๘. อธิฏฺฐานวิกปฺปนวินิจฺฉยกถา
๔๔. อธิฏฺฐานวิกปฺปเนสุ ปน – อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติจีวรํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, วสฺสิกสาฏิกํ วสฺสานํ จาตุมาสํ อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ, นิสีทนํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, ปจฺจตฺถรณํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทึ ยาว อาพาธา อธิฏฺฐาตุํ ตโต ปรํ วิกปฺเปตุํ, มุขปุญฺฉนโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุํ, ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ น วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘) วจนโต ติจีวราทินิยาเมเนว อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุกอาเมน ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติอาทินา นามํ วตฺวา อธิฏฺฐาตพฺพํ. วิกปฺเปนฺเตน ปน นามํ อคฺคเหตฺวาว ‘‘อิมํ จีวรํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺวา วิกปฺเปตพฺพํ. ตตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) ติจีวรํ อธิฏฺฐหนฺเตน รชิตฺวา กปฺปพินฺทุํ ทตฺวา ปมาณยุตฺตเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ. อสฺส ปมาณํ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉเทน สุคตจีวรโต อูนกํ วฏฺฏติ, ลามกปริจฺเฉเทน สงฺฆาฏิยา อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆโต มุฏฺฐิปญฺจกํ, ติริยํ มุฏฺฐิตฺติกํ ปมาณํ วฏฺฏติ. อนฺตรวาสโก ทีฆโส มุฏฺฐิปญฺจโก, ติริยํ ทฺวิหตฺโถปิ วฏฺฏติ. ปารุปเนนปิ หิ สกฺกา นาภึ ปฏิจฺฉาเทตุนฺติ. วุตฺตปฺปมาณโต ปน อติเรกญฺจ อูนกญฺจ ‘‘ปริกฺขารโจฬก’’นฺติ อธิฏฺฐาตพฺพํ.
ตตฺถ ยสฺมา ‘‘เทฺว จีวรสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺเฐติ, วาจาย วา อธิฏฺเฐตี’’ติ (ปริ. ๓๒๒) วุตฺตํ, ตสฺมา ปุราณสงฺฆาฏึ ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา นวํ สงฺฆาฏึ หตฺเถน คเหตฺวา ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน อธิฏฺฐาตพฺพา. อิทํ กาเยน อธิฏฺฐานํ, ตํ เยน เกนจิ สรีราวยเวน อผุสนฺตสฺส น วฏฺฏติ. วาจาย อธิฏฺฐาเน ปน วจีเภทํ กตฺวา วาจาย อธิฏฺฐาตพฺพา. ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ – สเจ หตฺถปาเส โหติ, ‘‘อิมํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อถ อนฺโตคพฺเภ วา อุปริปาสาเท วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ สงฺฆาฏึ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. เอส นโย อุตฺตราสงฺเค อนฺตรวาสเก จ. นามมตฺตเมว หิ วิเสโส, ตสฺมา สพฺพานิ สงฺฆาฏึ อุตฺตราสงฺคํ อนฺตรวาสกนฺติ เอวํ อตฺตโน นาเมเนว อธิฏฺฐาตพฺพานิ. สเจ อธิฏฺฐหิตฺวา ฐปิตวตฺเถหิ สงฺฆาฏิอาทีนิ กโรติ, นิฏฺฐิเต รชเน จ กปฺเป จ ‘‘อิมํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ ปจฺจุทฺธริตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพานิ. อธิฏฺฐิเตน ปน สทฺธึ มหนฺตตรเมว ทุติยปฏฺฏํ วา ขณฺฑํ วา สิพฺพนฺเตน ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. สเม วา ขุทฺทเก วา อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิ.
