๑๒. สตฺตสติกกฺขนฺธกํ
ทสวตฺถุกถาวณฺณนา
๔๔๖. สตฺตสติกกฺขนฺธเก นิกฺขิตฺตมณิสุวณฺณาติ รูปิยสิกฺขาปเทเนว ปฏิกฺขิตฺตมณิสุวณฺณา. ตตฺถ มณิคฺคหเณน สพฺพํ ทุกฺกฏวตฺถุ, สุวณฺณคฺคหเณน สพฺพํ ปาจิตฺติยวตฺถุ คหิตํ โหติ. ภิกฺขคฺเคนาติ ภิกฺขุคณนาย.
๔๔๗. อุปกฺกิเลสาติ วิโรจิตุํ อทตฺวา อุปกฺกิลิฏฺฐภาวกรเณน อุปกฺกิเลสา. มหิกาติ หิมํ. ธูโม จ รโช จ ธูมรโช. เอตฺถ ปุริมา ตโย อสมฺปตฺตอุปกฺกิเลสา, ราหุ ปน สมฺปตฺตอุปกฺกิเลสวเสน กถิโตติ เวทิตพฺโพ. สมณพฺราหฺมณา น ตปนฺติ น ภาสนฺติ น วิโรจนฺตีติ คุณปตาเปน น ตปนฺติ คุโณภาเสน น ภาสนฺติ คุณวิโรจเนน น วิโรจนฺติ. สุราเมรยปานา อปฺปฏิวิรตาติ ปญฺจวิธาย สุราย จตุพฺพิธสฺส จ เมรยสฺส ปานโต อวิรตา.
อวิชฺชานิวุฏาติ อวิชฺชาย นิวาริตา ปิหิตา. ปิยรูปาภินนฺทิโนติ ปิยรูปํ สาตรูปํ อภินนฺทมานา ตุสฺสมานา. สาทิยนฺตีติ คณฺหนฺติ. อวิทฺทสูติ อนฺธพาลา. สรชาติ สกิเลสรชา. มคาติ มิคสทิสา. ตสฺมึ ตสฺมึ วิสเย ภเว วา เนตีติ เนตฺติ, ตณฺหาเยตํ อธิวจนํ. ตาย สห วตฺตนฺตีติ สเนตฺติกา.
๔๔๘. ตํ ปริสํ เอตทโวจาติ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๔.๓๖๒) ตสฺส กิร เอวํ อโหสิ ‘‘กุลปุตฺตา ปพฺพชนฺตา ปุตฺตทารญฺเจว ชาตรูปรชตญฺจ ปหาเยว ปพฺพชนฺติ, น จ สกฺกา ยํ ปหาย ปพฺพชิตา ตํ เอเตหิ คาเหตุ’’นฺติ นยคฺคาเห ฐตฺวา เอตํ ‘‘มา อยฺยา’’ติอาทิวจนํ อโวจ. เอกํเสเนตนฺติ เอตํ ปญฺจกามคุณกปฺปนํ ‘‘อสฺสมณธมฺโม อสกฺยปุตฺติยธมฺโม’’ติ เอกํเสน ธาเรยฺยาสิ.
ติณนฺติ เสนาสนจฺฉทนติณํ. ปริเยสิตพฺพนฺติ ติณจฺฉทเน วา อิฏฺฐกจฺฉทเน วา เคเห ปลุชฺชนฺเต เยหิ ตํ การิตํ, เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘ตุเมฺหหิ การิตํ เสนาสนํ โอวสฺสติ, น สกฺกา ตตฺถ วสิตุ’’นฺติ อาจิกฺขิตพฺพํ. มนุสฺสา สกฺโกนฺตา กริสฺสนฺติ, อสกฺโกนฺตา ‘‘ตุเมฺห วฑฺฒกี คเหตฺวา การาเปถ, มยํ เต สญฺญาเปสฺสามา’’ติ วกฺขนฺติ. เอวํ วุตฺเต กาเรตฺวา เตสํ อาจิกฺขิตพฺพํ, มนุสฺสา วฑฺฒกีนํ ทาตพฺพํ ทสฺสนฺติ. สเจ อาวาสสามิกา นตฺถิ, อญฺเญสมฺปิ ภิกฺขาจารวตฺเตน อาโรเจตฺวา กาเรตุํ วฏฺฏติ. อิมํ สนฺธาย ‘‘ปริเยสิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
ทารูติ เสนาสเน โคปานสิอาทีสุ ปลุชฺชมาเนสุ ตทตฺถาย ทารุ ปริเยสิตพฺพํ. สกฏนฺติ คิหิวิกฏํ วา ตาวกาลิกํ วา กตฺวา สกฏํ ปริเยสิตพฺพํ. น เกวลญฺจ สกฏเมว, อญฺญมฺปิ วาสิผรสุกุทาลาทิอุปกรณํ เอวํ ปริเยสิตุํ วฏฺฏติ. ปุริโสติ หตฺถกมฺมวเสน ปุริโส ปริเยสิตพฺโพ. ยํ กญฺจิ หิ ปุริสํ ‘‘หตฺถกมฺมํ อาวุโส ทสฺสสี’’ติ วตฺวา ‘‘ทสฺสามิ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ‘‘อิมสฺมึ อิทญฺจิทญฺจ กโรหี’’ติ ยํ อิจฺฉติ, ตํ กาเรตุํ วฏฺฏติ. น เตฺววาหํ คามณิ เกนจิ ปริยาเยนาติ ชาตรูปรชตํ ปนาหํ เกนจิปิ การเณน ปริเยสิตพฺพนฺติ น วทามิ.
๔๔๙. ปาปกํ กตนฺติ อสุนฺทรํ กตํ.
๔๕๐. อโหคงฺโคติ ตสฺส ปพฺพตสฺส นามํ.
๔๕๑. ปฏิกจฺเจว คจฺเฉยฺยนฺติ ยตฺถ ตํ อธิกรณํ วูปสเมตุํ ภิกฺขู สนฺนิปตนฺติ, ตตฺถ ปฐมเมว คจฺเฉยฺยํ. สมฺภาเวสุนฺติ ปาปุณึสุ.
๔๕๒. อโลณกํ ภวิสฺสตีติ อโลณกํ ภตฺตํ วา พฺยญฺชนํ วา ภวิสฺสติ. อาสุตาติ สพฺพสมฺภารสชฺชิตา. ‘‘อสุตฺตา’’ติ วา ปาโฐ.
๔๕๓. อุชฺชวึสูติ นาวํ อารุยฺห ปฏิโสเตน คจฺฉึสุ. ปาจีนกาติ ปาจีนเทสวาสิโน.
๔๕๔. นนุ ตฺวํ อาวุโส วุฑฺโฒ วีสติวสฺโสสีติ นนุ ตฺวํ อาวุโส วีสติวสฺโส, น นิสฺสยปฏิพทฺโธ, กสฺมา ตํ เถโร ปณาเมตีติ ทีเปนฺติ. ครุนิสฺสยํ คณฺหามาติ กิญฺจาปิ มยํ มหลฺลกา, เอตํ ปน เถรํ ครุํ กตฺวา วสิสฺสามาติ อธิปฺปาโย.
๔๕๕. เมตฺตาย รูปาวจรสมาธิมตฺตภาวโต ‘‘กุลฺลกวิหาเรนา’’ติ วุตฺตํ, ขุทฺทเกน วิหาเรนาติ อตฺโถ, ขุทฺทกตา จสฺส อคมฺภีรภาวโตติ อาห ‘‘อุตฺตานวิหาเรนา’’ติ. สุญฺญตาวิหาเรนาติ สุญฺญตามุเขน อธิคตผลสมาปตฺตึ สนฺธาย วุตฺตํ.
๔๕๗. สุตฺตวิภงฺเคติ ปทภาชนีเย. เตน สทฺธินฺติ ปุเรปฏิคฺคหิตโลเณน สทฺธึ. น หิ เอตฺถ ยาวชีวิกํ ตทหุปฏิคฺคหิตนฺติ ‘‘กปฺปติ สิงฺคิโลณกปฺโป’’ติ เอตฺถ วุตฺตสิงฺคิโลณํ สนฺธาย วุตฺตํ. ตญฺหิ ปุเร ปฏิคฺคเหตฺวา สิงฺเคน ปริหฏํ น ตทหุปฏิคฺคหิตํ. ยาวกาลิกเมว ตทหุปฏิคฺคหิตนฺติ สิงฺคิโลเณน มิสฺเสตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ อโลณามิสํ สนฺธาย วุตฺตํ. อุโปสถสํยุตฺเตติ อุโปสถปฏิสํยุตฺเต, อุโปสถกฺขนฺธเกติ วุตฺตํ โหติ. อติสรณํ อติสาโร, อติกฺกโม. วินยสฺส อติสาโร วินยาติสาโร. ตํ ปมาณํ กโรนฺตสฺสาติ ทสาย สทฺธึ นิสีทเน ยํ ปมาณํ วุตฺตํ, ทสาย วินา ตํ ปมาณํ กโรนฺตสฺส. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.
สตฺตสติกกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทฺวิวคฺคสงฺคหาติ จูฬวคฺคมหาวคฺคสงฺขาเตหิ ทฺวีหิ วคฺเคหิ สงฺคหิตา. ทฺวาวีสติปเภทนาติ มหาวคฺเค ทส, จูฬวคฺเค ทฺวาทสาติ เอวํ ทฺวาวีสติปฺปเภทา. สาสเนติ สตฺถุสาสเน. เย ขนฺธกา วุตฺตาติ โยเชตพฺพํ.
อิติ สมนฺตปาสาทิกาย วินยฏฺฐกถาย สารตฺถทีปนิยํ
จูฬวคฺควณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นโม ตสฺส ภควโต อรหโต สมฺมาสมฺพุทฺธสฺส
ปริวาร-ฏีกา
โสฬสมหาวาโร
ปญฺญตฺติวารวณฺณนา
วิสุทฺธปริวารสฺสาติ สพฺพโส ปริสุทฺธขีณาสวปริวารสฺส. ธมฺมกฺขนฺธสรีรสฺสาติ สีลสมาธิปญฺญาวิมุตฺติวิมุตฺติญาณทสฺสนสงฺขาตธมฺมกฺขนฺธสรีรสฺส สาสเนติ สมฺพนฺโธ. ตสฺสาติ ‘‘ปริวาโร’’ติ โย สงฺคหํ อารุโฬฺห, ตสฺส. ปุพฺพาคตํ นยนฺติ ปุพฺเพ อาคตํ วินิจฺฉยํ.
๑. ปกตตฺถปฏินิทฺเทโส ต-สทฺโทติ ตสฺส ‘‘ภควตา’’ติอาทีหิ ปเทหิ สมานาธิกรณภาเวน วุตฺตตฺถสฺส ยาย วินยปญฺญตฺติยา ภควา ปกโต อธิกโต สุปากโฏ จ, ตํ วินยปญฺญตฺตึ สทฺธึ ยาจนาย อตฺถภาเวน ทสฺเสนฺโต ‘‘โย โส…เป… วินยปญฺญตฺตึ ปญฺญเปสี’’ติ อาห. ตตฺถ วินยปญฺญตฺตินฺติ วินยภูตํ ปญฺญตฺตึ.
‘‘ชานตา ปสฺสตา’’ติ อิเมสํ ปทานํ วินยสฺส อธิกตตฺตา ตตฺถ วุตฺตนเยน ตาว อตฺถํ โยเชตฺวา อิทานิ สุตฺตนฺตนเยน ทสฺเสนฺโต สติปิ ญาณทสฺสน-สทฺทานํ ปญฺญาเววจนภาเว เตน เตน วิเสเสน เตสํ วิสยวิเสสปวตฺติทสฺสนตฺถํ วิชฺชตฺตยวเสน อภิญฺญานาวรณญาณวเสน สพฺพญฺญุตญฺญาณมํสจกฺขุวเสน ปฏิเวธเทสนาญาณวเสน จ อตฺถํ โยเชตฺวา ทสฺเสนฺโต ‘‘อปิจา’’ติอาทิมาห. ตตฺถ ปุพฺเพนิวาสาทีหีติ ปุพฺเพนิวาสาสวกฺขยญาเณหิ. ปฏิเวธปญฺญายาติ อริยมคฺคปญฺญาย. เทสนาปญฺญาย ปสฺสตาติ เทเสตพฺพธมฺมานํ เทเสตพฺพปฺปการํ โพธเนยฺยปุคฺคลานญฺจ อาสยานุสยจริตาธิมุตฺติอาทิเภทํ ธมฺมํ เทสนาปญฺญาย ยาถาวโต ปสฺสตา. อรหตาติ อรีนํ, อรานญฺจ หตตฺตา, ปจฺจยาทีนญฺจ อรหตฺตา อรหตา. สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ สมฺมา สามญฺจ สจฺจานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อถ วา อนฺตรายิกธมฺเม ชานตา, นิยฺยานิกธมฺเม ปสฺสตา, กิเลสารีนํ หตตฺตา อรหตา, สมฺมา สามํ สพฺพธมฺมานํ พุทฺธตฺตา สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ จตุเวสารชฺชวเสนเปตฺถ โยชนา เวทิตพฺพา.
