๖. เสนาสนกฺขนฺธกํ

วิหารานุชานนกถาวณฺณนา

๒๙๔. เสนาสนกฺขนฺธเก เสนาสนํ อปญฺญตฺตํ โหตีติ วิหารเสนาสนํ สนฺธาย วุตฺตํ. จตุพฺพิธญฺหิ (ม. นิ. อฏฺฏ. ๑.๒๙๖) เสนาสนํ วิหารเสนาสนํ มญฺจปีฐเสนาสนํ สนฺถตเสนาสนํ โอกาสเสนาสนนฺติ. ตตฺถ ‘‘มญฺโจปิ เสนาสนํ, ปีฐมฺปิ ภิสิปิ พิมฺโพหนมฺปิ วิหาโรปิ อฑฺฒโยโคปิ ปาสาโทปิ หมฺมิยมฺปิ คุหาปิ อฏฺโฏปิ มาโฬปิ เลณมฺปิ เวฬุคุมฺโพปิ รุกฺขมูลมฺปิ มณฺฑโปปิ เสนาสนํ. ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺติ, สพฺพเมตํ เสนาสน’’นฺติ (วิภ. ๕๒๗) วจนโต วิหาโร อฑฺฒโยโค ปาสาโท หมฺมิยํ คุหาติ อิทํ วิหารเสนาสนํ นาม. มญฺโจ ปีฐํ ภิสิ พิมฺโพหนนฺติ อิทํ มญฺจปีฐเสนาสนํ นาม. จิมิลิกา จมฺมขณฺโฑ ติณสนฺถาโร ปณฺณสนฺถาโรติ อิทํ สนฺถตเสนาสนํ นาม. ยตฺถ วา ปน ภิกฺขู ปฏิกฺกมนฺตีติ อิทํ โอกาสเสนาสนํ นาม.

รุกฺขมูเลติอาทีสุ รุกฺขมูลเสนาสนํ นาม ยํกิญฺจิ สนฺทจฺฉายํ วิวิตฺตํ รุกฺขมูลํ. ปพฺพโต นาม เสโล. ตตฺถ หิ อุทกโสณฺฑีสุ อุทกกิจฺจํ กตฺวา สีตาย รุกฺขจฺฉายาย นิสินฺนา นานาทิสาสุ ขายมานาสุ สีเตน วาเตน พีชิยมานา สมณธมฺมํ กโรนฺติ. กนฺทเรติ กํ วุจฺจติ อุทกํ, เตน ทาริโต อุทเกน ภินฺโน ปพฺพตปฺปเทโส กนฺทรํ. ยํ ‘‘นิตมฺพ’’นฺติปิ ‘‘นทีกุญฺช’’นฺติปิ วทนฺติ. ตตฺถ หิ รชตปฏฺฏสทิสา วาลิกา โหติ, มตฺถเก มณิวิตานํ วิย วนคหนํ, มณิกฺขนฺธสทิสํ อุทกํ สนฺทติ, เอวรูปํ กนฺทรํ โอรุยฺห ปานียํ ปิวิตฺวา คตฺตานิ สีตํ กตฺวา วาลิกํ อุสฺสาเปตฺวา ปํสุกูลจีวรํ ปญฺญเปตฺวา ตตฺถ นิสินฺนา เต ภิกฺขู สมณธมฺมํ กโรนฺติ. คิริคุหา นาม ทฺวินฺนํ ปพฺพตานํ อนฺตรา, เอกสฺมึเยว วา อุมงฺคสทิสํ มหาวิวรํ.

‘‘วนปตฺถนฺติ ทูรานเมตํ เสนาสนานํ อธิวจน’’นฺติอาทิวจนโต (วิภ. ๕๓๑) ยตฺถ น กสนฺติ น วปนฺติ, ตาทิสํ มนุสฺสานํ อุปจารฏฺฐานํ อติกฺกมิตฺวา ฐิตํ อรญฺญกเสนาสนํ ‘‘วนปตฺถ’’นฺติ วุจฺจติ. อชฺโฌกาโส นาม เกนจิ อจฺฉนฺโน ปเทโส. อากงฺขมานา ปเนตฺถ จีวรกุฏึ กตฺวา วสนฺติ. ปลาลปุญฺเชติ ปลาลราสิมฺหิ. มหาปลาลปุญฺชโต หิ ปลาลํ นิกฺกฑฺฒิตฺวา ปพฺภารเลณสทิเส อาลเย กโรนฺติ, คจฺฉคุมฺพาทีนมฺปิ อุปริ ปลาลํ ปริกฺขิปิตฺวา เหฏฺฐา นิสินฺนา สมณธมฺมํ กโรนฺติ, ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ. ปญฺจ เลณานีติ ปญฺจ ลียนฏฺฐานานิ. นิลียนฺติ เอตฺถ ภิกฺขูติ เลณานิ, วิหาราทีนเมตํ อธิวจนํ. สุปณฺณวงฺกเคหนฺติ ครุฬปกฺขสณฺฐาเนน กตเคหํ.

๒๙๕. อนุโมทนคาถาสุ สีตนฺติ อชฺฌตฺตธาตุกฺโขภวเสน วา พหิทฺธอุตุวิปริณามวสเอน วา อุปฺปชฺชนกสีตํ. อุณฺหนฺติ อคฺคิสนฺตาปํ, ตสฺส วนทาหาทีสุ วา สมฺภโว ทฏฺฐพฺโพ. ปฏิหนฺตีติ พาธติ. ยถา ตทุภยวเสน กายจิตฺตานํ พาธนํ น โหติ, เอวํ กโรติ. สีตุณฺหพฺภาหเต หิ สรีเร วิกฺขิตฺตจิตฺโต ภิกฺขุ โยนิโส ปทหิตุํ น สกฺโกติ. วาฬมิคานีติ สีหพฺยคฺฆาทิวาฬมิเค. คุตฺตเสนาสนญฺหิ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย นิสินฺนสฺส เต ปริสฺสยา น โหนฺติ. สรีสเปติ เย เกจิ สรนฺเต คจฺฉนฺเต ทีฆชาติเก. มกเสติ นิทสฺสนมตฺตเมตํ, ฑํสาทีนมฺปิ เอเตเนว สงฺคโห ทฏฺฐพฺโพ. สิสิเรติ สิสิรกาลวเสน สตฺตาหวทฺธลิกาทิวเสน จ อุปฺปนฺเน สิสิรสมฺผสฺเส. วุฏฺฐิโยติ ยทา ตทา อุปฺปนฺนา วสฺสวุฏฺฐิโย.

วาตาตโป โฆโรติ รุกฺขคจฺฉาทีนํ อุมฺมูลภญฺชนาทิวเสน ปวตฺติยา โฆโร สรชอรชาทิเภโท วาโต เจว คิมฺหปริฬาหสมเยสุ อุปฺปตฺติยา โฆโร สูริยาตโป จ ปฏิหญฺญติ ปฏิพาหียติ. เลณตฺถนฺติ นานารมฺมณโต จิตฺตํ นิวตฺเตตฺวา ปฏิสลฺลานารามตฺถํ. สุขตฺถนฺติ วุตฺตปริสฺสยาภาเวน ผาสุวิหารตฺถํ. ฌายิตุนฺติ อฏฺฐตึสารมฺมเณสุ ยตฺถ กตฺถจิ จิตฺตํ อุปนิชฺฌายิตุํ. วิปสฺสิตุนฺติ อนิจฺจาทิโต สงฺขาเร สมฺมสิตุํ.

วิหาเรติ ปติสฺสเย. การเยติ การาเปยฺย. รมฺเมติ มโนรเม นิวาสสุเข. วาสเยตฺถ พหุสฺสุเตติ กาเรตฺวา ปน เอตฺถ วิหาเรสุ พหุสฺสุเต สีลวนฺเต กลฺยาณธมฺเม นิวาเสยฺย. เต นิวาเสนฺโต ปน เตสํ พหุสฺสุตานํ ยถา ปจฺจเยหิ กิลมโถ น โหติ, เอวํ อนฺนญฺจ ปานญฺจ วตฺถเสนาสนานิ จ ทเทยฺย อุชุภูเตสุ อชฺฌาสยสมฺปนฺเนสุ กมฺมผลานํ รตนตฺตยคุณานญฺจ สทฺทหเนน วิปฺปสนฺเนน เจตสา.

อิทานิ คหฏฺฐปพฺพชิตานํ อญฺญมญฺญุปการิตํ ทสฺเสตุํ ‘‘เต ตสฺสา’’ติ คาถมาห. ตตฺถ เตติ เต พหุสฺสุตา. ตสฺสาติ อุปาสกสฺส. ธมฺมํ เทเสนฺตีติ สกลวฏฺฏทุกฺขาปนูทนํ สทฺธมฺมํ เทเสนฺติ. ยํ โส ธมฺมํ อิธญฺญายาติ โส ปุคฺคโล ยํ สทฺธมฺมํ อิมสฺมึ สาสเน สมฺมา ปฏิปชฺชเนน ชานิตฺวา อคฺคมคฺคาธิคเมน อนาสโว หุตฺวา ปรินิพฺพายติ.

