๓๔. ปกิณฺณกวินิจฺฉยกถา
๑. อิทานิ ปกิณฺณกกถา จ เวทิตพฺพา. ‘‘คณโภชเน อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๑๗) วุตฺตํ คณโภชนํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๑๗-๒๑๘) ทฺวีหิ อากาเรหิ ปสวติ วิญฺญตฺติโต วา นิมนฺตนโต วา. กถํ วิญฺญตฺติโต ปสวติ? จตฺตาโร ภิกฺขู เอกโต ฐิตา วา นิสินฺนา วา อุปาสกํ ทิสฺวา ‘‘อมฺหากํ จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทหี’’ติ วา วิญฺญาเปยฺยุํ, ปาเฏกฺกํ วา ปสฺสิตฺวา ‘‘มยฺหํ เทหิ, มยฺหํ เทหี’’ติ เอวํ เอกโต วา นานาโต วา วิญฺญาเปตฺวา เอกโต วา คจฺฉนฺตุ นานาโต วา, ภตฺตํ คเหตฺวาปิ เอกโต วา ภุญฺชนฺตุ นานาโต วา. สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. ปฏิคฺคหณเมว เหตฺถ ปมาณํ. เอวํ วิญฺญตฺติโต ปสวติ.
กถํ นิมนฺตนโต ปสวติ? จตฺตาโร ภิกฺขู อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘ตุเมฺห, ภนฺเต, โอทเนน นิมนฺเตมิ, โอทนํ เม คณฺหถ อากงฺขถ โอโลเกถ อธิวาเสถ ปฏิมาเนถา’’ติ เอวํ เยน เกนจิ เววจเนน วา ภาสนฺตเรน วา ปญฺจนฺนํ โภชนานํ นามํ คเหตฺวา นิมนฺเตติ. เอวํ เอกโต นิมนฺติตา ปริจฺฉินฺนกาลวเสน อชฺชตนาย วา สฺวาตนาย วา เอกโต คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, เอกโต ภุญฺชนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานาโต วา คจฺฉนฺติ, เอกโต คณฺหนฺติ, เอกโต วา นานาโต วา ภุญฺชนฺติ, อาปตฺติเยว. เอกโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานาโต วา คจฺฉนฺติ, นานาโต คณฺหนฺติ, เอกโต วา นานาโต วา ภุญฺชนฺติ, อนาปตฺติ. จตฺตาริ ปริเวณานิ วา วิหาเร วา คนฺตฺวา นานาโต นิมนฺติตา, เอกฏฺฐาเน ฐิเตสุเยว วา เอโก ปุตฺเตน เอโก ปิตราติ เอวมฺปิ นานาโต นิมนฺติตา เอกโต วา นานาโต วา คจฺฉนฺตุ, เอกโต วา นานาโต วา ภุญฺชนฺตุ, สเจ เอกโต คณฺหนฺติ, คณโภชนํ โหติ, สพฺเพสํ อาปตฺติ. เอวํ ตาว นิมนฺตนโต ปสวติ.
ตสฺมา สเจ โกจิ สงฺฆภตฺตํ กตฺตุกาเมน นิมนฺตนตฺถาย เปสิโต วิหารํ อาคมฺม ‘‘ภนฺเต, เสฺว อมฺหากํ ฆเร ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ อวตฺวา ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วา ‘‘สงฺโฆ ภตฺตํ คณฺหตู’’ติ วา วทติ, ภตฺตุทฺเทสเกน ปณฺฑิเตน ภวิตพฺพํ. นิมนฺตนิกา คณโภชนโต, ปิณฺฑปาติกา จ ธุตงฺคเภทโต โมเจตพฺพา. กถํ? เอวํ ตาว วตฺตพฺพํ ‘‘เสฺว น สกฺกา อุปาสกา’’ติ. ปุนทิวเส, ภนฺเตติ. ปุนทิวเสปิ น สกฺกาติ. เอวํ ยาว อฑฺฒมาสมฺปิ หริตฺวา ปุน วตฺตพฺโพ ‘‘กึ ตฺวํ อวจา’’ติ. สเจ ปุนปิ ‘‘สงฺฆภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ตโต ‘‘อิมํ ตาว อุปาสก ปุปฺผํ กปฺปิยํ กโรหิ, อิมํ ติณ’’นฺติ เอวํ วิกฺเขปํ กตฺวา ปุน ‘‘ตฺวํ กึ กถยิตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตพฺโพ. สเจ ปุนปิ ตเถว วทติ, ‘‘อาวุโส, ตฺวํ ปิณฺฑปาติเก วา มหลฺลกตฺเถเร วา น ลจฺฉสิ, สามเณเร ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, อสุกสฺมึ อสุกสฺมิญฺจ คาเม ภทนฺเต โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ จ วุตฺเต เต นิมนฺติตุํ ชานนฺติ, ตฺวํ น ชานาสีติ. เต กถํ นิมนฺเตสุํ, ภนฺเตติ? เต เอวมาหํสุ ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. สเจ โสปิ ตเถว วทติ, วฏฺฏติ.
อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ‘‘น ทานิ ตฺวํ, อาวุโส, พหู ภิกฺขู ลจฺฉสิ, ตโย เอว, อาวุโส, ลจฺฉสี’’ติ วตฺตพฺโพ. ‘‘นนุ, ภนฺเต, อมุกสฺมิญฺจ อมุกสฺมิญฺจ คาเม สกลํ ภิกฺขุสงฺฆํ โภเชสุํ, อหํ กสฺมา น ลภามี’’ติ. ‘‘ตฺวํ นิมนฺติตุํ น ชานาสี’’ติ. เต กถํ นิมนฺเตสุํ, ภนฺเตติ? เต เอวมาหํสุ ‘‘อมฺหากํ, ภนฺเต, ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ. สเจ โสปิ ตเถว ‘‘ภิกฺขํ คณฺหถา’’ติ วทติ, วฏฺฏติ. อถ ปุนปิ ‘‘ภตฺตเมวา’’ติ วทติ, ตโต วตฺตพฺโพ – ‘‘คจฺฉ ตฺวํ, นตฺถมฺหากํ ตว ภตฺเตนตฺโถ, นิพทฺธโคจโร เอส อมฺหากํ, มยเมตฺถ ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ตํ ‘‘จรถ, ภนฺเต’’ติ วตฺวา อาคตํ ปุจฺฉนฺติ ‘‘กึ โภ ลทฺธา ภิกฺขู’’ติ? กึ เอเตน, พหุ เอตฺถ วตฺตพฺพํ, เถรา ‘‘เสฺว ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ อาหํสุ, มา ทานิ ตุเมฺห ปมชฺชิตฺถาติ. ทุติยทิวเส เจติยวตฺตํ กตฺวา ฐิตภิกฺขู สงฺฆตฺเถเรน วตฺตพฺพา ‘‘อาวุโส, ธุรคาเม สงฺฆภตฺตํ, อปณฺฑิตมนุสฺโส ปน อคมาสิ, คจฺฉาม, ธุรคาเม ปิณฺฑาย จริสฺสามา’’ติ. ภิกฺขูหิ เถรสฺส วจนํ กาตพฺพํ, น ทุพฺพเจหิ ภวิตพฺพํ, คามทฺวาเร อฏฺฐตฺวาว ปิณฺฑาย จริตพฺพํ, เตสุ ปตฺตานิ คเหตฺวา นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺเตสุ ภุญฺชิตพฺพํ.