อปิจ ฐานาฏฺฐานาทิวิภาคํ ชานตา, ยถากมฺมูปเค สตฺเต ปสฺสตา, สวาสนอาสวานํ ฉินฺนตฺตา อรหตา, อภิญฺเญยฺยาทิเภเท ธมฺเม อภิญฺเญยฺยาทิโต อวิปรีตาวโพธโต สมฺมาสมฺพุทฺเธน. อถ วา ตีสุ กาเลสุ อปฺปฏิหตญาณตาย ชานตา, กายกมฺมาทิวเสน ติณฺณมฺปิ กมฺมานํ ญาณานุปริวตฺติโต สมฺมา การิตาย ปสฺสตา, ทวาทีนํ อภาวสาธิกาย ปหานสมฺปทาย อรหตา, ฉนฺทาทีนํ อหานิเหตุภูตาย อกฺขยปฏิภานสาธิกาย สพฺพญฺญุตาย สมฺมาสมฺพุทฺเธนาติ เอวํ ทสพลอฏฺฐารสาเวณิกพุทฺธธมฺมวเสนปิ โยชนา กาตพฺพา.
๒. ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเนติ ปุจฺฉาย วิสฺสชฺชเน. เอตฺถาติ เอตสฺมึ ปุจฺฉาวิสฺสชฺชเน. มชฺฌิมเทเสเยว ปญฺญตฺตีติ ตสฺมึเยว เทเส ยถาวุตฺตวตฺถุวีติกฺกเม อาปตฺติสมฺภวโต. วินีตกถาติ วินีตวตฺถุกถา, อยเมว วา ปาโฐ.
กาเยน ปน อาปตฺตึ อาปชฺชตีติ ปุพฺพภาเค เสวนจิตฺตํ องฺคํ กตฺวา กายทฺวารสงฺขาตวิญฺญตฺตึ ชนยิตฺวา ปวตฺตจิตฺตุปฺปาทสงฺขาตํ อาปตฺตึ อาปชฺชติ. กิญฺจาปิ หิ จิตฺเตน สมุฏฺฐาปิตา วิญฺญตฺติ, ตถาปิ จิตฺเตน อธิปฺเปตสฺส อตฺถสฺส กายวิญฺญตฺติยา สาธิตตฺตา ‘‘กายทฺวาเรน อาปตฺตึ อาปชฺชตี’’ติ วุจฺจติ. อิมมตฺถํ สนฺธายาติ อาปนฺนาย อาปตฺติยา อนาปตฺติภาวาปาทนสฺส อสกฺกุเณยฺยตาสงฺขาตมตฺถํ สนฺธาย, น ภณฺฑนาทิวูปสมํ.
๓. โปราณเกหิ มหาเถเรหีติ สีหฬทีปวาสีหิ มหาเถเรหิ. ฐปิตาติ โปตฺถกสงฺคหาโรหนกาเล ฐปิตา. จตุตฺถสงฺคีติสทิสา หิ โปตฺถกาโรหสงฺคีติ. อุภโตวิภงฺเค ทฺวตฺตึส วารา สุวิญฺเญยฺยาว.
สมุฏฺฐานสีสวณฺณนา
๒๕๗. สมุฏฺฐานกถาย ปน กรุณาสีตลภาเวน จนฺทสทิสตฺตา ‘‘พุทฺธจนฺเท’’ติ วุตฺตํ, กิเลสติมิรปหานโต ‘‘พุทฺธาทิจฺเจ’’ติ วุตฺตํ. ปิฏเก ตีณิ เทสยีติ ยสฺมา เต เทสยนฺติ, ตสฺมา องฺคิรโสปิ ปิฏกานิ ตีณิ เทสยิ. ตานิ กตมานีติ อาห ‘‘สุตฺตนฺต’’นฺติอาทิ. มหาคุณนฺติ มหานิสํสํ. เอวํ นียติ สทฺธมฺโม, วินโย ยทิ ติฏฺฐตีติ ยทิ วินยปริยตฺติ อนนฺตรหิตา ติฏฺฐติ ปวตฺตติ, เอวํ สติ ปฏิปตฺติปฏิเวธสทฺธมฺโม นียติ ปวตฺตติ. วินยปริยตฺติ ปน กถํ ติฏฺฐตีติ อาห ‘‘อุภโตจา’’ติอาทิ. ปริวาเรน คนฺถิตา ติฏฺฐนฺตีติ โยเชตพฺพํ. ตสฺเสว ปริวารสฺสาติ ตสฺมึเยว ปริวาเร.
นิยตกตนฺติ กตนิยตํ, นิยมิตนฺติ อตฺโถ. อญฺเญหิ สทฺธินฺติ เสสสิกฺขาปเทหิ สทฺธึ. อสมฺภินฺนสมุฏฺฐานานีติ อสงฺกรสมุฏฺฐานานิ.
ตสฺมา สิกฺเขติ ยสฺมา วินเย สติ สทฺธมฺโม ติฏฺฐติ, วินโย จ ปริวาเรน คนฺถิโต ติฏฺฐติ, ปริวาเร จ สมุฏฺฐานาทีนิ ทิสฺสนฺติ, ตสฺมา สิกฺเขยฺย ปริวารํ, อุคฺคเณฺหยฺยาติ อตฺโถ.
อาทิมฺหิ ตาว ปุริมนเยติ ‘‘ฉนฺนํ อาปตฺติสมุฏฺฐานานํ กติหิ สมุฏฺฐาเนหิ สมุฏฺฐาตีติ เอเกน สมุฏฺฐาเนน สมุฏฺฐาติ, กายโต จ จิตฺตโต จ สมุฏฺฐาตี’’ติอาทินา (ปริ. ๑๘๗) ปญฺญตฺติวาเร สกึ อาคตนยํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.
๒๕๘. นานุพนฺเธ ปวตฺตินินฺติ ‘‘ยา ปน ภิกฺขุนี วุฏฺฐาปิตํ ปวตฺตินึ เทฺว วสฺสานิ นานุพนฺเธยฺยา’’ติ (ปาจิ. ๑๑๑๑) วุตฺตสิกฺขาปทํ.
๒๗๐. อกตนฺติ อญฺเญหิ อมิสฺสีกตํ, นิยตสมุฏฺฐานนฺติ วุตฺตํ โหติ.
อนฺตรเปยฺยาลํ
กติปุจฺฉาวารวณฺณนา
๒๗๑. เวรํ มณตีติ ราคาทิเวรํ มณติ วินาเสติ. เอตายาติ วิรติยา. นิยฺยานนฺติ มคฺคํ. กายปาคพฺพิยนฺติ กายปาคพฺพิยวเสน ปวตฺตํ กายทุจฺจริตํ.
๒๗๔. สารณียาติ สริตพฺพยุตฺตา อนุสฺสรณารหา อทฺธาเน อติกฺกนฺเตปิ น สมฺมุสฺสิตพฺพา. มิชฺชติ สินิยฺหติ เอตายาติ เมตฺตา, มิตฺตภาโว. เมตฺตา เอตสฺส อตฺถีติ เมตฺตํ กายกมฺมํ, ตํ ปน ยสฺมา เมตฺตาสหคตจิตฺตสมุฏฺฐานํ, ตสฺมา วุตฺตํ ‘‘เมตฺตจิตฺเตน กตํ กายกมฺม’’นฺติ. อาวีติ ปกาสํ. ปกาสภาโว เจตฺถ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กายกมฺมํ กรียติ, ตสฺส สมฺมุขภาวโตติ อาห ‘‘สมฺมุขา’’ติ. รโหติ อปกาสํ. อปกาสตา จ ยํ อุทฺทิสฺส ตํ กมฺมํ กรียติ, ตสฺส อปจฺจกฺขภาวโตติ อาห ‘‘ปรมฺมุขา’’ติ. อุภเยหีติ นวเกหิ เถเรหิ จ. ปิยํ ปิยายิตพฺพํ กโรตีติ ปิยกรโณ. ครุํ ครุฏฺฐานิยํ กโรตีติ ครุกรโณ. สงฺคหายาติ สงฺคหวตฺถุวิเสสภาวโต สพฺรหฺมจารีนํ สงฺคหณตฺถาย. อวิวาทายาติ สงฺคหวตฺถุภาวโต เอว น วิวาทาย. สติ จ อวิวาทเหตุภูตสงฺคหกตฺเต เตสํ วเสน สพฺรหฺมจารีนํ สมคฺคภาโว เภทาภาโว สิทฺโธเยวาติ อาห ‘‘สมคฺคภาวายา’’ติอาทิ.
ปคฺคยฺห วจนนฺติ เกวลํ ‘‘เทโว’’ติ อวตฺวา ‘‘เทวตฺเถโร’’ติ คุเณหิ ถิรภาวโชตนํ ปคฺคณฺหิตฺวา อุจฺจํ กตฺวา วจนํ. มมตฺตโพธนวจนํ มมายนวจนํ. เอกนฺตติโรกฺขสฺส มโนกมฺมสฺส สมฺมุขตา นาม วิญฺญตฺติสมุฏฺฐาปนวเสเนว โหติ, ตญฺจ โข โลเก กายกมฺมนฺติ ปากฏํ ปญฺญาตํ หตฺถวิการาทึ อนามสิตฺวาเยว ทสฺเสนฺโต ‘‘นยนานิ อุมฺมีเลตฺวา’’ติอาทิมาห. กามญฺเจตฺถ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธานํ นยนานํ อุมฺมีลนา ปสนฺเนน มุเขน โอโลกนญฺจ เมตฺตํ กายกมฺมเมว, ยสฺส ปน จิตฺตสฺส วเสน นยนานํ เมตฺตาสิเนหสินิทฺธตา มุขสฺส จ ปสนฺนตา, ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘เมตฺตํ มโนกมฺมํ นามา’’ติ.
อิมานิ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๔๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๖.๑๑) จ เมตฺตกายกมฺมาทีนิ ปาฬิยํ ภิกฺขูนํ วเสน อาคตานิ คิหีสุปิ ลพฺภนฺติเยว. ภิกฺขูนญฺหิ เมตฺตจิตฺเตน อาจริยุปชฺฌายวตฺตาทิอาภิสมาจาริกธมฺมปูรณํ เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. สพฺพญฺจ อนวชฺชกายกมฺมํ อาภิสมาจาริกกมฺมนฺโตคธเมวาติ เวทิตพฺพํ. คิหีนํ เจติยวนฺทนตฺถาย โพธิวนฺทนตฺถาย สงฺฆนิมนฺตนตฺถาย คมนํ, คามํ วา ปิณฺฑาย ปวิฏฺเฐ ภิกฺขู ทิสฺวา ปจฺจุคฺคมนํ, ปตฺตปฏิคฺคหณํ, อาสนปญฺญาปนํ, อนุคมนนฺติ เอวมาทิกํ เมตฺตํ กายกมฺมํ นาม. ภิกฺขูนํ เมตฺตจิตฺเตน อาจารปญฺญตฺติสิกฺขาปน กมฺมฏฺฐานกถน ธมฺมเทสนา ปริปุจฺฉน อฏฺฐกถากถนวเสน ปวตฺติยมานํ เตปิฏกมฺปิ พุทฺธวจนํ เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม. คิหีนํ ‘‘เจติยวนฺทนตฺถาย คจฺฉาม, โพธิวนฺทนตฺถาย คจฺฉาม, ธมฺมสฺสวนํ กริสฺสาม, ทีปมาลาปุปฺผปูชํ กริสฺสาม, ตีณิ สุจริตานิ สมาทาย วตฺติสฺสาม, สลากภตฺตาทีนิ ทสฺสาม, วสฺสาวาสิกํ ทสฺสาม, อชฺช สงฺฆสฺส จตฺตาโร ปจฺจเย ทสฺสาม, สงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ขาทนียาทีนิ สํวิทหถ, อาสนานิ ปญฺญเปถ, ปานียํ อุปฏฺฐาเปถ, สงฺฆํ ปจฺจุคฺคนฺตฺวา อาเนถ, ปญฺญตฺตาสเน นิสีทาเปถ, ฉนฺทชาตา อุสฺสาหชาตา เวยฺยาวจฺจํ กโรถา’’ติอาทิกถนกาเล เมตฺตํ วจีกมฺมํ นาม. ภิกฺขูนํ ปาโตว อุฏฺฐาย สรีรปฏิชคฺคนํ เจติยงฺคณวตฺตาทีนิ จ กตฺวา วิวิตฺตาสเน นิสีทิตฺวา ‘‘อิมสฺมึ วิหาเร ภิกฺขู สุขี โหนฺตุ อเวรา อพฺยาปชฺชา’’ติ จินฺตนํ เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม. คิหีนํ ‘‘อยฺยา สุขี โหนฺตุ อเวรา อพฺยาปชฺชา’’ติ จินฺตนํ เมตฺตํ มโนกมฺมํ นาม.