โส จ สพฺพทโท โหตีติ อาวาสทานสฺมึ ทินฺเน สพฺพทานํ ทินฺนเมว โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ. ตถา หิ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๔๒) เทฺว ตโย คาเม ปิณฺฑาย จริตฺวา กิญฺจิ อลทฺธา อาคตสฺสปิ ฉายูทกสมฺปนฺนํ อารามํ ปวิสิตฺวา นหายิตฺวา ปติสฺสเย มุหุตฺตํ นิปชฺชิตฺวา อุฏฺฐาย นิสินฺนสฺส กาเย พลํ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตํ วิย โหติ, พหิ วิจรนฺตสฺส จ กาเย วณฺณธาตุ วาตาตเปหิ กิลมติ, ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย มุหุตฺตํ นิปนฺนสฺส วิสภาคสนฺตติ วูปสมฺมติ, สภาคสนฺตติ ปติฏฺฐาติ, วณฺณธาตุ อาหริตฺวา ปกฺขิตฺตา วิย โหติ, พหิ วิจรนฺตสฺส จ ปาเท กณฺฏโก วิชฺฌติ, ขาณุ ปหรติ, สรีสปาทิปริสฺสยา เจว โจรภยญฺจ อุปฺปชฺชติ, ปติสฺสยํ ปวิสิตฺวา ทฺวารํ ปิธาย นิปนฺนสฺส สพฺเพ ปริสฺสยา น โหนฺติ, สชฺฌายนฺตสฺส ธมฺมปีติสุขํ, กมฺมฏฺฐานํ มนสิกโรนฺตสฺส อุปสมสุขญฺจ อุปฺปชฺชติ พหิทฺธาวิกฺเขปาภาวโต, พหิ วิจรนฺตสฺส จ เสทา มุจฺจนฺติ, อกฺขีนิ ผนฺทนฺติ, เสนาสนํ ปวิสนกฺขเณ มญฺจปีฐานิ น ปญฺญายนฺติ, มุหุตฺตํ นิสินฺนสฺส ปน อกฺขิปสาโท อาหริตฺวา ปกฺขิตฺโต วิย โหติ, ทฺวารวาตปานมญฺจปีฐาทีนิ ปญฺญายนฺติ, เอตสฺมิญฺจ อาวาเส วสนฺตํ ทิสฺวา มนุสฺสา จตูหิ ปจฺจเยหิ สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐหนฺติ. เตน วุตฺตํ ‘‘โส จ สพฺพทโท โหติ, โย ททาติ อุปสฺสย’’นฺติ.

๒๙๖. อาวิญฺฉนจฺฉิทฺทนฺติ ยตฺถ องฺคุลึ ปเวเสตฺวา ทฺวารํ อากฑฺฒนฺตา ทฺวารพาหํ ผุสาเปนฺติ, ตสฺเสตํ อธิวจนํ. อาวิญฺฉนรชฺชุนฺติ กวาเฏเยว ฉิทฺทํ กตฺวา ตตฺถ ปเวเสตฺวา เยน รชฺชุเกน กฑฺฒนฺตา ทฺวารํ ผุสาเปนฺติ, ตํ อาวิญฺฉนรชฺชุกํ. เสนาสนปริโภเค อกปฺปิยจมฺมํ นาม นตฺถีติ ทสฺสนตฺถํ ‘‘สเจปิ ทีปินงฺคุฏฺเฐน กตา โหติ, วฏฺฏติเยวา’’ติ วุตฺตํ. เจติเย เวทิกาสทิสนฺติ วาตปานพาหาสุ เจติเย เวทิกาย วิย ปฏฺฏิกาทีหิ ทสฺเสตฺวา กตํ. ถมฺภกวาตปานํ นาม ติริยํ ทารูนิ อทตฺวา อุชุกํ ฐิเตหิ เอว เวณุสลากาทีหิ กตํ.

วิหารานุชานนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

มญฺจปีฐาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๒๙๗. โปฏกิตูลนฺติ เอรกติณตูลํ. โปฏกิคหณญฺเจตฺถ ติณชาตีนํ นิทสฺสนมตฺตนฺติ อาห ‘‘เยสํ เกสญฺจิ ติณชาติกาน’’นฺติ. ปญฺจวิธํ อุณฺณาทิตูลมฺปิ วฏฺฏตีติ เอตฺถาปิ ‘‘พิมฺโพหเน’’ติ อาเนตฺวา สมฺพนฺธิตพฺพํ. ‘‘ตูลปูริตํ ภิสึ อปสฺสยิตุํ น วฏฺฏตี’’ติ เกจิ วทนฺติ, วฏฺฏตีติ อปเร. อุปทหนฺตีติ ฐเปนฺติ. สีสปฺปมาณนฺติ ยตฺถ คลวาฏกโต ปฏฺฐาย สพฺพสีสํ อุปทหนฺติ, ตํ สีสปฺปมาณํ. ตญฺจ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉทโต ติริยํ มุฏฺฐิรตนํ โหตีติ ทสฺเสตุํ ‘‘ยสฺส วิตฺถารโต ตีสุ กณฺเณสู’’ติอาทิมาห. มชฺฌฏฺฐานํ มุฏฺฐิรตนํ โหตีติ พิมฺโพหนสฺส มชฺฌฏฺฐานํ ติริยโต มุฏฺฐิรตนปฺปมาณํ โหติ. มสูรเกติ จมฺมมยภิสิยํ. ผุสิตานิ ทาตุนฺติ สญฺญากรณตฺถํ พินฺทูนิ ทาตุํ.

๒๙๘. น นิพนฺธตีติ อนิพนฺธนีโย, น อลฺลียตีติ อตฺโถ. ปฏิพาเหตฺวาติ มฏฺฐํ กตฺวา.

อิฏฺฐกาจยาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๓๐๐. รุกฺขํ วิชฺฌิตฺวาติ รุกฺขทารุํ วิชฺฌิตฺวา. ขาณุเก อาโกเฏตฺวาติ เทฺว เทฺว ขาณุเก อาโกเฏตฺวา. ตํ อาหริมํ ภิตฺติปาทนฺติ วุตฺตนเยน ขาณุเก อาโกเฏตฺวา กตํเยว สนฺธาย วุตฺตํ. ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตุนฺติ มูเลน ภูมิยํ ปติฏฺฐาเปตฺวา ภิตฺติปาทสฺส อุปตฺถมฺภนวเสน อุสฺสาเปตฺวา ขาณุเกหิ ภิตฺติปาทํ อุสฺสาเปตฺวา ฐเปตุนฺติ อธิปฺปาโย. อุภโต กุฏฺฏํ นีหริตฺวา กตปเทสสฺสาติ ยถา อนฺโตทฺวารสมีเป นิสินฺเนหิ อุชุกํ พหิ โอโลเกตุํ น สกฺกา โหติ, เอวํ อุโภหิ ปสฺเสหิ กุฏฺฏํ นีหริตฺวา อภิมุเข ภิตฺตึ อุปฏฺฐเปตฺวา กตปเทสสฺส. สมนฺตา ปริยาคาโรติ สมนฺตโต อาวิทฺธปมุขํ. อุคฺฆาฏนกิฏิกนฺติ ทณฺเฑหิ อุกฺขิปิตฺวา ฐปนกปทรกิฏิกํ.

อนาถปิณฺฑิกวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๐๔. อนาถปิณฺฑิกเสฏฺฐิวตฺถุมฺหิ (สํ. นิ. อฏฺฐ. ๑.๑.๒๔๒) เกนจิเทว กรณีเยนาติ วาณิชฺชกมฺมํ อธิปฺเปตํ. อนาถปิณฺฑิโก กิร ราชคหเสฏฺฐิ จ อญฺญมญฺญํ ภคินิปติกา โหนฺติ. ยทา ราชคเห อุฏฺฐานกภณฺฑํ สมคฺฆํ โหติ, ตทา ราชคหเสฏฺฐิ ตํ คเหตฺวา สกฏสเตหิ สาวตฺถึ คนฺตฺวา โยชนมตฺเต ฐิโต อตฺตโน อาคตภาวํ ชานาเปติ. อนาถปิณฺฑิโก ปจฺจุคฺคนฺตฺวา ตสฺส มหาสกฺการํ กตฺวา เอกํ ยานํ อาโรเปตฺวา สาวตฺถึ ปวิสติ. โส สเจ ภณฺฑํ ลหุกํ วิกฺกียติ, วิกฺกิณาติ. โน เจ, ภคินิฆเร ฐเปตฺวา ปกฺกมติ. อนาถปิณฺฑิโกปิ ตเถว กโรติ. สฺวายํ ตทาปิ เตเนว กรณีเยน อคมาสิ. ตํ สนฺธาเยตํ วุตฺตํ.

