๘. จีวรกฺขนฺธกํ

ชีวกวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๒๙-๓๓๐. จีวรกฺขนฺธเก กมฺมวิปากนฺติ กมฺมชโรคํ. สํยมสฺสาติ อานิสํสสฺส, อุปโยคตฺเถ เจตํ สามิวจนํ.

ปชฺโชตราชวตฺถุกถาทิวณฺณนา

๓๓๔-๓๓๖. วิจฺฉิกสฺส ชาโตติ ตสฺส กิร มาตุยา อุตุสมเย สยนคตาย วิจฺฉิโก นาภิปฺปเทสํ อารุโฬฺห, สา ตสฺส สมฺผสฺเสน คพฺภํ คณฺหิ. ตํ สนฺธาย วุตฺตํ ‘‘วิจฺฉิกสฺส ชาโต’’ติ. อุสฺสนฺนโทโสติ สญฺจิตปิตฺตาทิโทโส.

วรยาจนกถาวณฺณนา

๓๓๗. อิตรีตเรนาติ อิตเรน อิตเรน. อิตร-สทฺโท ปน อนิยมวจโน ทฺวิกฺขตฺตุํ วุจฺจมาโน ยํกิญฺจิ-สทฺเทหิ สมานตฺโถ โหตีติ วุตฺตํ ‘‘อปฺปคฺเฆนปิ มหคฺเฆนปิ เยน เกนจี’’ติ. มหาปิฏฺฐิยโกชวนฺติ หตฺถิปิฏฺฐีสุ อตฺถริตพฺพตาย มหาปิฏฺฐิยนฺติ ลทฺธสมญฺญํ จตุรงฺคุลปุปฺผํ โกชวํ.

กมฺพลานุชานนาทิกถาวณฺณนา

๓๔๐. อุปจาเรติ สุสานสฺส อาสนฺเน ปเทเส. ฉฑฺเฑตฺวา คตาติ กิญฺจิ อวตฺวาเยว ฉฑฺเฑตฺวา คตา. โส เอว สามีติ อกตาย กติกาย เยน คหิตํ, โสว สามี.

จีวรปฏิคฺคาหกสมฺมุติอาทิกถาวณฺณนา

๓๔๒-๓๔๓. ธุรวิหารฏฺฐาเนติ วิหารทฺวารสฺส สมฺมุขฏฺฐาเน. วิหารมชฺเฌเยว สมฺมนฺนิตพฺพนฺติ สพฺเพสํ ชานนตฺถาย วิหารมชฺเฌเยว นิสินฺเนหิ สมฺมนฺนิตพฺพํ. ตุลาภูโตติ ตุลาสทิโส. วณฺณาวณฺณํ กตฺวาติ สพฺพโกฏฺฐาเส อคฺฆโต สมเก กตฺวา. เตเนวาห ‘‘สเม ปฏิวีเส ฐเปตฺวา’’ติ. อิทนฺติ สามเณรานํ อุปฑฺฒปฏิวีสสฺส ทานํ. ผาติกมฺมนฺติ สมฺมุญฺชนีพนฺธนาทิหตฺถกมฺมํ. อุกฺกุฏฺฐึ กโรนฺตีติ มหาสทฺทํ กโรนฺติ. สมปฏิวีโส ทาตพฺโพติ กริสฺสามาติ ยาจนฺตานํ ปฏิญฺญามตฺเตนปิ สมโกฏฺฐาโส ทาตพฺโพ.

จีวรรชนกถาวณฺณนา

๓๔๔. รชนกุมฺภิยา มชฺเฌ ฐเปตฺวาติ อนฺโตรชนกุมฺภิยา มชฺเฌ ฐเปตฺวา เอวํ วฏฺฏาธารเก อนฺโตรชนกุมฺภิยา ปกฺขิตฺเต มชฺเฌ อุทกํ ติฏฺฐติ, วฏฺฏาธารกโต พหิ สมนฺตา อนฺโตกุมฺภิยํ รชนจฺฉลฺลิ. รชนํ ปกฺขิปิตุนฺติ รชนจฺฉลฺลึ ปกฺขิปิตุํ.

