุตฺตนเยเนว ปญฺญาจกฺขุมฺหิ ราคาทิรชํ อปฺปํ, เต อปฺปรชกฺขา. เยสํ ตํ มหนฺตํ, เต มหารชกฺขา. เยสํ สทฺธาทีนิ อินฺทฺริยานิ ติกฺขานิ, เต ติกฺขินฺทฺริยา. เยสํ ตานิ มุทูนิ, เต มุทินฺทฺริยา. เยสํ เตเยว สทฺธาทโย อาการา สุนฺทรา, เต สฺวาการา. เย กถิตการณํ สลฺลกฺเขนฺติ, สุเขน สกฺกา โหนฺติ วิญฺญาเปตุํ, เต สุวิญฺญาปยา. เย ปรโลกญฺเจว วชฺชญฺจ ภยโต ปสฺสนฺติ, เต ปรโลกวชฺชภยทสฺสาวิโน นาม.
อุปฺปลานิ เอตฺถ สนฺตีติ อุปฺปลินี, คจฺโฉปิ ชลาสโยปิ, อิธ ปน ชลาสโย อธิปฺเปโต, ตสฺมา อุปฺปลินิยนฺติ อุปฺปลวเนติ เอวมตฺโถ คเหตพฺโพ. อิโต ปเรสุปิ เอเสว นโย. อนฺโตนิมุคฺคโปสีนีติ ยานิ อุทกสฺส อนฺโต นิมุคฺคาเนว หุตฺวา ปุสฺสนฺติ วฑฺฒนฺติ, ตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ. อุทกํ อจฺจุคฺคมฺม ติฏฺฐนฺตีติ อุทกํ อติกฺกมิตฺวา ติฏฺฐนฺติ. ตตฺถ ยานิ อจฺจุคฺคมฺม ฐิตานิ สูริยรสฺมิสมฺผสฺสํ อาคมยมานานิ, ตานิ อชฺช ปุปฺผนกานิ. ยานิ สโมทกํ ฐิตานิ, ตานิ เสฺว ปุปฺผนกานิ. ยานิ อุทกา อนุคฺคตานิ อนฺโตนิมุคฺคโปสีนิ, ตานิ ตติยทิวเส ปุปฺผนกานิ. อุทกา ปน อนุคฺคตานิ อญฺญานิปิ สโรคอุปฺปลาทีนิ นาม อตฺถิ, ยานิ เนว ปุปฺผิสฺสนฺติ มจฺฉกจฺฉปภกฺขาเนว ภวิสฺสนฺติ, ตานิ ปาฬึ นารุฬฺหานิ, อาหริตฺวา ปน ทีเปตพฺพานีติ อฏฺฐกถายํ ปกาสิตานิ. ยเถว หิ ตานิ จตุพฺพิธานิ ปุปฺผานิ, เอวเมว อุคฺฆฏิตญฺญู วิปญฺจิตญฺญู เนยฺโย ปทปรโมติ จตฺตาโร ปุคฺคลา.
ตตฺถ ยสฺส ปุคฺคลสฺส สห อุทาหฏเวลาย ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ ‘‘จตฺตาโร สติปฏฺฐานา’’ติอาทินา นเยน สงฺขิตฺเตน มาติกาย ฐปิยมานาย เทสนานุสาเรน ญาณํ เปเสตฺวา อรหตฺตํ คณฺหิตุํ สมตฺโถ ปุคฺคโล อุคฺฆฏิตญฺญูติ วุจฺจติ. ยสฺส ปุคฺคลสฺส สงฺขิตฺเตน ภาสิตสฺส วิตฺถาเรน อตฺเถ วิภชิยมาเน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล วิปญฺจิตญฺญู. ยสฺส ปุคฺคลสฺส อุทฺเทสโต ปริปุจฺฉโต โยนิโส มนสิกโรโต กลฺยาณมิตฺเต เสวโต ภชโต ปยิรุปาสโต อนุปุพฺเพน ธมฺมาภิสมโย โหติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล เนยฺโย. ยสฺส ปุคฺคลสฺส พหุมฺปิ สุณโต พหุมฺปิ ภณโต พหุมฺปิ ธารยโต พหุมฺปิ วาจยโต น ตาย ชาติยา ธมฺมาภิสมโย โหติ, เตน อตฺตภาเวน มคฺคํ วา ผลํ วา อนฺตมโส ฌานํ วา วิปสฺสนํ วา นิพฺพตฺเตตุํ น สกฺโกติ, อยํ วุจฺจติ ปุคฺคโล ปทปรโม. ตตฺถ ภควา อุปฺปลวนาทิสทิสํ ทสสหสฺสิโลกธาตุํ โอโลเกนฺโต อชฺช ปุปฺผนกานิ วิย อุคฺฆฏิตญฺญู, เสฺว ปุปฺผนกานิ วิย วิปญฺจิตญฺญู, ตติยทิวเส ปุปฺผนกานิ วิย เนยฺเย, มจฺฉกจฺฉปภกฺขปุปฺผานิ วิย ปทปรเม จ อทฺทส, ปสฺสนฺโต จ ‘‘เอตฺตกา อปฺปรชกฺขา, เอตฺตกา มหารชกฺขา, ตตฺราปิ เอตฺตกา อุคฺฆฏิตญฺญู’’ติ เอวํ สพฺพาการโตว อทฺทส.
ตตฺถ ติณฺณํ ปุคฺคลานํ อิมสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว ภควโต ธมฺมเทสนา อตฺถํ สาเธติ. ปทปรมานํ อนาคตตฺถาย วาสนา โหติ. อถ ภควา อิเมสํ จตุนฺนํ ปุคฺคลานํ อตฺถาวหํ ธมฺมเทสนํ วิทิตฺวา เทเสตุกมฺยตํ อุปฺปาเทตฺวา ปุน สพฺเพปิ ตีสุ ภเวสุ สตฺเต ภพฺพาภพฺพวเสน เทฺว โกฏฺฐาเส อกาสิ. เย สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เย เต สตฺตา กมฺมาวรเณน สมนฺนาคตา วิปากาวรเณน สมนฺนาคตา กิเลสาวรเณน สมนฺนาคตา อสฺสทฺธา อจฺฉนฺทิกา ทุปฺปญฺญา อภพฺพา นิยามํ โอกฺกมิตุํ กุสเลสุ ธมฺเมสุ สมฺมตฺตํ, อิเม เต สตฺตา อภพฺพา. กตเม เต สตฺตา ภพฺพา? เย เต สตฺตา น กมฺมาวรเณน…เป… อิเม เต สตฺตา ภพฺพา’’ติ (วิภ. ๘๒๖-๘๒๗). ตตฺถ สพฺเพปิ อภพฺพปุคฺคเล ปหาย ภพฺพปุคฺคเลเยว ญาเณน ปริคฺคเหตฺวา ‘‘เอตฺตกา ราคจริตา, เอตฺตกา โทส, โมห, วิตกฺก, สทฺธา, พุทฺธิจริตา’’ติ ฉ โกฏฺฐาเส อกาสิ, เอวํ กตฺวา ธมฺมํ เทเสสฺสามีติ จินฺเตสิ. เอตฺถ จ อปฺปรชกฺขาทิภพฺพาทิวเสน อาวชฺเชนฺตสฺส ภควโต เต สตฺตา ปุญฺชปุญฺชาว หุตฺวา อุปฏฺฐหนฺติ, น เอเกกาติ ทฏฺฐพฺพํ.
