๘. อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา
๔๑๗. อฏฺฐเม พาธยึสูติ หนึสุ. ตํตํสมฺปตฺติยา วิพนฺธนวเสน สตฺตสนฺตานสฺส อนฺตเร เวมชฺเฌ เอติ อาคจฺฉตีติ อนฺตราโย, ทิฏฺฐธมฺมิกาทิอนตฺโถ. อนติกฺกมนฏฺเฐน ตสฺมึ อนฺตราเย นิยุตฺตา, อนฺตรายํ วา ผลํ อรหนฺติ, อนฺตรายสฺส วา กรณสีลาติ อนฺตรายิกา. เตนาห ‘‘อนฺตรายํ กโรนฺตีติ อนฺตรายิกา’’ติ. อานนฺตริยธมฺมาติ อานนฺตริกสภาวา เจตนาธมฺมา. ตตฺรายํ วจนตฺโถ – จุติอนนฺตรผลํ อนนฺตรํ นาม, ตสฺมึ อนนฺตเร นิยุตฺตา, ตํนิพฺพตฺตเนน อนนฺตรกรณสีลา, อนนฺตรปฺปโยชนาติ วา อานนฺตริกา, เต เอว อานนฺตริยาติ วุตฺตา. กมฺมานิ เอว อนฺตรายิกาติ กมฺมนฺตรายิกา. โมกฺขสฺเสว อนฺตรายํ กโรติ, น สคฺคสฺสาติ มิจฺฉาจารลกฺขณาภาวโต วุตฺตํ. น หิ ภิกฺขุนิยา ธมฺมรกฺขิตภาโว อตฺถิ. ปากติกภิกฺขุนีวเสน เจตํ วุตฺตํ. อริยาย ปน ปวตฺตํ อปายสํวตฺตนิกเมว, นนฺทมาณวโก เจตฺถ นิทสฺสนํ. อุภินฺนํ สมานจฺฉนฺทตาวเสน วา น สคฺคนฺตรายิกตา, โมกฺขนฺตรายิกตา ปน โมกฺขตฺถาย ปฏิปตฺติยา วิทูสนโต. อภิภวิตฺวา ปน ปวตฺติยํ สคฺคนฺตรายิกตาปิ น สกฺกา นิวาเรตุนฺติ.
อเหตุกทิฏฺฐิอกิริยทิฏฺฐินตฺถิกทิฏฺฐิโยว นิยตภาวํ ปตฺตา นิยตมิจฺฉาทิฏฺฐิธมฺมา. ปฏิสนฺธิธมฺมาติ ปฏิสนฺธิจิตฺตุปฺปาทมาห. ปณฺฑกาทิคฺคหณญฺเจตฺถ นิทสฺสนมตฺตํ สพฺพายปิ อเหตุกปฏิสนฺธิยา วิปากนฺตรายิกภาวโต. ยาหิ อริเย อุปวทติ, ตา เจตนา อริยูปวาทา ชาตา. ตโต ปรนฺติ ขมาปนโต อุปริ. ยํ ปเนตฺถ วตฺตพฺพํ, ตํ ทิพฺพจกฺขุกถายํ วุตฺตเมว. สญฺจิจฺจ อาปนฺนา อาปตฺติโยติ สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตา สตฺต อาปตฺติกฺขนฺธา. สญฺจิจฺจ วีติกฺกนฺตญฺหิ อนฺตมโส ทุกฺกฏทุพฺภาสิตมฺปิ สคฺคมคฺคผลานํ อนฺตรายํ กโรติ. ยาว ภิกฺขุภาวํ ปฏิชานาติ ปาราชิกํ อาปนฺโน, น วุฏฺฐาติ เสสครุกาปตฺตึ อาปนฺโน, น เทเสติ ลหุกาปตฺตึ อาปนฺโน.