สเจ อาสนสาลาย ภตฺตํ ฐเปตฺวา รถิกาสุ อาหิณฺฑนฺตา อาโรเจนฺติ ‘‘อาสนสาลายํ, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ, น วฏฺฏติ. อถ ปน ‘‘ภตฺตํ อาทาย ตตฺถ ตตฺถ คนฺตฺวา ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ปฏิกจฺเจว วา วิหารํ อติหริตฺวา ปติรูเป ฐาเน ฐเปตฺวา อาคตาคตานํ เทนฺติ, อยํ อภิหฏภิกฺขา นาม วฏฺฏติ. สเจ ปน ภตฺตสาลาย ทานํ สชฺเชตฺวา ตํ ตํ ปริเวณํ ปหิณนฺติ ‘‘ภตฺตสาลาย ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ, วฏฺฏติ. เย ปน มนุสฺสา ปิณฺฑจาริเก ภิกฺขู ทิสฺวา อาสนสาลํ สมฺมชฺชิตฺวา ตตฺถ นิสีทาเปตฺวา โภเชนฺติ, น เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา. เย ปน คาเม ภิกฺขํ อลภิตฺวา คามโต นิกฺขมนฺเต ภิกฺขู ทิสฺวา ‘‘ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, เต ปฏิกฺขิปิตพฺพา, น นิวตฺติตพฺพํ. สเจ ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, ‘‘นิวตฺตถา’’ติ วุตฺตปเท นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ, ภนฺเต, ฆเร ภตฺตํ กตํ, คาเม ภตฺตํ กต’’นฺติ วทนฺติ, เคเห จ คาเม จ ภตฺตํ นาม ยสฺส กสฺสจิ โหติ, นิวตฺติตุํ วฏฺฏติ. ‘‘นิวตฺตถ ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ สมฺพนฺธํ กตฺวา วทนฺติ, นิวตฺติตุํ น วฏฺฏติ. อาสนสาลาโต ปิณฺฑาย จริตุํ นิกฺขมนฺเต ทิสฺวา ‘‘นิสีทถ, ภนฺเต, ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วุตฺเตปิ เอเสว นโย.
‘‘อญฺญตฺร สมยา’’ติ วจนโต คิลานสมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย อทฺธานคมนสมโย นาวาภิรุหนสมโย มหาสมโย สมณภตฺตสมโยติ เอเตสุ สตฺตสุ สมเยสุ อญฺญตรสฺมึ อนาปตฺติ. ตสฺมา ยถา มหาจมฺมสฺส ปรโต มํสํ ทิสฺสติ, เอวํ อนฺตมโส ปาทาปิ ผาลิตา โหนฺติ, วาลิกาย วา สกฺขราย วา ปหฏมตฺเต ทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺติ, น สกฺกา จ โหติ อนฺโตคาเม ปิณฺฑาย จริตุํ, อีทิเส เคลญฺเญ คิลานสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ, น เลสกปฺปิยํ กาตพฺพํ.
จีวรทานสมโย นาม อนตฺถเต กถิเน วสฺสานสฺส ปจฺฉิโม มาโส, อตฺถเต กถิเน ปญฺจมาสา. เอตฺถนฺตเร ‘‘จีวรทานสมโย’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ. จีวเร กริยมาเน จีวรการสมโยติ ภุญฺชิตพฺพํ. ยทา หิ สาฏกญฺจ สุตฺตญฺจ ลภิตฺวา จีวรํ กโรนฺติ, อยํ จีวรการสมโย นาม, วิสุํ จีวรการสมโย นาม นตฺถิ, ตสฺมา โย ตตฺถ จีวเร กตฺตพฺพํ ยํ กิญฺจิ กมฺมํ กโรติ, มหาปจฺจริยญฺหิ ‘‘อนฺตมโส สูจิเวธโก’’ติปิ วุตฺตํ. เตน ‘‘จีวรการสมโย’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ. กุรุนฺทิยํ ปน วิตฺถาเรเนว วุตฺตํ ‘‘โย จีวรํ วิจาเรติ ฉินฺทติ, โมฆสุตฺตกํ ฐเปติ, อาคนฺตุกปตฺตํ ฐเปติ, ปจฺจาคตํ สิพฺเพติ, อาคนฺตุกปตฺตํ พนฺธติ, อนุวาตํ ฉินฺทติ ฆเฏติ อาโรเปติ, ตตฺถ ปจฺจาคตํ สิพฺเพติ, สุตฺตํ กโรติ วเลติ, ปิปฺผลิกํ นิเสติ, ปริวตฺตนํ กโรติ, สพฺโพปิ จีวรํ กโรติเยวาติ วุจฺจติ. โย ปน สมีเป นิสินฺโน ชาตกํ วา ธมฺมปทํ วา กเถติ, อยํ น จีวรการโก, เอตํ ฐเปตฺวา เสสานํ คณโภชเน อนาปตฺตี’’ติ.
อทฺธานคมนสมเย อนฺตมโส อฑฺฒโยชนํ คนฺตุกาเมนปิ ‘‘อฑฺฒโยชนํ คจฺฉิสฺสามี’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ, คจฺฉนฺเตน ภุญฺชิตพฺพํ, คเตน เอกทิวสํ ภุญฺชิตพฺพํ.
นาวาภิรุหนสมเย ‘‘นาวํ อภิรุหิสฺสามี’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ, อารุเฬฺหน อิจฺฉิตฏฺฐานํ คนฺตฺวาปิ ยาว น โอโรหติ, ตาว ภุญฺชิตพฺพํ, โอรุเฬฺหน เอกทิวสํ ภุญฺชิตพฺพํ.
มหาสมโย นาม ยตฺถ เทฺว ตโย ภิกฺขู ปิณฺฑาย จริตฺวา ยาเปนฺติ, อนฺตมโส จตุตฺเถปิ อาคเต น ยาเปนฺติ, อยํ มหาสมโย. ยตฺถ ปน สตํ วา สหสฺสํ วา สนฺนิปตนฺติ, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, ตสฺมา ตาทิเส กาเล ‘‘มหาสมโย’’ติ อธิฏฺฐหิตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ.
สมณภตฺตสมโย นาม โย โกจิ ปริพฺพาชกสมาปนฺโน ภตฺตํ กโรติ, อยํ สมณภตฺตสมโยว. ตสฺมา สหธมฺมิเกสุ วา ติตฺถิเยสุ วา อญฺญตเรน เยน เกนจิ กเต ภตฺเต ‘‘สมณภตฺตสมโย’’ติ ภุญฺชิตพฺพํ. ‘‘อนาปตฺติ สมเย, เทฺว ตโย เอกโต ภุญฺชนฺติ, ปิณฺฑาย จริตฺวา เอกโต สนฺนิปติตฺวา ภุญฺชนฺติ, นิจฺจภตฺตํ, สลากภตฺตํ, ปกฺขิกํ, อุโปสถิกํ, ปาฏิปทิกํ, ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺตี’’ติ (ปาจิ. ๒๒๐) วจนโต เยปิ อกปฺปิยนิมนฺตนํ สาทิยิตฺวา เทฺว วา ตโย วา เอกโต คเหตฺวา ภุญฺชนฺติ, เตสมฺปิ อนาปตฺติ.