ติจีวรํ ปน ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏติ, น วฏฺฏตีติ? มหาปทุมตฺเถโร กิราห ‘‘ติจีวรํ ติจีวรเมว อธิฏฺฐาตพฺพํ, สเจ ปริกฺขารโจฬาธิฏฺฐานํ ลเภยฺย, อุโทสิตสิกฺขาปเท ปริหาโร นิรตฺถโก ภเวยฺยา’’ติ. เอวํ วุตฺเต กิร อวเสสา ภิกฺขู อาหํสุ ‘‘ปริกฺขารโจฬมฺปิ ภควตาว ‘อธิฏฺฐาตพฺพ’นฺติ วุตฺตํ, ตสฺมา วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปริกฺขารโจฬํ นาม ปาเฏกฺกํ นิธานมุขเมตํ. ติจีวรํ ‘ปริกฺขารโจฬ’นฺติ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อุโทสิตสิกฺขาปเท (ปารา. ๔๗๑ อาทโย) ปน ติจีวรํ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริหรนฺตสฺส ปริหาโร วุตฺโต’’ติ. อุภโตวิภงฺคภาณโก ปุณฺณวาลิกวาสี มหาติสฺสตฺเถโรปิ กิราห ‘‘มยํ ปุพฺเพ มหาเถรานํ อสฺสุมฺหา ‘อรญฺญวาสิโน ภิกฺขู รุกฺขสุสิราทีสุ จีวรํ ฐเปตฺวา ปธานํ ปทหนตฺถาย คจฺฉนฺติ, สามนฺตวิหาเร ธมฺมสฺสวนตฺถาย คตานญฺจ เตสํ สูริเย อุฏฺฐิเต สามเณรา วา ทหรภิกฺขู วา ปตฺตจีวรํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ตสฺมา สุขปริโภคตฺถํ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬํ อธิฏฺฐาตุํ วฏฺฏตี’’’ติ. มหาปจฺจริยมฺปิ วุตฺตํ ‘‘ปุพฺเพ อารญฺญิกา ภิกฺขู อพทฺธสีมาย ทุปฺปริหารนฺติ ติจีวรํ ปริกฺขารโจฬเมว อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชึสู’’ติ.
๔๕. วสฺสิกสาฏิกา อนติริตฺตปฺปมาณา นามํ คเหตฺวา วุตฺตนเยเนว จตฺตาโร วสฺสิเก มาเส อธิฏฺฐาตพฺพา, ตโต ปรํ ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา. วณฺณเภทมตฺตรตฺตาปิ เจสา วฏฺฏติ, เทฺว ปน น วฏฺฏนฺติ. นิสีทนํ วุตฺตนเยน อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตญฺจ โข ปมาณยุตฺตํ เอกเมว, เทฺว น วฏฺฏนฺติ. ปจฺจตฺถรณมฺปิ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ตํ ปน มหนฺตมฺปิ วฏฺฏติ, เอกมฺปิ วฏฺฏติ, พหูนิปิ วฏฺฏนฺติ, นีลมฺปิ ปีตกมฺปิ สทสมฺปิ ปุปฺผทสมฺปีติ สพฺพปฺปการํ วฏฺฏติ. กณฺฑุปฺปฏิจฺฉาทิ ยาว อาพาโธ อตฺถิ, ตาว ปมาณิกา อธิฏฺฐาตพฺพา. อาพาเธ วูปสนฺเต ปจฺจุทฺธริตฺวา วิกปฺเปตพฺพา, เอกาว วฏฺฏติ. มุขปุญฺฉนโจฬํ อธิฏฺฐาตพฺพเมว, ยาว เอกํ โธวียติ, ตาว อญฺญํ ปริโภคตฺถาย อิจฺฉิตพฺพนฺติ เทฺวปิ วฏฺฏนฺติ. อปเร ปน เถรา ‘‘นิธานมุขเมตํ, พหูนิปิ วฏฺฏนฺตี’’ติ วทนฺติ. ปริกฺขารโจเฬ คณนา นตฺถิ, ยตฺตกํ อิจฺฉติ, ตตฺตกํ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. ถวิกาปิ ปริสฺสาวนมฺปิ วิกปฺปนูปคปจฺฉิมจีวรปฺปมาณํ ‘‘ปริกฺขารโจฬ’’นฺติ อธิฏฺฐาตพฺพเมว. ตสฺส ปมาณํ ทีฆโต เทฺว วิทตฺถิโย ติริยํ วิทตฺถิ, ตํ ปน ทีฆโต วฑฺฒกีหตฺถปฺปมาณํ, วิตฺถารโต ตโต อุปฑฺฒปฺปมาณํ โหติ. ตตฺรายํ ปาฬิ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อายาเมน อฏฺฐงฺคุลํ สุคตงฺคุเลน จตุรงฺคุลวิตฺถตํ ปจฺฉิมํ จีวรํ วิกปฺเปตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๕๘). พหูนิปิ เอกโต กตฺวา ‘‘อิมานิ จีวรานิ ปริกฺขารโจฬานิ อธิฏฺฐามี’’ติ อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติเยว. เภสชฺชนวกมฺมมาตาปิตุอาทีนํ อตฺถาย ฐเปนฺเตน อนธิฏฺฐิเตปิ นตฺถิ อาปตฺติ. มญฺจภิสิ ปีฐภิสิ พิมฺโพหนํ ปาวาโร โกชโวติ เอเตสุ ปน เสนาสนปริกฺขารตฺถาย ทินฺนปจฺจตฺถรเณ จ อธิฏฺฐานกิจฺจํ นตฺถิเยว.