ปจฺจภาสีติ ปติอภาสิ. อปารุตาติ วิวฏา. อมตสฺส ทฺวาราติ อริยมคฺโค. โส หิ อมตสงฺขาตสฺส นิพฺพานสฺส ทฺวารํ, โส มยา วิวริตฺวา ฐปิโต มหากรุณูปนิสฺสเยน สยมฺภูญาเณน อธิคตตฺตาติ ทสฺเสติ. ‘‘อปารุตํ เตสํ อมตสฺส ทฺวาร’’นฺติ เกจิ ปฐนฺติ. ปมุญฺจนฺตุ สทฺธนฺติ สพฺเพ อตฺตโน สทฺธํ มุญฺจนฺตุ วิสฺสชฺเชนฺตุ ปเวเทนฺตุ, มยา เทสิเต ธมฺเม มยิ จ อตฺตโน สทฺทหนาการํ อุฏฺฐาเปนฺตูติ อตฺโถ. ปจฺฉิมปททฺวเย อยมตฺโถ – อหญฺหิ อตฺตโน ปคุณํ สุปฺปวตฺติตมฺปิ อิมํ ปณีตํ อุตฺตมํ ธมฺมํ กายวาจากิลมถสญฺญี หุตฺวา น ภาสึ, น ภาสิสฺสามีติ จินฺเตสึ, อิทานิ ปน สพฺโพ ชโน สทฺธาภาชนํ อุปเนตุ, ปูเรสฺสามิ เนสํ สงฺกปฺปนฺติ. อนฺตรธายีติ สตฺถารํ คนฺธมาลาทีหิ ปูเชตฺวา อนฺตรหิโต, สกฏฺฐานเมว คโตติ อตฺโถ. สตฺถุสนฺติกญฺหิ อุปคตานํ เทวานํ พฺรหฺมานญฺจ ตสฺส ปุรโต อนฺตรธานํ นาม สกฏฺฐานคมนเมว.
พฺรหฺมยาจนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจวคฺคิยกถาวณฺณนา
๑๐. เอตทโหสีติ เอตํ อโหสิ, ‘‘กสฺส นุ โข อหํ ปฐมํ ธมฺมํ เทเสยฺย’’นฺติ อยํ ธมฺมเทสนาปฏิสํยุตฺโต วิตกฺโก อุทปาทีติ อตฺโถ. อาฬาโรติ ตสฺส นามํ. ทีฆปิงฺคโล กิเรส. โส หิ ตุงฺคสรีรตาย ทีโฆ, ปิงฺคลจกฺขุตาย ปิงฺคโล, เตนสฺส ‘‘อาฬาโร’’ติ นามํ อโหสิ. กาลาโมติ โคตฺตํ. ปณฺฑิโตติ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๔) ปณฺฑิจฺเจน สมนฺนาคโต, สมาปตฺติปฏิลาภสํสิทฺเธน อธิคมพาหุสจฺจสงฺขาเตน ปณฺฑิตภาเวน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. พฺยตฺโตติ เวยฺยตฺติเยน สมนฺนาคโต, สมาปตฺติปฏิลาภปจฺจเยน ปาริหาริกปญฺญาสงฺขาเตน พฺยตฺตภาเวน สมนฺนาคโตติ อตฺโถ. เมธาวีติ ฐานุปฺปตฺติยา ปญฺญาย สมนฺนาคโต. อถ วา เมธาวีติ ติเหตุกปฏิสนฺธิปญฺญาสงฺขาตาย ตํตํอิติกตฺตพฺพตาปญฺญาสงฺขาตาย จ เมธาย สมนฺนาคโตติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. อปฺปรชกฺขชาติโกติ สมาปตฺติยา วิกฺขมฺภิตตฺตา นิกฺกิเลสชาติโก วิสุทฺธสตฺโต. อาชานิสฺสตีติ สลฺลกฺเขสฺสติ ปฏิวิชฺฌิสฺสติ.
ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาทีติ ภควโตปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ อุปฺปชฺชิ. ภควา กิร เทวตาย กถิเตเนว นิฏฺฐํ อคนฺตฺวา สยมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โอโลเกนฺโต อิโต สตฺตมทิวสมตฺถเก กาลํ กตฺวา อากิญฺจญฺญายตเน นิพฺพตฺโตติ อทฺทส. ตํ สนฺธายาห ‘‘ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาที’’ติ. มหาชานิโยติ สตฺตทิวสพฺภนฺตเร ปตฺตพฺพมคฺคผลโต ปริหีนตฺตา มหตี ชานิ ปริหานิ อสฺสาติ มหาชานิโย. อกฺขเณ นิพฺพตฺตตฺถา อิธ ธมฺมเทสนฏฺฐานํ อาคมนปาทาปิ นตฺถิ, อถาหํ ตตฺถ คจฺเฉยฺยํ, คนฺตฺวา เทสิยมานํ ธมฺมมฺปิสฺส โสตุํ โสตปสาโทปิ นตฺถิ, เอวํ มหาชานิโย ชาโตติ ทสฺเสติ. กึ ปน ภควตา ตํ อตฺตโน พุทฺธานุภาเวน ธมฺมํ ญาเปตุํ น สกฺกาติ? อาม น สกฺกา, น หิ ปรโตโฆสมนฺตเรน สาวกานํ ธมฺมาภิสมโย สมฺภวติ, อญฺญถา อิตรปจฺจยรหิตสฺสปิ ธมฺมาภิสมเยน ภวิตพฺพํ, น จ ตํ อตฺถิ. วุตฺตเญฺหตํ – ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, ปจฺจยา สมฺมาทิฏฺฐิยา อุปฺปาทาย ปรโต จ โฆโส อชฺฌตฺตญฺจ โยนิโสมนสิกาโร’’ติ (อ. นิ. ๒.๑๒๗).
อุทโกติ ตสฺส นามํ, รามสฺส ปน ปุตฺตตาย รามปุตฺโต. อภิโทสกาลกโตติ อฑฺฒรตฺเต กาลกโต. ภควโตปิ โข ญาณํ อุทปาทีติ อิธาปิ กิร ภควา เทวตาย กถิตวจเนน สนฺนิฏฺฐานํ อกตฺวา สพฺพญฺญุตญฺญาเณน โอโลเกนฺโต ‘‘หิยฺโย อฑฺฒรตฺเต กาลํ กตฺวา อุทโก รามปุตฺโต เนวสญฺญานาสญฺญายตเน นิพฺพตฺโต’’ติ อทฺทส, ตสฺมา เอวํ วุตฺตํ. เสสํ ปุริมสทิสเมว.