ติจีวรานุชานนกถาวณฺณนา

๓๔๖. อุทฺธสฺเต อรุเณติ อุคฺคเต อรุณสีเส. นนฺทิมุขิยาติ ตุฏฺฐมุขิยา.

อติเรกจีวราทิกถาวณฺณนา

๓๔๘. อจฺฉุเปยฺยนฺติ ปติฏฺฐเปยฺยํ. หตวตฺถกานนฺติ กาลาตีตวตฺถานํ. อุทฺธริตฺวา อลฺลียาปนขณฺฑนฺติ ทุพฺพลฏฺฐานํ อปเนตฺวา อลฺลียาปนวตฺถขณฺฑํ.

วิสาขาวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๔๙-๓๕๑. วิสาขาวตฺถุมฺหิ กลฺลกายาติ อกิลนฺตกายา ปีติโสมนสฺเสหิ ผุฏสรีรา. คตีติ ญาณคติ ญาณาธิคโม. อภิสมฺปราโยติ ญาณาภิสมฺปราโย ญาณสหิโต เปจฺจภาโว.

ตํ ภควา พฺยากริสฺสตีติ ‘‘โส ภิกฺขุ โสตาปนฺโน สกทาคามี’’ติอาทินา ตสฺส ตํ ญาณคตึ, ตโต ปรํ ‘‘นิยโต สมฺโพธิปรายโณ สกิเทว อิมํ โลกํ อาคนฺตฺวา ทุกฺขสฺสนฺตํ กริสฺสตี’’ติอาทินา (สํ. นิ. ๕.๑๐๐๔) ญาณาภิสมฺปรายญฺจ อาวิ กริสฺสติ. โสวคฺคิกนฺติ สคฺคสํวตฺตนิกํ. โสกํ นุทติ วิโนเทตีติ โสกนุทํ.

นิสีทนาทิอนุชานนกถาวณฺณนา

๓๕๓. ทุกฺขํ สุปตีติ นานาวิธสุปินํ ปสฺสนฺโต ทุกฺขํ สุปติ. ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌตีติ ปฏิพุชฺฌนฺโตปิ อุตฺตสิตฺวา สโลมหํโส ทุกฺขํ ปฏิพุชฺฌติ.

ปจฺฉิมวิกปฺปนุปคจีวราทิกถาวณฺณนา

๓๕๙-๓๖๒. อฏฺฐปทกจฺฉนฺเนน ปตฺตมุขํ สิพฺพิตุนฺติ อฏฺฐปทผลกากาเรน ปตฺตมุเข ตตฺถ ตตฺถ คพฺภํ ทสฺเสตฺวา สิพฺพิตุํ. อคฺคฬคุตฺติเยว ปมาณนฺติ อิเมหิ จตูหิ นิกฺเขปการเณหิ ฐเปนฺเตนปิ อคฺคฬคุตฺติวิหาเรเยว ฐเปตุํ วฏฺฏตีติ อธิปฺปาโย.