สเจ ปน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๓๖-๓๘) ญาตกปวาริตฏฺฐานโต สุตฺตํ ลภิตฺวา ญาตกปวาริเตเนว ตนฺตวาเยน อญฺเญน วา มูลํ ทตฺวา จีวรํ วายาเปติ, วายาปนปจฺจยา อนาปตฺติ. ทสาหาติกฺกมนปจฺจยา ปน อาปตฺตึ รกฺขนฺเตน วิกปฺปนุปคปฺปมาณมตฺเต วีเต ตนฺเต ฐิตํเยว อธิฏฺฐาตพฺพํ. ทสาหาติกฺกเมน นิฏฺฐาปิยมานญฺหิ นิสฺสคฺคิยํ ภเวยฺยาติ. ญาตกาทีหิ ตนฺตํ อาโรปาเปตฺวา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, อิทํ จีวรํ คเณฺหยฺยาถา’’ติ นิยฺยาติเตปิ เอเสว นโย.
สเจ ตนฺตวาโย เอวํ ปโยชิโต วา สยํ ทาตุกาโม วา หุตฺวา ‘‘อหํ, ภนฺเต, ตุมฺหากํ จีวรํ อสุกทิวเส นาม วายิตฺวา ฐเปสฺสามี’’ติ วทติ, ภิกฺขุ จ เตน ปริจฺฉินฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน ตนฺตวาโย ‘‘อหํ ตุมฺหากํ จีวรํ วายิตฺวา สาสนํ เปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, เตน เปสิตภิกฺขุ ปน ตสฺส ภิกฺขุโน น อาโรเจติ, อญฺโญ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, จีวรํ นิฏฺฐิต’’นฺติ อาโรเจติ, เอตสฺส อาโรจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน เตน เปสิโตเยว อาโรเจติ, ตสฺส วจนํ สุตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ.
สเจ ตนฺตวาโย ‘‘อหํ ตุมฺหากํ จีวรํ วายิตฺวา กสฺสจิ หตฺเถ ปหิณิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, จีวรํ คเหตฺวา คตภิกฺขุ ปน อตฺตโน ปริเวเณ ฐเปตฺวา ตสฺส น อาโรเจติ, อญฺโญ โกจิ ภณติ ‘‘อปิ, ภนฺเต, อธุนา อาภตํ จีวรํ สุนฺทร’’นฺติ. กุหึ, อาวุโส, จีวรนฺติ. อิตฺถนฺนามสฺส หตฺเถ เปสิตนฺติ. เอตสฺสปิ วจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน โส ภิกฺขุ จีวรํ เทติ, ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน วายาปนมูลํ อทินฺนํ โหติ, ยาว กากณิกมตฺตมฺปิ อวสิฏฺฐํ, ตาว รกฺขติ.
๔๖. อธิฏฺฐิตจีวรํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๔๖๙) ปน ปริภุญฺชโต กถํ อธิฏฺฐานํ วิชหตีติ? อญฺญสฺส ทาเนน อจฺฉินฺทิตฺวา คหเณน วิสฺสาสคฺคาเหน หีนายาวตฺตเนน สิกฺขาปจฺจกฺขาเนน กาลกิริยาย ลิงฺคปริวตฺตเนน ปจฺจุทฺธรเณน ฉิทฺทภาเวนาติ อิเมหิ นวหิ การเณหิ วิชหติ. ตตฺถ ปุริเมหิ อฏฺฐหิ สพฺพจีวรานิ อธิฏฺฐานํ วิชหนฺติ, ฉิทฺทภาเวน ปน ติจีวรสฺเสว สพฺพฏฺฐกถาสุ อธิฏฺฐานวิชหนํ วุตฺตํ, ตญฺจ นขปิฏฺฐิปฺปมาเณน ฉิทฺเทน. ตตฺถ นขปิฏฺฐิปฺปมาณํ กนิฏฺฐงฺคุลินขวเสน เวทิตพฺพํ, ฉิทฺทญฺจ วินิวิทฺธฉิทฺทเมว. ฉิทฺทสฺส หิ อพฺภนฺตเร เอกตนฺตุ เจปิ อจฺฉินฺโน โหติ, รกฺขติ. ตตฺถ สงฺฆาฏิยา จ อุตฺตราสงฺคสฺส จ ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺส, ติริยนฺตโต อฏฺฐงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, อนฺตรวาสกสฺส ปน ทีฆนฺตโต วิทตฺถิปฺปมาณสฺเสว, ติริยนฺตโต จตุรงฺคุลปฺปมาณสฺส ปเทสสฺส โอรโต ฉิทฺทํ อธิฏฺฐานํ ภินฺทติ, ปรโต น ภินฺทติ, ตสฺมา ชาเต ฉิทฺเท ติจีวรํ อติเรกจีวรฏฺฐาเน ติฏฺฐติ, สูจิกมฺมํ กตฺวา ปุน อธิฏฺฐาตพฺพํ. โย ปน ทุพฺพลฏฺฐาเน ปฐมํ อคฺคฬํ ทตฺวา ปจฺฉา ทุพฺพลฏฺฐานํ ฉินฺทิตฺวา อปเนติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. มณฺฑลปริวตฺตเนปิ เอเสว นโย. ทุปฏฺฏสฺส เอกสฺมึ ปฏเล ฉิทฺเท วา ชาเต คฬิเต วา อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ, ขุทฺทกํ จีวรํ มหนฺตํ กโรติ, มหนฺตํ วา ขุทฺทกํ กโรติ, อธิฏฺฐานํ น ภิชฺชติ. อุโภ โกฏิโย มชฺเฌ กโรนฺโต สเจ ปฐมํ ฉินฺทิตฺวา ปจฺฉา ฆเฏติ, อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ. อถ ฆเฏตฺวา ฉินฺทติ, น ภิชฺชติ. รชเกหิ โธวาเปตฺวา เสตํ การาเปนฺตสฺสปิ อธิฏฺฐานํ อธิฏฺฐานเมวาติ. อยํ ตาว อธิฏฺฐาเน วินิจฺฉโย.