พหูปการาติ พหุอุปการา. ปธานปหิตตฺตํ อุปฏฺฐหึสูติ ปธานตฺถาย เปสิตตฺตภาวํ วสนฏฺฐาเน ปริเวณสมฺมชฺชเนน ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา อนุพนฺธเนน มุโขทกทนฺตกฏฺฐทานาทินา จ อุปฏฺฐหึสุ. เก ปเนเต ปญฺจวคฺคิยา นาม? เย เต –
ราโม ธโช ลกฺขโณ จาปิ มนฺตี;
โกณฺฑญฺโญ จ โภโช สุยาโม สุทตฺโต;
เอเต ตทา อฏฺฐ อเหสุํ พฺราหฺมณา;
ฉฬงฺควา มนฺตํ วิยากรึสูติ. (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๒๘๔; ชา. อฏฺฐ. ๑.นิทานกถา; อป. อฏฺฐ. ๑.อวิทูเรนิทานกถา);
โพธิสตฺตสฺส ชาตกาเล สุปินปฏิคฺคาหกา เจว ลกฺขณปฏิคฺคาหกา จ อฏฺฐ พฺราหฺมณา. เตสุ ตโย เทฺวธา พฺยากรึสุ ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อคารํ อชฺฌาวสมาโน ราชา โหหิติ จกฺกวตฺตี, ปพฺพชมาโน พุทฺโธ’’ติ. ปญฺจ พฺราหฺมณา เอกํสพฺยากรณา อเหสุํ ‘‘อิเมหิ ลกฺขเณหิ สมนฺนาคโต อคาเร น ติฏฺฐติ, พุทฺโธว โหตี’’ติ. เตสุ ปุริมา ตโย ยถามนฺตปทํ คตา. เอเต หิ ลกฺขณมนฺตสงฺขาตเวทวจนานุรูปํ ปฏิปนฺนา เทฺว คติโย ภวนฺติ อนญฺญาติ วุตฺตนิยาเมน นิจฺฉินิตุํ อสกฺโกนฺตา วุตฺตเมว ปฏิปชฺชึสุ, น มหาปุริสสฺส พุทฺธภาวปฺปตฺตึ ปจฺจาสีสึสุ. อิเม ปน โกณฺฑญฺญาทโย ปญฺจ ‘‘เอกํสโต พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ ชาตนิจฺฉยตฺตา มนฺตปทํ อติกฺกนฺตา. เต อตฺตนา ลทฺธํ ตุฏฺฐิทานํ ญาตกานํ วิสฺสชฺเชตฺวา ‘‘อยํ มหาปุริโส อคาเร น อชฺฌาวสิสฺสติ, เอกนฺเตน พุทฺโธ ภวิสฺสตี’’ติ นิพฺเพมติกา โพธิสตฺตํ อุทฺทิสฺส สมณปพฺพชฺชํ ปพฺพชิตา, เตสํ ปุตฺตาติปิ วทนฺติ, ตํ อฏฺฐกถายํ ปฏิกฺขิตฺตํ. เอเต กิร ทหรกาเลว พหู มนฺเต ชานึสุ, ตสฺมา เน พฺราหฺมณา อาจริยฏฺฐาเน ฐปยึสุ. เต ‘‘ปจฺฉา อเมฺหหิ ปุตฺตทารชฏํ ฉินฺทิตฺวา น สกฺกา ภวิสฺสติ ปพฺพชิตุ’’นฺติ ทหรกาเลเยว ปพฺพชิตฺวา รมณียานิ เสนาสนานิ ปริภุญฺชนฺตา วิจรึสุ. กาเลน กาลํ ปน ‘‘กึ โภ มหาปุริโส มหาภินิกฺขมนํ นิกฺขนฺโต’’ติ ปุจฺฉนฺติ. มนุสฺสา ‘‘กุหึ ตุเมฺห มหาปุริสํ ปสฺสิสฺสถ, ตีสุ ปาสาเทสุ วิวิธนาฏกมชฺเฌ เทโว วิย สมฺปตฺตึ อนุโภตี’’ติ วทนฺติ. เต สุตฺวา ‘‘น ตาว มหาปุริสสฺส ญาณํ ปริปากํ คจฺฉตี’’ติ อปฺโปสฺสุกฺกา วิหรึสุเยว.
กสฺมา ปเนตฺถ ภควา ‘‘พหุการา โข เม ปญฺจวคฺคิยา’’ติ อาห. กึ อุปการกานํเยว เอส ธมฺมํ เทเสติ, อนุปการกานํ น เทเสตีติ? โน น เทเสติ. ปริจยวเสน เหส อาฬารญฺเจว กาลามํ อุทกญฺจ รามปุตฺตํ โอโลเกสิ. เอตสฺมึ ปน พุทฺธกฺเขตฺเต ฐเปตฺวา อญฺญาสิโกณฺฑญฺญํ อญฺโญ ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. กสฺมา? ตถาวิธอุปนิสฺสยตฺตา. ปุพฺเพ กิร ปุญฺญกรณกาเล เทฺว ภาตโร อเหสุํ. เต จ เอกโต สสฺสํ อกํสุ. ตตฺถ เชฏฺฐสฺส ‘‘เอกสฺมึ สสฺเส นว วาเร อคฺคสสฺสทานํ มยา ทาตพฺพ’’นฺติ อโหสิ. โส วปฺปกาเล พีชคฺคํ นาม ทตฺวา คพฺภกาเล กนิฏฺเฐน สทฺธึ มนฺเตสิ ‘‘คพฺภกาเล คพฺภํ ผาเลตฺวา ทสฺสามี’’ติ. กนิฏฺโฐ ‘‘ตรุณสสฺสํ นาเสตุกาโมสี’’ติ อาห. เชฏฺโฐ กนิฏฺฐสฺส อนนุวตฺตนภาวํ ญตฺวา เขตฺตํ วิภชิตฺวา อตฺตโน โกฏฺฐาสโต คพฺภํ ผาเลตฺวา ขีรํ นีหริตฺวา สปฺปิผาณิเตน โยเชตฺวา อทาสิ, ปุถุกกาเล ปุถุกํ กาเรตฺวา อทาสิ, ลายเน ลายนคฺคํ, เวณิกรเณ เวณคฺคํ, เวณิโย ปุริสภารวเสน พนฺธิตฺวา กลาปกรเณ กลาปคฺคํ, ขเล กลาปานํ ฐปนทิวเส ขลคฺคํ, มทฺทิตฺวา วีหีนํ ราสิกรณทิวเส ขลภณฺฑคฺคํ, โกฏฺฐาคาเร ธญฺญสฺส ปกฺขิปนทิวเส โกฏฺฐคฺคนฺติ เอวํ เอกสฺมึ สสฺเส นว วาเร อคฺคทานํ อทาสิ. กนิฏฺโฐ ปน ขลโต ธญฺญํ อุทฺธริตฺวา คหณทิวเส อทาสิ. เตสุ เชฏฺโฐ อญฺญาสิโกณฺฑญฺญตฺเถโร ชาโต, กนิฏฺโฐ สุภทฺทปริพฺพาชโก. อิติ เอกสฺมึ สสฺเส นวนฺนํ อคฺคทานานํ ทินฺนตฺตา ฐเปตฺวา เถรํ อญฺโญ ปฐมํ ธมฺมํ สจฺฉิกาตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. ‘‘นวนฺนํ อคฺคทานานํ ทินฺนตฺตา’’ติ อิทญฺจ ตสฺส รตฺตญฺญูนํ อคฺคภาวตฺถาย กตาภินีหารานุรูปํ ปวตฺติตสาวกปารมิยา จิณฺณนฺเต ปวตฺติตตฺตา วุตฺตํ. ติณฺณมฺปิ หิ โพธิสตฺตานํ ตํตํปารมิยา สิขาปฺปตฺตกาเล ปวตฺติตํ ปุญฺญํ อปุญฺญํ วา ครุตรวิปากเมว โหติ, ธมฺมสฺส จ สพฺพปฐมํ สจฺฉิกิริยาย วินา กถํ รตฺตญฺญูนํ อคฺคภาวสิทฺธีติ? ‘‘พหุการา โข เม ปญฺจวคฺคิยา’’ติ อิทํ ปน อุปการานุสฺสรณมตฺตเกเนว วุตฺตํ.
อิสิปตเน มิคทาเยติ ตสฺมึ กิร ปเทเส อนุปฺปนฺเน พุทฺเธ ปจฺเจกสมฺพุทฺธา คนฺธมาทนปพฺพเต สตฺตาหํ นิโรธสมาปตฺติยา วีตินาเมตฺวา นิโรธา วุฏฺฐาย นาคลตาทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตฺวา อโนตตฺตทเห มุขํ โธวิตฺวา ปตฺตจีวรมาทาย อากาเสน อาคนฺตฺวา นิปตนฺติ. ตตฺถ จีวรํ ปารุปิตฺวา นคเร ปิณฺฑาย จริตฺวา กตภตฺตกิจฺจา คมนกาเลปิ ตโตเยว อุปฺปติตฺวา คจฺฉนฺติ. อิติ อิสโย เอตฺถ นิปตนฺติ อุปฺปตนฺติ จาติ ตํ ฐานํ ‘‘อิสิปตน’’นฺติ สงฺขํ คตํ, มิคานํ ปน อภยตฺถาย ทินฺนตฺตา ‘‘มิคทาโย’’ติ วุจฺจติ. เตน วุตฺตํ ‘‘อิสิปตเน มิคทาเย’’ติ. อญฺเญ พุทฺธา ปฐมํ ธมฺมเทสนตฺถาย คจฺฉนฺตา อากาเสน คนฺตฺวา ตตฺเถว โอตรนฺติ, อมฺหากํ ปน ภควา อุปกสฺส อาชีวกสฺส อุปนิสฺสยํ ทิสฺวา ‘‘อุปโก อิมํ อทฺธานํ ปฏิปนฺโน, โส มํ ทิสฺวา สลฺลปิตฺวา คมิสฺสติ, อถ ปุน นิพฺพินฺโน อาคมฺม อรหตฺตํ สจฺฉิกริสฺสตี’’ติ ญตฺวา อฏฺฐารสโยชนํ มคฺคํ ปทสาว อคมาสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘เยน พาราณสี, เตน จาริกํ ปกฺกามี’’ติ.