ลาภาติ จีวราทโย ลทฺธปจฺจยา. ธมฺมิกาติ กุหนาทิเภทํ มิจฺฉาชีวํ วชฺเชตฺวา ธมฺเมน สเมน ภิกฺขาจริยวตฺเตน อุปฺปนฺนา. อนฺตมโส ปตฺตปริยาปนฺนมตฺตมฺปีติ ปจฺฉิมโกฏิยา ปตฺเต ปริยาปนฺนํ ปตฺตสฺส อนฺโตคตํ ทฺวตฺติกฏจฺฉุภิกฺขามตฺตมฺปิ. เทยฺยํ ทกฺขิเณยฺยญฺจ อปฺปฏิวิภตฺตํ กตฺวา ภุญฺชตีติ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี. เอตฺถ หิ เทฺว ปฏิวิภตฺตานิ นาม อามิสปฏิวิภตฺตํ ปุคฺคลปฏิวิภตฺตญฺจ. ตตฺถ ‘‘เอตฺตกํ ทสฺสามิ, เอตฺตกํ น ทสฺสามี’’ติ เอวํ จิตฺเตน วิภชนํ อามิสปฏิวิภตฺตํ นาม. ‘‘อสุกสฺส ทสฺสามิ, อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ เอวํ จิตฺเตน วิภชนํ ปน ปุคฺคลปฏิวิภตฺตํ นาม. ตทุภยมฺปิ อกตฺวา โย อปฺปฏิวิภตฺตํ ภุญฺชติ, อยํ อปฺปฏิวิภตฺตโภคี นาม. เตนาห ‘‘เนว อามิสํ ปฏิวิภชิตฺวา ภุญฺชตี’’ติอาทิ. อทาตุมฺปีติ ปิ-สทฺเทน ทาตุมฺปิ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ทานญฺหิ นาม น กสฺสจิ นิวาริตํ, เตน ทุสฺสีลสฺสปิ อตฺถิกสฺส สติ สมฺภเว ทาตพฺพํ, ตญฺจ โข กรุณายนวเสน, น วตฺตปูรณวเสน. สารณียธมฺมปูรกสฺส อปฺปฏิวิภตฺตโภคิตาย ‘‘สพฺเพสํ ทาตพฺพเมวา’’ติ วุตฺตํ. คิลานาทีนํ ปน โอทิสฺสกํ กตฺวา ทานํ อปฺปฏิวิภาคปกฺขิกํ ‘‘อสุกสฺส น ทสฺสามี’’ติ ปฏิกฺเขปสฺส อภาวโต. พฺยติเรกปฺปธาโน หิ ปฏิวิภาโค. เตนาห ‘‘คิลานคิลานุปฏฺฐาก…เป… วิเจยฺย ทาตุมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ.
สาธารณโภคีติ เอตฺถ สาธารณโภคิโน อิทํ ลกฺขณํ – ยํ ยํ ปณีตํ ลภติ, ตํ ตํ เนว ลาเภน ลาภํ นิชิคีสนมุเขน คิหีนํ เทติ อตฺตโน อาชีวสุทฺธึ รกฺขมาโน, น อตฺตนาว ปริภุญฺชติ ‘‘มยฺหํ อสาธารณโภคิตา มา โหตู’’ติ. ตํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตู’’ติ คเหตฺวา ฆณฺฏึ ปหริตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ สงฺฆสนฺตกํ วิย ปสฺสติ. อิมินา จ ตสฺส ลาภสฺส ตีสุปิ กาเลสุ สาธารณโต ฐปนํ ทสฺสิตํ. ‘‘ตํ ปฏิคฺคณฺหนฺโต จ สงฺเฆน สาธารณํ โหตู’’ติ อิมินา ปฏิคฺคหณกาโล ทสฺสิโต, ‘‘คเหตฺวา…เป… ปสฺสตี’’ติ อิมินา ปฏิคฺคหิตกาโล. ตทุภยํ ปน ตาทิเสน ปุพฺพภาเคน วินา น โหตีติ อตฺถสิทฺโธ ปุริมกาโล. ตยิทมฺปิ ปฏิคฺคหณโต ปุพฺเพวสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคเหสฺสามี’’ติ, ปฏิคฺคณฺหนฺตสฺส โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคณฺหามี’’ติ, ปฏิคฺคเหตฺวา โหติ ‘‘สงฺเฆน สาธารณํ โหตูติ ปฏิคฺคหิตํ มยา’’ติ เอวํ ติลกฺขณสมฺปนฺนํ กตฺวา ลทฺธลาภํ โอสานลกฺขณํ อวิโกเปตฺวา ปริภุญฺชนฺโต สาธารณโภคี อปฺปฏิวิภตฺตโภคี จ โหติ.
อิมํ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๔๑; ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๔๙๒; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๖.๑๑) ปน สารณียธมฺมํ โก ปูเรติ, โก น ปูเรติ? ทุสฺสีโล ตาว น ปูเรติ. น หิ ตสฺส สนฺตกํ สีลวนฺโต คณฺหนฺติ. ปริสุทฺธสีโล ปน วตฺตํ อขณฺเฑนฺโต ปูเรติ. ตตฺริทํ วตฺตํ – โย โอทิสฺสกํ กตฺวา มาตุ วา ปิตุ วา อาจริยุปชฺฌายาทีนํ วา เทติ, โส ทาตพฺพํ เทตุ, สารณียธมฺโม ปนสฺส น โหติ, ปลิโพธชคฺคนํ นาม โหติ. สารณียธมฺโม หิ มุตฺตปลิโพธสฺเสว วฏฺฏติ. เตน ปน โอทิสฺสกํ เทนฺเตน คิลานคิลานุปฏฺฐากอาคนฺตุกคมิกานญฺเจว นวปพฺพชิตสฺส จ สงฺฆาฏิปตฺตคฺคหณํ อชานนฺตสฺส ทาตพฺพํ. เอเตสํ ทตฺวา อวเสสํ เถราสนโต ปฏฺฐาย โถกํ โถกํ อทตฺวา โย ยตฺตกํ คณฺหาติ, ตสฺส ตตฺตกํ ทาตพฺพํ. อวสิฏฺเฐ อสติ ปุน ปิณฺฑาย จริตฺวา เถราสนโต ปฏฺฐาย ยํ ยํ ปณีตํ, ตํ ตํ ทตฺวา เสสํ ภุญฺชิตพฺพํ.
อยํ ปน สารณียธมฺโม สารณียธมฺมปูรณวิธิมฺหิ สุสิกฺขิตาย ปริสาย สุปูโร โหติ. สุสิกฺขิตาย หิ ปริสาย โย อญฺญโต ลภติ, โส น คณฺหาติ. อญฺญโต อลภนฺโตปิ ปมาณยุตฺตเมว คณฺหาติ, น อติเรกํ. อยญฺจ ปน สารณียธมฺโม เอวํ ปุนปฺปุนํ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ เทนฺตสฺสปิ ทฺวาทสหิ วสฺเสหิ ปูรติ, น ตโต โอรํ. สเจ หิ ทฺวาทสเมปิ วสฺเส สารณียธมฺมปูรโก ปิณฺฑปาตปูรํ ปตฺตํ อาสนสาลายํ ฐเปตฺวา นหายิตุํ คจฺฉติ, สงฺฆตฺเถโร จ ‘‘กสฺเสโส ปตฺโต’’ติ วตฺวา ‘‘สารณียธมฺมปูรกสฺสา’’ติ วุตฺเต ‘‘อาหรถ น’’นฺติ สพฺพํ ปิณฺฑปาตํ วิจาเรตฺวา ภุญฺชิตฺวาว ริตฺตปตฺตํ ฐเปติ. อถ โส ภิกฺขุ ริตฺตปตฺตํ ทิสฺวา ‘‘มยฺหํ อนวเสเสตฺวาว ปริภุญฺชึสู’’ติ โทมนสฺสํ อุปฺปาเทติ, สารณียธมฺโม ภิชฺชติ, ปุน ทฺวาทส วสฺสานิ ปูเรตพฺโพ โหติ. ติตฺถิยปริวาสสทิโส เหส, สกึ ขณฺเฑ ชาเต ปุน ปูเรตพฺโพว. โย ปน ‘‘ลาภา วต เม, สุลทฺธํ วต เม, ยสฺส เม ปตฺตคตํ อนาปุจฺฉาว สพฺรหฺมจาริโน ปริภุญฺชนฺตี’’ติ โสมนสฺสํ ชเนติ, ตสฺส ปุณฺโณ นาม โหติ.
เอวํ ปูริตสารณียธมฺมสฺส ปน เนว อิสฺสา, น มจฺฉริยํ โหติ, มนุสฺสานํ ปิโย โหติ สุลภปจฺจโย, ปตฺตคตมสฺส ทิยฺยมานมฺปิ น ขียติ, ภาชนียภณฺฑฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ลภติ, ภเย วา ฉาตเก วา สมฺปตฺเต เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺติ.
ตตฺริมานิ วตฺถูนิ – เลณคิริวาสี ติสฺสตฺเถโร กิร มหาขีรคามํ อุปนิสฺสาย วสติ. ปญฺญาสมตฺตา เถรา นาคทีปํ เจติยวนฺทนตฺถาย คจฺฉนฺตา ขีรคาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา นิกฺขมึสุ. เถโร ปวิสนฺโต เต ทิสฺวา ปุจฺฉิ ‘‘ลทฺธํ, ภนฺเต’’ติ. วิจริมฺห, อาวุโสติ. โส อลทฺธภาวํ ญตฺวา อาห ‘‘ภนฺเต, ยาวาหํ อาคจฺฉามิ, ตาว อิเธว โหถา’’ติ. มยํ, อาวุโส, ปญฺญาส ชนา ปตฺตเตมนมตฺตมฺปิ น ลภิมฺหาติ. ภนฺเต, เนวาสิกา นาม ปฏิพลา โหนฺติ, อลภนฺตาปิ ภิกฺขาจารมคฺคสภาคํ ชานนฺตีติ. เถรา อาคมึสุ. เถโร คามํ ปาวิสิ. ธุรเคเหเยว มหาอุปาสิกา ขีรภตฺตํ สชฺเชตฺวา เถรํ โอโลกยมานา ฐิตา เถรสฺส ทฺวารํ สมฺปตฺตสฺเสว ปตฺตํ ปูเรตฺวา อทาสิ. โส ตํ อาทาย เถรานํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘คณฺหถ, ภนฺเต’’ติ สงฺฆตฺเถรํ อาห. เถโร ‘‘อเมฺหหิ เอตฺตเกหิ กิญฺจิ น ลทฺธํ, อยํ สีฆเมว คเหตฺวา อาคโต, กึ นุ โข’’ติ เสสานํ มุขํ โอโลเกสิ. เถโร โอโลกนากาเรเนว ญตฺวา ‘‘ภนฺเต, ธมฺเมน สเมน ลทฺโธ ปิณฺฑปาโต, นิกฺกุกฺกุจฺจา คณฺหถา’’ติอาทิโต ปฏฺฐาย สพฺเพสํ ยาวทตฺถํ ทตฺวา อตฺตนาปิ ยาวทตฺถํ ภุญฺชิ. อถ นํ ภตฺตกิจฺจาวสาเน เถรา ปุจฺฉึสุ ‘‘กทา, อาวุโส, โลกุตฺตรธมฺมํ ปฏิวิชฺฌี’’ติ? นตฺถิ เม, ภนฺเต, โลกุตฺตรธมฺโมติ. ฌานลาภีสิ อาวุโสติ? เอตมฺปิ เม, ภนฺเต, นตฺถีติ. นนุ, อาวุโส, ปาฏิหาริยนฺติ? สารณียธมฺโม เม, ภนฺเต, ปูริโต, ตสฺส เม ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย สเจปิ ภิกฺขุสตสหสฺสํ โหติ, ปตฺตคตํ น ขียตีติ. สาธุ สาธุ สปฺปุริส อนุจฺฉวิกมิทํ ตุยฺหนฺติ. อิทํ ตาว ปตฺตคตํ น ขียตีติ เอตฺถ วตฺถุ.