ตตฺถ อนิมนฺติตจตุตฺถํ ปิณฺฑปาติกจตุตฺถํ อนุปสมฺปนฺนจตุตฺถํ ปตฺตจตุตฺถํ คิลานจตุตฺถนฺติ ปญฺจนฺนํ จตุตฺถานํ วเสน วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ. กถํ? อิเธกจฺโจ จตฺตาโร ภิกฺขู ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติ นิมนฺเตติ. เตสุ ตโย คตา, เอโก น คโต. อุปาสโก ‘‘เอโก, ภนฺเต, เถโร กุหิ’’นฺติ ปุจฺฉติ. นาคโต อุปาสกาติ. โส อญฺญํ ตํขณปฺปตฺตํ กญฺจิ ‘‘เอหิ, ภนฺเต’’ติ ฆรํ ปเวเสตฺวา จตุนฺนมฺปิ ภตฺตํ เทติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. กสฺมา? คณปูรกสฺส อนิมนฺติตตฺตา. ตโย เอว หิ ตตฺถ นิมนฺติตา คณฺหึสุ, เตหิ คโณ น ปูรติ, คณปูรโก จ อนิมนฺติโต, เตน คโณ ภิชฺชตีติ. เอตํ อนิมนฺติตจตุตฺถํ.
ปิณฺฑปาติกจตุตฺเถ นิมนฺตนกาเล เอโก ปิณฺฑปาติโก โหติ, โส นาธิวาเสติ, คมนเวลายํ ปน ‘‘เอหิ ภนฺเต’’ติ วุตฺเต อนธิวาสิตตฺตา อนาคจฺฉนฺตมฺปิ ‘‘เอถ ภิกฺขํ ลจฺฉถา’’ติ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, โส ตํ คณํ ภินฺทติ, ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
อนุปสมฺปนฺนจตุตฺเถ สามเณเรน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, โสปิ คณํ ภินฺทติ.
ปตฺตจตุตฺเถ เอโก สยํ อาคนฺตฺวา ปตฺตํ เปเสติ, เอวมฺปิ คโณ ภิชฺชติ, ตสฺมา สพฺเพสํ อนาปตฺติ.
คิลานจตุตฺเถ คิลาเนน สทฺธึ นิมนฺติตา โหนฺติ, ตตฺถ คิลานสฺเสว อนาปตฺติ, อิตเรสํ ปน คณปูรโก โหติ. น หิ คิลาเนน คโณ ภิชฺชติ, ตสฺมา เตสํ อาปตฺติ. มหาปจฺจริยํ ปน อวิเสเสน วุตฺตํ ‘‘สมยลทฺธโก สยเมว มุจฺจติ, เสสานํ คณปูรกตฺตา อาปตฺติกโร โหตี’’ติ. ตสฺมา จีวรทานสมยลทฺธกาทีนมฺปิ วเสน จตุกฺกานิ เวทิตพฺพานิ.
สเจ ปน อธิวาเสตฺวา คเตสุปิ จตูสุ ชเนสุ เอโก ปณฺฑิโต ภิกฺขุ ‘‘อหํ ตุมฺหากํ คณํ ภินฺทิสฺสามิ, นิมนฺตนํ สาทิยถา’’ติ วตฺวา ยาคุขชฺชกาวสาเน ภตฺตตฺถาย ปตฺตํ คณฺหนฺตานํ อทตฺวา ‘‘อิเม ตาว ภิกฺขู โภเชตฺวา วิสฺสชฺเชถ, อหํ ปจฺฉา อนุโมทนํ กตฺวา คมิสฺสามี’’ติ นิสินฺโน, เตสุ ภุตฺวา คเตสุ ‘‘เทถ, ภนฺเต, ปตฺต’’นฺติ อุปาสเกน ปตฺตํ คเหตฺวา ภตฺเต ทินฺเน ภุญฺชิตฺวา อนุโมทนํ กตฺวา คจฺฉติ, สพฺเพสํ อนาปตฺติ. ปญฺจนฺนญฺหิ โภชนานํเยว วเสน คณโภชเน วิสงฺเกตํ นตฺถิ, โอทเนน นิมนฺเตตฺวา กุมฺมาสํ คณฺหนฺตาปิ อาปชฺชนฺติ, ตานิ จ เตหิ เอกโต น คหิตานิ, ยาคุอาทีหิ ปน วิสงฺเกตํ โหติ, ตานิ เตหิ เอกโต คหิตานีติ เอวํ เอโก ปณฺฑิโต อญฺเญสมฺปิ อนาปตฺตึ กโรติ. นิจฺจภตฺตนฺติ ธุวภตฺตํ วุจฺจติ, ‘‘นิจฺจภตฺตํ คณฺหถา’’ติ วทนฺติ, พหูนํ เอกโต คเหตุํ วฏฺฏติ. สลากภตฺตาทีสุปิ เอเสว นโย.
๒. ‘‘ปรมฺปรโภชเน อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติย’’นฺติ (ปาจิ. ๒๒๒-๒๒๓, ๒๒๕) วุตฺตํ ปรมฺปรโภชนํ ปน นิมนฺตนโตเยว ปสวติ. โย หิ ‘‘ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน โภชเนน ภตฺตํ คณฺหถา’’ติอาทินา นิมนฺติโต ตํ ฐเปตฺวา อญฺญํ ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตรโภชนํ ภุญฺชติ, ตสฺเสตํ โภชนํ ‘‘ปรมฺปรโภชน’’นฺติ วุจฺจติ. เอวํ ภุญฺชนฺตสฺส ฐเปตฺวา คิลานสมยํ จีวรทานสมยํ จีวรการสมยญฺจ อญฺญสฺมึ สมเย ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ, ตสฺมา นิมนฺตนปฏิปาฏิยาว ภุญฺชิตพฺพํ, น อุปฺปฏิปาฏิยา.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิกปฺเปตฺวา ปรมฺปรโภชนํ ภุญฺชิตุ’’นฺติ (ปาจิ. ๒๒๖) วจนโต ปฐมนิมนฺตนํ อญฺญสฺส วิกปฺเปตฺวาปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. อยํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๒๖ อาทโย) วิกปฺปนา นาม สมฺมุขาปิ ปรมฺมุขาปิ วฏฺฏติ. สมฺมุขา ทิสฺวา ‘‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ ตุยฺหํ วิกปฺเปมี’’ติ วา ‘‘ทมฺมี’’ติ วา วตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ, อทิสฺวา ปญฺจสุ สหธมฺมิเกสุ ยสฺส กสฺสจิ นามํ คเหตฺวา ‘‘มยฺหํ ภตฺตปจฺจาสํ อิตฺถนฺนามสฺส วิกปฺเปมี’’ติ วา ‘‘ทมฺมี’’ติ วา วตฺวา ภุญฺชิตพฺพํ. เทฺว ตีณิ นิมนฺตนานิ ปน เอกสฺมึ ปตฺเต ปกฺขิปิตฺวา มิสฺเสตฺวา เอกํ กตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนาปตฺติ เทฺว ตโย นิมนฺตเน เอกโต ภุญฺชตี’’ติ (ปาจิ. ๒๒๙) หิ วุตฺตํ. สเจ เทฺว ตีณิ กุลานิ นิมนฺเตตฺวา เอกสฺมึ ฐาเน นิสีทาเปตฺวา อิโต จิโต จ อาหริตฺวา ภตฺตํ อากิรนฺติ, สูปพฺยญฺชนํ อากิรนฺติ, เอกมิสฺสกํ โหติ, เอตฺถาปิ อนาปตฺติ.