๑๑. อนฺตรา จ คยํ อนฺตรา จ โพธินฺติ คยาย จ โพธิสฺส จ วิวเร ติคาวุตนฺตเร ฐาเน. โพธิมณฺฑโต หิ คยา ตีณิ คาวุตานิ, พาราณสี อฏฺฐารส โยชนานิ. อุปโก โพธิมณฺฑสฺส จ คยาย จ อนฺตเร ภควนฺตํ อทฺทส. อนฺตรา-สทฺเทน ปน ยุตฺตตฺตา อุปโยควจนํ กตํ. อีทิเสสุ จ ฐาเนสุ อกฺขรจินฺตกา ‘‘อนฺตรา คามญฺจ นทิญฺจ ยาตี’’ติ เอวํ เอกเมว อนฺตรา-สทฺทํ ปยุชฺชนฺติ, โส ทุติยปเทนปิ โยเชตพฺโพ โหติ, อโยชิยมาเน อุปโยควจนํ น ปาปุณาติ สามิวจนสฺส ปสงฺเค อนฺตรา-สทฺทโยเคน อุปโยควจนสฺส อิจฺฉิตตฺตา. อิธ ปน โยเชตฺวา เอว วุตฺโต. อทฺธานมคฺคนฺติ อทฺธานสงฺขาตํ มคฺคํ, ทีฆมคฺคนฺติ อตฺโถ. อทฺธานคมนสมยสฺส วิภงฺเค ‘‘อทฺธโยชนํ คจฺฉิสฺสามีติ ภุญฺชิตพฺพ’’นฺติอาทิวจนโต (ปาจิ. ๒๑๘) อทฺธโยชนมฺปิ อทฺธานมคฺโค โหติ. โพธิมณฺฑโต ปน คยา ติคาวุตํ. วิปฺปสนฺนานีติ สุฏฺฐุ ปสนฺนานิ. อินฺทฺริยานีติ มนจฺฉฏฺฐานิ อินฺทฺริยานิ. ปริสุทฺโธติ นิทฺโทโส. ปริโยทาโตติ ตสฺเสว เววจนํ. นิรุปกฺกิเลสตาเยว หิ เอส ‘‘ปริโยทาโต’’ติ วุตฺโต, น เสตภาเวน. เอตสฺส ปริโยทาตตํ ทิสฺวาว อินฺทฺริยานํ วิปฺปสนฺนตํ อญฺญาสิ, นยคฺคาหีปญฺญา กิเรสา ตสฺส อาชีวกสฺส.
สพฺพาภิภูติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ อภิภวิตฺวา ฐิโต. สพฺพวิทูติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อเวทึ อญฺญาสึ สพฺพโส เญยฺยาวรณสฺส ปหีนตฺตา. สพฺเพสุ ธมฺเมสุ อนูปลิตฺโตติ สพฺเพสุ เตภูมกธมฺเมสุ รชฺชนทุสฺสนมุยฺหนาทินา กิเลสเลเปน อลิตฺโต. สพฺพญฺชโหติ สพฺพํ เตภูมกธมฺมํ ชหิตฺวา ฐิโต. อปฺปหาตพฺพมฺปิ หิ กุสลาพฺยากตํ ตปฺปฏิพทฺธกิเลสปฺปหาเนน ปหีนตฺตา น โหตีติ ชหิตเมว โหติ. ตณฺหกฺขเย วิมุตฺโตติ ตณฺหกฺขเย นิพฺพาเน อารมฺมณกรณวเสน วิมุตฺโต. สยํ อภิญฺญายาติ สพฺพํ จตุภูมกธมฺมํ อตฺตนาว ชานิตฺวา. กมุทฺทิเสยฺยนฺติ กํ อญฺญํ ‘‘อยํ เม อาจริโย’’ติ อุทฺทิเสยฺยํ.
น เม อาจริโย อตฺถีติ โลกุตฺตรธมฺเม มยฺหํ อาจริโย นาม นตฺถิ. กิญฺจาปิ หิ โลกิยธมฺมานมฺปิ ยาทิโส โลกนาถสฺส อธิคโม, น ตาทิโส อธิคโม ปรูปเทโส อตฺถิ, โลกุตฺตรธมฺเม ปนสฺส เลโสปิ นตฺถิ. นตฺถิ เม ปฏิปุคฺคโลติ มยฺหํ สีลาทีหิ คุเณหิ ปฏินิธิภูโต ปุคฺคโล นาม นตฺถิ. สมฺมาสมฺพุทฺโธติ เหตุนา นเยน จตฺตาริ สจฺจานิ สยํ พุทฺโธ. สีติภูโตติ สพฺพกิเลสคฺคินิพฺพาปเนน สีติภูโต, กิเลสานํ เยว นิพฺพุตตฺตา นิพฺพุโต.
กาสินํ ปุรนฺติ กาสิรฏฺเฐ นครํ. อาหญฺฉนฺติ อาหนิสฺสามิ. อมตทุนฺทุภินฺติ เวเนยฺยานํ อมตาธิคมาย อุคฺโฆสนาทึ กตฺวา สตฺถุ ธมฺมเทสนา ‘‘อมตทุนฺทุภี’’ติ วุตฺตา, ธมฺมจกฺกปฏิลาภาย ตํ อมตเภรึ ปหริสฺสามีติ คจฺฉามีติ วุตฺตํ โหติ.
อรหสิ อนนฺตชิโนติ อนนฺตชิโนปิ ภวิตุํ ยุตฺโตติ อตฺโถ. อนนฺตญาโณ ชิตกิเลโสติ อนนฺตชิโน. หุเปยฺยปาวุโสติ อาวุโส เอวมฺปิ นาม ภเวยฺย, เอวํวิเธ นาม รูปรตเน อีทิเสน ญาเณน ภวิตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. อยญฺหิสฺส ปพฺพชฺชาย ปจฺจโย ชาโต. กตาธิกาโร เหส. ตถา หิ ภควา เตน สมาคมนตฺถํ ปทสาว ตํ มคฺคํ ปฏิปชฺชิ. ปกฺกามีติ วงฺกหารชนปทํ นาม อคมาสิ.
ตตฺเถกํ มิคลุทฺทกคามกํ นิสฺสาย วาสํ กปฺเปสิ, เชฏฺฐกลุทฺทโก ตํ อุปฏฺฐาสิ. ตสฺมิญฺจ ชนปเท จณฺฑา มกฺขิกา โหนฺติ. อถ นํ เอกาย จาฏิยา วสาเปสุํ. มิคลุทฺทโก ทูรํ มิควํ คจฺฉนฺโต ‘‘อมฺหากํ อรหนฺเต มา ปมชฺชี’’ติ จาปํ นาม ธีตรํ อาณาเปตฺวา อคมาสิ สทฺธึ ปุตฺตภาตุเกหิ. สา จสฺส ธีตา ทสฺสนียา โหติ โกฏฺฐาสสมฺปนฺนา. ทุติยทิวเส อุปโก ฆรํ อาคโต ตํ ทาริกํ สพฺพํ อุปจารํ กตฺวา ปริวิสิตุํ อุปคตํ ทิสฺวา ราเคน อภิภูโต ภุญฺชิตุมฺปิ อสกฺโกนฺโต ภาชเนน ภตฺตํ อาทาย วสนฏฺฐานํ คนฺตฺวา ภตฺตํ เอกมนฺตํ นิกฺขิปิตฺวา ‘‘สเจ จาปํ ลภามิ, ชีวามิ. โน เจ, มรามี’’ติ นิราหาโร สยิ. สตฺตเม ทิวเส มาควิโก อาคนฺตฺวา ธีตรํ อุปกสฺส ปวตฺตึ ปุจฺฉิ. สา ‘‘เอกทิวสเมว อาคนฺตฺวา ปุน นาคตปุพฺโพ’’ติ อาห.