๔๗. วิกปฺปเน ปน เทฺว วิกปฺปนา สมฺมุขาวิกปฺปนา ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ. กถํ สมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘อิมานิ จีวรานี’’ติ วา ‘‘เอตํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘เอตานิ จีวรานี’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺตพฺพํ, อยเมกา สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน วิสฺสชฺเชตุํ วา อธิฏฺฐาตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ, มยฺหํ สนฺตกานิ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ ปน วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
อปโร นโย – ตเถว จีวรานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ตสฺเสว ภิกฺขุโน สนฺติเก ‘‘อิมํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘อิมานิ จีวรานี’’ติ วา ‘‘เอตํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘เอตานิ จีวรานี’’ติ วา วตฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส อตฺตนา อภิรุจิตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน วิกปฺเปมี’’ติ วา ‘‘ติสฺสาย ภิกฺขุนิยา, ติสฺสาย สิกฺขมานาย, ติสฺสสฺส สามเณรสฺส, ติสฺสาย สามเณริยา วิกปฺเปมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ อปราปิ สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน สนฺตกํ…เป… ติสฺสาย สามเณริยา สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
กถํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? จีวรานํ ตเถว เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘อิมานิ จีวรานี’’ติ วา ‘‘เอตํ จีวร’’นฺติ วา ‘‘เอตานิ จีวรานี’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺปนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน วตฺตพฺโพ ‘‘โก เต มิตฺโต วา สนฺทิฏฺโฐ วา’’ติ. ตโต อิตเรน ปุริมนเยเนว ‘‘ติสฺโส ภิกฺขู’’ติ วา…เป… ‘‘ติสฺสา สามเณรี’’ติ วา วตฺตพฺพํ. ปุน เตน ภิกฺขุนา ‘‘อหํ ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมี’’ติ วา…เป… ‘‘ติสฺสาย สามเณริยา ทมฺมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ทุติยสมฺมุขาวิกปฺปนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
ทฺวินฺนํ วิกปฺปนานํ กึ นานากรณํ? สมฺมุขาวิกปฺปนายํ สยํ วิกปฺเปตฺวา ปเรน ปจฺจุทฺธราเปติ, ปรมฺมุขาวิกปฺปนายํ ปเรเนว วิกปฺปาเปตฺวา ปเรเนว ปจฺจุทฺธราเปติ, อิทเมตฺถ นานากรณํ. สเจ ปน ยสฺส วิกปฺเปติ, โส ปญฺญตฺติโกวิโท น โหติ, น ชานาติ ปจฺจุทฺธริตุํ, ตํ จีวรํ คเหตฺวา อญฺญสฺส พฺยตฺตสฺส สนฺติกํ คนฺตฺวา ปุน วิกปฺเปตฺวา ปเรน ปจฺจุทฺธราเปตพฺพํ. วิกปฺปิตวิกปฺปนา นาเมสา วฏฺฏติ. เอวํ ตาว จีวเร อธิฏฺฐานวิกปฺปนานโย เวทิตพฺโพ.