ตํ ทิวสํ ปน ราชคหเสฏฺฐิ โยชนมตฺเต ฐิเตน อนาถปิณฺฑิเกน อาคตภาวชานนตฺถํ เปสิตํ ปณฺณํ น สุณิ, ธมฺมสฺสวนตฺถาย วิหารํ อคมาสิ. โส ธมฺมกถํ สุตฺวา สฺวาตนาย พุทฺธปฺปมุขํ ภิกฺขุสงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา อตฺตโน ฆเร อุทฺธนขณาปนทารุผาลนาทีนิ กาเรสิ. อนาถปิณฺฑิโกปิ ‘‘อิทานิ มยฺหํ ปจฺจุคฺคมนํ กริสฺสติ, อิทานิ กริสฺสตี’’ติ ฆรทฺวาเรปิ ปจฺจุคฺคมนํ อลภิตฺวา อนฺโตฆรํ ปวิฏฺโฐ ปฏิสนฺถารมฺปิ น พหุํ อลตฺถ. ‘‘กึ มหาเสฏฺฐิ กุสลํ ทารกรูปานํ, นสิ มคฺเค กิลนฺโต’’ติ เอตฺตโกว ปฏิสนฺถาโร อโหสิ. เตน วุตฺตํ ‘‘อถ โข อนาถปิณฺฑิกสฺส คหปติสฺส เอตทโหสี’’ติอาทิ.

พุทฺโธติ ตฺวํ คหปติ วเทสีติ ตสฺส กิร มุขโต พุทฺธสทฺทํ สุตฺวา อนาถปิณฺฑิโก ปญฺจวณฺณํ ปีตึ ปฏิลภติ, สา ตสฺส สีเส อุฏฺฐหิตฺวา ยาว ปาทปิฏฺฐิยา, ปาทปิฏฺฐิยา อุฏฺฐาย ยาว สีสา คจฺฉติ, อุภโต อุฏฺฐาย มชฺเฌ โอสรติ, มชฺเฌ อุฏฺฐาย อุภโต คจฺฉติ. โส ปีติยา นิรนฺตรํ ผุโฏ ‘‘พุทฺโธติ ตฺวํ คหปติ วเทสี’’ติ เอวํ ติกฺขตฺตุํ ปุจฺฉิ. อกาโล โข, คหปติ, อิมํ กาลํ ตํ ภควนฺตํ ทสฺสนาย อุปสงฺกมิตุนฺติ ‘‘พุทฺธา นาม ทุราสทา อาสีวิสสทิสา โหนฺติ, สตฺถา จ สิวถิกาย สมีเป วสติ, น สกฺกา ตตฺถ อิมาย เวลาย อิมินา คนฺตุ’’นฺติ มญฺญมาโน เอวมาห. พุทฺธคตาย สติยา นิปชฺชีติ อญฺญํ กิญฺจิ อจินฺเตตฺวา พุทฺธคตาย เอว สติยา นิปชฺชิ. ตํ ทิวสํ กิรสฺส ภณฺฑสกเฏสุ วา อุปฏฺฐาเกสุ วา จิตฺตมฺปิ นุปฺปชฺชิ, สายมาสมฺปิ น อกาสิ. สตฺตภูมิกํ ปน ปาสาทํ อารุยฺห สุปญฺญตฺตาลงฺกตวรสยเน ‘‘พุทฺโธ พุทฺโธ’’ติ สชฺฌายํ กโรนฺโตว นิปชฺชิตฺวา นิทฺทํ โอกฺกมิ. ติกฺขตฺตุํ วุฏฺฐาสิ ปภาตํ มญฺญมาโนติ ปฐมยาเม ตาว วีติวตฺเต อุฏฺฐาย พุทฺธํ อนุสฺสริ, อถสฺส พลวปฺปสาโท อุทปาทิ, ปีติอาโลโก อโหสิ, สพฺพตมํ วิคจฺฉิ, ทีปสหสฺสุชฺชลนํ วิย จนฺทุฏฺฐานสูริยุฏฺฐานํ วิย จ ชาตํ. โส ‘‘ปมาทํ อาปนฺโนมฺหิ, วญฺจิโตมฺหิ, สูริโย อุคฺคโต’’ติ อุฏฺฐาย อากาสตเล ฐตฺวา จนฺทํ โอโลเกตฺวา ‘‘เอโกว ยาโม คโต, อญฺเญ เทฺว อตฺถี’’ติ ปุน ปวิสิตฺวา นิปชฺชิ, เอเตนุปาเยน มชฺฌิมยามาวสาเนปิ ปจฺฉิมยามาวสาเนปิ ติกฺขตฺตุํ อุฏฺฐาสิ. ปจฺฉิมยามาวสาเน ปน พลวปจฺจูเสเยว อุฏฺฐาย อากาสตลํ อาคนฺตฺวา มหาทฺวาราภิมุโข อโหสิ, สตฺตภูมิกทฺวารํ สยเมว วิวฏํ อโหสิ, ปาสาทา โอรุยฺห อนฺตรวีถึ ปฏิปชฺชิ.

๓๐๕. อมนุสฺสาติ อธิคตวิเสสา เทวตา. ตถา หิ ตา เสฏฺฐิสฺส ภาวินิสมฺปตฺตึ ปจฺจกฺขโต สมฺปสฺสมานา ‘‘อยํ มหาเสฏฺฐิ ‘พุทฺธุปฏฺฐานํ คมิสฺสามี’ติ นิกฺขนฺโต ปฐมทสฺสเนเนว โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐาย ติณฺณํ รตนานํ อคฺคุปฏฺฐาโก หุตฺวา อสทิสํ สงฺฆารามํ กตฺวา จาตุทฺทิสสฺส อริยสงฺฆสฺส อนาวฏทฺวาโร ภวิสฺสติ, น ยุตฺตมสฺส ทฺวารํ ปิทหิตุ’’นฺติ จินฺเตตฺวา ทฺวารํ วิวรึสุ. อนฺตรธายีติ ราชคหํ กิร อากิณฺณมนุสฺสํ, อนฺโตนคเร นว โกฏิโย พหินคเร นวาติ ตํ อุปนิสฺสาย อฏฺฐารส มนุสฺสโกฏิโย วสนฺติ. อเวลาย มตมนุสฺเส พหิ นีหริตุํ อสกฺโกนฺตา อฏฺฏาลเก ฐตฺวา พหิทฺวาเร ขิปนฺติ. มหาเสฏฺฐิ นครโต พหิ นิกฺขนฺตมตฺโตว อลฺลสรีรํ ปาเทน อกฺกมิ, อปรมฺปิ ปิฏฺฐิปาเทน ปหริ, มกฺขิกา อุปฺปติตฺวา ปกิรึสุ, ทุคฺคนฺโธ นาสาปุฏํ อภิหนิ, พุทฺธปฺปสาโท ตนุตฺตํ คโต. เตนสฺส อาโลโก อนฺตรธายิ อนฺธกาโร ปาตุรโหสิ ปีติเวคสฺส ตนุภาเว ตํสมุฏฺฐิตรูปานํ ปริทุพฺพลภาวโต. สทฺทมนุสฺสาเวสีติ ‘‘เสฏฺฐิสฺส อุสฺสาหํ ชเนสฺสามี’’ติ สุวณฺณกิงฺกิณิกํ ฆฏฺเฏนฺโต วิย มธุรสฺสเรน สทฺทํ อนุสฺสาเวสิ.

สตํ กญฺญาสหสฺสานีติ ปุริมปทานิปิ อิมินาว สหสฺส-ปเทน สทฺธึ สมฺพนฺธิตพฺพานิ. ยเถว หิ สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, เอวํ สตํ สหสฺสานิ หตฺถี, สตํ สหสฺสานิ อสฺสา, สตํ สหสฺสานิ รถาติ อยเมตฺถ อตฺโถ, อิติ เอเกกํ สตสหสฺสํ ทีปิตํ โหติ. ปทวีติหารสฺสาติ ปทํ วีติหรติ เอตฺถาติ ปทวีติหาโร. โส ทุตวิลมฺพิตํ อกตฺวา สมคมเน ทฺวินฺนํ ปทานํ อนฺตเร มุฏฺฐิรตนมตฺตํ. กลํ นาคฺฆนฺติ โสฬสินฺติ ตํ เอกํ ปทวีติหารํ โสฬส ภาเค กตฺวา ตโต เอโก โกฏฺฐาโส ปุน โสฬสธา, ตโต เอโก โสฬสธาติ เอวํ โสฬส วาเร โสฬสธา ภินฺนสฺส เอโก โกฏฺฐาโส โสฬสี กลา นาม, ตํ โสฬสึ กลํ เอตานิ จตฺตาริ สตสหสฺสานิ น อคฺฆนฺติ. อิทํ วุตฺตํ โหติ – สตํ หตฺถิสหสฺสานิ สตํ อสฺสสหสฺสานิ สตํ รถสหสฺสานิ สตํ กญฺญาสหสฺสานิ, ตา จ โข อามุกฺกมณิกุณฺฑลา สกลชมฺพุทีปราชธีตโรวาติ อิมสฺมา เอตฺตกา ลาภา วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส ตสฺมึ โสฬสิกลาสงฺขาเต ปเทเส ลงฺฆนสาธนวเสน ปวตฺตเจตนาว อุตฺตริตราติ. ปทํ วา วีติหรติ เอเตนาติ ปทวีติหาโร, ตถาปวตฺตา กุสลเจตนา, ตสฺสา ผลํ โสฬสธา กตฺวาติ จ วทนฺติ. อิทํ ปน วิหารคมนํ กสฺส วเสน คหิตนฺติ? วิหารํ คนฺตฺวา อนนฺตราเยน โสตาปตฺติผเล ปติฏฺฐหนฺตสฺส วเสน คหิตํ. ‘‘คนฺธมาลาทีหิ ปูชํ กริสฺสามิ, เจติยํ วนฺทิสฺสามิ, ธมฺมํ โสสฺสามิ, ทีปปูชํ กริสฺสามิ, สงฺฆํ นิมนฺเตตฺวา ทานํ ทสฺสามิ, สิกฺขาปเทสุ วา สรเณสุ วา ปติฏฺฐหิสฺสามี’’ติ คจฺฉโตปิ วเสน วฏฺฏติเยว.