อยํ ภิกฺขูติ อริฏฺโฐ ภิกฺขุ. รเสน รสํ สํสนฺทิตฺวาติ อนวชฺเชน ปจฺจยปริภุญฺชนรเสน สาวชฺชกามคุณปริโภครสํ สมาเนตฺวา. โยนิโส ปจฺจเวกฺขเณน นตฺถิ เอตฺถ ฉนฺทราโคติ นิจฺฉนฺทราโค, ปจฺจยปริโภโค. อุปเนนฺโต วิยาติ พนฺธนํ อุปเนนฺโต วิย. ‘‘ฆเฏนฺโต วิยา’’ติปิ ปาโฐ. อุปสํหรนฺโต วิยาติ สทิสตํ อุปสํหรนฺโต วิย เอกนฺตสาวชฺเช อนวชฺชภาวปกฺเขปนโต. ปาปกนฺติ ลามกฏฺเฐน ทุคฺคติสมฺปาปนฏฺเฐน จ ปาปกํ. มหาสมุทฺทํ พนฺธนฺเตน วิยาติ เสตุกรณวเสน มหาสาครํ พนฺธนฺเตน วิย. สพฺพญฺญุตญฺญาเณน สทฺธึ ปฏิวิรุชฺฌนฺโตติ สพฺพญฺญุตญฺญาเณน ‘‘สาวชฺช’’นฺติ ทิฏฺฐํ ‘‘อนวชฺช’’นฺติ คหเณน เตน สห ปฏิวิรุชฺฌนฺโต. อาณาจกฺเกติ ปฐมปาราชิกสิกฺขาปทสงฺขาเต, ‘‘อพฺรหฺมจริยํ ปหายา’’ติอาทิเทสนาสงฺขาเต จ อาณาจกฺเก.
อฏฺฐิกงฺกลํ นาม อุรฏฺฐิ วา ปิฏฺฐิกณฺฏกํ วา สีสฏฺฐิ วา. ตญฺหิ นิมฺมํสตฺตา ‘‘กงฺกล’’นฺติ วุจฺจติ. วิคตมํสาย หิ อฏฺฐิสงฺขลิกาย เอกฏฺฐิมฺหิ วา กงฺกล-สทฺโท นิรุโฬฺห. อนุทหนฏฺเฐนาติ อนุปายปฏิปตฺติยา สมฺปติ อายติญฺจ อนุทหนฏฺเฐน. มหาภิตาปนฏฺเฐน อนวฏฺฐิตสภาวตาย, อิตฺตรปจฺจุปฏฺฐานฏฺเฐน มุหุตฺตกรณียตาย, ตาวกาลิกฏฺเฐน ปเรหิ อภิภวนตาย, สพฺพงฺคปจฺจงฺคปลิภญฺชนฏฺเฐน เภทนาทิอธิกรณภาเวน, อุคฺฆาฏสทิสตาย อธิกุฏฺฏนฏฺเฐน, อวเณ วณํ อุปฺปาเทตฺวา อนฺโต อนุปวิสนภาวตาย วินิวิชฺฌนฏฺเฐน, ทิฏฺฐธมฺมิกสมฺปรายิกอนตฺถนิมิตฺตตาย สาสงฺกสปฺปฏิภยฏฺเฐน.
ปาฬิยํ ‘‘ถามสา ปรามาสา’’ติอาทีสุ เอวมตฺโถ เวทิตพฺโพ. ถามสาติ ทิฏฺฐิถาเมน, ตสฺสา ทิฏฺฐิยา ถามคตภาเวนาติ อตฺโถ. ปรามาสาติ ทิฏฺฐิปรามาเสน, ทิฏฺฐิสงฺขาตปรามาเสนาติ อตฺโถ. ทิฏฺฐิเยว หิ ธมฺมสภาวํ อติกฺกมิตฺวา ปรโต อามสเนน ปรามาโส. อภินิวิสฺสาติ ตณฺหาภินิเวสปุพฺพงฺคเมน ทิฏฺฐาภินิเวเสน ‘‘อิทเมตฺถ สจฺจ’’นฺติ อภินิวิสิตฺวา. โวหรตีติ กเถติ. ยโต จ โข เต ภิกฺขูติ ยทา เต ภิกฺขู. เอวํพฺยาโข อหํ, ภนฺเต, ภควตาติ อิทํ เอส อตฺตโน ลทฺธึ นิคูหิตุกามตาย นตฺถีติ วตฺตุกาโมปิ ภควโต อานุภาเวน สมฺปฏิจฺฉติ. พุทฺธานํ กิร สมฺมุขา เทฺว กถา กเถตุํ สมตฺโถ นาม นตฺถิ. กสฺส นุ โข นาม ตฺวํ โมฆปุริสาติ ตฺวํ โมฆปุริส กสฺส ขตฺติยสฺส วา พฺราหฺมณสฺส วา เวสฺสสฺส วา สุทฺทสฺส วา คหฏฺฐสฺส วา ปพฺพชิตสฺส วา เทวสฺส วา มนุสฺสสฺส วา มยา เอวํ ธมฺมํ เทสิตํ อาชานาสิ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. ธมฺมกมฺมตา, สมนุภาสนา, อปฺปฏินิสฺสชฺชนนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
อริฏฺฐสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.