๔๘. ปตฺเต ปน อยํ นโย – ปตฺตํ อธิฏฺฐหนฺเตน อุกฺกฏฺฐมชฺฌิโมมกานํ อญฺญตโร ปมาณยุตฺโตว อธิฏฺฐาตพฺโพ. ตสฺส ปมาณํ ‘‘อฑฺฒาฬฺหโกทนํ คณฺหาตี’’ติอาทินา (ปารา. ๖๐๒) นเยน ปาฬิยํ วุตฺตํ. ตตฺรายํ วินิจฺฉโย (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๒ อาทโย) – อนุปหตปุราณสาลิตณฺฑุลานํ สุโกฏฺฏิตปริสุทฺธานํ เทฺว มคธนาฬิโย คเหตฺวา เตหิ ตณฺฑุเลหิ อนุตฺตณฺฑุลมกิลินฺนมปิณฺฑิตํ สุวิสทํ กุนฺทมกุฬราสิสทิสํ อวสฺสาวิโตทนํ ปจิตฺวา นิรวเสสํ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา ตสฺส โอทนสฺส จตุตฺถภาคปฺปมาโณ นาติฆโน นาติตนุโก หตฺถหาริโย สพฺพสมฺภารสงฺขโต มุคฺคสูโป ปกฺขิปิตพฺโพ, ตโต อาโลปสฺส อาโลปสฺส อนุรูปํ ยาวจริมาโลปปฺปโหนกํ มจฺฉมํสาทิพฺยญฺชนํ ปกฺขิปิตพฺพํ, สปฺปิเตลตกฺกรสกญฺชิกาทีนิ ปน คณนูปคานิ น โหนฺติ. ตานิ หิ โอทนคติกานิ โหนฺติ, เนว หาเปตุํ, น วฑฺเฒตุํ สกฺโกนฺติ. เอวเมตํ สพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ สเจ ปตฺตสฺส มุขวฏฺฏิยา เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, สุตฺเตน วา หีเรน วา ฉินฺทนฺตสฺส สุตฺตสฺส วา หีรสฺส วา เหฏฺฐิมนฺตํ ผุสติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ อุกฺกฏฺโฐมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ อนฺโตคธเมว โหติ, อยํ อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต.
อุกฺกฏฺฐโต อุปฑฺฒปฺปมาโณ มชฺฌิโม นาม ปตฺโต. มชฺฌิมโต อุปฑฺฒปฺปมาโณ โอมโก. ตสฺมา สเจ มคธนาฬิยา นาฬิโกทนาทิสพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ วุตฺตนเยเนว เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโม นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ มชฺฌิโมมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ อนฺโตคธเมว โหติ, อยํ มชฺฌิมุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. สเจ มคธนาฬิยา อุปฑฺฒนาฬิโกทนาทิสพฺพมฺปิ ปกฺขิตฺตํ เหฏฺฐิมราชิสมํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ อติกฺกมฺม ถูปีกตํ ติฏฺฐติ, อยํ โอมโกมโก นาม ปตฺโต. สเจ ตํ ราชึ น สมฺปาปุณาติ อนฺโตคธเมว โหติ, อยํ โอมกุกฺกฏฺโฐ นาม ปตฺโต. เอวเมเต นว ปตฺตา. เตสุ เทฺว อปตฺตา อุกฺกฏฺฐุกฺกฏฺโฐ จ โอมโกมโก จาติ. ตสฺมา เอเต ภาชนปริโภเคน ปริภุญฺชิตพฺพา, น อธิฏฺฐานูปคา น วิกปฺปนูปคา. อิตเร ปน สตฺต อธิฏฺฐหิตฺวา วา วิกปฺเปตฺวา วา ปริภุญฺชิตพฺพา.