อนฺธกาโร อนฺตรธายีติ โส กิร จินฺเตสิ ‘‘อหํ เอกโกติ สญฺญํ กโรมิ, อมนุสฺสา จ เม อนุคามิโน สหายา อตฺถิ, กสฺมา ภายามี’’ติ สูโร อโหสิ. อถสฺส พลวา พุทฺธปฺปสาโท อุทปาทิ, ตสฺมา อนฺธกาโร อนฺตรธายิ. เสสวาเรสุปิ เอเสว นโย. อาโลโก ปาตุรโหสีติ ปุริมพุทฺเธสุ จิรกาลปริจยสมฺภูตสฺส พลวโต ปสาทสฺส วเสน อุปฺปนฺนาย อุฬาราย พุทฺธารมฺมณาย ปีติยา สมุฏฺฐาปิโต วิปสฺสโนภาสสทิโส สาติสโย จิตฺตปจฺจยอุตุสมุฏฺฐาโน อาโลโก ปาตุรโหสิ. เทวตาหิ กโตติปิ วทนฺติ, ปุริโมเยเวตฺถ ยุตฺตตโร. เอหิ สุทตฺตาติ โส กิร เสฏฺฐิ คจฺฉมาโนว จินฺเตสิ ‘‘อิมสฺมึ โลเก พหู ปูรณกสฺสปาทโย ติตฺถิยา ‘มยํ พุทฺธา, มยํ พุทฺธา’ติ วทนฺติ, กถํ นุ โข อหํ สตฺถุ พุทฺธภาวํ ชาเนยฺย’’นฺติ. อถสฺส เอตทโหสิ ‘‘มยฺหํ คุณวเสน อุปฺปนฺนํ นามํ มหาชโน ชานาติ, กุลทตฺติยํ ปน เม นามํ อญฺญตฺร มยา น โกจิ ชานาติ, สเจ พุทฺโธ ภวิสฺสติ, กุลทตฺติกนาเมน มํ อาลปิสฺสตี’’ติ. สตฺถา ตสฺส จิตฺตํ ญตฺวา เอวมาห.

ปรินิพฺพุโตติ กิเลสปรินิพฺพาเนน ปรินิพฺพุโต. อาสตฺติโยติ รูปาทีสุ อาสญฺชนฏฺเฐน อาสตฺติโย, ตณฺหาโย. สนฺตินฺติ กิเลสวูปสมํ. ปปฺปุยฺยาติ อคฺคมคฺเคน ปตฺวา. เสสเมตฺถ ปาฬิอนุสาเรเนว เวทิตพฺพํ. ยญฺเจตฺถ อนุตฺตานมตฺถํ, ตํ อฏฺฐกถายํ วุตฺตเมว.

๓๐๖. วยเมว เวยฺยายิกนฺติ อาห ‘‘เวยฺยายิกนฺติ วยกรณํ วุจฺจตี’’ติ.

อนาถปิณฺฑิกวตฺถุกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อคฺคาสนาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๓๑๐-๓๑๑. ทกฺขิโณทกนฺติ อคฺคโต อุปนียมานํ ทกฺขิโณทกํ. อถ โข ภควา ภิกฺขู อามนฺเตสีติ (ชา. อฏฺฐ. ๑.๑.๓๖ ติตฺติรชาตกวณฺณนา) เตหิ ภิกฺขูหิ อตฺตโน อตฺตโน รุจิวเสน อคฺคาสนาทิรหานํ กถิตกาเล ‘‘น, ภิกฺขเว, มยฺหํ สาสเน อคฺคาสนาทีนิ ปตฺวา ขตฺติยกุลา ปพฺพชิโต ปมาณํ, น พฺราหฺมณกุลา, น คหปติกุลา ปพฺพชิโต, น วินยธโร, น สุตฺตนฺติโก, น อาภิธมฺมิโก, น ปฐมชฺฌานาทิลาภิโน, น โสตาปนฺนาทโย ปมาณํ, อถ โข, ภิกฺขเว, อิมสฺมึ สาสเน ยถาวุฑฺฒํ อภิวาทนํ ปจฺจุฏฺฐานํ อญฺชลิกมฺมํ สามีจิกมฺมํ กตฺตพฺพํ, อคฺคาสนํ อคฺโคทกํ อคฺคปิณฺโฑ ลทฺธพฺโพ, อิทเมตฺถ ปมาณํ, ตสฺมา วุฑฺฒตโร ภิกฺขุ เอเตสํ อนุจฺฉวิโก. อิทานิ โข ปน, ภิกฺขเว, สาริปุตฺโต มยฺหํ อคฺคสาวโก อนุธมฺมจกฺกปฺปวตฺตโก มมานนฺตรเสนาสนํ ลทฺธุํ อรหติ. โส อิมํ รตฺตึ เสนาสนํ อลภนฺโต รุกฺขมูเล วีตินาเมสิ. ตุเมฺห อิทาเนว เอวํ อคารวา อปฺปติสฺสา, คจฺฉนฺเต คจฺฉนฺเต กาเล กินฺติ กตฺวา วิหริสฺสถา’’ติ วตฺวา อถ เนสํ โอวาททานตฺถาย ‘‘ปุพฺเพ, ภิกฺขเว, ติรจฺฉานคตาปิ ‘น โข ปเนตํ อมฺหากํ ปติรูปํ, ยํ มยํ อญฺญมญฺญํ อคารวา อปฺปติสฺสา อสภาควุตฺติโน วิหเรยฺยาม, อเมฺหสุ มหลฺลกตรํ ชานิตฺวา ตสฺส อภิวาทนาทีนิ กริสฺสามา’ติ สาธุกํ วีมํสิตฺวา ‘อยํ มหลฺลโก’ติ ญตฺวา ตสฺส อภิวาทนาทีนิ กตฺวา เทวปถํ ปูรยมานา คตา’’ติ วตฺวา อตีตํ อาหริตฺวา ทสฺเสตุํ ภิกฺขู อามนฺเตสิ.

เย วุฑฺฒมปจายนฺตีติ ชาติวุฑฺโฒ วโยวุฑฺโฒ คุณวุฑฺโฒติ ตโย วุฑฺฒา. เตสุ ชาติสมฺปนฺโน ชาติวุฑฺโฒ นาม, วเย ฐิโต วโยวุฑฺโฒ นาม, คุณสมฺปนฺโน คุณวุฑฺโฒ นาม. เตสุ คุณสมฺปนฺโน วโยวุฑฺโฒ อิมสฺมึ ฐาเน วุฑฺโฒติ อธิปฺเปโต. อปจายนฺตีติ เชฏฺฐาปจายิกกมฺเมน ปูเชนฺติ. ธมฺมสฺส โกวิทาติ เชฏฺฐาปจายนธมฺมสฺส โกวิทา กุสลา. ทิฏฺเฐว ธมฺเมติ อิมสฺมึเยว อตฺตภาเว. ปาสํสาติ ปสํสารหา. สมฺปราเย จ สุคฺคตีติ สมฺปเรตพฺเพ อิมํ โลกํ หิตฺวา คนฺตพฺเพ ปรโลเกปิ เตสํ สุคติเยว โหตีติ อตฺโถ. อยํ ปเนตฺถ ปิณฺฑตฺโถ – ภิกฺขเว, ขตฺติยา วา โหนฺตุ พฺราหฺมณา วา เวสฺสา วา สุทฺทา วา คหฏฺฐา วา ปพฺพชิตา วา ติรจฺฉานคตา วา, เย เกจิ สตฺตา เชฏฺฐาปจิติกมฺเม เฉกา กุสลา คุณสมฺปนฺนานํ วโยวุฑฺฒานํ อปจิตึ กโรนฺติ, เต อิมสฺมิญฺจ อตฺตภาเว เชฏฺฐาปจิติการกาติ ปสํสํ วณฺณนํ โถมนํ ลภนฺติ, กายสฺส จ เภทา สคฺเค นิพฺพตฺตนฺตีติ.

อคฺคาสนาทิอนุชานนกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อาสนปฺปฏิพาหนาทิกถาวณฺณนา

๓๑๓-๔. อุทฺทิสฺสกตนฺติ คิหีหิ สงฺฆํ อุทฺทิสฺส กตํ. คิหิวิกตนฺติ คิหีหิ กตํ ปญฺญตฺตํ, คิหิสนฺตกนฺติ วุตฺตํ โหติ. อติสมีปํ อคนฺตฺวาติ ภิกฺขูนํ อาสนฺนตรํ ฐานํ อคนฺตฺวา.

เสนาสนคฺคาหาปกสมฺมุติกถาวณฺณนา

๓๑๘. ปจฺจเยเนว หิ ตํ ปฏิชคฺคนํ ลภิสฺสตีติ ตสฺมึ เสนาสเน มหาเถรา ตสฺส ปจฺจยสฺส การณา อญฺญตฺถ อคนฺตฺวา วสนฺตาเยว นํ ปฏิชคฺคิสฺสนฺตีติ อตฺโถ. อุพฺภณฺฑิกา ภวิสฺสนฺตีติ อุกฺขิตฺตภณฺฑา ภวิสฺสนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน ปริกฺขาเร คเหตฺวา ตตฺถ ตตฺถ วิจริสฺสนฺตีติ อตฺโถ. ทีฆสาลาติ จงฺกมนสาลา. มณฺฑลมาโฬ อุปฏฺฐานสาลา. อนุทหตีติ ปีเฬติ. ชมฺพุทีเป ปนาติ อริยเทเส ภิกฺขู สนฺธาย วุตฺตํ. เต กิร ตถา ปญฺญาเปนฺติ. น โคจรคาโม ฆฏฺเฏตพฺโพติ วุตฺตเมวตฺถํ วิภาเวติ ‘‘น ตตฺถ มนุสฺสา วตฺตพฺพา’’ติอาทินา. วิตกฺกํ ฉินฺทิตฺวาติ ‘‘อิมินา นีหาเรน คจฺฉนฺตํ ทิสฺวา นิวาเรตฺวา ปจฺจเย ทสฺสนฺตี’’ติ เอวรูปํ วิตกฺกํ อนุปฺปาเทตฺวา. เตสุ เจ เอโกติ เตสุ มนุสฺเสสุ เอโก ปณฺฑิตปุริโส. ภณฺฑปฏิจฺฉาทนนฺติ ปฏิจฺฉาทนกภณฺฑํ, สรีรปฏิจฺฉาทนํ จีวรนฺติ อตฺโถ.

ปฏิชคฺคิตพฺพานีติ สมฺมชฺชนาทีหิ ปฏิชคฺคิตพฺพานิ. มุณฺฑเวทิกายาติ เจติยสฺส หมฺมิยเวทิกาย. หมฺมิยเวทิกาติ จ เจติยสฺส อุปริ จตุรสฺสเวทิโย วุจฺจติ. ปฏิกฺกมฺมาติ วิหารโต อปสกฺกิตฺวา. อุปนิกฺเขปนฺติ เขตฺตํ วา นาฬิเกราทิอารามํ วา กหาปณาทีนิ วา อารามิกาทีนํ นิยฺยาเตตฺวา ‘‘อิโต อุปฺปนฺนา วฑฺฒิ วสฺสาวาสิกตฺถาย โหตู’’ติ ทินฺนํ. วตฺตํ กตฺวาติ ตสฺมึ เสนาสเน กตฺตพฺพวตฺตํ กตฺวา.

ปุคฺคลวเสเนว กาตพฺพนฺติ ปรโต วกฺขมานนเยน ‘‘ภิกฺขู จีวเรน กิลมนฺติ, เอตฺตกํ นาม ตณฺฑุลภาคํ ภิกฺขูนํ จีวรํ กาตุํ รุจฺจตี’’ติอาทินา ปุคฺคลปรามาสวเสเนว กาตพฺพํ, ‘‘สงฺโฆ จีวเรน กิลมตี’’ติอาทินา ปน สงฺฆปรามาสวเสน น กาตพฺพํ. จีวรปจฺจยนฺติ จีวรสงฺขาตํ ปจฺจยํ. วุตฺตนฺติ มหาอฏฺฐกถายํวุตฺตํ. กสฺมา เอวํ วุตฺตนฺติ อาห ‘‘เอวญฺหิ นวโก วุฑฺฒตรสฺส, วุฑฺโฒ จ นวกสฺส คาเหสฺสตี’’ติ, ยสฺมา อตฺตนาว อตฺตโน ปาเปตุํ น สกฺกา, ตสฺมา ทฺวีสุ สมฺมเตสุ นวโก วุฑฺฒตรสฺส, วุฑฺโฒ จ นวกสฺสาติ อุโภ อญฺญมญฺญํ คาเหสฺสนฺตีติ อธิปฺปาโย. สมฺมตเสนาสนคฺคาหาปกสฺส อาณตฺติยา อญฺเญน คาหิเตปิ คาโห รุหติเยวาติ เวทิตพฺพํ. อฏฺฐปิ โสฬสปิ ชเน สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏตีติ กึ วิสุํ วิสุํ สมฺมนฺนิตุํ วฏฺฏติ, อุทาหุ เอกโตติ? เอกโตปิ วฏฺฏติ. นิคฺคหกมฺมเมว หิ สงฺโฆ สงฺฆสฺส น กโรติ, สมฺมุติทานํ ปน พหูนมฺปิ เอกโต กาตุํ วฏฺฏติ, เตเนว สตฺตสติกกฺขนฺธเก อุพฺพาหิกสมฺมุติยํ อฏฺฐปิ ชนา เอกโต สมฺมตาติ.

มคฺโคติ มคฺเค กตทีฆสาลา. โปกฺขรณีติ นหายนฺตานํ โปกฺขรณิยํ กตสาลา. รุกฺขมูลาทโย ฉนฺนา กวาฏพทฺธาว เสนาสนํ. วิชเฏตฺวาติ วิโยเชตฺวา, วิสุํ วิสุํ กตฺวาติ อตฺโถ. อาวาเสสูติ เสนาสเนสุ. ปกฺขิปิตฺวาติ เอตฺถ ปกฺขิปนํ นาม เตสุ วสนฺตานํ อิโต อุปฺปนฺนวสฺสาวาสิกทานํ. ปวิสิตพฺพนฺติ อญฺเญหิ ภิกฺขูหิ ตสฺมึ มหาลาเภ ปริเวเณ วสิตฺวา เจติเย วตฺตํ กตฺวาว ลาโภ คเหตพฺโพติ อธิปฺปาโย.

ปจฺจยํ วิสฺสชฺเชตีติ จีวรปจฺจยํ นาธิวาเสติ. อยมฺปีติ เตน วิสฺสฏฺฐปจฺจโยปิ. อุปนิพนฺธิตฺวา คาเหตพฺพนฺติ ‘‘อิมสฺมึ รุกฺเข วา มณฺฑเป วา วสิตฺวา เจติเย วตฺตํ กตฺวา คณฺหถา’’ติ เอวํ อุปนิพนฺธิตฺวา คาเหตพฺพํ. ‘‘กตฺถ นุ โข วสิสฺสามิ, กตฺถ วสนฺตสฺส ผาสุ ภวิสฺสติ, กตฺถ วา ปจฺจโย ภวิสฺสตี’’ติ เอวํ อุปฺปนฺเนน วิตกฺเกน จรตีติ วิตกฺกจาริโก. อรญฺญวิหาเรสุ ปริสฺสยวิชานนตฺถํ อิจฺฉิตพฺพตฺตา ‘‘ปญฺจ ปญฺจ อุกฺกา โกฏฺเฏตพฺพา’’ติ วุตฺตํ.

วตฺตนฺติ กติกวตฺตํ. ติวิธมฺปีติ ปริยตฺติปฏิปตฺติปฏิเวธวเสน ติวิธมฺปิ. โสเธตฺวา ปพฺพาเชถาติ ภพฺเพ อาจารกุลปุตฺเต อุปปริกฺขิตฺวา ปพฺพาเชถ. ทสวตฺถุกกถา นาม อปฺปิจฺฉกถา สนฺตุฏฺฐิกถา ปวิเวกกถา อสํสคฺคกถา วีริยารมฺภกถา สีลกถา สมาธิกถา ปญฺญากถา วิมุตฺติกถา วิมุตฺติญาณทสฺสนกถา.