อยเมว ปน เถโร เจติยปพฺพเต คิริภณฺฑมหาปูชาย ทานฏฺฐานํ คนฺตฺวา ‘‘อิมสฺมึ ทาเน กึ วรภณฺฑ’’นฺติ ปุจฺฉิ. เทฺว สาฏกา, ภนฺเตติ. เอเต มยฺหํ ปาปุณิสฺสนฺตีติ. ตํ สุตฺวา อมจฺโจ รญฺโญ อาโรเจสิ ‘‘เอโก ทหโร เอวํ วทตี’’ติ. ‘‘ทหรสฺส เอวํ จิตฺตํ, มหาเถรานํ ปน สุขุมา สาฏกา วฏฺฏนฺตี’’ติ วตฺวา ‘‘มหาเถรานํ ทสฺสามี’’ติ ฐเปสิ. ตสฺส ภิกฺขุสงฺเฆ ปฏิปาฏิยา ฐิเต เทนฺตสฺส มตฺถเก ฐปิตาปิ เต สาฏกา หตฺถํ นาโรหนฺติ, อญฺเญว อาโรหนฺติ. ทหรสฺส ทานกาเล ปน หตฺถํ อารุฬฺหา. โส ตสฺส หตฺเถ ฐเปตฺวา อมจฺจสฺส มุขํ โอโลเกตฺวา ทหรํ นิสีทาเปตฺวา ทานํ ทตฺวา สงฺฆํ วิสฺสชฺเชตฺวา ทหรสฺส สนฺติเก นิสีทิตฺวา ‘‘ภนฺเต, อิมํ ธมฺมํ กทา ปฏิวิชฺฌิตฺถา’’ติ อาห. โส ปริยาเยนปิ อสนฺตํ อวทนฺโต ‘‘นตฺถิ มยฺหํ, มหาราช, โลกุตฺตรธมฺโม’’ติ อาห. นนุ, ภนฺเต, ปุพฺเพว อวจุตฺถาติ. อาม มหาราช, สารณียธมฺมปูรโก อหํ, ตสฺส เม ธมฺมสฺส ปูริตกาลโต ปฏฺฐาย ภาชนียฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตีติ. ‘‘สาธุ สาธุ ภนฺเต, อนุจฺฉวิกมิทํ ตุมฺหาก’’นฺติ วนฺทิตฺวา ปกฺกามิ. อิทํ ภาชนียฏฺฐาเน อคฺคภณฺฑํ ปาปุณาตีติ เอตฺถ วตฺถุ.
จณฺฑาลติสฺสภเยน ปน ภาตรคามวาสิโน นาคตฺเถริยา อนาโรเจตฺวาว ปลายึสุ. เถรี ปจฺจูสสมเย ‘‘อติ วิย อปฺปนิคฺโฆโส คาโม, อุปธาเรถ ตาวา’’ติ ทหรภิกฺขุนิโย อาห. ตา คนฺตฺวา สพฺเพสํ คตภาวํ ญตฺวา อาคมฺม เถริยา อาโรเจสุํ. สา สุตฺวา ‘‘มา ตุเมฺห เตสํ คตภาวํ จินฺตยิตฺถ, อตฺตโน อุทฺเทสปริปุจฺฉาโยนิโสมนสิกาเรสุเยว โยคํ กโรถา’’ติ วตฺวา ภิกฺขาจารเวลายํ ปารุปิตฺวา อตฺตทฺวาทสมา คามทฺวาเร นิโคฺรธมูเล อฏฺฐาสิ. รุกฺเข อธิวตฺถา เทวตา ทฺวาทสนฺนมฺปิ ภิกฺขุนีนํ ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา ‘‘อยฺเย อญฺญตฺถ มา คจฺฉถ, นิจฺจํ อิเธว เอถา’’ติ อาห. เถริยา ปน กนิฏฺฐภาตา นาคตฺเถโร นาม อตฺถิ, โส ‘‘มหนฺตํ ภยํ, น สกฺกา ยาเปตุํ, ปรตีรํ คมิสฺสามี’’ติ อตฺตทฺวาทสโม อตฺตโน วสนฏฺฐานา นิกฺขนฺโต ‘‘เถรึ ทิสฺวา คมิสฺสามี’’ติ ภาตรคามํ อาคโต. เถรี ‘‘เถรา อาคตา’’ติ สุตฺวา เตสํ สนฺติกํ คนฺตฺวา ‘‘กึ อยฺยา’’ติ ปุจฺฉิ. โส ตํ ปวตฺตึ อาจิกฺขิ. สา ‘‘อชฺช เอกทิวสํ วิหาเร วสิตฺวา เสฺวว คมิสฺสถา’’ติ อาห. เถรา วิหารํ อาคมํสุ.
เถรี ปุนทิวเส รุกฺขมูเล ปิณฺฑาย จริตฺวา เถรํ อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อิมํ ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชถา’’ติ อาห. เถโร ‘‘วฏฺฏิสฺสติ เถรี’’ติ วตฺวา ตุณฺหี อฏฺฐาสิ. ธมฺมิโก ตาต ปิณฺฑปาโต, กุกฺกุจฺจํ อกตฺวา ปริภุญฺชถาติ. วฏฺฏิสฺสติ เถรีติ. สา ปตฺตํ คเหตฺวา อากาเส ขิปิ. ปตฺโต อากาเส อฏฺฐาสิ. เถโร ‘‘สตฺตตาลมตฺเต ฐิตมฺปิ ภิกฺขุนีภตฺตเมว เถรี’’ติ วตฺวา ‘‘ภยํ นาม สพฺพกาลํ น โหติ, ภเย วูปสนฺเต อริยวํสํ กถยมาโน ‘โภ ปิณฺฑปาติก ภิกฺขุนีภตฺตํ ภุญฺชิตฺวา วีตินามยิตฺถา’ติ จิตฺเตน อนุวทิยมาโน สนฺถมฺภิตุํ น สกฺขิสฺสามิ, อปฺปมตฺตา โหถ เถริโย’’ติ มคฺคํ อารุหิ. รุกฺขเทวตาปิ ‘‘สเจ เถโร เถริยา หตฺถโต ปิณฺฑปาตํ ปริภุญฺชิสฺสติ, น นํ นิวตฺเตสฺสามิ, สเจ น ปริภุญฺชิสฺสติ, นิวตฺเตสฺสามี’’ติ จินฺตยมานา ฐตฺวา เถรสฺส คมนํ ทิสฺวา รุกฺขา โอรุยฺห ‘‘ปตฺตํ, ภนฺเต, เทถา’’ติ ปตฺตํ คเหตฺวา เถรํ รุกฺขมูลํเยว อาเนตฺวา อาสนํ ปญฺญเปตฺวา ปิณฺฑปาตํ ทตฺวา กตภตฺตกิจฺจํ ปฏิญฺญํ กาเรตฺวา ทฺวาทส ภิกฺขุนิโย ทฺวาทส จ ภิกฺขู สตฺต วสฺสานิ อุปฏฺฐหิ. อิทํ เทวตา อุสฺสุกฺกํ อาปชฺชนฺตีติ เอตฺถ วตฺถุ. ตตฺร หิ เถรี สารณียธมฺมปูริกา อโหสิ.
นตฺถิ เอเตสํ ขณฺฑนฺติ อขณฺฑานิ, ตํ ปน เนสํ ขณฺฑํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺสา’’ติอาทิ วุตฺตํ. ตตฺถ อุปสมฺปนฺนสีลานํ อุทฺเทสกฺกเมน อาทิอนฺตา เวทิตพฺพา. เตนาห ‘‘สตฺตสู’’ติอาทิ. อนุปสมฺปนฺนสีลานํ ปน สมาทานกฺกเมนปิ อาทิอนฺตา ลพฺภนฺติ. ปริยนฺเต ฉินฺนสาฏโก วิยาติ วตฺถนฺเต ทสนฺเต วา ฉินฺนวตฺถํ วิย. วิสทิสุทาหรณญฺเจตํ ‘‘อขณฺฑานี’’ติ อิมสฺส อธิกตตฺตา. เอวํ เสสานิปิ อุทาหรณานิ. ขณฺฑนฺติ ขณฺฑวนฺตํ, ขณฺฑิตํ วา. ฉิทฺทนฺติอาทีสุปิ เอเสว นโย. วิสภาควณฺเณน คาวี วิยาติ สมฺพนฺโธ. วิสภาควณฺเณน อุปฑฺฒํ ตติยภาคํ วา สมฺภินฺนวณฺณํ สพลํ, วิสภาควณฺเณเหว ปน พินฺทูหิ อนฺตรนฺตรา วิมิสฺสํ กมฺมาสํ. อยํ อิเมสํ วิเสโส.
ภุชิสฺสภาวกรณโตติ ตณฺหาทาสพฺยโต โมเจตฺวา ภุชิสฺสภาวกรณโต. สีลสฺส จ ตณฺหาทาสพฺยโต โมจนํ วิวฏฺฏูปนิสฺสยภาวาปาทนํ, เตนสฺส วิวฏฺฏูปนิสฺสยตา ทสฺสิตา. ‘‘ภุชิสฺสภาวกรณโต’’ติ จ อิมินา ภุชิสฺสกรานิ ภุชิสฺสานีติ อุตฺตรปทโลเปนายํ นิทฺเทโสติ ทสฺเสติ. ยสฺมา จ ตํสมงฺคีปุคฺคโล เสรี สยํวสี ภุชิสฺโส นาม โหติ, ตสฺมาปิ ภุชิสฺสานิ. สุปริสุทฺธภาเวน ปาสํสตฺตา วิญฺญุปสตฺถานิ. อวิญฺญูนํ ปสํสาย อปฺปมาณภาวโต วิญฺญูคหณํ กตํ. ตณฺหาทิฏฺฐีหิ อปรามฏฺฐตฺตาติ ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว วา ภวิสฺสามิ เทวญฺญตโร วา’’ติ ตณฺหาปรามาเสน ‘‘อิมินาหํ สีเลน เทโว หุตฺวา ตตฺถ นิจฺโจ ธุโว สสฺสโต ภวิสฺสามี’’ติ ทิฏฺฐิปรามาเสน จ อปรามฏฺฐตฺตา. อถ วา ‘‘อยํ เต สีเลสุ ทาโส’’ติ จตูสุ วิปตฺตีสุ ยํ วา ตํ วา วิปตฺตึ ทสฺเสตฺวา ‘‘อิมํ นาม ตฺวํ อาปนฺนปุพฺโพ’’ติ เกนจิ ปรามฏฺฐุํ อนุทฺธํเสตุํ อสกฺกุเณยฺยตฺตา อปรามฏฺฐานีติ เอวเมตฺถ อตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ. สีลํ นาม อวิปฺปฏิสาราทิปารมฺปริเยน ยาวเทว สมาธิสมฺปาทนตฺถนฺติ อาห ‘‘สมาธิสํวตฺตนิกานี’’ติ. สมาธิสํวตฺตนปฺปโยชนานิ สมาธิสํวตฺตนิกานิ.
สมานภาโว สามญฺญํ, ปริปุณฺณจตุปาริสุทฺธิภาเวน มชฺเฌ ภินฺนสุวณฺณสฺส วิย เภทาภาวโต สีเลน สามญฺญํ สีลสามญฺญํ, ตํ คโต อุปคโตติ สีลสามญฺญคโต. เตนาห ‘‘สมานภาวูปคตสีโล’’ติ, สีลสมฺปตฺติยา สมานภาวํ อุปคตสีโล สภาควุตฺติโกติ อตฺโถ. โสตาปนฺนาทีนญฺหิ สีลํ สมุทฺทนฺตเรปิ เทวโลเกปิ วสนฺตานํ อญฺเญสํ โสตาปนฺนาทีนํ สีเลน สมานเมว โหติ, นตฺถิ มคฺคสีเล นานตฺตํ. กามญฺหิ ปุถุชฺชนานมฺปิ จตุปาริสุทฺธิสีเล นานตฺตํ น สิยา, ตํ ปน น เอกนฺติกนฺติ อิธ นาธิปฺเปตํ, มคฺคสีลํ ปน เอกนฺติกํ นิยตภาวโตติ ตเมว สนฺธาย ‘‘ยานิ ตานิ สีลานี’’ติอาทิ วุตฺตํ.
ยายนฺติ ยา อยํ มยฺหญฺเจว ตุมฺหากญฺจ ปจฺจกฺขภูตา. ทิฏฺฐีติ มคฺคสมฺมาทิฏฺฐิ. นิทฺโทสาติ นิทฺธุตโทสา, สมุจฺฉินฺนราคาทิปาปธมฺมาติ อตฺโถ. นิยฺยาตีติ วฏฺฏทุกฺขโต นิสฺสรติ นิคจฺฉติ. สยํ นิยนฺตีเยว หิ ตํมคฺคสมงฺคีปุคฺคลํ วฏฺฏทุกฺขโต นิยฺยาเปตีติ วุจฺจติ. ยา สตฺถุ อนุสิฏฺฐิ, ตํ กโรตีติ ตกฺกโร, ตสฺส, ยถานุสิฏฺฐํ ปฏิปชฺชนกสฺสาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิสามญฺญคโตติ สจฺจสมฺปฏิเวเธน สมานทิฏฺฐิภาวํ อุปคโต.
กติปุจฺฉาวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ฉอาปตฺติสมุฏฺฐานวารกถาวณฺณนา
๒๗๖. ปฐเมน อาปตฺติสมุฏฺฐาเนนาติอาทิ สพฺพํ อุทฺเทสนิทฺเทสาทิวเสน ปวตฺตปาฬึ อนุสาเรเนว สกฺกา วิญฺญาตุํ.