มาควิโก อาคตเวเสเนว นํ อุปสงฺกมิตฺวา ปุจฺฉิสฺสามีติ ตงฺขณํเยว คนฺตฺวา ‘‘กึ, ภนฺเต, อผาสุก’’นฺติ ปาเท ปรามสนฺโต ปุจฺฉิ. อุปโก นิตฺถุนนฺโต ปริวตฺตติเยว. โส ‘‘วท ภนฺเต, ยํ มยา สกฺกา กาตุํ, สพฺพํ กริสฺสามี’’ติ อาห. อุปโก ‘‘สเจ จาปํ ลภามิ, ชีวามิ, โน เจ, มยฺหเมว มรณํ เสยฺโย’’ติ อาห. ชานาสิ กิร, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปนฺติ? น ชานามีติ. น, ภนฺเต, กิญฺจิ สิปฺปํ อชานนฺเตน สกฺกา ฆราวาสํ อธิฏฺฐาตุนฺติ. โส อาห ‘‘นาหํ กิญฺจิ สิปฺปํ ชานามิ, อปิจ ตุมฺหากํ มํสหารโก ภวิสฺสามิ, มํสญฺจ วิกฺกิณิสฺสามี’’ติ. มาควิโก ‘‘อมฺหากมฺปิ เอตเทว รุจฺจตี’’ติ อุตฺตรสาฏกํ ทตฺวา ฆรํ อาเนตฺวา ธีตรํ อทาสิ. เตสํ สํวาสมนฺวาย ปุตฺโต วิชายิ, ‘‘สุภทฺโท’’ติสฺส นามํ อกํสุ. จาปา ตสฺส โรทนกาเล ‘‘มํสหารกสฺส ปุตฺต มิคลุทฺทกสฺส ปุตฺต มา โรทิ มา โรที’’ติอาทีนิ วทมานา ปุตฺตโตสนคีเตน อุปกํ อุปฺปณฺเฑสิ. ‘‘ภทฺเท ตฺวํ มํ อนาโถติ มญฺญสิ, อตฺถิ เม อนนฺตชิโน นาม สหาโย, ตสฺสาหํ สนฺติกํ คมิสฺสามี’’ติ อาห. จาปา ‘‘เอวมยํ อฏฺฏียตี’’ติ ญตฺวา ปุนปฺปุนํ กเถสิ. โส เอกทิวสํ อนาโรเจตฺวาว มชฺฌิมเทสาภิมุโข ปกฺกามิ.
ภควา จ เตน สมเยน สาวตฺถิยํ วิหรติ เชตวเน, อถ โข ภควา ปฏิกจฺเจว ภิกฺขู อาณาเปสิ ‘‘โย, ภิกฺขเว, อนนฺตชิโนติ ปุจฺฉมาโน อาคจฺฉติ, ตสฺส มํ ทสฺเสยฺยาถา’’ติ. อุปโกปิ โข ‘‘กุหึ อนนฺตชิโน วสตี’’ติ ปุจฺฉนฺโต อนุปุพฺเพน สาวตฺถึ อาคนฺตฺวา วิหารมชฺเฌ ฐตฺวา ‘‘กุหึ อนนฺตชิโน’’ติ ปุจฺฉิ. ตํ ภิกฺขู ภควโต สนฺติกํ นยึสุ. โส จ ภควนฺตํ ทิสฺวา ‘‘สญฺชานาถ มํ ภควา’’ติ อาห. อาม อุปก สญฺชานามิ, กุหึ ปน ตฺวํ วสิตฺถาติ. วงฺกหารชนปเท, ภนฺเตติ. อุปก มหลฺลโกสิ ชาโต, ปพฺพชิตุํ สกฺขิสฺสสีติ. ปพฺพชิสฺสามิ, ภนฺเตติ. ภควา ปพฺพาเชตฺวา ตสฺส กมฺมฏฺฐานํ อทาสิ. โส กมฺมฏฺฐาเน กมฺมํ กโรนฺโต อนาคามิผเล ปติฏฺฐาย กาลํ กตฺวา อวิเหสุ นิพฺพตฺโต, นิพฺพตฺติกฺขเณเยว จ อรหตฺตํ ปาปุณิ. อวิเห นิพฺพตฺตมตฺตา หิ สตฺต ชนา อรหตฺตํ ปาปุณึสุ, เตสํ โส อญฺญตโร. วุตฺตเญฺหตํ –
‘‘อวิหํ อุปปนฺนาเส, วิมุตฺตา สตฺต ภิกฺขโว;
ราคโทสปริกฺขีณา, ติณฺณา โลเก วิสตฺติกํ.
‘‘อุปโก ปลคณฺโฑ จ, ปุกฺกุสาติ จ เต ตโย;
ภทฺทิโย ขณฺฑเทโว จ, พาหุรคฺคิ จ สงฺคิโย;
เต หิตฺวา มานุสํ เทหํ, ทิพฺพโยคํ อุปจฺจคุ’’นฺติ. (สํ. นิ. ๑.๕๐, ๑๐๕);
๑๒. สณฺฐเปสุนฺติ ‘‘เนว อภิวาเทตพฺโพ’’ติอาทินา กติกํ อกํสุ. พาหุลฺลิโกติ จีวรพาหุลฺลาทีนํ อตฺถาย ปฏิปนฺโน. ปธานวิพฺภนฺโตติ ปธานโต ปุพฺเพ อนุฏฺฐิตทุกฺกรจรณโต วิพฺภนฺโต ภฏฺโฐ ปริหีโน. อาวตฺโต พาหุลฺลายาติ จีวราทิพหุภาวตฺถาย อาวตฺโต. อปิจ โข อาสนํ ฐเปตพฺพนฺติ อปิจ โข ปนสฺส อุจฺจกุเล นิพฺพตฺตสฺส อาสนมตฺตํ ฐเปตพฺพนฺติ วทึสุ. อสณฺฐหนฺตาติ พุทฺธานุภาเวน พุทฺธเตเชน อภิภูตา อตฺตโน กติกาย ฐาตุํ อสกฺโกนฺตา. นาเมน จ อาวุโสวาเทน จ สมุทาจรนฺตีติ ‘‘โคตมา’’ติ จ ‘‘อาวุโส’’ติ จ วทนฺติ, ‘‘อาวุโส โคตม, มยํ อุรุเวลายํ ปธานกาเล ตุยฺหํ ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา วิจริมฺห, มุโขทกํ ทนฺตกฏฺฐํ อทมฺห, วุตฺถปริเวณํ สมฺมชฺชิมฺห, ปจฺฉา เต โก วตฺตปฏิปตฺตึ อกาสิ, กจฺจิ อเมฺหสุ ปกฺกนฺเตสุ น จินฺตยิตฺถา’’ติ เอวรูปํ กถํ กเถนฺตีติ อตฺโถ.