ปมาณยุตฺตานมฺปิ เอเตสํ อธิฏฺฐานวิกปฺปนูปคตฺตํ เอวํ เวทิตพฺพํ – อโยปตฺโต ปญฺจหิ ปาเกหิ, มตฺติกาปตฺโต ทฺวีหิ ปาเกหิ ปกฺโก อธิฏฺฐานูปโค. อุโภปิ ยํ มูลํ ทาตพฺพํ, ตสฺมึ ทินฺเนเยว. สเจ เอโกปิ ปาโก อูโน โหติ, กากณิกมตฺตมฺปิ วา มูลํ อทินฺนํ, น อธิฏฺฐานูปโค. สเจ ปตฺตสามิโก วทติ ‘‘ยทา ตุมฺหากํ มูลํ ภวิสฺสติ, ตทา ทสฺสถ อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชถา’’ติ, เนว อธิฏฺฐานูปโค โหติ, ปากสฺส หิ อูนตฺตา ปตฺตสงฺขฺยํ น คจฺฉติ, มูลสฺส สกลสฺส วา เอกเทสสฺส วา อทินฺนตฺตา สกภาวํ น อุเปติ, อญฺญสฺเสว สนฺตโก โหติ, ตสฺมา ปาเก จ มูเล จ สุนิฏฺฐิเตเยว อธิฏฺฐานูปโค โหติ. โย อธิฏฺฐานูปโค, เสฺวว วิกปฺปนูปโค. โส หตฺถํ อาคโตปิ อนาคโตปิ อธิฏฺฐาตพฺโพ วิกปฺเปตพฺโพ วา. ยทิ หิ ปตฺตการโก มูลํ ลภิตฺวา สยํ วา ทาตุกาโม หุตฺวา ‘‘อหํ ภนฺเต ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา อสุกทิวเส นาม ปจิตฺวา ฐเปสฺสามี’’ติ วทติ, ภิกฺขุ จ เตน ปริจฺฉินฺนทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกาเมติ, นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน ปตฺตการโก ‘‘อหํ ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา ปจิตฺวา สาสนํ เปเสสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, เตน เปสิตภิกฺขุ ปน ตสฺส ภิกฺขุโน น อาโรเจติ, อญฺโญ ทิสฺวา วา สุตฺวา วา ‘‘ตุมฺหากํ, ภนฺเต, ปตฺโต นิฏฺฐิโต’’ติ อาโรเจติ, เอตสฺส อาโรจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน เตน เปสิโตเยว อาโรเจติ, ตสฺส วจนํ สุตทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน ปตฺตการโก ‘‘อหํ ตุมฺหากํ ปตฺตํ กตฺวา ปจิตฺวา กสฺสจิ หตฺเถ ปหิณิสฺสามี’’ติ วตฺวา ตเถว กโรติ, ปตฺตํ คเหตฺวา อาคตภิกฺขุ ปน อตฺตโน ปริเวเณ ฐเปตฺวา ตสฺส น อาโรเจติ, อญฺโญ โกจิ ภณติ ‘‘อปิ, ภนฺเต, อธุนา อาภโต ปตฺโต สุนฺทโร’’ติ. ‘‘กุหึ, อาวุโส, ปตฺโต’’ติ? ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส หตฺเถ เปสิโต’’ติ. เอตสฺสปิ วจนํ น ปมาณํ. ยทา ปน โส ภิกฺขุ ปตฺตํ เทติ, ลทฺธทิวสโต ปฏฺฐาย ทสาหํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติยํ, ตสฺมา ทสาหํ อนติกฺกาเมตฺวาว อธิฏฺฐาตพฺโพ วิกปฺเปตพฺโพ วา.
ตตฺถ เทฺว ปตฺตสฺส อธิฏฺฐานา กาเยน วา อธิฏฺฐาติ, วาจาย วา อธิฏฺฐาติ. เตสํ วเสน อธิฏฺฐหนฺเตน ‘‘อิมํ ปตฺตํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺตํ ปจฺจุทฺธรามี’’ติ วา วตฺวา เอวํ สมฺมุเข วา ปรมฺมุเข วา ฐิตํ ปุราณปตฺตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อญฺญสฺส วา ทตฺวา นวํ ปตฺตํ ยตฺถ กตฺถจิ ฐิตํ หตฺเถน ปรามสิตฺวา ‘‘อิทํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ จิตฺเตน อาโภคํ กตฺวา กายวิการํ กโรนฺเตน กาเยน วา อธิฏฺฐาตพฺโพ. วจีเภทํ กตฺวา วาจาย วา อธิฏฺฐาภพฺโพ. ตตฺร ทุวิธํ อธิฏฺฐานํ – สเจ หตฺถปาเส โหติ, ‘‘อิมํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา, อถ อนฺโตคพฺเภ วา อุปริปาสาเท วา สามนฺตวิหาเร วา โหติ, ฐปิตฏฺฐานํ สลฺลกฺเขตฺวา ‘‘เอตํ ปตฺตํ อธิฏฺฐามี’’ติ วาจา ภินฺทิตพฺพา. อธิฏฺฐหนฺเตน ปน เอกเกน อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติ, อญฺญสฺส สนฺติเก อธิฏฺฐาตุมฺปิ วฏฺฏติ. อญฺญสฺส สนฺติเก อยมานิสํโส – สจสฺส ‘‘อธิฏฺฐิโต นุ โข เม, โน’’ติ วิมติ อุปฺปชฺชติ, อิตโร สาเรตฺวา วิมตึ ฉินฺทิสฺสตีติ. สเจ โกจิ ทส ปตฺเต ลภิตฺวา สพฺเพ อตฺตนาว ปริภุญฺชิตุกาโม โหติ, น สพฺเพ อธิฏฺฐาตพฺพา, เอกํ ปตฺตํ อธิฏฺฐาย ปุนทิวเส ตํ ปจฺจุทฺธริตฺวา อญฺโญ อธิฏฺฐาตพฺโพ. เอเตเนว อุปาเยน วสฺสสตมฺปิ ปริหริตุํ สกฺกา.