สมถเภทํ
อธิกรณปริยายวารกถาวณฺณนา
๒๙๓. โลโภ ปุพฺพงฺคโมติอาทีสุ ปน โลภเหตุ วิวทนโต ‘‘โลโภ ปุพฺพงฺคโม’’ติ วุตฺตํ. เอวํ เสเสสุปิ. ฐานานีติ การณานิ. ติฏฺฐนฺติ เอตฺถาติ ฐานํ. เก ติฏฺฐนฺติ? วิวาทาธิกรณาทโย. วสนฺติ เอตฺถาติ วตฺถุ. ภวนฺติ เอตฺถาติ ภูมิ. กุสลากุสลาพฺยากตจิตฺตสมงฺคิโน วิวทนโต ‘‘นว เหตู’’ติ วุตฺตํ. ทฺวาทส มูลานีติ ‘‘โกธโน โหติ อุปนาหี’’ติอาทีนิ ทฺวาทส มูลานิ.
๒๙๔-๒๙๕. อิมาเนว ทฺวาทส กายวาจาหิ สทฺธึ ‘‘จุทฺทส มูลานี’’ติ วุตฺตานิ. สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา ฐานานีติ เอตฺถ อาปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา ปฏิจฺฉาเทนฺตสฺส ยา อาปตฺติ, ตสฺสา ปุพฺเพ อาปนฺนา อาปตฺติโย ฐานานีติ เวทิตพฺพํ. ‘‘นตฺถิ อาปตฺตาธิกรณํ กุสล’’นฺติ วจนโต อาปตฺตาธิกรเณ อกุสลาพฺยากตวเสน ฉ เหตู วุตฺตา. กุสลจิตฺตํ ปน องฺคํ โหติ, น เหตุ.
๒๙๖. จตฺตาริ กมฺมานิ ฐานานีติ เอตฺถ ‘‘เอวํ กตฺตพฺพ’’นฺติ อิติกตฺตพฺพตาทสฺสนวเสน ปวตฺตปาฬิ กมฺมํ นาม, ยถาฐิตปาฬิวเสน กโรนฺตานํ กิริยา กิจฺจาธิกรณํ นาม. ญตฺติญตฺติทุติยญตฺติจตุตฺถกมฺมานิ ญตฺติโต ชายนฺติ, อปโลกนกมฺมํ อปโลกนโตวาติ อาห ‘‘ญตฺติโต วา อปโลกนโต วา’’ติ. กิจฺจาธิกรณํ เอเกน สมเถน สมฺมติ, สมฺปชฺชตีติ อตฺโถ. เตหิ สเมตพฺพตฺตา ‘‘วิวาทาธิกรณสฺส สาธารณา’’ติ วุตฺตํ.
ตพฺภาคิยวารกถาวณฺณนา
๒๙๘. วิวาทาธิกรณสฺส ตพฺภาคิยาติ วิวาทาธิกรณสฺส วูปสมโต ตปฺปกฺขิกา.
สมถา สมถสฺส สาธารณวารกถาวณฺณนา
๒๙๙. เอกํ อธิกรณํ สพฺเพ สมถา เอกโต หุตฺวา สเมตุํ สกฺโกนฺติ น สกฺโกนฺตีติ ปุจฺฉนฺโต ‘‘สมถา สมถสฺส สาธารณา, สมถา สมถสฺส อสาธารณา’’ติ อาห. เยภุยฺยสิกาย สมนํ สมฺมุขาวินยํ วินา น โหตีติ อาห ‘‘เยภุยฺยสิกา สมฺมุขาวินยสฺส สาธารณา’’ติ. สติวินยาทีหิ สมนสฺส เยภุยฺยสิกาย กิจฺจํ นตฺถีติ อาห ‘‘สติวินยสฺส…เป… อสาธารณา’’ติ. เอวํ เสเสสุปิ. ตพฺภาคิยวาเรปิ เอเสว นโย.
วินยวารกถาวณฺณนา
๓๐๒. สพฺเพสมฺปิ สมถานํ วินยปริยาโย ลพฺภตีติ ‘‘วินโย สมฺมุขาวินโย’’ติอาทินา วินยวาโร อุทฺธโฏ. สิยา น สมฺมุขาวินโยติ เอตฺถ สมฺมุขาวินยํ ฐเปตฺวา สติวินยาทโย เสสสมถา อธิปฺเปตา. เอส นโย เสเสสุปิ.
กุสลวารกถาวณฺณนา
๓๐๓. สงฺฆสฺส สมฺมุขา ปฏิญฺญาเต ตํ ปฏิชานนํ สงฺฆสมฺมุขตา นาม. ตสฺส ปฏิชานนจิตฺตํ สนฺธาย ‘‘สมฺมุขาวินโย กุสโล’’ติอาทิ วุตฺตนฺติ วทนฺติ. นตฺถิ สมฺมุขาวินโย อกุสโลติ ธมฺมวินยปุคฺคลสมฺมุขตาหิ ติวงฺคิโก สมฺมุขาวินโย เอเตหิ วินา นตฺถิ. ตตฺถ กุสลจิตฺเตหิ กรณกาเล กุสโล, อรหนฺเตหิ กรณกาเล อพฺยากโต. เอเตสํ สงฺฆสมฺมุขตาทีนํ อกุสลปฏิปกฺขตฺตา อกุสลสฺส สมฺภโว นตฺถิ, ตสฺมา ‘‘นตฺถิ สมฺมุขาวินโย อกุสโล’’ติ วุตฺตํ. ‘‘เยภุยฺยสิกา อธมฺมวาทีหิ วูปสมนกาเล, ธมฺมวาทีนมฺปิ อธมฺมวาทิมฺหิ สลากคฺคาหาปเก ชาเต อกุสลา. สติวินโย อนรหโต สญฺจิจฺจ สติวินยทาเน อกุสโล. อมูฬฺหวินโย อนุมฺมตฺตกสฺส ทาเน, ปฏิญฺญาตกรณํ มูฬฺหสฺส อชานโต ปฏิญฺญาย กรเณ, ตสฺสปาปิยสิกา สุทฺธสฺส กรเณ, ติณวตฺถารกํ มหากลเห สญฺจิจฺจ กรเณ จ อกุสลํ. สพฺพตฺถ อรหโต วเสเนว อพฺยากต’’นฺติ สพฺพเมตํ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.
สมถวารวิสฺสชฺชนาวารกถาวณฺณนา
๓๐๔-๓๐๕. ยตฺถ เยภุยฺยสิกา ลพฺภติ, ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ลพฺภตีติอาทิ ปุจฺฉา. ยสฺมึ สมเย สมฺมุขาวินเยน จาติอาทิ ตสฺสา วิสฺสชฺชนํ, ยสฺมึ สมเย สมฺมุขาวินเยน จ เยภุยฺยสิกาย จ อธิกรณํ วูปสมฺมติ, ตสฺมึ สมเย ยตฺถ เยภุยฺยสิกา ลพฺภติ, ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ลพฺภตีติ เอวํ สพฺพตฺถ สมฺพนฺโธ. ยตฺถ ปฏิญฺญาตกรณํ ลพฺภติ, ตตฺถ สมฺมุขาวินโย ลพฺภตีติ เอตฺถ เอกํ วา เทฺว วา พหู วา ภิกฺขู ‘‘อิมํ นาม อาปตฺตึ อาปนฺโนสี’’ติ ปุจฺฉิเต สติ ‘‘อามา’’ติ ปฏิชานเน เทฺวปิ ปฏิญฺญาตกรณสมฺมุขาวินยา ลพฺภนฺติ. ตตฺถ ‘‘สงฺฆสมฺมุขตา ธมฺมวินยปุคฺคลสมฺมุขตา’’ติ เอวํ วุตฺตสมฺมุขาวินเย สงฺฆสฺส ปุรโต ปฏิญฺญาตํ เจ, สงฺฆสมฺมุขตา. ตตฺเถว เทสิตํ เจ, ธมฺมวินยสมฺมุขตาโยปิ ลทฺธา โหนฺติ. อถ วิวทนฺตา อญฺญมญฺญํ ปฏิชานนฺติ เจ, ปุคฺคลสมฺมุขตา. ตสฺเสว สนฺติเก เทสิตํ เจ, ธมฺมวินยสมฺมุขตาโยปิ ลทฺธา โหนฺติ. เอกสฺเสว วา เอกสฺส สนฺติเก อาปตฺติเทสนกาเล ‘‘ปสฺสสิ, ปสฺสามี’’ติ วุตฺเต ตตฺถ ธมฺมวินยปุคฺคลสมฺมุขตาสญฺญิโต สมฺมุขาวินโย จ ปฏิญฺญาตกรณญฺจ ลทฺธํ โหติ.
สํสฏฺฐวารกถาวณฺณนา
๓๐๖. อธิกรณานํ วูปสโมว สมโถ นาม, ตสฺมา อธิกรเณน วินา สมถา นตฺถีติ อาห ‘‘มา เหวนฺติสฺส วจนีโย…เป… วินิพฺภุชิตฺวา นานากรณํ ปญฺญาเปตุ’’นฺติ.
สมถาธิกรณวารกถาวณฺณนา
๓๐๙-๓๑๐. สมถา สมเถหิ สมฺมนฺตีติอาทิ ปุจฺฉา. สิยา สมถา สมเถหิ สมฺมนฺตีติอาทิ วิสฺสชฺชนํ. ตตฺถ สมถา สมเถหิ สมฺมนฺตีติ เอตฺถ สมฺมนฺตีติ สมฺปชฺชนฺติ, อธิกรณา วา ปน สมฺมนฺติ วูปสมํ คจฺฉนฺติ, ตสฺมา เยภุยฺยสิกา สมฺมุขาวินเยน สมฺมตีติ เอตฺถ สมฺมุขาวินเยน สทฺธึ เยภุยฺยสิกา สมฺปชฺชติ, น สติวินยาทีหิ สทฺธึ เตสํ ตสฺสา อนุปการตฺตาติ เอวมตฺโถ ทฏฺฐพฺโพ.
๓๑๑. ‘‘สมฺมุขาวินโย วิวาทาธิกรเณน สมฺมตี’’ติ ปาโฐ. ‘‘สมฺมุขาวินโย น เกนจิ สมฺมตี’’ติ หิ อวสาเน วุตฺตตฺตา สมฺมุขาวินโย สยํ สมเถน วา อธิกรเณน วา สเมตพฺโพ น โหติ.
๓๑๓. วิวาทาธิกรณํ…เป… กิจฺจาธิกรเณน สมฺมตีติ เอตฺถ ‘‘สุณาตุ เม ภนฺเต …เป… ปฐมํ สลากํ นิกฺขิปามี’’ติ เอวํ วิวาทาธิกรณํ กิจฺจาธิกรเณน สมฺมตีติ ทฏฺฐพฺพํ.
สมุฏฺฐาปนวารกถาวณฺณนา
๓๑๔. วิวาทาธิกรณํ น กตมํ อธิกรณํ สมุฏฺฐาเปตีติ ‘‘นายํ ธมฺโม’’ติ วุตฺตมตฺเตเนว กิญฺจิ อธิกรณํ น สมุฏฺฐาเปตีติ อตฺโถ.
ภชติวารกถาวณฺณนา
๓๑๘-๙. กตมํ อธิกรณํ ปริยาปนฺนนฺติ กตมาธิกรณปริยาปนฺนํ, อยเมว วา ปาโฐ. วิวาทาธิกรณํ วิวาทาธิกรณํ ภชตีติ ปฐมุปฺปนฺนวิวาทํ ปจฺฉา อุปฺปนฺโน ภชติ. วิวาทาธิกรณํ เทฺว สมเถ ภชตีติ ‘‘มํ วูปสเมตุํ สมตฺถา ตุเมฺห’’ติ วทนฺตํ วิย ภชติ. ทฺวีหิ สมเถหิ สงฺคหิตนฺติ ‘‘มยํ ตํ วูปสเมสฺสามา’’ติ วทนฺเตหิ วิย ทฺวีหิ สมเถหิ สงฺคหิตํ.
ขนฺธกปุจฺฉาวาโร
ปุจฺฉาวิสฺสชฺชนาวณฺณนา
๓๒๐. นิทาเนน จ นิทฺเทเสน จ สทฺธินฺติ เอตฺถ นิทาเนนาติ สิกฺขาปทปญฺญตฺติเทสสงฺขาเตน นิทาเนน. นิทฺเทเสนาติ ปุคฺคลาทินิทฺเทเสน. อุภเยนปิ ตสฺส ตสฺส สิกฺขาปทสฺส วตฺถุ ทสฺสิตํ, ตสฺมา วตฺถุนา สทฺธึ ขนฺธกํ ปุจฺฉิสฺสามีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตตฺถาติ ตสฺมึ อุปสมฺปทกฺขนฺธเก. อุตฺตมานิ ปทานิ วุตฺตานีติ ‘‘น, ภิกฺขเว, อูนวีสติวสฺโส ปุคฺคโล อุปสมฺปาเทตพฺโพ’’ติอาทินา (มหาว. ๙๙, ๑๒๔) นเยน อุตฺตมปทานิ วุตฺตานิ. จมฺมสํยุตฺเตติ จมฺมกฺขนฺธเก.