น จิรสฺเสวาติ อจิเรเนว. กุลปุตฺตาติ ทุวิธา กุลปุตฺตา ชาติกุลปุตฺตา อาจารกุลปุตฺตา จ, เอเต ปน อุภยถาปิ กุลปุตฺตาเยว. อคารสฺมาติ ฆรา. อคาราย หิตํ อคาริยํ, กสิโครกฺขาทิ กุฏุมฺพโปสนกมฺมํ วุจฺจติ. นตฺถิ เอตฺถ อคาริยนฺติ อนคาริยํ. ปพฺพชฺชาเยตํ อธิวจนํ. ปพฺพชนฺตีติ อุปคจฺฉนฺติ อุปสงฺกมนฺติ. ตทนุตฺตรนฺติ ตํ อนุตฺตรํ. พฺรหฺมจริยปริโยสานนฺติ มคฺคพฺรหฺมจริยสฺส ปริโยสานํ, อรหตฺตผลนฺติ วุตฺตํ โหติ. ตสฺส หิ อตฺถาย กุลปุตฺตา ปพฺพชนฺติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ ตสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตโนเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, อปรปฺปจฺจยํ กตฺวาติ อตฺโถ. อุปสมฺปชฺช วิหริสฺสถาติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วิหริสฺสถ.
อิริยายาติ ทุกฺกรอิริยาย. ปฏิปทายาติ ทุกฺกรปฏิปตฺติยา. ทุกฺกรการิกายาติ ปสตปสตมุคฺคยูสาทิอาหรณาทินา ทุกฺกรกรเณน. อุตฺตริ มนุสฺสธมฺมาติ มนุสฺสธมฺมโต อุปริ. อลํ อริยํ กาตุนฺติ อลมริโย, อริยภาวาย สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ, ญาณทสฺสนเมว ญาณทสฺสนวิเสโส, อลมริโย จ โส ญาณทสฺสนวิเสโส จาติ อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส. ญาณทสฺสนนฺติ จ ทิพฺพจกฺขุปิ วิปสฺสนาปิ มคฺโคปิ ผลมฺปิ ปจฺจเวกฺขณญาณมฺปิ สพฺพญฺญุตญฺญาณมฺปิ วุจฺจติ. ‘‘อปฺปมตฺโต สมาโน ญาณทสฺสนํ อาราเธตี’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๑๑) หิ เอตฺถ ทิพฺพจกฺขุ ญาณทสฺสนํ นาม. ‘‘ญาณทสฺสนาย จิตฺตํ อภินีหรติ อภินินฺนาเมตี’’ติ (ที. นิ. ๑.๒๓๕) เอตฺถ วิปสฺสนาญาณํ. ‘‘อภพฺพา เต ญาณทสฺสนาย อนุตฺตราย สมฺโพธายา’’ติ (อ. นิ. ๔.๑๙๖) เอตฺถ มคฺโค. ‘‘อยมญฺโญ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมา อลมริยญาณทสฺสนวิเสโส อธิคโต ผาสุวิหาโร’’ติ (ม. นิ. ๑.๓๒๘) เอตฺถ ผลํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ‘อกุปฺปา เม เจโตวิมุตฺติ, อยมนฺติมา ชาติ, นตฺถิ ทานิ ปุนพฺภโว’’’ติ (สํ. นิ. ๕.๑๐๘๑; มหาว. ๑๖) เอตฺถ ปจฺจเวกฺขณญาณํ. ‘‘ญาณญฺจ ปน เม ทสฺสนํ อุทปาทิ ‘สตฺตาหกาลกโต อาฬาโร กาลาโม’’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๘๔; ๒.๓๔๐; มหาว. ๑๐) เอตฺถ สพฺพญฺญุตญฺญาณํ. อิธ ปน สพฺพญฺญุตญฺญาณปทฏฺฐาโน อริยมคฺโค สพฺพญฺญุตญฺญาณเมว วา อธิปฺเปตํ.
อภิชานาถ เม โนติ อภิชานาถ นุ เม. เอวรูปํ ปภาวิตเมตนฺติ เอตฺถ เอวรูปํ วากฺยเภทนฺติ อตฺโถ, อปิ นุ อหํ อุรุเวลายํ ปธาเน ตุมฺหากํ สงฺคณฺหนตฺถํ อนุกฺกณฺฐนตฺถํ รตฺตึ วา ทิวา วา อาคนฺตฺวา ‘‘อาวุโส, มยํ ยตฺถ กตฺถจิ คมิสฺสามาติ มา วิตกฺกยิตฺถ, มยฺหํ โอภาโส วา กมฺมฏฺฐานนิมิตฺตํ วา ปญฺญายตี’’ติ เอวรูปํ กญฺจิ วจนเภทํ อกาสินฺติ อธิปฺปาโย. เต เอกปเทเนว สตึ ลภิตฺวา อุปฺปนฺนคารวา ‘‘อทฺธา เอส พุทฺโธ ชาโต’’ติ สทฺทหิตฺวา ‘‘โน เหตํ ภนฺเต’’ติ อาหํสุ. อสกฺขิ โข ภควา ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู สญฺญาเปตุนฺติ ภควา ปญฺจวคฺคิเย ภิกฺขู ‘‘พุทฺโธ อห’’นฺติ ชานาเปตุํ อสกฺขิ. อญฺญา จิตฺตํ อุปฏฺฐาเปสุนฺติ อญฺญาย อรหตฺตปฺปตฺติยา จิตฺตํ อุปฏฺฐเปสุํ อภินีหรึสุ.
ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตวณฺณนา
๑๓. เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตาติ เทฺว อิเม, ภิกฺขเว, โกฏฺฐาสา, เทฺว ภาคาติ อตฺโถ. ภาควจโน เหตฺถ อนฺต-สทฺโท ‘‘ปุพฺพนฺเต ญาณํ อปรนฺเต ญาณ’’นฺติอาทีสุ (ธ. ส. ๑๐๖๓) วิย. อิมสฺส ปน ปทสฺส อุจฺจารณสมกาลํ ปวตฺตนิคฺโฆโส พุทฺธานุภาเวน เหฏฺฐา อวีจึ อุปริ ภวคฺคํ ปตฺวา ทสสหสฺสิโลกธาตุํ ผริตฺวา อฏฺฐาสิ. ตสฺมึเยว สมเย ปริปกฺกกุสลมูลา สจฺจาภิสมฺโพธาย กตาธิการา อฏฺฐารสโกฏิสงฺขา พฺรหฺมาโน สมาคจฺฉึสุ. ปจฺฉิมทิสาย สูริโย อตฺถเมติ, ปาจีนทิสาย อาสาฬฺหนกฺขตฺเตน ยุตฺโต ปุณฺณจนฺโท อุคฺคจฺฉติ. ตสฺมึ สมเย ภควา ธมฺมจกฺกปฺปวตฺตนสุตฺตํ อารภนฺโต ‘‘เทฺวเม, ภิกฺขเว, อนฺตา’’ติอาทิมาห.
ตตฺถ ปพฺพชิเตนาติ คิหิพนฺธนํ เฉตฺวา ปพฺพชฺชุปคเตน. น เสวิตพฺพาติ น วฬญฺเชตพฺพา นานุยุญฺชิตพฺพา. โย จายํ กาเมสุ กามสุขลฺลิกานุโยโคติ โย จ อยํ วตฺถุกาเมสุ กิเลสกามสุขสฺส อนุโยโค, กิเลสกามสํยุตฺตสฺส สุขสฺส อนุคโตติ อตฺโถ. หีโนติ ลามโก. คมฺโมติ คามวาสีนํ สนฺตโก เตหิ เสวิตพฺพตาย. โปถุชฺชนิโกติ ปุถุชฺชเนน อนฺธพาลชเนน อาจิณฺโณ. อนริโยติ น อริโย น วิสุทฺโธ น อุตฺตโม, น วา อริยานํ สนฺตโก. อนตฺถสํหิโตติ น อตฺถสํหิโต, หิตสุขาวหการณํ อนิสฺสิโตติ อตฺโถ. อตฺตกิลมถานุโยโคติ อตฺตโน กิลมถสฺส อนุโยโค, ทุกฺขกรณํ ทุกฺขุปฺปาทนนฺติ อตฺโถ. ทุกฺโขติ กณฺฏกาปสฺสยเสยฺยาทีหิ อตฺตพาธเนหิ ทุกฺขาวโห. มชฺฌิมา ปฏิปทาติ อริยมคฺคํ สนฺธาย วุตฺตํ. มคฺโค หิ กามสุขลฺลิกานุโยโค เอโก อนฺโต, อตฺตกิลมถานุโยโค เอโก อนฺโต, เอเต เทฺว อนฺเต น อุเปติ น อุปคจฺฉติ, วิมุตฺโต เอเตหิ อนฺเตหิ, ตสฺมา ‘‘มชฺฌิมา ปฏิปทา’’ติ วุจฺจติ. เอเตสํ มชฺเฌ ภวตฺตา มชฺฌิมา, วฏฺฏทุกฺขนิสฺสรณตฺถิเกหิ ปฏิปชฺชิตพฺพโต จ ปฏิปทาติ, ตถา โลโภ เอโก อนฺโต, โทโส เอโก อนฺโต. สสฺสตํ เอกํ อนฺตํ, อุจฺเฉโท เอโก อนฺโตติ ปุริมนเยเนว วิตฺถาเรตพฺพํ.