เอวํ อปฺปมตฺตสฺส สิยา อธิฏฺฐานวิชหนนฺติ? สิยา. สเจ หิ สยํ ปตฺตํ อญฺญสฺส เทติ, วิพฺภมติ วา, สิกฺขํ วา ปจฺจกฺขาติ, กาลํ วา กโรติ, ลิงฺคํ วาสฺส ปริวตฺตติ, ปจฺจุทฺธรติ วา, ปตฺเต วา ฉิทฺทํ โหติ, อธิฏฺฐานํ วิชหติ. วุตฺตญฺเจตํ –
‘‘ทินฺนวิพฺภนฺตปจฺจกฺขา, กาลกิริยากเตน จ;
ลิงฺคปจฺจุทฺธรา เจว, ฉิทฺเทน ภวติ สตฺตม’’นฺติ. (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๐๘) –
โจรคหณวิสฺสาสคฺคาเหหิปิ วิชหติเยว. กิตฺตเกน ฉิทฺเทน อธิฏฺฐานํ ภิชฺชติ? เยน กงฺคุสิตฺถํ นิกฺขมติ เจว ปวิสติ จ. อิทญฺหิ สตฺตนฺนํ ธญฺญานํ ลามกธญฺญสิตฺถํ. ตสฺมึ ฉิทฺเท อยจุณฺเณน วา อาณิยา วา ปฏิปากติเก กเต ทสาหพฺภนฺตเร ปุน อธิฏฺฐาตพฺโพ. อยํ ตาเวตฺถ อธิฏฺฐาเน วินิจฺฉโย.
๔๙. วิกปฺปเน ปน เทฺว วิกปฺปนา สมฺมุขาวิกปฺปนา เจว ปรมฺมุขาวิกปฺปนา จ. กถํ สมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? ปตฺตานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วตฺตพฺพํ, อยเมกา สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริภุญฺชิตุํ ปน วิสฺสชฺเชตุํ วา อธิฏฺฐาตุํ วา น วฏฺฏติ. ‘‘มยฺหํ สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ เอวํ ปน วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
อปโร นโย – ตเถว ปตฺตานํ เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ตสฺเสว ภิกฺขุโน สนฺติเก ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ อญฺญตรสฺส อตฺตนา อภิรุจิตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน วิกปฺเปมี’’ติ วา ‘‘ติสฺสาย ภิกฺขุนิยา, สิกฺขมานาย, สามเณรสฺส, ติสฺสาย สามเณริยา วิกปฺเปมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ อปราปิ สมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ. ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน สนฺตกํ…เป… ติสฺสาย สามเณริยา สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหีติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ.
กถํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา โหติ? ปตฺตานํ ตเถว เอกพหุภาวํ สนฺนิหิตาสนฺนิหิตภาวญฺจ ญตฺวา ‘‘อิมํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘อิเม ปตฺเต’’ติ วา ‘‘เอตํ ปตฺต’’นฺติ วา ‘‘เอเต ปตฺเต’’ติ วา วตฺวา ‘‘ตุยฺหํ วิกปฺปนตฺถาย ทมฺมี’’ติ วตฺตพฺพํ. เตน วตฺตพฺโพ ‘‘โก เต มิตฺโต วา สนฺทิฏฺโฐ วา’’ติ. ตโต อิตเรน ปุริมนเยน ‘‘ติสฺโส ภิกฺขู’’ติ วา…เป… ‘‘ติสฺสา สามเณรี’’ติ วา วตฺตพฺพํ. ปุน เตน ภิกฺขุนา ‘‘อหํ ติสฺสสฺส ภิกฺขุโน ทมฺมี’’ติ วา…เป… ‘‘ติสฺสาย สามเณริยา ทมฺมี’’ติ วา วตฺตพฺพํ, อยํ ปรมฺมุขาวิกปฺปนา. เอตฺตาวตา นิเธตุํ วฏฺฏติ, ปริโภคาทีสุ ปน เอกมฺปิ น วฏฺฏติ. เตน ปน ภิกฺขุนา ทุติยสมฺมุขาวิกปฺปนายํ วุตฺตนเยเนว ‘‘อิตฺถนฺนามสฺส สนฺตกํ ปริภุญฺช วา วิสฺสชฺเชหิ วา ยถาปจฺจยํ วา กโรหี’’ติ วุตฺเต ปจฺจุทฺธาโร นาม โหติ, ตโต ปภุติ ปริโภคาทโยปิ วฏฺฏนฺติ. อยํ วิกปฺปเน นโย.