เอกุตฺตริกนโย
เอกกวารวณฺณนา
๓๒๑. มูลวิสุทฺธิยา อนฺตราปตฺตีติ อนฺตราปตฺตึ อาปชฺชิตฺวา มูลายปฏิกสฺสนํ กตฺวา ฐิเตน อาปนฺนา. ‘‘อคฺฆวิสุทฺธิยา อนฺตราปตฺตีติ สมฺพหุลา อาปตฺติโย อาปชฺชิตฺวา ตาสุ สพฺพจิรปฏิจฺฉนฺนวเสน อคฺฆสโมธานํ คเหตฺวา วสนฺเตน อาปนฺนาปตฺตี’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. สอุสฺสาเหเนว จิตฺเตนาติ ‘‘ปุนปิ อาปชฺชิสฺสามี’’ติ สอุสฺสาเหเนว จิตฺเตน. ภิกฺขุนีนํ อฏฺฐวตฺถุกาย วเสน เจตํ วุตฺตํ. เตเนวาห ‘‘อฏฺฐเม วตฺถุสฺมึ ภิกฺขุนิยา ปาราชิกเมว โหตี’’ติ. ‘‘ธมฺมิกสฺส ปฏิสฺสวสฺส อสจฺจาปเน’’ติ วุตฺตตฺตา อธมฺมิกปฏิสฺสวสฺส วิสํวาเท ทุกฺกฏํ น โหติ. ‘‘ตุเมฺห วิพฺภมถา’’ติ หิ วุตฺเต สุทฺธจิตฺโต ‘‘สาธู’’ติ ปฏิสฺสุณิตฺวา สเจ น วิพฺภมติ, อนาปตฺติ. เอวํ สพฺพตฺถ. ปญฺจทสสุ ธมฺเมสูติ ‘‘กาเลน วกฺขามิ, โน อกาเลนา’’ติอาทินา วุตฺตปญฺจทสธมฺเมสุ. อาปตฺตึ อาปชฺชิตุํ ภพฺพตาย ภพฺพาปตฺติกา.
เอกกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทุกวารวณฺณนา
๓๒๒. ทุเกสุ นิทหเนติ อาตเป อติจิรํ ฐเปตฺวา นิทหเน. วตฺถุสภาคํ เทเสนฺโต เทเสนฺโต อาปชฺชติ, อาปนฺนํ อาปตฺตึ น เทเสสฺสามีติ ธุรํ นิกฺขิปนฺโต น เทเสนฺโต อาปชฺชติ. โรมชนปเท ชาตํ โรมกํ. ปกฺกาลกนฺติ ยวกฺขารํ. อนุญฺญาตโลณตฺตา โลณานิปิ ทุเกสุ วุตฺตานิ.
ทุกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ติกวารวณฺณนา
๓๒๓. ติเกสุ วจีสมฺปยุตฺตํ กายกิริยํ กตฺวาติ กาเยน นิปจฺจการํ กตฺวา. มุขาลมฺพรกรณาทิเภโทติ มุขเภริวาทนาทิปฺปเภโท. ยสฺส สิกฺขาปทสฺส วีติกฺกเม กายสมุฏฺฐานา อาปตฺติโย, ตํ กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทํ. อุปฆาเตตีติ วินาเสติ. น อาทาตพฺพนฺติ ‘‘อิมสฺมา วิหารา ปรมฺปิ มา นิกฺขม, วินยธรานํ วา สนฺติกํ อาคจฺฉ วินิจฺฉยํ ทาตุ’’นฺติ วุตฺเต ตสฺส วจนํ น คเหตพฺพนฺติ อตฺโถ.
อกุสลานิ เจว มูลานิ จาติ อโกสลฺลสมฺภูตฏฺเฐน เอกนฺตากุสลภาวโต อกุสลานิ, อตฺตนา สมฺปยุตฺตธมฺมานํ สุปฺปติฏฺฐิตภาวสาธนโต มูลานิ, น อกุสลภาวสาธนโต. น หิ มูลโต อกุสลานํ อกุสลภาโว, กุสลาทีนํ วา กุสลาทิภาโว. ตถา จ สติ โมมูหจิตฺตทฺวยโมหสฺส อกุสลภาโว น สิยา.
ทุฏฺฐุ จริตานีติ ปจฺจยโต สมฺปยุตฺตธมฺมโต ปวตฺติอาการโต จ น สุฏฺฐุ อสมฺมาปวตฺติตานิ. วิรูปานีติ พีภจฺฉานิ สมฺปติ อายติญฺจ อนิฏฺฐรูปตฺตา. สุฏฺฐุ จริตานีติอาทีสุ วุตฺตวิปริยาเยน อตฺโถ เวทิตพฺโพ. เทฺวปิ เจเต ติกา ปณฺณตฺติยา วา กมฺมปเถหิ วา กเถตพฺพา. ปณฺณตฺติยา ตาว กายทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม กายทุจฺจริตํ, อวีติกฺกโม กายสุจริตํ. วจีทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม วจีทุจฺจริตํ, อวีติกฺกโม วจีสุจริตํ. อุภยตฺถ ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส วีติกฺกโม มโนทุจฺจริตํ มโนทฺวาเร ปญฺญตฺตสิกฺขาปทสฺส อภาวโต. ตยิทํ ทฺวารทฺวเย อกิริยสมุฏฺฐานาย อาปตฺติยา วเสน เวทิตพฺพํ. ยถาวุตฺตาย อาปตฺติยา อวีติกฺกโมว มโนสุจริตํ. อยํ ปณฺณตฺติกถา.
ปาณาติปาตาทโย ปน ติสฺโส เจตนา กายทฺวาเร วจีทฺวาเรปิ อุปฺปนฺนา กายทุจฺจริตํ ทฺวารนฺตเร อุปฺปนฺนสฺสปิ กมฺมสฺส สนามาปริจฺจาคโต เยภุยฺยวุตฺติยา ตพฺพหุลวุตฺติยา จ. เตนาหุ อฏฺฐกถาจริยา –
‘‘ทฺวาเร จรนฺติ กมฺมานิ, น ทฺวารา ทฺวารจาริโน;
ตสฺมา ทฺวาเรหิ กมฺมานิ, อญฺญมญฺญํ ววตฺถิตา’’ติ. (ธ. ส. อฏฺฐ. กามาวจรกุสล ทฺวารกถา, กายกมฺมทฺวาร);
ตถา จตสฺโส มุสาวาทาทิเจตนา กายทฺวาเรปิ วจีทฺวาเรปิ อุปฺปนฺนา วจีทุจฺจริตํ, อภิชฺฌา พฺยาปาโท มิจฺฉาทิฏฺฐีติ ตโย มโนกมฺมภูตาย เจตนาย สมฺปยุตฺตธมฺมา มโนทุจฺจริตํ, กายวจีกมฺมภูตาย ปน เจตนาย สมฺปยุตฺตา อภิชฺฌาทโย ตํตํปกฺขิกา วา โหนฺติ อพฺโพหาริกา วา. ปาณาติปาตาทีหิ วิรมนฺตสฺส อุปฺปนฺนา ติสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ กายสุจริตํ กายิกสฺส วีติกฺกมสฺส อกรณวเสน ปวตฺตนโต. กาเยน ปน สิกฺขาปทานํ สมาทิยมาเน สีลสฺส กายสุจริตภาเว วตฺตพฺพเมว นตฺถิ. มุสาวาทาทีหิ วิรมนฺตสฺส จตสฺโส เจตนาปิ วิรติโยปิ วจีสุจริตํ วาจสิกสฺส วีติกฺกมสฺส อกรณวเสน ปวตฺตนโต. อนภิชฺฌา อพฺยาปาโท สมฺมาทิฏฺฐีติ ตโย เจตนาสมฺปยุตฺตธมฺมา มโนสุจริตนฺติ อยํ กมฺมปถกถา.
ติกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
จตุกฺกวารวณฺณนา
๓๒๔. จตุกฺเกสุ อนริยโวหาราติ อนริยานํ ลามกานํ โวหารา สํโวหารา อภิลาปวาจา. อริยโวหาราติ อริยานํ สปฺปุริสานํ โวหารา. ทิฏฺฐวาทิตาติ ‘‘ทิฏฺฐํ มยา’’ติ เอวํวาทิตา. เอตฺถ จ ตํตํสมุฏฺฐาปกเจตนาวเสน อตฺโถ เวทิตพฺโพ.
ปฐมกปฺปิเกสุ ปฐมํ ปุริสลิงฺคเมว อุปฺปชฺชตีติ อาห ‘‘ปฐมํ อุปฺปนฺนวเสนา’’ติ. ปุริมํ ปุริสลิงฺคํ ปชหตีติ ยถาวุตฺเตนตฺเถน ปุพฺพงฺคมภาวโต ปุริมสงฺขาตํ ปุริสลิงฺคํ ชหติ. สตํ ตึสญฺจ สิกฺขาปทานีติ ตึสาธิกานิ สตํ สิกฺขาปทานิ.
ภิกฺขุสฺส จ ภิกฺขุนิยา จ จตูสุ ปาราชิเกสูติ สาธารเณสุเยว จตูสุ ปาราชิเกสุ. ปฐโม ปโญฺหติ ‘‘อตฺถิ วตฺถุนานตฺตตา, โน อาปตฺตินานตฺตตา’’ติ อยํ ปโญฺห. ‘‘อตฺถิ อาปตฺติสภาคตา, โน วตฺถุสภาคตา’’ติ อยํ อิธ ทุติโย นาม.
อนาปตฺติวสฺสจฺเฉทสฺสาติ นตฺถิ เอตสฺมึ วสฺสจฺเฉเท อาปตฺตีติ อนาปตฺติวสฺสจฺเฉโท, ตสฺส, อนาปตฺติกสฺส วสฺสจฺเฉทสฺสาติ อตฺโถ. มนฺตาภาสาติ มติยา อุปปริกฺขิตฺวา ภาสนโต อสมฺผปฺปลาปวาจา อิธ ‘‘มนฺตาภาสา’’ติ วุตฺตา.
นวมภิกฺขุนิโต ปฏฺฐาย อุปชฺฌายาปิ อภิวาทนารหา โน ปจฺจุฏฺฐานารหาติ ยสฺมา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภตฺตคฺเค อฏฺฐนฺนํ ภิกฺขุนีนํ ยถาวุฑฺฒํ อวเสสานํ ยถาคติก’’นฺติ วทนฺเตน ภควตา ภตฺตคฺเค อาทิโต ปฏฺฐาย อฏฺฐนฺนํเยว ภิกฺขุนีนํ ยถาวุฑฺฒํ อนุญฺญาตํ, อวเสสานํ อาคตปฏิปาฏิยา, ตสฺมา นวมภิกฺขุนิโต ปฏฺฐาย สเจ อุปชฺฌายาปิ ภิกฺขุนี ปจฺฉา อาคจฺฉติ, น ปจฺจุฏฺฐานารหา, ยถานิสินฺนาหิเยว สีสํ อุกฺขิปิตฺวา อภิวาเทตพฺพตฺตา อภิวาทนารหา. อาทิโต นิสินฺนาสุ ปน อฏฺฐสุ ยา อพฺภนฺตริมา อญฺญา วุฑฺฒตรา อาคจฺฉติ, สา อตฺตโน นวกตรํ วุฏฺฐาเปตฺวา นิสีทิตุํ ลภติ. ตสฺมา สา ตาหิ อฏฺฐหิ ภิกฺขุนีหิ ปจฺจุฏฺฐานารหา. ยา ปน อฏฺฐหิปิ นวกตรา, สา สเจปิ สฏฺฐิวสฺสา โหติ, อาคตปฏิปาฏิยาว นิสีทิตุํ ลภติ.
อิธ น กปฺปนฺตีติ วทนฺโตติ ปจฺจนฺติมชนปเทสุ ฐตฺวา ‘‘อิธ น กปฺปนฺตี’’ติ วทนฺโต วินยาติสารทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. กปฺปิยญฺหิ ‘‘น กปฺปตี’’ติ วทนฺโต ปญฺญตฺตํ สมุจฺฉินฺทติ นาม. อิธ กปฺปนฺตีติอาทีสุปิ เอเสว นโย.
จตุกฺกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ปญฺจกวารวณฺณนา
๓๒๕. ปญฺจเกสุ ‘‘นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา’’ติ (ปาจิ. ๒๙๔-๒๙๗) วจนโต อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยนฺตสฺเสว อนามนฺตจาโร น วฏฺฏตีติ ‘‘ปิณฺฑปาติกสฺส กปฺปนฺตี’’ติ วุตฺตํ. คณโภชนาทีสุปิ เอเสว นโย. อธิฏฺฐหิตฺวา โภชนนฺติ ‘‘คิลานสมโย’’ติอาทินา อาโภคํ กตฺวา โภชนํ. อวิกปฺปนาติ ‘‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส ทมฺมี’’ติ เอวํ อวิกปฺปนา.