จกฺขุกรณีติอาทีหิ ตเมว ปฏิปทํ โถเมติ. ปญฺญาจกฺขุํ กโรตีติ จกฺขุกรณี. สา หิ จตุนฺนํ สจฺจานํ ทสฺสนาย สํวตฺตติ ปริญฺญาภิสมยาทิเภทสฺส ทสฺสนสฺส ปวตฺตนฏฺเฐนาติ ‘‘จกฺขุกรณี’’ติ วุจฺจติ. ตยิทํ สติปิ ปฏิปทาย อนญฺญตฺเต อวยววเสน สิชฺฌมาโน อตฺโถ สมุทาเยน กโต นาม โหตีติ อุปจารวเสน วุตฺตนฺติ ทฏฺฐพฺพํ. ทุติยปทํ ตสฺเสว เววจนํ. อุปสมายาติ กิเลสุปสมตฺถาย. อภิญฺญายาติ จตุนฺนํ สจฺจานํ อภิชานนตฺถาย. สมฺโพธายาติ เตสํเยว สมฺพุชฺฌนตฺถาย. นิพฺพานายาติ นิพฺพานสจฺฉิกิริยาย. อถ วา นิพฺพานายาติ อนุปาทิเสสนิพฺพานาย. ‘‘อุปสมายา’’ติ หิ อิมินา สอุปาทิเสสนิพฺพานํ คหิตํ.
อิทานิ ตํ มชฺฌิมปฺปฏิปทํ สรูปโต ทสฺเสตุกาโม ‘‘กตมา จ สา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อยเมวา’’ติอาทินา นเยน วิสฺสชฺเชสิ. ตตฺถ อยเมวาติ อวธารณวจนํ อญฺญสฺส นิพฺพานคามิมคฺคสฺส อตฺถิภาวปฏิเสธนตฺถํ. สตฺตาปฏิกฺเขโป หิ อิธ ปฏิเสธนํ อลพฺภมานตฺตา อญฺญสฺส มคฺคสฺส. อริโยติ กิเลสานํ อารกตฺตา อริโย นิรุตฺตินเยน. อริปหานาย สํวตฺตตีติปิ อริโย อรโย ปาปธมฺมา ยนฺติ อปคจฺฉนฺติ เอเตนาติ กตฺวา. อริเยน ภควตา เทสิตตฺตา อริยสฺส อยนฺติปิ อริโย, อริยภาวปฺปฏิลาภาย สํวตฺตตีติปิ อริโย. เอตฺถ ปน อริยกโร อริโยติปิ อุตฺตรปทโลเปน อริย-สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา. อฏฺฐหิ องฺเคหิ อุเปตตฺตา อฏฺฐงฺคิโก. มคฺคงฺคสมุทาเย หิ มคฺคโวหาโร, สมุทาโย จ สมุทายีหิ สมนฺนาคโต นาม โหติ. อยํ ปเนตฺถ วจนตฺโถ – อตฺตโน อวยวภูตานิ อฏฺฐงฺคานิ เอตสฺส สนฺตีติ อฏฺฐงฺคิโกติ. ปรมตฺถโต ปน องฺคานิเยว มคฺโค ปญฺจงฺคิกตูริยาทีนิ วิย, น จ องฺควินิมุตฺโต ฉฬงฺโค เวโท วิย. กิเลเส มาเรนฺโต คจฺฉตีติ มคฺโค นิรุตฺตินเยน, นิพฺพานํ มคฺคติ คเวสตีติ วา มคฺโค. อริยมคฺโค หิ นิพฺพานํ อารมฺมณํ กโรนฺโต คเวสนฺโต วิย โหติ. นิพฺพานตฺถิเกหิ มคฺคียตีติ วา มคฺโค วิวฏฺฏูปนิสฺสยปุญฺญกรณโต ปฏฺฐาย ตทตฺถปฏิปตฺติโต. คมฺมติ วา เตหิ ปฏิปชฺชียตีติ มคฺโค. เอตฺถ ปน อาทิอนฺตวิปริยาเยน สทฺทสิทฺธิ เวทิตพฺพา.
เสยฺยถิทนฺติ นิปาโต, ตสฺส กตโม โส อิติ เจติ อตฺโถ, กตมานิ วา ตานิ อฏฺฐงฺคานีติ. สพฺพลิงฺควิภตฺติวจนสาธารโณ หิ อยํ นิปาโต. เอกเมกมฺปิ องฺคํ มคฺโคเยว. ยถาห ‘‘สมฺมาทิฏฺฐิ มคฺโค เจว เหตุ จา’’ติ (ธ. ส. ๑๐๓๙). โปราณาปิ ภณนฺติ ‘‘ทสฺสนมคฺโค สมฺมาทิฏฺฐิ, อภินิโรปนมคฺโค สมฺมาสงฺกปฺโป…เป… อวิกฺเขปมคฺโค สมฺมาสมาธี’’ติ. นนุ จ องฺคานิ สมุทิตานิ มคฺโค อนฺตมโส สตฺตงฺควิกลสฺส อริยมคฺคสฺส อภาวโตติ? สจฺจเมตํ สจฺจสมฺปฏิเวเธ, มคฺคปฺปจฺจยตาย ปน ยถาสกํ กิจฺจกรเณน ปจฺเจกมฺปิ ตานิ มคฺโคเยว, อญฺญถา สมุทิตานมฺปิ เตสํ มคฺคกิจฺจํ น สมฺภเวยฺยาติ. สมฺมาทิฏฺฐิอาทีสุ สมฺมา ปสฺสตีติ สมฺมาทิฏฺฐิ, สมฺมา สงฺกปฺเปติ สมฺปยุตฺตธมฺเม นิพฺพานสงฺขาเต อารมฺมเณ อภินิโรเปตีติ สมฺมาสงฺกปฺโป, สมฺมา วทติ เอตายาติ สมฺมาวาจา, สมฺมา กโรติ เอเตนาติ สมฺมากมฺมํ, ตเทว สมฺมากมฺมนฺโต, สมฺมา อาชีวติ เอเตนาติ สมฺมาอาชีโว, สมฺมา วายมติ อุสฺสหตีติ สมฺมาวายาโม, สมฺมา สรติ อนุสฺสรตีติ สมฺมาสติ, สมฺมา สมาธิยติ จิตฺตํ เอเตนาติ สมฺมาสมาธีติ เอวํ นิพฺพจนํ เวทิตพฺพํ. อิทานิ อยํ โข สา ภิกฺขเวติ ตเมว ปฏิปทํ นิคเมนฺโต อาห. ตสฺสตฺโถ – ยฺวายํ จตฺตาโรปิ โลกุตฺตรมคฺเค เอกโต กตฺวา กถิโต อฏฺฐงฺคิโก มคฺโค, อยํ โข สา ภิกฺขเว…เป… นิพฺพานาย สํวตฺตตีติ.