๕๐. เอวํ อธิฏฺฐหิตฺวา วิกปฺเปตฺวา จ ปริภุญฺชนฺเตน ปตฺเต ภินฺเน กึ กาตพฺพนฺติ? ยสฺส ปตฺเต ราชิมุขวฏฺฏิโต เหฏฺฐา ทฺวงฺคุลปฺปมาณา น โหติ เตน น กิญฺจิ กาตพฺพํ. ยสฺส (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๖๑๒-๓) ปน ตาทิสา เอกาปิ ราชิ โหติ, เตน ตสฺสา ราชิยา เหฏฺฐิมปริยนฺเต ปตฺตเวธเกน วิชฺฌิตฺวา ปจิตฺวา สุตฺตรชฺชุกมกจิรชฺชุกาทีหิ วา ติปุสุตฺตเกน วา พนฺธิตฺวา ตํ พนฺธนํ อามิสสฺส อลคฺคนตฺถํ ติปุปฏฺเฏน วา เกนจิ วา พทฺธสิเลเสน ปฏิจฺฉาเทตพฺพํ. โส จ ปตฺโต อธิฏฺฐหิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺโพ. สุขุมํ วา ฉิทฺทํ กตฺวา พนฺธิตพฺโพ. สุทฺเธหิ ปน มธุกสิตฺถกลาขาสชฺชุรสาทีหิ พนฺธิตุํ น วฏฺฏติ, ผาณิตํ ฌาเปตฺวา ปาสาณจุณฺเณน พนฺธิตุํ วฏฺฏติ. มุขวฏฺฏิสมีเป ปน ปตฺตเวธเกน วิชฺฌิยมาโน กปาลสฺส พหลตฺตา ภิชฺชติ, ตสฺมา เหฏฺฐา วิชฺฌิตพฺโพ. ยสฺส ปน เทฺว ราชิโย, เอกาเยว วา จตุรงฺคุลา, ตสฺส เทฺว พนฺธนานิ ทาตพฺพานิ. ยสฺส ติสฺโส, เอกาเยว วา ฉฬงฺคุลา, ตสฺส ตีณิ. ยสฺส จตสฺโส, เอกาเยว วา อฏฺฐงฺคุลา, ตสฺส จตฺตาริ. ยสฺส ปญฺจ, เอกาเยว วา ทสงฺคุลา, โส พทฺโธปิ อพทฺโธปิ อปตฺโตเยว, อญฺโญ วิญฺญาเปตพฺโพ. เอส ตาว มตฺติกาปตฺเต วินิจฺฉโย.
อโยปตฺเต ปน สเจปิ ปญฺจ วา อติเรกานิ วา ฉิทฺทานิ โหนฺติ, ตานิ จ อยจุณฺเณน วา อาณิยา วา โลหมณฺฑลเกน วา พทฺธานิ มฏฺฐานิ โหนฺติ, เสฺวว ปตฺโต ปริภุญฺชิตพฺโพ, อญฺโญ น วิญฺญาเปตพฺโพ. อถ ปน เอกมฺปิ ฉิทฺทํ มหนฺตํ โหติ, โลหมณฺฑลเกน พทฺธมฺปิ มฏฺฐํ น โหติ, ปตฺเต อามิสํ ลคฺคติ, อกปฺปิโย โหติ, อยํ อปตฺโต, อญฺโญ วิญฺญาเปตพฺโพ. วิญฺญาเปนฺเตน จ สงฺฆวเสน ปวาริตฏฺฐาเน ปญฺจพนฺธเนเนว ปตฺเตน อญฺญํ ปตฺตํ วิญฺญาเปตุํ วฏฺฏติ, ปุคฺคลวเสน ปน ปวาริตฏฺฐาเน อูนปญฺจพนฺธเนนาปิ วฏฺฏติ. ปตฺตํ ลภิตฺวา ปริภุญฺชนฺเตน จ ยาคุรนฺธนรชนปจนาทินา อปริโภเคน น ปริภุญฺชิตพฺโพ, อนฺตรามคฺเค ปน พฺยาธิมฺหิ อุปฺปนฺเน อญฺญสฺมึ ภาชเน อสติ มตฺติกาย ลิมฺเปตฺวา ยาคุํ วา ปจิตุํ อุทกํ วา ตาเปตุํ วฏฺฏติ. มญฺจปีฐฉตฺตนาคทนฺตกาทิเก อเทเสปิ น นิกฺขิปิตพฺโพ. ปตฺตสฺส หิ นิกฺขิปนเทโส ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปตฺตาธารก’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๒๕๔) นเยน ขนฺธเก วุตฺโตเยว.
อิติ ปาฬิมุตฺตกวินยวินิจฺฉยสงฺคเห
อธิฏฺฐานวิกปฺปนวินิจฺฉยกถา สมตฺตา.