อยสโต วา ครหโต วาติ เอตฺถ ปรมฺมุขา อคุณวจนํ อยโส. สมฺมุขา ครหา. วิยสตีติ พฺยสนํ, หิตสุขํ ขิปติ วิทฺธํเสตีติ อตฺโถ. ญาตีนํ พฺยสนํ ญาติพฺยสนํ, โจรโรคภยาทีหิ ญาติวินาโสติ อตฺโถ. โภคานํ พฺยสนํ โภคพฺยสนํ, ราชโจราทิวเสน โภควินาโสติ อตฺโถ. โรโค เอว พฺยสนํ โรคพฺยสนํ. โรโค หิ อาโรคฺยํ พฺยสติ วินาเสตีติ พฺยสนํ. สีลสฺส พฺยสนํ สีลพฺยสนํ, ทุสฺสีลฺยสฺเสตํ นามํ. สมฺมาทิฏฺฐึ วินาสยมานา อุปฺปนฺนา ทิฏฺฐิเยว พฺยสนํ ทิฏฺฐิพฺยสนํ. ญาติสมฺปทาติ ญาตีนํ สมฺปทา ปาริปูริ พหุภาโว. โภคสมฺปทายปิ เอเสว นโย. อาโรคฺยสฺส สมฺปทา อาโรคฺยสมฺปทา. ปาริปูริ ทีฆรตฺตํ อโรคตา. สีลทิฏฺฐิสมฺปทาสุปิ เอเสว นโย.
วตฺตํ ปริจฺฉินฺทีติ ตสฺมึ ทิวเส กาตพฺพวตฺตํ นิฏฺฐาเปสิ. อฏฺฐ กปฺเป อนุสฺสรีติอาทินา ตสฺมึ ขเณ ฌานํ นิพฺพตฺเตตฺวา ปุพฺเพนิวาสญาณํ นิพฺพตฺเตสีติ ทีเปติ. ญตฺติยา กมฺมปฺปตฺโต หุตฺวาติ ญตฺติยา ฐปิตาย อนุสฺสาวนกมฺมปฺปตฺโต หุตฺวาติ อตฺโถ.
มนฺทตฺตา โมมูหตฺตาติ เนว สมาทานํ ชานาติ, น อานิสํสํ, อตฺตโน ปน มนฺทตฺตา โมมูหตฺตา อญฺญาเณเนว อารญฺญิโก โหติ. ปาปิจฺโฉ อิจฺฉาปกโตติ ‘‘อรญฺเญ เม วิหรนฺตสฺส ‘อยํ อารญฺญิโก’ติ จตุปฺปจฺจยสกฺการํ กริสฺสนฺติ, ‘อยํ ภิกฺขุ ลชฺชี ปวิวิตฺโต’ติอาทีหิ จ คุเณหิ สมฺภาเวสฺสนฺตี’’ติ เอวํ ปาปิกาย อิจฺฉาย ฐตฺวา ตาย เอว อิจฺฉาย อภิภูโต หุตฺวา อารญฺญิโก โหตีติ อตฺโถ. เตนาห ‘‘อรญฺญวาเสน ปจฺจยลาภํ ปตฺถยมาโน’’ติ. อุมฺมาทวเสน อรญฺญํ ปวิสิตฺวา วิหรนฺโต อุมฺมาทา จิตฺตกฺเขปา อารญฺญิโก นาม โหติ. วณฺณิตนฺติ อิทํ อารญฺญิกงฺคํ นาม พุทฺเธหิ พุทฺธสาวเกหิ จ วณฺณิตํ ปสตฺถนฺติ อารญฺญิโก โหติ.
ปญฺจกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ฉกฺกวารวณฺณนา
๓๒๖. ฉกฺเกสุ ฉพฺพสฺสปรมตา ธาเรตพฺพนฺติ ปทภาชนํ ทสฺสิตํ. เสสํ อุตฺตานเมว.
ฉกฺกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
สตฺตกวารวณฺณนา
๓๒๗. สตฺตเกสุ ฉกฺเก วุตฺตานิเยว สตฺตกวเสน โยเชตพฺพานีติ ฉกฺเก วุตฺตจุทฺทสปรมานิ ทฺวิธา กตฺวา ทฺวินฺนํ สตฺตกานํ วเสน โยเชตพฺพานิ.
อาปตฺตึ ชานาตีติ อาปตฺตึเยว ‘‘อาปตฺตี’’ติ ชานาติ. เสสปเทสุปิ เอเสว นโย. อาภิเจตสิกานนฺติ เอตฺถ (ม. นิ. อฏฺฐ. ๑.๖๖) อภิเจโตติ ปากติกกามาวจรจิตฺเตหิ สุนฺทรตาย ปฏิปกฺขโต วิสุทฺธตฺตา จ อภิกฺกนฺตํ วิสุทฺธจิตฺตํ วุจฺจติ, อุปจารชฺฌานจิตฺตสฺเสตํ อธิวจนํ. อภิเจตสิ ชาตานิ อาภิเจตสิกานิ, อภิเจโตสนฺนิสฺสิตานีติ วา อาภิเจตสิกานิ. ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานนฺติ ทิฏฺฐธมฺเม สุขวิหารานํ. ทิฏฺฐธมฺโมติ ปจฺจกฺโข อตฺตภาโว วุจฺจติ, ตตฺถ สุขวิหารภูตานนฺติ อตฺโถ. รูปาวจรชฺฌานานเมตํ อธิวจนํ. ตานิ หิ อปฺเปตฺวา นิสินฺนา ฌายิโน อิมสฺมิญฺเญว อตฺตภาเว อสํกิลิฏฺฐํ เนกฺขมฺมสุขํ วินฺทนฺติ, ตสฺมา ‘‘ทิฏฺฐธมฺมสุขวิหารานี’’ติ วุจฺจนฺติ. นิกามลาภีติ นิกาเมน ลาภี, อตฺตโน อิจฺฉาวเสน ลาภี, อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกิจฺฉลาภีติ สุเขเนว ปจฺจนีกธมฺเม วิกฺขมฺเภตฺวา สมาปชฺชิตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. อกสิรลาภีติ อกสิรานํ ลาภี วิปุลานํ, ยถาปริจฺเฉเทเนว วุฏฺฐาตุํ สมตฺโถติ วุตฺตํ โหติ. เอกจฺโจ หิ ลาภีเยว โหติ, น ปน สกฺโกติ อิจฺฉิติจฺฉิตกฺขเณ สมาปชฺชิตุํ. เอกจฺโจ สกฺโกติ ตถา สมาปชฺชิตุํ, ปาริปนฺถิเก ปน กิจฺเฉน วิกฺขมฺเภติ. เอกจฺโจ ตถา จ สมาปชฺชติ, ปาริปนฺถิเก จ อกิจฺเฉเนว วิกฺขมฺเภติ, น สกฺโกติ กาลมานนาฬิกยนฺตํ วิย ยถาปริจฺเฉเทเยว วุฏฺฐาตุํ.
อาสวานํ ขยาติ อรหตฺตมคฺเคน สพฺพกิเลสานํ ขยา. อนาสวนฺติ อาสววิรหิตํ. เจโตวิมุตฺตึ ปญฺญาวิมุตฺตินฺติ เอตฺถ เจโต-วจเนน อรหตฺตผลสมฺปยุตฺโต สมาธิ, ปญฺญา-วจเนน ตํสมฺปยุตฺตา จ ปญฺญา วุตฺตา. ตตฺถ จ สมาธิ ราคโต วิมุตฺตตฺตา เจโตวิมุตฺติ, ปญฺญา อวิชฺชาย วิมุตฺตตฺตา ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพา. วุตฺตเญฺหตํ ภควตา ‘‘โย หิสฺส, ภิกฺขเว, สมาธิ, ตทสฺส สมาธินฺทฺริยํ (สํ. นิ. ๕.๕๒๐). ยา หิสฺส, ภิกฺขเว, ปญฺญา, ตทสฺส ปญฺญินฺทฺริยํ (สํ. นิ. ๕.๕๑๖). อิติ โข, ภิกฺขเว, ราควิราคา เจโตวิมุตฺติ อวิชฺชาวิราคา ปญฺญาวิมุตฺตี’’ติ (อ. นิ. ๒.๓๒). อปิเจตฺถ สมถผลํ เจโตวิมุตฺติ, วิปสฺสนาผลํ ปญฺญาวิมุตฺตีติ เวทิตพฺพาติ. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวาติ อตฺตนาเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, อปรปฺปจฺจเยน ญตฺวาติ อตฺโถ. สุตมยญาณาทินา วิย ปรปฺปจฺจยตํ นยคฺคาหญฺจ มุญฺจิตฺวา ปรโตโฆสานุคตภาวนาธิคมภูตาย อตฺตโนเยว ปญฺญาย ปจฺจกฺขํ กตฺวา, น สยมฺภูญาณภูตายาติ อธิปฺปาโย. อุปสมฺปชฺช วิหรตีติ ปาปุณิตฺวา สมฺปาเทตฺวา วิหรติ.
สตฺตกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
อฏฺฐกวารวณฺณนา
๓๒๘. อฏฺฐเกสุ อฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนนาติ –
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ, โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ โหติ, อญฺเญ ภิกฺขู ตสฺสา อาปตฺติยา อาปตฺติทิฏฺฐิโน โหนฺติ, เต เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขู ตํ ภิกฺขุํ เอวํ ชานนฺติ ‘อยํ โข อายสฺมา พหุสฺสุโต อาคตาคโม ธมฺมธโร วินยธโร มาติกาธโร ปณฺฑิโต พฺยตฺโต เมธาวี ลชฺชี กุกฺกุจฺจโก สิกฺขากาโม, สเจ มยํ อิมํ ภิกฺขุํ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิสฺสาม, น มยํ อิมินา ภิกฺขุนา สทฺธึ อุโปสถํ กริสฺสาม, วินา อิมินา ภิกฺขุนา อุโปสถํ กริสฺสาม, ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณ’นฺติ, เภทครุเกหิ, ภิกฺขเว, ภิกฺขูหิ น โส ภิกฺขุ อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิตพฺโพ’’ติ (มหาว. ๔๕๓) –
อาทินา วุตฺตอฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน. เตน หิ สทฺธึ อุโปสถาทิอกรณํ อาทีนโว เภทาย สํวตฺตนโต, กรณํ อานิสํโส สามคฺคิยา สํวตฺตนโต. ตสฺมา เอเต อฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนน น โส ภิกฺขุ อุกฺขิปิตพฺโพติ อตฺโถ.
ทุติยอฏฺฐเกปิ อฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนนาติ –
‘‘อิธ ปน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ อาปตฺตึ อาปนฺโน โหติ, โส ตสฺสา อาปตฺติยา อนาปตฺติทิฏฺฐิ โหติ, อญฺเญ ภิกฺขู ตสฺสา อาปตฺติยา อาปตฺติทิฏฺฐิโน โหนฺติ, โส เจ, ภิกฺขเว, ภิกฺขุ เต ภิกฺขู เอวํ ชานาติ ‘อิเม โข อายสฺมนฺโต พหุสฺสุตา อาคตาคมา ธมฺมธรา วินยธรา มาติกาธรา ปณฺฑิตา พฺยตฺตา เมธาวิโน ลชฺชิโน กุกฺกุจฺจกา สิกฺขากามา, นาลํ มมํ วา การณา อญฺเญสํ วา การณา ฉนฺทา โทสา โมหา ภยา อคตึ คนฺตุํ, สเจ มํ อิเม ภิกฺขู อาปตฺติยา อทสฺสเน อุกฺขิปิสฺสนฺติ, น มยา สทฺธึ อุโปสถํ กริสฺสนฺติ, วินา มยา อุโปสถํ กริสฺสนฺติ, ภวิสฺสติ สงฺฆสฺส ตโตนิทานํ ภณฺฑนํ กลโห วิคฺคโห วิวาโท สงฺฆเภโท สงฺฆราชิ สงฺฆววตฺถานํ สงฺฆนานากรณ’นฺติ, เภทครุเกน, ภิกฺขเว, ภิกฺขุนา ปเรสมฺปิ สทฺธาย สา อาปตฺติ เทเสตพฺพา’’ติ (มหาว. ๔๕๓) –
อาทินา วุตฺตอฏฺฐานิสํเส สมฺปสฺสมาเนนาติ อตฺโถ.
ปาฬิยํ อาคเตหิ สตฺตหีติ ‘‘ปุพฺเพวสฺส โหติ ‘มุสา ภณิสฺส’นฺติ, ภณนฺตสฺส โหติ ‘มุสา ภณามี’ติ, ภณิตสฺส โหติ ‘มุสา มยา ภณิต’นฺติ วินิธาย ทิฏฺฐึ, วินิธาย ขนฺตึ, วินิธาย รุจึ, วินิธาย ภาว’’นฺติ (ปารา. ๒๒๐) เอวมาคเตหิ สตฺตหิ.