สเจ ปน มูลนิมนฺตนํ เหฏฺฐา โหติ, ปจฺฉิมํ ปจฺฉิมํ อุปริ, ตํ อุปริโต ปฏฺฐาย ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ, หตฺถํ ปน อนฺโต ปเวเสตฺวา ปฐมนิมนฺตนโต เอกมฺปิ กพฬํ อุทฺธริตฺวา ภุตฺตกาลโต ปฏฺฐาย ยถา ตถา วา ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺติ. ‘‘สเจปิ ตตฺถ ขีรํ วา รสํ วา อากิรนฺติ, เยน อชฺโฌตฺถตํ ภตฺตํ เอกรสํ โหติ, โกฏิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชนฺตสฺส อนาปตฺตี’’ติ มหาปจฺจริยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ ‘‘ขีรภตฺตํ วา รสภตฺตํ วา ลภิตฺวา นิสินฺนสฺส ตตฺเถว อญฺเญปิ ขีรภตฺตํ วา รสภตฺตํ วา อากิรนฺติ, ขีรํ วา รสํ วา ปิวโต อนาปตฺติ, ภุญฺชนฺเตน ปฐมํ ลทฺธมํสขณฺฑํ วา ภตฺตปิณฺฑํ วา มุเข ปกฺขิปิตฺวา โกฏิโต ปฏฺฐาย ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สปฺปิปายาเสปิ เอเสว นโย’’ติ.
มหาอุปาสโก ภิกฺขุํ นิมนฺเตติ, ตสฺส กุลํ อุปคตสฺส อุปาสโกปิ ตสฺส ปุตฺตทารภาตุภคินิอาทโยปิ อตฺตโน อตฺตโน โกฏฺฐาสํ อาหริตฺวา ปตฺเต ปกฺขิปนฺติ, ‘‘อุปาสเกน ปฐมํ ทินฺนํ อภุญฺชิตฺวา ปจฺฉา ลทฺธํ ภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺตี’’ติ มหาอฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ ‘‘วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. มหาปจฺจริยํ ‘‘สเจ ปาเฏกฺกํ ปจนฺติ, อตฺตโน อตฺตโน ปกฺกภตฺตโต อาหริตฺวา เทนฺติ, ตตฺถ ปจฺฉา อาหฏํ ปฐมํ ภุญฺชนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. ยทิ ปน สพฺเพสํ เอโกว ปาโก โหติ, ปรมฺปรโภชนํ น โหตี’’ติ วุตฺตํ. มหาอุปาสโก นิมนฺเตตฺวา นิสีทาเปติ, อญฺโญ มนุสฺโส ปตฺตํ คณฺหาติ, น ทาตพฺพํ. กึ, ภนฺเต, น เทถาติ. นนุ อุปาสก ตยา นิมนฺติตมฺหาติ. ‘‘โหตุ, ภนฺเต, ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชถา’’ติ วทติ, ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อญฺเญน อาหริตฺวา ภตฺเต ทินฺเน อาปุจฺฉิตฺวาปิ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ.
อนุโมทนํ กตฺวา คจฺฉนฺตํ ธมฺมํ โสตุกามา ‘‘เสฺวปิ, ภนฺเต, อาคจฺเฉยฺยาถา’’ติ สพฺเพ นิมนฺเตนฺติ, ปุนทิวเส อาคนฺตฺวา ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. กสฺมา? สพฺเพหิ นิมนฺติตตฺตา. เอโกปิ ภิกฺขุ ปิณฺฑาย จรนฺโต ภตฺตํ ลภติ, ตมญฺโญ อุปาสโก นิมนฺเตตฺวา ฆเร นิสีทาเปติ, น จ ตาว ภตฺตํ สมฺปชฺชติ, สเจ โส ภิกฺขุ ปิณฺฑาย จริตฺวา ลทฺธภตฺตํ ภุญฺชติ, อาปตฺติ. อภุญฺชิตฺวา นิสินฺเน ‘‘กึ, ภนฺเต, น ภุญฺชสี’’ติ วุตฺเต ‘‘ตยา นิมนฺติตตฺตา’’ติ วตฺวา ‘‘ลทฺธํ ลทฺธํ ภุญฺชถ, ภนฺเต’’ติ วุตฺเต ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. สกเลน คาเมน เอกโต หุตฺวา นิมนฺติตสฺส ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชโต อนาปตฺติ. ปูเคปิ เอเสว นโย. ‘‘อนาปตฺติ สกเลน คาเมน นิมนฺติโต ตสฺมึ คาเม ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชติ, สกเลน ปูเคน นิมนฺติโต ตสฺมึ ปูเค ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชติ, นิมนฺติยมาโน ‘ภิกฺขํ คเหสฺสามี’ติ ภณติ, นิจฺจภตฺเต สลากภตฺเต ปกฺขิเก อุโปสถิเก ปาฏิปทิเก ปญฺจ โภชนานิ ฐเปตฺวา สพฺพตฺถ อนาปตฺตี’’ติ (ปาจิ. ๒๒๙) วุตฺตํ.
ตตฺถ นิมนฺติยมาโน ภิกฺขํ คเหสฺสามีติ ภณตีติ เอตฺถ ‘‘ภตฺตํ คณฺหา’’ติ นิมนฺติยมาโน ‘‘น มยฺหํ ตว ภตฺเตนตฺโถ, ภิกฺขํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วทติ, อนาปตฺตีติ อตฺโถ. เอตฺถ ปน มหาปทุมตฺเถโร อาห ‘‘เอวํ วทนฺโต อิมสฺมึ สิกฺขาปเท อนิมนฺตนํ กาตุํ สกฺโกติ, ภุญฺชนตฺถาย ปน โอกาโส กโต โหตีติ เนว คณโภชนโต, น จาริตฺตโต มุจฺจตี’’ติ. มหาสุมตฺเถโร อาห ‘‘ยทคฺเคน อนิมนฺตนํ กาตุํ สกฺโกติ, ตทคฺเคน เนว คณโภชนํ, น จาริตฺตํ โหตี’’ติ.
ตตฺถ จาริตฺตนฺติ –
‘‘โย ปน ภิกฺขุ นิมนฺติโต สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปุเรภตฺตํ วา ปจฺฉาภตฺตํ วา กุเลสุ จาริตฺตํ อาปชฺเชยฺย อญฺญตฺร สมยา ปาจิตฺติยํ. ตตฺถายํ สมโย จีวรทานสมโย จีวรการสมโย. อยํ ตตฺถ สมโย’’ติ (ปาจิ. ๒๙๙) –
เอวมาคตํ จาริตฺตสิกฺขาปทํ วุตฺตํ. อิมินา หิ สิกฺขาปเทน โย ปญฺจนฺนํ โภชนานํ อญฺญตเรน ‘‘ภตฺตํ คณฺหถา’’ติอาทินา อกปฺปิยนิมนฺตเนน นิมนฺติโต, เตเนว นิมนฺตนภตฺเตน สภตฺโต สมาโน สนฺตํ ภิกฺขุํ ‘‘อหํ อิตฺถนฺนามสฺส ฆรํ คจฺฉามี’’ติ วา ‘‘จาริตฺตํ อาปชฺชามี’’ติ วา อีทิเสน วจเนน อนาปุจฺฉิตฺวา เยน ภตฺเตน นิมนฺติโต, ตํ ภุตฺวา วา อภุตฺวา วา อวีติวตฺเตเยว มชฺฌนฺหิเก ยสฺมึ กุเล นิมนฺติโต, ตโต อญฺญานิ กุลานิ ปวิเสยฺย, ตสฺส วุตฺตลกฺขณํ ทุวิธมฺปิ สมยํ ฐเปตฺวา อญฺญตฺถ ปาจิตฺติยํ วุตฺตํ. ตสฺมา อกปฺปิยนิมนฺตเนน นิมนฺติยมาโน สเจ ‘‘ภิกฺขํ คณฺหิสฺสามี’’ติ วทติ, อิมินาปิ สิกฺขาปเทน อนาปตฺติ.