วิคฺคหสํวตฺตนิกวจนํ วิคฺคาหิกํ. จตุรารกฺขํ อหาเปนฺตาติ พุทฺธานุสฺสติ เมตฺตา อสุภํ มรณสฺสตีติ อิมํ จตุรารกฺขํ อปริหาเปนฺตา. ทนฺตกฏฺฐขาทนวตฺตํ อาจิกฺขิตพฺพนฺติ เอตฺถ ทนฺตกฏฺฐขาทนวตฺตํ โย เทวสิกํ สงฺฆมชฺเฌ โอสรติ, เตน สามเณราทีหิ อาหริตฺวา ภิกฺขูนํ ยถาสุขํ ปริภุญฺชนตฺถาย ทนฺตกฏฺฐมาฬเก นิกฺขิตฺเตสุ ทนฺตกฏฺเฐสุ ทิวเส ทิวเส เอกเมว ทนฺตกฏฺฐํ คเหตพฺพํ. โย ปน เทวสิกํ น โอสรติ, ปธานฆเร วสิตฺวา ธมฺมสฺสวเน วา อุโปสถคฺเค วา ทิสฺสติ, เตน ปมาณํ สลฺลกฺเขตฺวา จตฺตาริ ปญฺจ ทนฺตกฏฺฐานิ อตฺตโน วสนฏฺฐาเน ฐเปตฺวา ขาทิตพฺพานิ. เตสุ ขีเณสุ สเจ ปุนปิ ทนฺตกฏฺฐมาฬเก พหูนิ โหนฺติเยว, ปุนปิ อาหริตฺวา ขาทิตพฺพานิ. ยทิ ปน ปมาณํ อสลฺลกฺเขตฺวา อาหรติ, เตสุ อขีเณสุเยว มาฬเก ขียติ, ตโต เกจิ เถรา ‘‘เยหิ คหิตานิ, เต ปฏิหรนฺตู’’ติ วเทยฺยุํ, เกจิ ‘‘ขาทนฺตุ, ปุน สามเณรา อาหริสฺสนฺตี’’ติ. ตสฺมา วิวาทปริหารตฺถํ ปมาณํ สลฺลกฺเขตพฺพํ. คหเณ ปน โทโส นตฺถิ, มคฺคํ คจฺฉนฺเตนปิ เอกํ วา เทฺว วา ถวิกาย ปกฺขิปิตฺวา คนฺตพฺพนฺติ. ภิกฺขาจารวตฺตํ วตฺตกฺขนฺธเก ปิณฺฑจาริกวตฺเต อาวิ ภวิสฺสติ.

ปตฺตฏฺฐาเนติ วสฺสคฺเคน อาคนฺตุกภิกฺขุโน ปตฺตฏฺฐาเน. เตสํ ฉินฺนวสฺสตฺตา ‘‘สาทิยนฺตาปิ หิ เต เนว วสฺสาวาสิกสฺส สามิโน’’ติ วุตฺตํ, ปฐมํเยว กติกาย กตตฺตา ขียนฺตาปิ จ อาวาสิกา เนว อทาตุํ ลภนฺตีติ วุตฺตํ. ภตินิวิฏฺฐนฺติ ภตึ กตฺวา วิย นิวิฏฺฐํ ปริยิฏฺฐํ. สงฺฆิกํ ปน อปโลกนกมฺมํ กตฺวา คาหิตนฺติ ตตฺรุปฺปาทํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปจฺจยวเสน คาหิตนฺติ ทายกานํ วสฺสาวาสิกปจฺจยวเสน คาหิตํ สนฺธาย วุตฺตํ. ‘‘อิธ, ภิกฺขเว, วสฺสํวุตฺโถ ภิกฺขุ วิพฺภมติ, สงฺฆสฺเสเวต’’นฺติ (มหาว. ๓๗๔-๓๗๕) วจนโต ‘‘คตฏฺฐาเน…เป… สงฺฆิกํ โหตี’’ติ วุตฺตํ. มนุสฺเสติ ทายกมนุสฺเส. วรภาคํ สามเณรสฺสาติ ปฐมภาคสฺส คาหิตตฺตา วุตฺตํ.

เสนาสนคฺคาหาปกสมฺมุติกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปนนฺทวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๑๙. ยํ ตยา ตตฺถ เสนาสนํ คหิตํ…เป… อิธ มุตฺตํ โหตีติ ยํ ตยา ตตฺถ คามกาวาเส ปจฺฉา เสนาสนํ คหิตํ, ตํ เต คณฺหนฺเตเนว อิธ สาวตฺถิยํ ปฐมคหิตเสนาสนํ มุตฺตํ โหติ. อิธ ทานาหํ …เป… ตตฺราปิ มุตฺตนฺติ ‘‘อิทานาหํ, อาวุโส, อิมสฺมึ คามกาวาเส คหิตเสนาสนํ มุญฺจามี’’ติ วทนฺเตน ตตฺราปิ คามกาวาเส คหิตเสนาสนํ มุตฺตํ.

๓๒๐. ทีฆาสนํ นาม มญฺจปีฐวินิมุตฺตํ ยํ กิญฺจิ เอกโต สุขํ นิสีทิตุํ ปโหติ. หตฺถิมฺหิ นโข อสฺสาติ หตฺถินโข. ‘‘ปาสาทสฺส นโข นาม เหฏฺฐิมปริจฺเฉโท, โส จ หตฺถิกุมฺเภ ปติฏฺฐิโต’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. คิหิวิกตนีหาเรน ลพฺภนฺตีติ คิหิวิกตนีหาเรน ปริภุญฺชิตุํ ลพฺภนฺติ, เตหิ อตฺถริตฺวา ทินฺนาเนว นิสีทิตุํ ลพฺภนฺติ, น สยํ อตฺถตานิ อตฺถราปิตานิ วา.

อวิสฺสชฺชิยวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๒๑. อรญฺชโรติ พหุอุทกคณฺหนกา มหาจาฏิ. ชลํ คณฺหิตุํ อลนฺติ อรญฺชโร. ‘‘วฏฺฏจาฏิ วิย หุตฺวา โถกํ ทีฆมุโข มชฺเฌ ปริจฺเฉทํ ทสฺเสตฺวา กโต’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ปญฺจนิมฺมลโลจโนติ มํสทิพฺพธมฺมพุทฺธสมนฺตจกฺขุวเสน ปญฺจโลจโน.

ถาวเรน จ ถาวรํ ครุภณฺเฑน จ ครุภณฺฑนฺติ เอตฺถ ปญฺจสุ โกฏฺฐาเสสุ ปุริมทฺวยํ ถาวรํ, ปจฺฉิมตฺตยํ ครุภณฺฑนฺติ เวทิตพฺพํ. ชานาเปตฺวาติ ภิกฺขุสงฺฆํ ชานาเปตฺวา. กปฺปิยมญฺจา สมฺปฏิจฺฉิตพฺพาติ ‘‘สงฺฆสฺส เทมา’’ติ ทินฺนํ สนฺธาย วุตฺตํ. สเจ ปน ‘‘วิหารสฺส เทมา’’ติ วทนฺติ, สุวณฺณรชตมยาทิอกปฺปิยมญฺเจปิ สมฺปฏิจฺฉิตุํ วฏฺฏติ. น เกวลํ…เป… ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏนฺตีติ อิมินา อถาวเรน ถาวรมฺปิ อถาวรมฺปิ ปริวตฺเตตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ถาวเรน อถาวรเมว หิ ปริวตฺเตตุํ น วฏฺฏติ. อกปฺปิยํ วา มหคฺฆํ กปฺปิยํ วาติ เอตฺถ อกปฺปิยํ นาม สุวณฺณมยมญฺจาทิ อกปฺปิยภิสิพิมฺโพหนานิ จ. มหคฺฆํ กปฺปิยํ นาม ทนฺตมยมญฺจาทิ ปาวาราทิกปฺปิยอตฺถรณาทีนิ จ.

ปาริหาริยํ น วฏฺฏตีติ อตฺตโน สนฺตกํ วิย คเหตฺวา ปริหริตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘คิหิวิกตนีหาเรเนว ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ อิมินา สเจ อารามิกาทโย ปฏิสาเมตฺวา ปฏิเทนฺติ, ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ ทสฺเสติ. ‘‘ปณฺณสูจิ นาม เลขนี’’ติ มหาคณฺฐิปเท วุตฺตํ.

‘‘อฑฺฒพาหูติ กปฺปรโต ปฏฺฐาย ยาว อํสกูฏ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อฑฺฒพาหุ นาม วิทตฺถิจตุรงฺคุลนฺติปิ วทนฺติ. ตตฺถชาตกาติ สงฺฆิกภูมิยํ ชาตา. อฏฺฐงฺคุลสูจิทณฺฑมตฺโตติ ทีฆโต อฏฺฐงฺคุลมตฺโต ปริณาหโต ปณฺณสูจิทณฺฑมตฺโต. มุญฺชปพฺพชานํเยว ปาฬิยํ วิสุํ อาคตตฺตา ‘‘มุญฺชํ ปพฺพชญฺจ ฐเปตฺวา’’ติ วุตฺตํ. อฏฺฐงฺคุลปฺปมาโณติ ทีฆโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาโณ. ฆฏฺฏนผลกํ นาม ยตฺถ ฐเปตฺวา รชิตจีวรํ หตฺเถน ฆฏฺเฏนฺติ. ฆฏฺฏนมุคฺคโร นาม อนุวาตาทิฆฏฺฏนตฺถํ กโตติ วทนฺติ. อมฺพณนฺติ ผลเกหิ โปกฺขรณีสทิสํ กตปานียภาชนํ. รชนโทณีติ ยตฺถ ปกฺกรชนํ อากิริตฺวา ฐเปนฺติ. ภูมตฺถรณํ กาตุํ วฏฺฏตีติ อกปฺปิยจมฺมํ สนฺธาย วุตฺตํ. ปจฺจตฺถรณคติกนฺติ อิมินา มญฺจปีเฐปิ อตฺถริตุํ วฏฺฏตีติ ทีเปติ. ปาวาราทิปจฺจตฺถรณมฺปิ ครุภณฺฑนฺติ เอเก, โนติ อปเร, วีมํสิตฺวา คเหตพฺพํ. มุฏฺฐิปณฺณนฺติ ตาลปณฺณํ สนฺธาย วุตฺตํ.