๑๔. เอวํ มชฺฌิมปฏิปทํ สรูปโต ทสฺเสตฺวา อิทานิ จตฺตาริ อริยสจฺจานิ ทสฺเสตุํ ‘‘อิทํ โข ปน, ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. ตตฺถ (วิสุทฺธิ. ๒.๕๓๐) ทุกฺขนฺติ เอตฺถ ทุ-อิติ อยํ สทฺโท กุจฺฉิเต ทิสฺสติ. กุจฺฉิตญฺหิ ปุตฺตํ ‘‘ทุปุตฺโต’’ติ วทนฺติ, ขํ-สทฺโท ปน ตุจฺเฉ. ตุจฺฉญฺหิ อากาสํ ‘‘ข’’นฺติ วุจฺจติ. อิทญฺจ ปฐมสจฺจํ กุจฺฉิตํ อเนกอุปทฺทวาธิฏฺฐานโต, ตุจฺฉํ พาลชนปริกปฺปิตธุวสุภสุขตฺตภาววิรหิตโต, ตสฺมา กุจฺฉิตตฺตา ตุจฺฉตฺตา จ ‘‘ทุกฺข’’นฺติ วุจฺจติ. ยสฺมา ปเนตํ พุทฺธาทโย อริยา ปฏิวิชฺฌนฺติ, ตสฺมา ‘‘อริยสจฺจ’’นฺติ วุจฺจติ. อริยปฏิวิชฺฌิตพฺพญฺหิ สจฺจํ ปุริมปเท อุตฺตรปทโลเปน ‘‘อริยสจฺจ’’นฺติ วุตฺตํ. อริยสฺส ตถาคตสฺส สจฺจนฺติปิ อริยสจฺจํ. ตถาคเตน หิ สยํ อธิคตตฺตา ปเวทิตตฺตา ตโต เอว จ อญฺเญหิ อธิคมนียตฺตา ตํ ตสฺส โหตีติ. อถ วา เอตสฺส อภิสมฺพุทฺธตฺตา อริยภาวสิทฺธิโต อริยสาธกํ สจฺจนฺติปิ อริยสจฺจํ ปุพฺเพ วิย อุตฺตรปทโลเปน. อวิตถภาเวน วา อรณียตฺตา อธิคนฺตพฺพตฺตา อริยํ สจฺจนฺติปิ อริยสจฺจํ. สจฺจตฺถํ ปน จตุนฺนมฺปิ สจฺจานํ ปรโต เอกชฺฌํ ทสฺสยิสฺสาม.
อิทานิ ตํ ทุกฺขํ อริยสจฺจํ สรูปโต ทสฺเสตุํ ‘‘ชาติปิ ทุกฺขา’’ติอาทิมาห. ตตฺรายํ ชาติ-สทฺโท อเนกตฺโถ. ตถา เหส ‘‘เอกมฺปิ ชาตึ เทฺวปิ ชาติโย’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๑; ม. นิ. ๑.๑๔๘) เอตฺถ ภเว อาคโต. ‘‘อตฺถิ, วิสาเข, นิคณฺฐา นาม สมณชาตี’’ติ (อ. นิ. ๓.๗๑) เอตฺถ นิกาเย. ‘‘ชาติ ทฺวีหิ ขนฺเธหิ สงฺคหิตา’’ติ (ธาตุ. ๗๑) เอตฺถ สงฺขตลกฺขเณ. ‘‘ยํ มาตุกุจฺฉิสฺมึ ปฐมํ จิตฺตํ อุปฺปนฺนํ ปฐมํ วิญฺญาณํ ปาตุภูตํ, ตทุปาทาย สาวสฺส ชาตี’’ติ (มหาว. ๑๒๔) เอตฺถ ปฏิสนฺธิยํ. ‘‘สมฺปติชาโต, อานนฺท, โพธิสตฺโต’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๑; ม. นิ. ๓.๒๐๗) เอตฺถ ปสูติยํ. ‘‘อกฺขิตฺโต อนุปกุฏฺโฐ ชาติวาเทนา’’ติ (ที. นิ. ๑.๓๐๓) เอตฺถ กุเล. สฺวายมิธ คพฺภเสยฺยกานํ ปฏิสนฺธิโต ปฏฺฐาย ยาว มาตุกุจฺฉิมฺหา นิกฺขมนํ, ตาว ปวตฺเตสุ ขนฺเธสุ, อิตเรสํ ปฏิสนฺธิกฺขเณเสฺววาติ ทฏฺฐพฺโพ. อยมฺปิ จ ปริยายกถาว, นิปฺปริยายโต ปน ตตฺถ ตตฺถ นิพฺพตฺตมานานํ สตฺตานํ เย ขนฺธา ปาตุภวนฺติ, เตสํ ปฐมปาตุภาโว ชาติ นาม.
กสฺมา ปเนสา ทุกฺขาติ เจ? อเนเกสํ ทุกฺขานํ วตฺถุภาวโต. อเนกานิ หิ ทุกฺขานิ. เสยฺยถิทํ – ทุกฺขทุกฺขํ วิปริณามทุกฺขํ สงฺขารทุกฺขํ ปฏิจฺฉนฺนทุกฺขํ อปฺปฏิจฺฉนฺนทุกฺขํ ปริยายทุกฺขํ นิปฺปริยายทุกฺขนฺติ. ตตฺถ กายิกเจตสิกา ทุกฺขา เวทนา สภาวโต จ นามโต จ ทุกฺขตฺตา ทุกฺขทุกฺขนฺติ วุจฺจติ. สุขา เวทนา วิปริณามทุกฺขุปฺปตฺติเหตุโต วิปริณามทุกฺขํ. อุเปกฺขา เวทนา เจว เสสา จ เตภูมกา สงฺขารา อุทยพฺพยปีฬิตตฺตา สงฺขารทุกฺขํ. กณฺณสูลทนฺตสูลราคชปริฬาหโทสชปริฬาหาทิกายิกเจตสิกา อาพาธา ปุจฺฉิตฺวา ชานิตพฺพโต อุปกฺกมสฺส จ อปากฏภาวโต ปฏิจฺฉนฺนทุกฺขํ. ทฺวตฺตึสกมฺมการณาทิสมุฏฺฐาโน อาพาโธ อปุจฺฉิตฺวาว ชานิตพฺพโต อุปกฺกมสฺส จ ปากฏภาวโต อปฺปฏิจฺฉนฺนทุกฺขํ. ฐเปตฺวา ทุกฺขทุกฺขํ เสสทุกฺขํ สจฺจวิภงฺเค อาคตํ ชาติอาทิ สพฺพมฺปิ ตสฺส ตสฺส ทุกฺขสฺส วตฺถุภาวโต ปริยายทุกฺขํ. ทุกฺขทุกฺขํ ปน นิปฺปริยายทุกฺขนฺติ วุจฺจติ. ตตฺรายํ ชาติ ยํ ตํ พาลปณฺฑิตสุตฺตาทีสุ (ม. นิ. ๓.๒๔๖ อาทโย) ภควตาปิ อุปมาวเสน ปกาสิตํ อาปายิกํ ทุกฺขํ, ยญฺจ สุคติยมฺปิ มนุสฺสโลเก คพฺโภกฺกนฺติมูลกาทิเภทํ ทุกฺขํ อุปฺปชฺชติ, ตสฺส วตฺถุภาวโต ทุกฺขา. เตนาหุ โปราณา –
‘‘ชาเยถ โน เจ นรเกสุ สตฺโต;
ตตฺถคฺคิทาหาทิกมปฺปสยฺหํ;
ลเภถ ทุกฺขํ น กุหึ ปติฏฺฐํ;
อิจฺจาห ทุกฺขาติ มุนีธ ชาตึ.