สงฺฆิกจีวรุปฺปาทกถาวณฺณนา

๓๖๓. ปญฺจ มาเสติ อจฺจนฺตสํโยเค อุปโยควจนํ. วฑฺฒึ ปโยเชตฺวา ฐปิตอุปนิกฺเขปโตติ วสฺสาวาสิกตฺถาย เวยฺยาวจฺจกเรหิ วฑฺฒึ ปโยเชตฺวา ฐปิตอุปนิกฺเขปโต. ตตฺรุปฺปาทโตติ นาฬิเกรอารามาทิตตฺรุปฺปาทโต. ‘‘วสฺสาวาสิกลาภวเสน วา มตกจีวรวเสน วา ตตฺรุปฺปาทวเสน วา อญฺเญน วา เกนจิ อากาเรน สงฺฆํ อุทฺทิสฺส อุปฺปนฺนจีวรํ, สพฺพํ ตสฺเสว อตฺถตกถินสฺส ปญฺจ มาเส, อนตฺถตกถินสฺส เอกํ จีวรมาสํ ปาปุณาตี’’ติ อวิเสสโต วตฺวาปิ ปุน วสฺสาวาสิกลาภวเสน อุปฺปนฺเน ลพฺภมานวิเสสํ ทสฺเสตุํ ‘‘ยํ ปน อิท’’นฺติอาทิ อารทฺธํ. ตตฺถ อิธาติ อภิลาปมตฺตเมตํ. ‘‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺส เทมา’’ติ วุตฺเตปิ โสเยว นโย. อนตฺถตกถินสฺสปิ ปญฺจ มาเส ปาปุณาตีติ วสฺสาวาสิกลาภวเสน อุปฺปนฺนตฺตา อนตฺถตกถินสฺสปิ วุตฺถวสฺสสฺส ปญฺจ มาเส ปาปุณาติ. เกนจิ ปน ‘‘อิธ-สทฺเทน นิยมิตตฺตา’’ติ การณํ วุตฺตํ, ตํ อการณํ. ตถา หิ อิธ-สทฺเทน อนิยเมตฺวาปิ ‘‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺส เทมา’’ติ วา ‘‘วสฺสาวาสิกํ เทมา’’ติ วา อนฺโตเหมนฺเต วสฺสาวาสิกลาภวเสน ทินฺนํ จีวรํ อนตฺถตกถินสฺสปิ วุตฺถวสฺสสฺส ปญฺจ มาเส ปาปุณาติ, เตเนว ปรโต อฏฺฐสุ มาติกาสุ ‘‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺส เทตี’’ติ อิมสฺส มาติกาปทสฺส วินิจฺฉเย (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙) ‘‘จีวรมาสโต ปฏฺฐาย ยาว เหมนฺตสฺส ปจฺฉิโม ทิวโส, ตาว วสฺสาวาสิกํ เทมาติ วุตฺเต กถินํ อตฺถตํ วา โหตุ อนตฺถตํ วา, อตีตวสฺสํวุตฺถานเมว ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ. ตโต ปรนฺติ ปญฺจมาสโต ปรํ, คิมฺหานสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐายาติ อตฺโถ.

‘‘กสฺมา? ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ อิทํ ‘‘อุทาหุ อนาคตวสฺเส’’ติ อิมสฺสานนฺตรํ ทฏฺฐพฺพํ. คิมฺหานสฺส ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย อุปฺปนฺนเมว หิ ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา ‘‘กึ อตีตวสฺเส อิทํ วสฺสาวาสิก’’นฺติอาทินา ปุจฺฉิตพฺพํ, เตเนว ปรโตปิ วกฺขติ ‘‘คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย วุตฺเต ปน มาติกา อาโรเปตพฺพา ‘อตีตวสฺสาวาสสฺส ปญฺจ มาสา อติกฺกนฺตา, อนาคโต จาตุมาสจฺจเยน ภวิสฺสติ, กตรวสฺสาวาสสฺส เทสี’ติ. สเจ ‘อตีตวสฺสํวุตฺถานํ ทมฺมี’ติ วทติ, ตํอนฺโตวสฺสํวุตฺถานเมว ปาปุณาตี’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙). โปตฺถเกสุ ปน ‘‘อนตฺถตกถินสฺสปิ ปญฺจ มาเส ปาปุณาตี’’ติ อิมสฺสานนฺตรํ ‘‘กสฺมา? ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ อิทํ ลิขนฺติ, ตํ น ยุชฺชติ. น หิ ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนํ สนฺธาย ‘‘อนตฺถตกถินสฺสปิ ปญฺจ มาเส ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ, น จ ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนํ วุตฺถวสฺสสฺเสว ปาปุณาติ, สมฺมุขีภูตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ, เตเนว ปรโต วกฺขติ ‘‘อสุกวิหาเร วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺสาติ วทติ, ตตฺร วสฺสํวุตฺถานเมว ยาว กถินสฺสุพฺภารา ปาปุณาติ. สเจ ปน คิมฺหานํ ปฐมทิวสโต ปฏฺฐาย เอวํ วทติ, ตตฺร สมฺมุขีภูตานํ สพฺเพสํ ปาปุณาติ. กสฺมา? ปิฏฺฐิสมเย อุปฺปนฺนตฺตา’’ติ (มหาว. อฏฺฐ. ๓๗๙).