นวกมฺมทานกถาวณฺณนา

๓๒๓. กิญฺจิเทว สมาทเปตฺวา กาเรสฺสตีติ สามิโกเยว กญฺจิ ภิกฺขุํ สมาทเปตฺวา กาเรสฺสติ. อุตุกาเล ปฏิพาหิตุํ น ลภตีติ เหมนฺตคิเมฺหสุ อญฺเญ สมฺปตฺตภิกฺขู ปฏิพาหิตุํ น ลภติ. ติภาคนฺติ ตติยภาคํ. สเจ สทฺธิวิหาริกานํ ทาตุกาโม โหตีติ สเจ โส สงฺฆสฺส ภณฺฑกฐปนฏฺฐานํ วา นวกานํ วา วสนฏฺฐานํ ทาตุํ น อิจฺฉติ, อตฺตโน สทฺธิวิหาริกานญฺเญว ทาตุกาโม โหตีติ อตฺโถ. เอตญฺหิ สทฺธิวิหาริกานํ ทาตุํ ลภตีติ เอตํ ตติยภาคํ อุปฑฺฒภาคํ วา ทาตุํ ลภติ. อกตฏฺฐาเนติ เสนาสนโต พหิ จยาทีนํ อกตฏฺฐาเน. พหิกุฏฺเฏติ กุฏฺฏโต พหิ.

อญฺญตฺรปริโภคปฏิกฺเขปาทิกถาวณฺณนา

๓๒๔. จกฺกลิกนฺติ กมฺพลาทีหิ เวเฐตฺวา จกฺกสณฺฐาเนน ปาทปุญฺฉนโยคฺคํ กตํ. ปริภณฺฑกตา ภูมิ นาม สณฺหมตฺติกาหิ กตา กาฬวณฺณาทิภูมิ. เสนาสนํ มญฺจปีฐาทิ. ตเถว วฬญฺเชตุํ วฏฺฏตีติ อญฺเญหิ อาวาสิกภิกฺขูหิ ปริภุตฺตนีหาเรน ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘เนวาสิกา ปกติยา อนตฺถตาย ภูมิยา ฐเปนฺติ เจ, เตสมฺปิ อนาปตฺติเยวา’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. ทฺวารมฺปีติอาทินา วุตฺตทฺวารวาตปานาทโย อปริกมฺมกตาปิ น อปสฺสยิตพฺพา. โลเมสูติ โลเมสุ ผุสนฺเตสุ.

สงฺฆภตฺตาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๓๒๕. อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตนนฺติ อิมํ โวหารํ ปตฺตานีติ เอตฺถ อิติ-สทฺโท อาทิอตฺโถ, ‘‘อุทฺเทสภตฺตํ นิมนฺตน’’นฺติอาทิโวหารํ ปตฺตานีติ อยเมตฺถ อตฺโถ. ตมฺปิ อนฺโต กตฺวาติ อายตึ ภิกฺขูนํ กุกฺกุจฺจวิโนทนตฺถาย ตมฺปิ สงฺฆภตฺตํ อนฺโต กตฺวา.

อุทฺเทสภตฺตกถาวณฺณนา

อตฺตโน วิหารทฺวาเรติ วิหารสฺส ทฺวารโกฏฺฐกสมีปํ สนฺธาย วุตฺตํ. โภชนสาลายาติ ภตฺตุทฺเทสฏฺฐานภูตาย โภชนสาลาย. ‘‘ทินฺนํ ปนา’’ติ วตฺวา ยถา โส ทายโก เทติ, ตํ วิธึ ทสฺเสตุํ ‘‘สงฺฆโต ภนฺเต’’ติอาทิมาห. อนฺตรฆเรติ อนฺโตเคเห. อนฺโตอุปจารคตานนฺติ เอตฺถ คามทฺวารวีถิจตุกฺเกสุ ทฺวาทสหตฺถพฺภนฺตรํ อนฺโตอุปจาโร นาม. อนฺตรฆรสฺส อุปจาเร ปน ลพฺภมานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ฆรูปจาโร เจตฺถา’’ติอาทิมาห. เอกวฬญฺชนฺติ เอเกน ทฺวาเรน วฬญฺชิตพฺพํ. นานานิเวสเนสูติ นานากุลสฺส นิเวสเนสุ. ลชฺชี เปสโล อคติคมนํ วชฺเชตฺวา เมธาวี จ อุปปริกฺขิตฺวา อุทฺทิสิสฺสตีติ อาห ‘‘เปสโล ลชฺชี เมธาวี อิจฺฉิตพฺโพ’’ติ. นิสินฺนสฺสปิ นิทฺทายนฺตสฺสปีติ อนาทเร สามิวจนํ. ติจีวรปริวารนฺติ เอตฺถ ‘‘อุทกปตฺตลาภี วิย อญฺโญปิ อุทฺเทสภตฺตํ อลภิตฺวา วตฺถาทิมเนกปฺปการกํ ลภติ เจ, ตสฺเสว ต’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อตฺตโน รุจิวเสน ยํ กิญฺจิ วตฺวา อาหริตุํ วิสฺสชฺชิตตฺตา วิสฺสฏฺฐทูโต นาม. ยํ อิจฺฉตีติ ‘‘อุทฺเทสปตฺตํ เทถา’’ติอาทีนิ วทนฺโต ยํ อิจฺฉติ. ปุจฺฉาสภาเคนาติ ปุจฺฉาสทิเสน.

‘‘เอกา กูฏฏฺฐิติกา นาม โหตี’’ติ วตฺวา ตเมว ฐิติกํ วิภาเวนฺโต ‘‘รญฺโญ วา หี’’ติอาทิมาห. อญฺเญหิ อุทฺเทสภตฺเตหิ อมิสฺเสตฺวา วิสุํเยว ฐิติกาย คเหตพฺพตฺตา ‘‘เอกจาริกภตฺตานี’’ติ วุตฺตํ. เถยฺยาย หรนฺตีติ ปตฺตหารกา หรนฺติ. คีวา โหตีติ อาณาปกสฺส คีวา โหติ. ‘‘มนุสฺสานํ วจนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ คจฺฉนฺตีติ ‘‘มนุสฺสานํ วจนํ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ เตน ภิกฺขุนา วุตฺตา คจฺฉนฺติ. อกตภาโค นามาติ อาคนฺตุกภาโค นาม. ‘‘สพฺโพ สงฺโฆ ปริภุญฺชตู’’ติ วุตฺเตติ เอตฺถ ‘‘ปฐมเมว ‘สพฺพํ สงฺฆิกํ ปตฺตํ เทถา’ติ วตฺวา ปจฺฉา ‘สพฺโพ สงฺโฆ ปริภุญฺชตู’ติ อวุตฺเตปิ ภาเชตฺวาว ปริภุญฺชิตพฺพ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ.

นิมนฺตนภตฺตกถาวณฺณนา

‘‘เอตฺตเก ภิกฺขู สงฺฆโต อุทฺทิสิตฺวา เทถา’’ติอาทีนิ อวตฺวา ‘‘เอตฺตกานํ ภิกฺขูนํ ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วตฺวา ทินฺนํ สงฺฆิกํ นิมนฺตนํ นาม. ปิณฺฑปาติกานมฺปิ วฏฺฏตีติ ภิกฺขาปริยาเยน วุตฺตตฺตา วฏฺฏติ. ปฏิปาฏิยาติ ลทฺธปฏิปาฏิยา. วิจฺฉินฺทิตฺวาติ ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ ปทํ อวตฺวา. เตเนวาห ‘‘ภตฺตนฺติ อวทนฺเตนา’’ติ. อาโลปสงฺเขเปนาติ เอเกกปิณฺฑวเสน. อยญฺจ นโย นิมนฺตเนเยว, น อุทฺเทสภตฺเต. ตตฺถ หิ เอกสฺส ปโหนกปฺปมาณํเยว ภาเชตพฺพํ, ตสฺมา อุทฺเทสภตฺเต อาโลปฏฺฐิติกา นาม นตฺถิ. อจฺฉตีติ ติฏฺฐติ. ‘‘เอกวารนฺติ ยาว ตสฺมึ อาวาเส วสนฺติ ภิกฺขู, สพฺเพ ลภนฺตี’’ติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. อยํ ปเนตฺถ อธิปฺปาโย – เอกวารนฺติ น เอกทิวสํ สนฺธาย วุตฺตํ, ยตฺตกา ปน ภิกฺขู ตสฺมึ อาวาเส วสนฺติ, เต สพฺเพ. เอกสฺมึ ทิวเส คหิตภิกฺขู อญฺญทา อคฺคเหตฺวา ยาว เอกวารํ สพฺเพ ภิกฺขู โภชิตา โหนฺติ, ตาว เย ชานนฺติ, เต คเหตฺวา คนฺตพฺพนฺติ.