๓. สนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉาติ เอตฺถ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๒๙๘) ปน กิตฺตาวตา สนฺโต โหติ, กิตฺตาวตา อสนฺโต? อนฺโตวิหาเร ยตฺถ ฐิตสฺส กุลานิ ปยิรุปาสนจิตฺตํ อุปฺปนฺนํ, ตโต ปฏฺฐาย ยํ ปสฺเส วา อภิมุเข วา ปสฺสติ, ยสฺส สกฺกา โหติ ปกติวจเนน อาโรเจตุํ, อยํ สนฺโต นาม, อิโต จิโต จ ปริเยสิตฺวา อาโรจนกิจฺจํ ปน นตฺถิ. โย หิ เอวํ ปริเยสิตพฺโพ, โส อสนฺโตเยว. อปิจ อนฺโตอุปจารสีมาย ภิกฺขุํ ทิสฺวา ‘‘อาปุจฺฉิสฺสามี’’ติ คจฺฉติ. ตตฺถ ยํ ปสฺสติ, โส อาปุจฺฉิตพฺโพ. โน เจ ปสฺสติ, อสนฺตํ ภิกฺขุํ อนาปุจฺฉา ปวิฏฺโฐ นาม โหติ. วิกาลคามปฺปเวสเนปิ อยเมว นโย.
สเจ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๑๒) ปน สมฺพหุลา เกนจิ กมฺเมน คามํ ปวิสนฺติ, ‘‘วิกาเล คามปฺปเวสนํ อาปุจฺฉามี’’ติ สพฺเพหิ อญฺญมญฺญํ อาปุจฺฉิตพฺพํ. ตสฺมึ คาเม ตํ กมฺมํ น สมฺปชฺชตีติ อญฺญํ คามํ คจฺฉนฺติ, คามสตมฺปิ โหตุ, ปุน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ. สเจ ปน อุสฺสาหํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตฺวา วิหารํ คจฺฉนฺตา อนฺตรา อญฺญํ คามํ ปวิสิตุกามา โหนฺติ, ปุน อาปุจฺฉิตพฺพเมว. กุลฆเร วา อาสนสาลาย วา ภตฺตกิจฺจํ กตฺวา เตลภิกฺขาย วา สปฺปิภิกฺขาย วา จริตุกาโม โหติ, สเจ ปสฺเส ภิกฺขุ อตฺถิ, อาปุจฺฉิตฺวา คนฺตพฺพํ. อสนฺเต ภิกฺขุมฺหิ ‘‘นตฺถี’’ติ คนฺตพฺพํ, วีถึ โอตริตฺวา ภิกฺขุํ ปสฺสติ, อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ, อนาปุจฺฉิตฺวาปิ จริตพฺพเมว. คามมชฺเฌน มคฺโค โหติ, เตน คจฺฉนฺตสฺส ‘‘เตลาทิภิกฺขาย จริสฺสามี’’ติ จิตฺเต อุปฺปนฺเน สเจ ปสฺเส ภิกฺขุ อตฺถิ, อาปุจฺฉิตฺวา จริตพฺพํ. มคฺคา อโนกฺกมฺม ภิกฺขาย จรนฺตสฺส ปน อาปุจฺฉนกิจฺจํ นตฺถิ. สเจ สีโห วา พฺยคฺโฆ วา อาคจฺฉติ, เมโฆ วา อุฏฺเฐติ, อญฺโญ วา โกจิ อุปทฺทโว อุปฺปชฺชติ, เอวรูปาสุ อาปทาสุ อนาปุจฺฉาปิ พหิคามโต อนฺโตคามํ ปวิสิตุํ วฏฺฏติ.
๔. ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อภินฺเน สรีเร ปํสุกูลํ คเหตพฺพํ, โย คเณฺหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๑๓๗) วจนโต อพฺภุเณฺห อลฺลสรีเร ปํสุกูลํ น คเหตพฺพํ, คณฺหนฺโต ทุกฺกฏํ อาปชฺชติ. อุปทฺทวา จ ตสฺส โหนฺติ, ภินฺเน ปน คเหตุํ วฏฺฏติ.
กิตฺตาวตา ปน ภินฺนํ โหติ? กากกุลลโสณสิงฺคาลาทีหิ มุขตุณฺฑเกน วา ทาฐาย วา อีสกํ ผาลิตมตฺเตนปิ. ยสฺส ปน ปตโต ฆํสเนน ฉวิมตฺตํ ฉินฺนํ โหติ, จมฺมํ อจฺฉินฺนํ, เอตํ อภินฺนเมว, จมฺเม ปน ฉินฺเน ภินฺนํ. ยสฺสปิ สชีวกาเลเยว ปภินฺนา คณฺฑกุฏฺฐปีฬกา วา วโณ วา โหติ, อิทมฺปิ ภินฺนํ, ตติยทิวสโต ปภุติ อุทฺธุมาตกาทิภาเวน กุณปภาวํ อุปคตมฺปิ ภินฺนเมว. สพฺเพน สพฺพํ ปน อภินฺเนปิ สุสานโคปเกหิ วา อญฺเญหิ วา มนุสฺเสหิ คาหาเปตุํ วฏฺฏติ. โน เจ อญฺญํ ลภติ, สตฺถเกน วา เกนจิ วา วณํ กตฺวา คเหตพฺพํ. วิสภาคสรีเร ปน สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา สมณสญฺญํ อุปฺปาเทตฺวา สีเส วา หตฺถปาทปิฏฺฐิยํ วา วณํ กตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ.
๕. อจฺฉินฺนจีวรเกน ภิกฺขุนา กถํ ปฏิปชฺชิตพฺพนฺติ? ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อจฺฉินฺนจีวรสฺส วา นฏฺฐจีวรสฺส วา อญฺญาตกํ คหปตึ วา คหปตานึ วา จีวรํ วิญฺญาเปตุํ. ยํ อาวาสํ ปฐมํ อุปคจฺฉติ, สเจ ตตฺถ โหติ สงฺฆสฺส วิหารจีวรํ วา อุตฺตรตฺถรณํ วา ภูมตฺถรณํ วา ภิสิจฺฉวิ วา, ตํ คเหตฺวา ปารุปิตุํ ‘ลภิตฺวา โอทหิสฺสามี’ติ. โน เจ โหติ สงฺฆสฺส วิหารจีวรํ วา อุตฺตรตฺถรณํ วา ภูมตฺถรณํ วา ภิสิจฺฉวิ วา, ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคนฺตพฺพํ, น เตฺวว นคฺเคน อาคนฺตพฺพํ, โย อาคจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๕๑๗) วจนโต อิธ วุตฺตนเยน ปฏิปชฺชิตพฺพํ.