ฐิติกา ปน น ติฏฺฐตีติ เอตฺถ อฏฺฐิตาย ฐิติกาย ปุน อญฺญสฺมึ จีวเร อุปฺปนฺเน สเจ เอโก ภิกฺขุ อาคจฺฉติ, มชฺเฌ ฉินฺทิตฺวา ทฺวีหิปิ คเหตพฺพํ. ฐิตาย ปน ฐิติกาย ปุน อญฺญสฺมึ จีวเร อุปฺปนฺเน สเจ นวกตโร อาคจฺฉติ, ฐิติกา เหฏฺฐา คจฺฉติ. สเจ วุฑฺฒตโร อาคจฺฉติ, ฐิติกา อุทฺธมาโรหติ. อถ อญฺโญ นตฺถิ, ปุน อตฺตโน ปาเปตฺวา คเหตพฺพํ. ทุคฺคหิตานิ โหนฺตีติ เอตฺถ สงฺฆิกาเนว โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. คหิตเมว นามาติ ‘‘อิมสฺส อิทํ ปตฺต’’นฺติ กิญฺจาปิ น วิทิตํ, เต ปน ภาคา อตฺถโต เตสํ ปตฺตาเยวาติ อธิปฺปาโย. อิโตวาติ เถรานํ ทาตพฺพโตเยว.

สงฺฆิกจีวรุปฺปาทกถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

อุปนนฺทสกฺยปุตฺตวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๖๔. สตฺตาหวาเรน อรุณเมว อุฏฺฐาเปตีติ เอตํ วจนมตฺตเมว เอกสฺมึ วิหาเร สตฺตาหกิจฺจาภาวโต. อิทนฺติ เอกาธิปฺปายทานํ. นานาลาเภหีติอาทีสุ นานา วิสุํ วิสุํ ลาโภ เอเตสูติ นานาลาภา, เทฺว วิหารา, เตหิ นานาลาเภหิ. นานา วิสุํ วิสุํ ปาการาทีหิ ปริจฺฉินฺโน อุปจาโร เอเตสนฺติ นานูปจารา, เตหิ นานูปจาเรหิ. เอกสีมวิหาเรหีติ เอกูปจารสีมายํ ทฺวีหิ วิหาเรหิ.

คิลานวตฺถุกถาวณฺณนา

๓๖๕. ปลิปนฺโนติ นิมุคฺโค, มกฺขิโตติ อตฺโถ. อุจฺจาเรตฺวาติ อุกฺขิปิตฺวา. สมานาจริยโกติ เอตฺถ สเจปิ เอกสฺส อาจริยสฺส เอโก อนฺเตวาสิโก โหติ, เอโก สทฺธิวิหาริโก, เอเตปิ อญฺญมญฺญํ สมานาจริยกา เอวาติ วทนฺติ.

๓๖๖. เภสชฺชํ โยเชตุํ อสมตฺโถ โหตีติ เวชฺเชน ‘‘อิทญฺจิทญฺจ เภสชฺชํ คเหตฺวา อิมินา โยเชตฺวา ทาตพฺพ’’นฺติ วุตฺเต ตถา กาตุํ อสมตฺโถติ อตฺโถ. นีหาตุนฺติ นีหริตุํ, ฉฑฺเฑตุนฺติ อตฺโถ.

มตสนฺตกกถาวณฺณนา

๓๖๗-๓๖๙. ภิกฺขุสฺส กาลกเตติ เอตฺถ กาลกต-สทฺโท ภาวสาธโนติ อาห ‘‘กาลกิริยายา’’ติ. ตตฺถ ตตฺถ สงฺฆสฺสาติ ตสฺมึ ตสฺมึ วิหาเร สงฺฆสฺส.