สลากภตฺตกถาวณฺณนา

อุปนิพนฺธิตฺวาติ ลิขิตฺวา. นิคฺคเหน ทตฺวาติ อนิจฺฉนฺตมฺปิ นิคฺคเหน สมฺปฏิจฺฉาเปตฺวา. เอกเคหวเสนาติ เอกาย ฆรปาฬิยา วเสน. อุทฺทิสิตฺวาติ ‘‘ตุยฺหญฺจ ตุยฺหญฺจ ปาปุณาตี’’ติ วตฺวา. ทูรตฺตา นิคฺคเหตฺวาปิ วาเรน คาเหตพฺพคาโม วารคาโม. วิหารวาเร นิยุตฺตา วิหารวาริกา, วาเรน วิหารรกฺขณกา. อญฺญถตฺตนฺติ ปสาทญฺญถตฺตํ. ผาติกมฺมเมว ภวนฺตีติ วิหารรกฺขณตฺถาย สงฺเฆน ทาตพฺพอติเรกลาภา โหนฺติ. สงฺฆนวเกน ลทฺธกาเลติ ทิวเส ทิวเส เอเกกสฺส ปาปิตานิ เทฺว ตีณิ เอกจาริกภตฺตานิ เตเนว นิยาเมน อตฺตโน ปาปุณนฏฺฐาเน สงฺฆนวเกน ลทฺธกาเล. ยสฺส กสฺสจิ สมฺมุขีภูตสฺส ปาเปตฺวาติ เอตฺถ ‘‘เยภุยฺเยน เจ ภิกฺขู พหิสีมคตา โหนฺติ, สมฺมุขีภูตสฺส ยสฺส กสฺสจิ ปาเปตพฺพํ สภาคตฺตา เอเกน ลทฺธํ สพฺเพสํ โหติ, ตสฺมิมฺปิ อสติ อตฺตโน ปาเปตฺวา ทาตพฺพ’’นฺติ คณฺฐิปเทสุ วุตฺตํ. รสสลากนฺติ อุจฺฉุรสสลากํ.

‘‘สงฺฆโต นิรามิสสลากาปิ วิหาเร ปกฺกภตฺตมฺปิ วฏฺฏติเยวา’’ติ สาธารณํ กตฺวา วิสุทฺธิมคฺเค (วิสุทฺธิ. ๑.๒๖) วุตฺตตฺตา ‘‘เอวํ คาหิเต สาทิตพฺพํ, เอวํ น สาทิตพฺพ’’นฺติ วิเสเสตฺวา อวุตฺตตฺตา จ เภสชฺชาทิสลากาโย เจตฺถ กิญฺจาปิ ปิณฺฑปาติกานมฺปิ วฏฺฏนฺติ, สลากวเสน คาหิตตฺตา ปน น สาทิตพฺพาติ เอตฺถ อธิปฺปาโย วีมํสิตพฺโพ. ยทิ หิ เภสชฺชาทิสลากา สลากวเสน คาหิตา น สาทิตพฺพา สิยา, สงฺฆโต นิรามิสสลากา วฏฺฏติเยวาติ น วเทยฺย, ‘‘อติเรกลาโภ สงฺฆภตฺตํ อุทฺเทสภตฺต’’นฺติอาทิวจนโต (มหาว. ๑๒๘) ‘‘อติเรกลาภํ ปฏิกฺขิปามี’’ติ สลากวเสน คาเหตพฺพํ ภตฺตเมว ปฏิกฺขิตฺตํ, น เภสชฺชํ. สงฺฆภตฺตาทีนิ หิ จุทฺทส ภตฺตานิเยว เตน น สาทิตพฺพานีติ วุตฺตานิ, ขนฺธกภาณกานํ วา มเตน อิธ เอวํ วุตฺตนฺติ คเหตพฺพํ. อคฺคโต ทาตพฺพภิกฺขา อคฺคภิกฺขา. ลทฺธา วา อลทฺธา วาติ ลภิตฺวา วา อลภิตฺวา วา. นิพทฺธาย อคฺคภิกฺขาย อปฺปมตฺติกาย เอว สมฺภวโต ลภิตฺวาปิ ปุนทิวเส คณฺหิตุํ วุตฺตํ. อคฺคภิกฺขามตฺตนฺติ หิ เอตฺถ มตฺต-สทฺโท พหุภาวํ นิวตฺเตติ.

สลากภตฺตํ นาม วิหาเรเยว อุทฺทิสียติ วิหารเมว สนฺธาย ทิยฺยมานตฺตาติ อาห ‘‘วิหาเร อปาปิตํ ปนา’’ติอาทิ. ตตฺร อาสนสาลายาติ ตสฺมึ คาเม อาสนสาลาย. วิหารํ อาเนตฺวา คาเหตพฺพนฺติ ตถา วตฺวา ตสฺมึ ทิวเส ทินฺนภตฺตํ วิหารเมว อาเนตฺวา ฐิติกาย คาเหตพฺพํ. ตตฺถาติ ตสฺมึ ทิสาภาเค. ตํ คเหตฺวาติ ตํ วารคามสลากํ อตฺตนา คเหตฺวา. เตนาติ โย อตฺตโน ปตฺตํ วารคามสลากํ ทิสํคมิกสฺส อทาสิ, เตน. อนติกฺกนฺเตเยว ตสฺมึ ตสฺส สลากา คาเหตพฺพาติ ยสฺมา อุปจารสีมฏฺฐสฺเสว สลากา ปาปุณาติ, ตสฺมา ตสฺมึ ทิสํคมิเก อุปจารสีมํ อนติกฺกนฺเตเยว ตสฺส ทิสํคมิกสฺส ปตฺตสลากา อตฺตโน ปาเปตฺวา คเหตพฺพา.

อนาคตทิวเสติ เอตฺถ กถํ เตสํ ภิกฺขูนํ อาคตานาคตภาโว วิญฺญายตีติ เจ? ยสฺมา ตโต ตโต อาคตา ภิกฺขู ตสฺมึ คาเม อาสนสาลาย สนฺนิปตนฺติ, ตสฺมา เตสํ อาคตานาคตภาโว สกฺกา วิญฺญาตุํ. อมฺหากํ โคจรคาเมติ สลากภตฺตทายกานํ คาเม. ภุญฺชิตุํ อาคจฺฉนฺตีติ ‘‘มหาเถโร เอกโกว วิหาเร โอหีโน อวสฺสํ สพฺพสลากา อตฺตโน ปาเปตฺวา ฐิโต’’ติ มญฺญมานา อาคจฺฉนฺติ.

ปกฺขิกภตฺตาทิกถาวณฺณนา

อภิลกฺขิเตสุ จตูสุ ปกฺขทิวเสสุ ทาตพฺพภตฺตํ ปกฺขิกํ. อภิลกฺขิเตสูติ เอตฺถ อภีติ อุปสคฺคมตฺตํ, ลกฺขณีเยสุ อิจฺเจว อตฺโถ, อุโปสถสมาทานธมฺมสฺสวนปูชาสกฺการาทิกรณตฺถํ ลกฺขิตพฺเพสุ สลฺลกฺเขตพฺเพสุ อุปลกฺเขตพฺเพสูติ วุตฺตํ โหติ. เสฺว ปกฺโขติ ‘‘อชฺช ปกฺขิกํ น คาเหตพฺพ’’นฺติ ปกฺขิกสฺส อนิยมตฺตา วุตฺตํ. ‘‘เสฺว อมฺหากํ ฆเร ลูขภตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ โปตฺถเกสุ ลิขนฺติ, ‘‘ปกฺขภตฺตํ ภวิสฺสตี’’ติ ปาเฐน ภวิตพฺพํ. อุโปสเถ ทาตพฺพํ ภตฺตํ อุโปสถิกํ. นิพนฺธาปิตนฺติ ‘‘อสุกวิหารสฺสา’’ติ นิยมิตํ. คาเหตฺวา ภุญฺชิตพฺพนฺติ ตสฺมึ เสนาสเน วสนฺเตหิ ฐิติกาย คาเหตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. ตณฺฑุลาทีนิเปเสนฺติ…เป… วฏฺฏตีติ อภิหฏภิกฺขตฺตา วฏฺฏติ. ตถา ปฏิคฺคหิตตฺตาติ ภิกฺขานาเมน ปฏิคฺคหิตตฺตา. ปตฺตํ ปูเรตฺวา ถเกตฺวา ทินฺนนฺติ ‘‘คุฬกภตฺตํ เทมา’’ติ ทินฺนํ. คุฬปิณฺเฑปิ…เป… ทาตพฺโพติ เอตฺถ คุฬปิณฺฑํ ตาลปกฺกปฺปมาณนฺติ เวทิตพฺพํ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมวาติ.

เสนาสนกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.