อยํ ปเนตฺถ อนุปุพฺพกถา (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๕๑๗). สเจ หิ โจเร ปสฺสิตฺวา ทหรา ปตฺตจีวรานิ คเหตฺวา ปลาตา, โจรา เถรานํ นิวาสนปารุปนมตฺตํเยว หริตฺวา คจฺฉนฺติ, เถเรหิ เนว ตาว จีวรํ วิญฺญาเปตพฺพํ, น สาขาปลาสํ ภญฺชิตพฺพํ. อถ ทหรา สพฺพํ ภณฺฑกํ ฉฑฺเฑตฺวา ปลาตา, โจรา เถรานญฺจ นิวาสนปารุปนํ ตญฺจ ภณฺฑกํ หริตฺวา คจฺฉนฺติ, ทหเรหิ อาคนฺตฺวา อตฺตโน นิวาสนปารุปนานิ น ตาว เถรานํ ทาตพฺพานิ. น หิ เต อนจฺฉินฺนจีวรา อตฺตโน อตฺถาย สาขาปลาสํ ภญฺชิตุํ ลภนฺติ, อจฺฉินฺนจีวรานํ ปน อตฺถาย ลภนฺติ. อจฺฉินฺนจีวราว อตฺตโนปิ ปเรสมฺปิ อตฺถาย ลภนฺติ, ตสฺมา เถเรหิ วา สาขาปลาสํ ภญฺชิตฺวา วากาทีหิ คนฺเถตฺวา ทหรานํ ทาตพฺพํ, ทหเรหิ วา เถรานํ อตฺถาย ภญฺชิตฺวา คนฺเถตฺวา เตสํ หตฺเถ ทตฺวา วา อทตฺวา วา อตฺตนา นิวาเสตฺวา อตฺตโน นิวาสนปารุปนานิ เถรานํ ทาตพฺพานิ, เนว ภูตคามปาตพฺยตาย ปาจิตฺติยํ โหติ, น เตสํ ธารเณ ทุกฺกฏํ.
สเจ อนฺตรามคฺเค รชกตฺถรณํ วา โหติ, อญฺเญ วา ตาทิเส มนุสฺเส ปสฺสนฺติ, จีวรํ วิญฺญาเปตพฺพํ. ยานิ จ เนสํ เต วา วิญฺญตฺตมนุสฺสา อญฺเญ วา สาขาปลาสนิวาสเน ภิกฺขู ทิสฺวา อุสฺสาหชาตา วตฺถานิ เทนฺติ, ตานิ สทสานิ วา โหนฺตุ อทสานิ วา นีลาทินานาวณฺณานิ วา, กปฺปิยานิปิ อกปฺปิยานิปิ สพฺพานิปิ อจฺฉินฺนจีวรฏฺฐาเน ฐิตตฺตา เตสํ นิวาเสตุญฺจ ปารุปิตุญฺจ วฏฺฏนฺติ.
วุตฺตมฺปิเหตํ ปริวาเร –
‘‘อกปฺปกตํ นาปิ รชนาย รตฺตํ,
เตน นิวตฺโถ เยนกามํ วเชยฺย;
น จสฺส โหติ อาปตฺติ,
โส จ ธมฺโม สุคเตน เทสิโต;
ปญฺหาเมสา กุสเลหิ จินฺติตา’’ติ. (ปริ. ๔๘๑);
อยญฺหิ ปโญฺห อจฺฉินฺนจีวรกภิกฺขุํ สนฺธาย วุตฺโต. อถ ปน ติตฺถิเยหิ สมาคจฺฉนฺติ, เต จ เนสํ กุสจีรวากจีรผลกจีรานิ เทนฺติ, ตานิปิ ลทฺธึ อคฺคเหตฺวา นิวาเสตุํ วฏฺฏนฺติ, นิวาเสตฺวาปิ ลทฺธิ น คเหตพฺพา.
ยํ อาวาสํ ปฐมํ อุปคจฺฉนฺติ, ตตฺถ วิหารจีวราทีสุ ยํ อตฺถิ, ตํ อนาปุจฺฉาปิ คเหตฺวา นิวาเสตุํ วา ปารุปิตุํ วา ลภติ. ตญฺจ โข ‘‘ลภิตฺวา โอทหิสฺสามิ, ปุน ฐเปสฺสามี’’ติ อธิปฺปาเยน, น มูลจฺเฉชฺชาย. ลภิตฺวา จ ปน ญาติโต วา อุปฏฺฐากโต วา อญฺญโต วา กุโตจิ ปากติกเมว กาตพฺพํ. วิเทสคเตน ปน เอกสฺมึ สงฺฆิเก อาวาเส สงฺฆิกปริโภเคน ภุญฺชนตฺถาย ฐเปตพฺพํ. สจสฺส ปริโภเคเนว ตํ ชีรติ วา นสฺสติ วา, คีวา น โหติ. สเจ ปน เอเตสํ วุตฺตปฺปการานํ คิหิวตฺถาทีนํ ภิสิจฺฉวิปริยนฺตานํ กิญฺจิ น ลภติ, เตน ติเณน วา ปณฺเณน วา ปฏิจฺฉาเทตฺวา อาคนฺตพฺพนฺติ.
๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, ปฏิภานจิตฺตํ การาเปตพฺพํ อิตฺถิรูปกํ ปุริสรูปกํ, โย การาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๙๙) วจนโต อิตฺถิปุริสรูปํ กาตุํ วา การาเปตุํ วา ภิกฺขุโน น วฏฺฏติ. น เกวลํ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๙) อิตฺถิปุริสรูปเมว, ติรจฺฉานรูปมฺปิ อนฺตมโส คณฺฑุปฺปาทรูปํ ภิกฺขุโน สยํ กาตุํ วา ‘‘กโรหี’’ติ วตฺตุํ วา น วฏฺฏติ, ‘‘อุปาสก ทฺวารปาลํ กโรหี’’ติ วตฺตุมฺปิ น ลภติ. ชาตกปกรณอสทิสทานาทีนิ ปน ปสาทนียานิ นิพฺพิทาปฏิสํยุตฺตานิ วา วตฺถูนิ ปเรหิ การาเปตุํ ลภติ, มาลากมฺมาทีนิ สยมฺปิ กาตุํ ลภติ.
๗. ‘‘น, ภิกฺขเว, วิปฺปกตโภชโน ภิกฺขุ วุฏฺฐาเปตพฺโพ, โย วุฏฺฐาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๑๖) วจนโต อนฺตรฆเร (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๑๖) วา วิหาเร วา อรญฺเญ วา ยตฺถ กตฺถจิ ภุญฺชมาโน ภิกฺขุ อนิฏฺฐิเต โภชเน น วุฏฺฐาเปตพฺโพ, อนฺตรฆเร ปจฺฉา อาคเตน ภิกฺขํ คเหตฺวา คนฺตพฺพํ. สเจ มนุสฺสา วา ภิกฺขู วา ‘‘ปวิสถา’’ติ วทนฺติ, ‘‘มยิ ปวิสนฺเต ภิกฺขู อุฏฺฐหิสฺสนฺตี’’ติ วตฺตพฺพํ. ‘‘เอถ, ภนฺเต, อาสนํ อตฺถี’’ติ วุตฺเต ปน ปวิสิตพฺพํ. สเจ โกจิ กิญฺจิ น วทติ, อาสนสาลํ คนฺตฺวา อติสมีปํ อคนฺตฺวา สภาคฏฺฐาเน ฐาตพฺพํ. โอกาเส กเต ‘‘ปวิสถา’’ติ วุตฺเตน ปวิสิตพฺพํ. สเจ ปน ยํ อาสนํ ตสฺส ปาปุณาติ, ตตฺถ อภุญฺชนฺโต ภิกฺขุ นิสินฺโน โหติ, ตํ อุฏฺฐาเปตุํ วฏฺฏติ. ยาคุขชฺชกาทีสุ ปน ยํ กิญฺจิ ปิวิตฺวา ขาทิตฺวา วา ยาว อญฺโญ อาคจฺฉติ, ตาว นิสินฺนํ ริตฺตหตฺถมฺปิ อุฏฺฐาเปตุํ น วฏฺฏติ. วิปฺปกตโภชโนเยว หิ โส โหติ.