สงฺเฆ ภินฺเน จีวรุปฺปาทกถาวณฺณนา

๓๗๖. ยตฺถ ปน ทกฺขิโณทกํ ปมาณนฺติ ภิกฺขู ยสฺมึ รฏฺเฐ ทกฺขิโณทกปอคฺคหณมตฺเตนปิ เทยฺยธมฺมสฺส สามิโน โหนฺตีติ อธิปฺปาโย. ปรสมุทฺเทติ ชมฺพุทีเป.

๓๗๘. มตกจีวรํ อธิฏฺฐาตีติ เอตฺถ มคฺคํ คจฺฉนฺโต ตสฺส กาลกิริยํ สุตฺวา อวิหารฏฺฐาเน เจ ทฺวาทสรตนพฺภนฺตเร อญฺเญสํ ภิกฺขูนํ อภาวํ ญตฺวา ‘‘อิทํ จีวรํ มยฺหํ ปาปุณาตี’’ติ อธิฏฺฐาติ, สฺวาธิฏฺฐิตํ.

อฏฺฐจีวรมาติกากถาวณฺณนา

๓๗๙. ปุคฺคลาธิฏฺฐานนเยน วุตฺตนฺติ ‘‘สีมายทาน’’นฺติอาทินา วตฺตพฺเพ ‘‘สีมาย เทตี’’ติอาทิ ปุคฺคลาธิฏฺฐานนเยน วุตฺตํ. ปริกฺเขปารหฏฺฐาเนน ปริจฺฉินฺนาติ อิมินา อปริกฺขิตฺตสฺส วิหารสฺส ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานาทิโต ปฐมเลฑฺฑุปาตสฺส อนฺโต อุปจารสีมาติ ทสฺเสติ. อิทานิ ทุติยเลฑฺฑุปาตสฺส อนฺโตปิ อุปจารสีมาเยวาติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปิจา’’ติอาทิ อารทฺธํ. ธุวสนฺนิปาตฏฺฐานมฺปิ ปริยนฺตคตเมว คเหตพฺพํ. ภิกฺขุนีนํ อารามปฺปเวสนเสนาสนาปุจฺฉนาทิ ปริวาสมานตฺตาโรจนวสฺสจฺเฉทนิสฺสยเสนาสนคฺคาหาทิ วิธานนฺติ อิทํ สพฺพํ อิมิสฺสาเยว อุปจารสีมาย วเสน เวทิตพฺพํ. ลาภตฺถาย ฐปิตสีมา ลาภสีมา. สมานสํวาสอวิปฺปวาสสีมาสุ ทินฺนสฺส อิทํ นานตฺตํ – ‘‘อวิปฺปวาสสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ คามฏฺฐานํ น ปาปุณาติ. กสฺมา? ‘‘ฐเปตฺวา คามญฺจ คามูปจารญฺจา’’ติ วุตฺตตฺตา. ‘‘สมานสํวาสกสีมาย ทมฺมี’’ติ ทินฺนํ ปน คาเม ฐิตานมฺปิ ปาปุณาตีติ.

พุทฺธาธิวุตฺโถติ พุทฺเธน ภควตา อธิวุตฺโถ. เอกสฺมินฺติ เอกสฺมึ วิหาเร. ปากวฏฺฏนฺติ ทานวฏฺฏํ. วตฺตตีติ ปวตฺตติ. ปํสุกูลิกานมฺปิ วฏฺฏตีติ ‘‘ตุยฺหํ เทมา’’ติ อวตฺวา ‘‘ภิกฺขูนํ เทม, เถรานํ เทมา’’ติ วุตฺตตฺตา ปํสุกูลิกานํ วฏฺฏติ. วิจาริตเมวาติ อุปาหนตฺถวิกาทีนมตฺถาย วิจาริตเมว.