อพฺรหฺมจริยาติ อเสฏฺฐจริยโต. รตฺตึ น ภุญฺเชยฺย วิกาลโภชนนฺติ อุโปสถํ อุปวุตฺโถ รตฺติโภชนญฺจ ทิวาวิกาลโภชนญฺจ น ภุญฺเชยฺย. มญฺเจ ฉมายํว สเยถ สนฺถเตติ กปฺปิยมญฺเจ วา สุธาทิปริกมฺมกตาย ภูมิยํ วา ติณปณฺณปลาลาทีนิ สนฺถริตฺวา กเต สนฺถเต วา สเยถาติ อตฺโถ. เอตญฺหิ อฏฺฐงฺคีกมาหุโปสถนฺติ เอตํ ปาณาติปาตาทีนิ อสมาจรนฺเตน อุปวุตฺถอุโปสถํ อฏฺฐหิ องฺเคหิ สมนฺนาคตตฺตา ‘‘อฏฺฐงฺคิก’’นฺติ วทนฺติ.
‘‘อกปฺปิยกตํ โหติ อปฺปฏิคฺคหิตก’’นฺติอาทโย อฏฺฐ อนติริตฺตา นาม. สปฺปิอาทิ อฏฺฐเม อรุณุคฺคมเน นิสฺสคฺคิยํ โหติ. อฏฺฐกวเสน โยเชตฺวา เวทิตพฺพานีติ ปุริมานิ อฏฺฐ เอกํ อฏฺฐกํ, ตโต เอกํ อปเนตฺวา เสเสสุปิ เอเกกํ ปกฺขิปิตฺวาติ เอวมาทินา นเยน อญฺญานิปิ อฏฺฐกานิ กาตพฺพานีติ อตฺโถ.
อฏฺฐกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
นวกวารวณฺณนา
๓๒๙. นวเกสุ อาฆาตวตฺถูนีติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๓.๓๔๐; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๙.๒๙) อาฆาตการณานิ. อาฆาตปฏิวินยานีติ อาฆาตสฺส ปฏิวินยการณานิ. ตํ กุเตตฺถ ลพฺภาติ ‘‘ตํ อนตฺถจรณํ มา อโหสี’’ติ เอตสฺมึ ปุคฺคเล กุโต ลพฺภา เกน การเณน สกฺกา ลทฺธุํ. ‘‘ปโร นาม ปรสฺส อตฺตโน จิตฺตรุจิยา อนตฺถํ กโรตี’’ติ เอวํ จินฺเตตฺวา อาฆาตํ ปฏิวิโนเทติ. อถ วา สจาหํ ปฏิกฺโกปํ กเรยฺยํ, ตํ โกปกรณํ เอตฺถ ปุคฺคเล กุโต ลพฺภา, เกน การเณน ลทฺธพฺพํ นิรตฺถกภาวโตติ อตฺโถ. กมฺมสฺสกา หิ สตฺตา, เต กสฺส รุจิยา ทุกฺขิตา สุขิตา วา ภวนฺติ, ตสฺมา เกวลํ ตสฺมึ มยฺหํ กุชฺฌนมตฺตเมวาติ อธิปฺปาโย. อถ วา ตํ โกปกรณํ เอตฺถ ปุคฺคเล กุโต ลพฺภา ปรมตฺถโต กุชฺฌิตพฺพสฺส กุชฺฌนกสฺส จ อภาวโต. สงฺขารมตฺตเญฺหตํ ยทิทํ ขนฺธปญฺจกํ ยํ ‘‘สตฺโต’’ติ วุจฺจติ, เต จ สงฺขารา อิตฺตรกาลา ขณิกา, กสฺส โก กุชฺฌตีติ อตฺโถ. ‘‘กุโต ลาภา’’ติปิ ปาโฐ, สจาหํ เอตฺถ โกปํ กเรยฺยํ, ตสฺมึ เม โกปกรเณ กุโต ลาภา, ลาภา นาม เก สิยุํ อญฺญตฺร อนตฺถุปฺปตฺติโตติ อตฺโถ. อิมสฺมิญฺจ อตฺเถ ตนฺติ นิปาตมตฺตเมว โหติ.
ตณฺหํ ปฏิจฺจาติ (ที. นิ. อฏฺฐ. ๒.๑๐๓; อ. นิ. อฏฺฐ. ๓.๙.๒๓) เทฺว ตณฺหา เอสนตณฺหา เอสิตตณฺหา จ. ยาย ตณฺหาย อชปถสงฺกุปถาทีนิ ปฏิปชฺชิตฺวา โภเค เอสติ คเวสติ, อยํ เอสนตณฺหา นาม. ยา เตสุ เอสิเตสุ คเวสิเตสุ ปฏิลทฺเธสุ ตณฺหา, อยํ เอสิตตณฺหา นาม. อิธ เอสิตตณฺหา ทฏฺฐพฺพา. ปริเยสนาติ รูปาทิอารมฺมณปริเยสนา. สา หิ เอสนตณฺหาย สติ โหติ. ลาโภติ รูปาทิอารมฺมณปฺปฏิลาโภ. โส หิ ปริเยสนาย สติ โหติ. วินิจฺฉโย ปน ญาณตณฺหาทิฏฺฐิวิตกฺกวเสน จตุพฺพิโธ. ตตฺถ ‘‘สุขวินิจฺฉยํ ชญฺญา, สุขวินิจฺฉยํ ญตฺวา อชฺฌตฺตํ สุขมนุยุญฺเชยฺยา’’ติ (ม. นิ. ๓.๓๒๓) อยํ ญาณวินิจฺฉโย. ‘‘วินิจฺฉโยติ เทฺว วินิจฺฉยา ตณฺหาวินิจฺฉโย จ ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย จา’’ติ (มหานิ. ๑๐๒) เอวํ อาคตานิ อฏฺฐสตตณฺหาวิจริตานิ ตณฺหาวินิจฺฉโย. ทฺวาสฏฺฐิ ทิฏฺฐิโย ทิฏฺฐิวินิจฺฉโย. ‘‘ฉนฺโท โข, เทวานมินฺท, วิตกฺกนิทาโน’’ติ (ที. นิ. ๒.๓๕๘) อิมสฺมึ ปน สุตฺเต อิธ วินิจฺฉโยติ วุตฺโต วิตกฺโกเยว อาคโต. ลาภํ ลภิตฺวา หิ อิฏฺฐานิฏฺฐํ สุนฺทราสุนฺทรญฺจ วิตกฺเกน วินิจฺฉินาติ ‘‘เอตฺตกํ เม รูปารมฺมณตฺถาย ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ สทฺทารมฺมณตฺถาย, เอตฺตกํ มยฺหํ ภวิสฺสติ, เอตฺตกํ ปรสฺส, เอตฺตกํ ปริภุญฺชิสฺสามิ, เอตฺตกํ นิทหิสฺสามี’’ติ. เตน วุตฺตํ ‘‘ลาภํ ปฏิจฺจ วินิจฺฉโย’’ติ.
ฉนฺทราโคติ เอวํ อกุสลวิตกฺเกน วิตกฺกิเต วตฺถุสฺมึ ทุพฺพลราโค จ พลวราโค จ อุปฺปชฺชติ. อชฺโฌสานนฺติ ‘‘อหํ, มม’’นฺติ พลวสนฺนิฏฺฐานํ. ปริคฺคโหติ ตณฺหาทิฏฺฐิวเสน ปริคฺคหกรณํ. มจฺฉริยนฺติ ปเรหิ สาธารณภาวสฺส อสหนตา. เตเนวสฺส โปราณา เอวํ วจนตฺถํ วทนฺติ ‘‘อิทํ อจฺฉริยํ มเยฺหว โหตุ, มา อญฺญสฺส อจฺฉริยํ โหตูติ ปวตฺตตฺตา มจฺฉริยนฺติ วุจฺจตี’’ติ. อารกฺโขติ ทฺวารปิทหนมญฺชูสาโคปนาทิวเสน สุฏฺฐุ รกฺขณํ. อธิ กโรตีติ อธิกรณํ, การณสฺเสตํ นามํ. อารกฺขาธิกรณนฺติ ภาวนปุํสกํ, อารกฺขเหตูติ อตฺโถ. ทณฺฑาทานาทีสุ ปรนิเสธนตฺถํ ทณฺฑสฺส อาทานํ ทณฺฑาทานํ. เอกโตธาราทิโน สตฺถสฺส อาทานํ สตฺถาทานํ. กลโหติ กายกลโหปิ วาจากลโหปิ. ปุริโม ปุริโม วิโรโธ วิคฺคโห, ปจฺฉิโม ปจฺฉิโม วิวาโท. ตุวํ ตุวนฺติ อคารววเสน ‘‘ตุวํ ตุว’’นฺติ วจนํ.
อธิฏฺฐิตกาลโต ปฏฺฐาย น วิกปฺเปตพฺพานีติ วิกปฺเปนฺเตน อธิฏฺฐานโต ปุพฺเพ วา
วิกปฺเปตพฺพํ, วิชหิตาธิฏฺฐานํ วา ปจฺฉาวิกปฺเปตพฺพํ. อวิชหิตาธิฏฺฐานํ ปน น วิกปฺเปตพฺพนฺติ อธิปฺปาโย. ทุกฺกฏวเสน วุตฺตานีติ ‘‘วคฺคํ ภิกฺขุนิสงฺฆํ วคฺคสญฺญี โอวทตี’’ติอาทินา (ปาจิ. ๑๕๐) นเยน อธมฺมกมฺเม เทฺว นวกานิ ทุกฺกฏวเสน วุตฺตานิ.
นวกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
ทสกวารวณฺณนา
๓๓๐. ทสเกสุ นตฺถิ ทินฺนนฺติอาทิวเสน เวทิตพฺพาติ ‘‘นตฺถิ ทินฺนํ, นตฺถิ ยิฏฺฐํ, นตฺถิ หุตํ, นตฺถิ สุกตทุกฺกฏานํ กมฺมานํ ผลํ วิปาโก, นตฺถิ อยํ โลโก, นตฺถิ ปโร โลโก, นตฺถิ มาตา, นตฺถิ ปิตา, นตฺถิ สตฺตา โอปปาติกา, นตฺถิ โลเก สมณพฺราหฺมณา สมฺมคฺคตา สมฺมาปฏิปนฺนา, เย อิมญฺจ โลกํ ปรญฺจ โลกํ สยํ อภิญฺญา สจฺฉิกตฺวา ปเวเทนฺตี’’ติ (ม. นิ. ๒.๙๔, ๒๒๕; ๓.๙๑, ๑๑๖; สํ. นิ. ๓.๒๑๐) เอวมาคตํ สนฺธาย วุตฺตํ. สสฺสโต โลโกติอาทิวเสนาติ ‘‘สสฺสโต โลโกติ วา, อสสฺสโต โลโกติ วา, อนฺตวา โลโกติ วา, อนนฺตวา โลโกติ วา, ตํ ชีวํ ตํ สรีรนฺติ วา, อญฺญํ ชีวํ อญฺญํ สรีรนฺติ วา, โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, โหติ จ น จ โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา, เนว โหติ น น โหติ ตถาคโต ปรํ มรณาติ วา’’ติ (ม. นิ. ๑.๒๖๙) เอวมาคตํ สงฺคณฺหาติ.
มิจฺฉาทิฏฺฐิอาทโย มิจฺฉาวิมุตฺติปริโยสานาติ ‘‘มิจฺฉาทิฏฺฐิ มิจฺฉาสงฺกปฺโป มิจฺฉาวาจา มิจฺฉากมฺมนฺโต มิจฺฉาอาชีโว มิจฺฉาวายาโม มิจฺฉาสติ มิจฺฉาสมาธิ มิจฺฉาญาณํ มิจฺฉาวิมุตฺตี’’ติ (วิภ. ๙๗๐) เอวมาคตํ สนฺธาย วทติ. ตตฺถ มิจฺฉาญาณนฺติ ปาปกิริยาสุ อุปายจินฺตาวเสน ปาปกํ กตฺวา ‘‘สุกตํ มยา’’ติ ปจฺจเวกฺขณากาเรน จ อุปฺปนฺโน โมโห. มิจฺฉาวิมุตฺตีติ อวิมุตฺตสฺเสว สโต วิมุตฺติสญฺญิตา. สมถกฺขนฺธเก นิทฺทิฏฺฐาติ ‘‘โอรมตฺตกํ อธิกรณํ โหติ, น จ คติคตํ, น จ สริตสาริต’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๒๐๔) นิทฺทิฏฺฐา. สมถกฺขนฺธเก วุตฺเตหิ สมนฺนาคโต โหตีติ สมฺพนฺโธ. มาตุรกฺขิตาทโย ทส อิตฺถิโย. ธนกฺกีตาทโย ทส ภริยาโย.
ทสกวารวณฺณนา นิฏฺฐิตา.
เอกาทสกวารวณฺณนา
๓๓๑. เอกาทสเกสุ น โวทายนฺตีติ น ปกาสนฺติ. สุยุตฺตยานสทิสาย กตายาติ อิจฺฉิติจฺฉิตกาเล สุเขน ปวตฺเตตพฺพตฺตา ยุตฺตยานํ วิย กตาย. ยถา ปติฏฺฐา โหตีติ สมฺปตฺตีนํ ยถา ปติฏฺฐา โหติ. อนุ อนุ ปวตฺติตายาติ ภาวนาพหุลีกาเรหิ อนุ อนุ ปวตฺติตาย.