สเจ ปน อาปตฺตึ อติกฺกมิตฺวาปิ วุฏฺฐาเปติเยว, ยํ โส วุฏฺฐาเปติ, อยญฺจ ภิกฺขุ ปวาริโต โหติ, เตน วตฺตพฺโพ ‘‘คจฺฉ อุทกํ อาหราหี’’ติ. วุฑฺฒตรํ ภิกฺขุํ อาณาเปตุํ อิทเมว เอกฏฺฐานํ. สเจ โส อุทกมฺปิ น อาหรติ, สาธุกํ สิตฺถานิ คิลิตฺวา วุฑฺฒสฺส อาสนํ ทาตพฺพํ. วุตฺตมฺปิ เจตํ –
‘‘สเจ วุฏฺฐาเปติ, ปวาริโต จ โหติ, ‘คจฺฉ อุทกํ อาหรา’ติ วตฺตพฺโพ. เอวญฺเจตํ ลเภถ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ ลเภถ, สาธุกํ สิตฺถานิ คิลิตฺวา วุฑฺฒสฺส อาสนํ ทาตพฺพํ. นเตฺววาหํ, ภิกฺขเว, ‘เกนจิ ปริยาเยน วุฑฺฒตรสฺส ภิกฺขุโน อาสนํ ปฏิพาหิตพฺพ’นฺติ วทามิ, โย ปฏิพาเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๑๖).
๘. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, นวเกน ภิกฺขุนา อุทฺทิสนฺเตน สมเก วา อาสเน นิสีทิตุํ อุจฺจตเร วา ธมฺมคารเวน, เถเรน ภิกฺขุนา อุทฺทิสาเปนฺเตน สมเก วา อาสเน นิสีทิตุํ นีจตเร วา ธมฺมคารเวนา’’ติ (จูฬว. ๓๒๐) วจนโต นวกตเรน ภิกฺขุนา อุทฺทิสนฺเตน อุจฺจตเรปิ อาสเน นิสีทิตุํ, วุฑฺฒตเรน ภิกฺขุนา อุทฺทิสาเปนฺเตน นีจตเรปิ อาสเน นิสีทิตุํ วฏฺฏติ.
๙. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติวสฺสนฺตเรน สห นิสีทิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) วจนโต ติวสฺสนฺตเรน ภิกฺขุนา สทฺธึ เอกาสเน นิสีทิตุํ วฏฺฏติ. ติวสฺสนฺตโร (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๐) นาม โย ทฺวีหิ วสฺเสหิ มหนฺตตโร วา ทหรตโร วา โหติ, โย ปน เอเกน วสฺเสน มหนฺตตโร วา ทหรตโร วา, โย วา สมานวสฺโส, ตตฺถ วตฺตพฺพเมว นตฺถิ, อิเม สพฺเพ เอกสฺมึ มญฺเจ วา ปีเฐ วา เทฺว เทฺว หุตฺวา นิสีทิตุํ ลภนฺติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทุวคฺคสฺส มญฺจํ ทุวคฺคสฺส ปีฐ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) หิ วุตฺตํ.
๑๐. ยํ ปน ติณฺณํ ปโหติ, ตํ สํหาริมํ วา โหตุ อสํหาริมํ วา, ตถารูเป อปิ ผลกขณฺเฑ อนุปสมฺปนฺเนนปิ สทฺธึ นิสีทิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ยํ ติณฺณํ ปโหติ, เอตฺตกํ ปจฺฉิมํ ทีฆาสน’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) หิ วุตฺตํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา ปณฺฑกํ มาตุคามํ อุภโตพฺยญฺชนกํ อสมานาสนิเกหิ สห ทีฆาสเน นิสีทิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) วจนโต ปน ทีฆาสเนปิ ปณฺฑกาทีหิ สห นิสีทิตุํ น วฏฺฏติ.
๑๑. คิลานํ อุปฏฺฐหนฺเตน ‘‘นตฺถิ โว, ภิกฺขเว, มาตา, นตฺถิ ปิตา, เย โว อุปฏฺฐเหยฺยุํ, ตุเมฺห เจ, ภิกฺขเว, อญฺญมญฺญํ น อุปฏฺฐหิสฺสถ, อถ โก จรหิ อุปฏฺฐหิสฺสติ. โย, ภิกฺขเว, มํ อุปฏฺฐเหยฺย, โส คิลานํ อุปฏฺฐเหยฺยา’’ติ (มหาว. ๓๖๕) อิมํ ภควโต อนุสาสนึ อนุสฺสรนฺเตน สกฺกจฺจํ อุปฏฺฐาตพฺโพ.
สเจ อุปชฺฌาโย โหติ, อุปชฺฌาเยน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ อาจริโย โหติ, อาจริเยน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ สทฺธิวิหาริโก โหติ, สทฺธิวิหาริเกน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ อนฺเตวาสิโก โหติ, อนฺเตวาสิเกน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ สมานุปชฺฌายโก โหติ, สมานุปชฺฌายเกน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ สมานาจริยโก โหติ, สมานาจริยเกน ยาวชีวํ อุปฏฺฐาตพฺโพ, วุฏฺฐานมสฺส อาคเมตพฺพํ. สเจ น โหติ อุปชฺฌาโย วา อาจริโย วา สทฺธิวิหาริโก วา อนฺเตวาสิโก วา สมานุปชฺฌายโก วา สมานาจริยโก วา, สงฺเฆน อุปฏฺฐาตพฺโพ. โน เจ อุปฏฺฐเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๓๖๕) –
วจนโต ยสฺส (มหาว. อฏฺฐ. ๓๖๕) เต อุปชฺฌายาทโย ตสฺมึ วิหาเร นตฺถิ, อาคนฺตุโก โหติ เอกจาริกภิกฺขุ, สงฺฆสฺส ภาโร, ตสฺมา สงฺเฆน อุปฏฺฐาตพฺโพ. โน เจ อุปฏฺฐเหยฺย, สกลสฺส สงฺฆสฺส อาปตฺติ. วารํ ฐเปตฺวา ชคฺคนฺเตสุ ปน โย อตฺตโน วาเร น ชคฺคติ, ตสฺเสว อาปตฺติ, สงฺฆตฺเถโรปิ วารโต น มุจฺจติ. สเจ สกโล สงฺโฆ เอกสฺส ภารํ กโรติ, เอโก วา วตฺตสมฺปนฺโน ภิกฺขุ ‘‘อหเมว ชคฺคิสฺสามี’’ติ ชคฺคติ, สงฺโฆ อาปตฺติโต มุจฺจติ.
คิลาเนน ปน –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต คิลาโน ทูปฏฺโฐ โหติ. อสปฺปายการี โหติ, สปฺปาเย มตฺตํ น ชานาติ, เภสชฺชํ น ปฏิเสวิตา โหติ, อตฺถกามสฺส คิลานุปฏฺฐากสฺส ยถาภูตํ อาพาธํ นาวิกตฺตา โหติ ‘อภิกฺกมนฺตํ วา อภิกฺกมตีติ, ปฏิกฺกมนฺตํ วา ปฏิกฺกมตีติ, ฐิตํ วา ฐิโต’ติ, อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อนธิวาสกชาติโก โหตี’’ติ (มหาว. ๓๖๖) –
เอวํ วุตฺตานิ ปญฺจ อยุตฺตงฺคานิ อารกา ปริวชฺเชตฺวา –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต คิลาโน สูปฏฺโฐ โหติ. สปฺปายการี โหติ, สปฺปาเย มตฺตํ ชานาติ, เภสชฺชํ ปฏิเสวิตา โหติ, อตฺถกามสฺส คิลานุปฏฺฐากสฺส ยถาภูตํ อาพาธํ อาวิกตฺตา โหติ ‘อภิกฺกมนฺตํ วา อภิกฺกมตีติ, ปฏิกฺกมนฺตํ วา ปฏิกฺกมตีติ, ฐิตํ วา ฐิโต’ติ, อุปฺปนฺนานํ สารีริกานํ เวทนานํ ทุกฺขานํ ติพฺพานํ ขรานํ กฏุกานํ อสาตานํ อมนาปานํ ปาณหรานํ อธิวาสกชาติโก โหตี’’ติ (มหาว. ๓๖๖) –
เอวํ วุตฺตปญฺจงฺคสมนฺนาคเตน ภวิตพฺพํ.