อุปฑฺฒํ ทาตพฺพนฺติ ยํ อุภโตสงฺฆสฺส ทินฺนํ, ตโต อุปฑฺฒํ ภิกฺขูนํ, อุปฑฺฒํ ภิกฺขุนีนํ ทาตพฺพํ. สเจปิ เอโก ภิกฺขุ โหติ เอกา วา ภิกฺขุนี, อนฺตมโส อนุปสมฺปนฺนสฺสปิ อุปฑฺฒเมว ทาตพฺพํ. ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ภิกฺขุนีนญฺจ ตุยฺหญฺจา’’ติ วุตฺเต ปน ปุคฺคโล วิสุํ น ลภตีติ อิทํ อฏฺฐกถาปมาเณเนว คเหตพฺพํ. น เหตฺถ วิเสสการณํ อุปลพฺภติ. ตถา หิ ‘‘อุภโตสงฺฆสฺส จ ตุยฺหญฺจ ทมฺมี’’ติ วุตฺเต สามญฺญวิเสสวจเนหิ สงฺคหิตตฺตา ยถา ปุคฺคโล วิสุํ ลภติ, เอวมิธาปิ ‘‘ภิกฺขุสงฺฆสฺส จ ตุยฺหญฺจา’’ติ สามญฺญวิเสสวจนสพฺภาวโต ภวิตพฺพเมว วิสุํ ปุคฺคลปฏิวีเสนาติ วิญฺญายติ, ตสฺมา อฏฺฐกถาวจนเมเวตฺถ ปมาณํ. ปาปุณนฏฺฐานโต เอกเมว ลภตีติ อตฺตโน วสฺสคฺเคน ปตฺตฏฺฐานโต เอกเมว โกฏฺฐาสํ ลภติ. ตตฺถ การณมาห ‘‘กสฺมา? ภิกฺขุสงฺฆคฺคหเณน คหิตตฺตา’’ติ, ภิกฺขุสงฺฆคฺคหเณเนว ปุคฺคลสฺสปิ คหิตตฺตาติ อธิปฺปาโย. ภิกฺขุสงฺฆสฺส หราติ วุตฺเตปิ หริตพฺพนฺติ อีทิสํ คิหิเวยฺยาวจฺจํ น โหตีติ กตฺวา วุตฺตํ.

ลกฺขณญฺญู วทนฺตีติ อิทํ สนฺนิฏฺฐานวจนํ, อฏฺฐกถาสุ อนาคตตฺตา ปน เอวํ วุตฺตํ. พหิอุปจารสีมายํ…เป… สพฺเพสํ ปาปุณาตีติ ยตฺถ กตฺถจิ วุตฺถวสฺสานํ สพฺเพสํ ปาปุณาตีติ อธิปฺปาโย. เตเนว มาติกาฏฺฐกถายมฺปิ (กงฺขา. อฏฺฐ. อกาลจีวรสิกฺขาปทวณฺณนา) ‘‘สเจ ปน พหิอุปจารสีมายํ ฐิโต ‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺสา’ติ วทติ, ยตฺถ กตฺถจิ วุตฺถวสฺสานํ สพฺเพสํ สมฺปตฺตานํ ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ. คณฺฐิปเทสุ ปน ‘‘วสฺสาวาสสฺส อนนุรูเป ปเทเส ฐตฺวา วุตฺตตฺตา วสฺสํวุตฺถานํ อวุตฺถานญฺจ สพฺเพสํ ปาปุณาตี’’ติ วุตฺตํ, ตํ น คเหตพฺพํ. น หิ ‘‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วุตฺเต อวุตฺถวสฺสานํ ปาปุณาติ. เอวํ วทตีติ ‘‘วสฺสํวุตฺถสงฺฆสฺส ทมฺมี’’ติ วทติ. อุทฺเทสํ คเหตุํ อาคโตติ ตสฺส สนฺติเก อุทฺเทสํ อคหิตปุพฺพสฺสปิ อุทฺเทสํ คณฺหิสฺสามีติ อาคตกาลโต ปฏฺฐาย อนฺเตวาสิกภาวูปคมนโต วุตฺตํ. เสสเมตฺถ สุวิญฺเญยฺยเมว.

อฏฺฐจีวรมาติกากถาวณฺณนา นิฏฺฐิตา.

จีวรกฺขนฺธกวณฺณนา นิฏฺฐิตา.