๗. วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา
๒๔๗. สตฺตเม อคฺคสมชฺโชติ อุตฺตมํ นจฺจํ. ตํ กิร ปพฺพตมตฺถเก ฐตฺวา เอกํ เทวตํ อุทฺทิสฺส กโรนฺติ. นฏานํ นาฏกานิ นฏนาฏกานิ, สีตาหรณาทีนิ. อปญฺญตฺเต สิกฺขาปเทติ อูนวีสติวสฺสสิกฺขาปเท อปญฺญตฺเต. อทํสูติ ‘‘วิหารํ เนตฺวา ขาทิสฺสถา’’ติ อทํสุ.
๒๔๘-๒๔๙. มูลกมูลาทีนิ อุปเทสโตเยว เวทิตพฺพานิ. น หิ ตานิ ปริยายนฺตเรน วุจฺจมานานิปิ สกฺกา วิญฺญาตุํ. ปริยายนฺตเรปิ หิ วุจฺจมาเน ตํ ตํ นามํ อชานนฺตานํ สมฺโมโหเยว สิยา, ตสฺมา ตตฺถ น กิญฺจิ วกฺขาม. ขาทนียตฺถนฺติ ขาทนีเยน กตฺตพฺพกิจฺจํ. เนว ผรนฺตีติ น นิปฺผาเทนฺติ. เตสุ เตสุ ชนปเทสูติ เอตฺถ ‘‘เอกสฺมึ ชนปเท อาหารกิจฺจํ สาเธนฺตํ เสสชนปเทสุปิ น กปฺปตี’’ติ วทนฺติ. รุกฺขวลฺลิอาทีนนฺติ เหฏฺฐา วุตฺตเมว สมฺปิณฺเฑตฺวา วุตฺตํ. อนฺโตปถวีคโตติ สาลกลฺยาณีขนฺธํ สนฺธาย วุตฺตํ. สพฺพกปฺปิยานีติ มูลขนฺธตจปตฺตาทิวเสน สพฺพโส กปฺปิยานิ. เตสมฺปิ นามวเสน น สกฺกา ปริยนฺตํ ทสฺเสตุนฺติ สมฺพนฺโธ. อจฺฉิวาทีนํ อปริปกฺกาเนว ผลานิ ยาวชีวิกานีติ ทสฺเสตุํ ‘‘อปริปกฺกานี’’ติ วุตฺตํ.
หรีตกาทีนํ อฏฺฐีนีติ เอตฺถ มิญฺชํ ปฏิจฺฉาเทตฺวา ฐิตกปาลานิ ยาวชีวิกานีติ อาจริยา. มิญฺชมฺปิ ยาวชีวิกนฺติ เอเก. หิงฺคูติ หิงฺคุรุกฺขโต ปคฺฆริตนิยฺยาโส. หิงฺคุชตุอาทโยปิ หิงฺคุวิกติโย เอว. ตตฺถ หิงฺคุชตุ นาม หิงฺคุรุกฺขสฺส ทณฺฑปตฺตานิ ปจิตฺวา กตนิยฺยาโส, หิงฺคุสิปาฏิกํ นาม หิงฺคุปตฺตานิ ปจิตฺวา กตนิยฺยาโส. ‘‘อญฺเญน มิสฺเสตฺวา กโต’’ติปิ วทนฺติ. ตกนฺติ อคฺคโกฏิยา นิกฺขนฺตสิเลโส. ตกปตฺตินฺติ ปตฺตโต นิกฺขนฺตสิเลโส. ตกปณฺณินฺติ ปลาเส ภชฺชิตฺวา กตสิเลโส. ‘‘ทณฺฑโต นิกฺขนฺตสิเลโส ติปิ วทนฺติ. เสสเมตฺถ อุตฺตานเมว. วิกาลตา, ยาวกาลิกตา, อชฺโฌหรณนฺติ อิมานิ ปเนตฺถ ตีณิ องฺคานิ.
วิกาลโภชนสิกฺขาปทวณฺณนา นิฏฺฐิตา.