คิลานุปฏฺฐาเกน จ –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก นาลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ. น ปฏิพโล โหติ เภสชฺชํ สํวิธาตุํ, สปฺปายาสปฺปายํ น ชานาติ, อสปฺปายํ อุปนาเมติ, สปฺปายํ อปนาเมติ, อามิสนฺตโร คิลานํ อุปฏฺฐาติ, โน เมตฺตจิตฺโต, เชคุจฺฉี โหติ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา วนฺตํ วา นีหาตุํ, น ปฏิพโล โหติ คิลานํ กาเลน กาลํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตุํ สมาทเปตุํ สมุตฺเตเชตุํ สมฺปหํเสตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๖๖) –
เอวํ วุตฺตานิ ปญฺจ อยุตฺตงฺคานิ อารกา ปริวชฺเชตฺวา –
‘‘ปญฺจหิ, ภิกฺขเว, องฺเคหิ สมนฺนาคโต คิลานุปฏฺฐาโก อลํ คิลานํ อุปฏฺฐาตุํ. ปฏิพโล โหติ เภสชฺชํ สํวิธาตุํ, สปฺปายาสปฺปายํ ชานาติ, อสปฺปายํ อปนาเมติ, สปฺปายํ อุปนาเมติ, เมตฺตจิตฺโต คิลานํ อุปฏฺฐาติ, โน อามิสนฺตโร, อเชคุจฺฉี โหติ อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา เขฬํ วา วนฺตํ วา นีหาตุํ, ปฏิพโล โหติ คิลานํ กาเลน กาลํ ธมฺมิยา กถาย สนฺทสฺเสตุํ สมาทเปตุํ สมุตฺเตเชตุํ สมฺปหํเสตุ’’นฺติ (มหาว. ๓๖๖) –
เอวํ วุตฺตปญฺจงฺคสมนฺนาคเตน ภวิตพฺพํ.
๑๒. ธมฺมึ กถํ กโรนฺเตน (มหาว. อฏฺฐ. ๒.๑๘๐) จ ‘‘สีลวา หิ ตฺวํ กตกุสโล, กสฺมา มียมาโน ภายสิ, นนุ สีลวโต สคฺโค นาม มรณมตฺตปฏิพทฺโธเยวา’’ติ เอวํ คิลานสฺส ภิกฺขุโน มรณวณฺโณ น สํวณฺเณตพฺโพ. สเจ หิ ตสฺส สํวณฺณนํ สุตฺวา อาหารุปจฺเฉทาทินา อุปกฺกเมน เอกชวนวาราวเสเสปิ อายุสฺมึ อนฺตรา กาลํ กโรติ, อิมินาว มาริโต โหติ. ปณฺฑิเตน ปน ภิกฺขุนา อิมินา นเยน อนุสิฏฺฐิ ทาตพฺพา ‘‘สีลวโต นาม อนจฺฉริยา มคฺคผลุปฺปตฺติ, ตสฺมา วิหาราทีสุ อาสตฺตึ อกตฺวา พุทฺธคตํ ธมฺมคตํ สงฺฆคตํ กายคตญฺจ สตึ อุปฏฺฐเปตฺวา มนสิกาเร อปฺปมาโท กาตพฺโพ’’ติ. มรณวณฺเณปิ สํวณฺณิเต โส ตาย สํวณฺณนาย กญฺจิ อุปกฺกมํ อกตฺวา อตฺตโน ธมฺมตาย ยถายุนา ยถานุสนฺธินาว มรติ, ตปฺปจฺจยา สํวณฺณโก อาปตฺติยา น กาเรตพฺโพ.
๑๓. ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อตฺตานํ ปาเตตพฺพํ, โย ปาเตยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๑๘๓) วจนโต คิลาเนน (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๘๒-๑๘๓) ภิกฺขุนาปิ เยน เกนจิ อุปกฺกเมน อนฺตมโส อาหารุปจฺเฉทเนนปิ อตฺตา น มาเรตพฺโพ. โยปิ คิลาโน วิชฺชมาเน เภสชฺเช จ อุปฏฺฐาเกสุ จ มริตุกาโม อาหารํ อุปจฺฉินฺทติ, ทุกฺกฏเมว. ยสฺส ปน มหาอาพาโธ จิรานุพนฺโธ, ภิกฺขู อุปฏฺฐหนฺตา กิลมนฺติ ชิคุจฺฉนฺติ, ‘‘กทา นุ โข คิลานโต มุจฺจิสฺสามา’’ติ อฏฺฏียนฺติ. สเจ โส ‘‘อยํ อตฺตภาโว ปฏิชคฺคิยมาโนปิ น ติฏฺฐติ, ภิกฺขู จ กิลมนฺตี’’ติ อาหารํ อุปจฺฉินฺทติ, เภสชฺชํ น เสวติ, วฏฺฏติ. โย ปน ‘‘อยํ โรโค ขโร, อายุสงฺขารา น ติฏฺฐนฺติ, อยญฺจ เม วิเสสาธิคโม หตฺถปฺปตฺโต วิย ทิสฺสตี’’ติ อุปจฺฉินฺทติ, วฏฺฏติเยว. อคิลานสฺสปิ อุปฺปนฺนสํเวคสฺส ‘‘อาหารปริเยสนํ นาม ปปญฺโจ, กมฺมฏฺฐานเมว อนุยุญฺชิสฺสามี’’ติ กมฺมฏฺฐานสีเสน อุปจฺฉินฺทนฺตสฺส วฏฺฏติ. วิเสสาธิคมํ พฺยากริตฺวา อาหารํ อุปจฺฉินฺทติ, น วฏฺฏติ. สภาคานญฺหิ ลชฺชีภิกฺขูนํ กเถตุํ วฏฺฏติ.
๑๔. ‘‘น จ, ภิกฺขเว, อปฺปฏิเวกฺขิตฺวา อาสเน นิสีทิตพฺพํ, โย นิสีเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๑๘๐) วจนโต อาสนํ อนุปปริกฺขิตฺวา น นิสีทิตพฺพํ. กีทิสํ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๘๐) ปน อาสนํ อุปปริกฺขิตพฺพํ, กีทิสํ น อุปปริกฺขิตพฺพํ? ยํ สุทฺธํ อาสนเมว โหติ อปจฺจตฺถรณกํ, ยญฺจ อาคนฺตฺวา ฐิตานํ ปสฺสตํเยว อตฺถรียติ, ตํ น ปจฺจเวกฺขิตพฺพํ, นิสีทิตุํ วฏฺฏติ. ยมฺปิ มนุสฺสา สยํ หตฺเถน อกฺกมิตฺวา ‘‘อิธ ภนฺเต นิสีทถา’’ติ เทนฺติ, ตสฺมิมฺปิ วฏฺฏติ. สเจปิ ปฐมเมว อาคนฺตฺวาปิ นิสินฺนา ปจฺฉา อุทฺธํ วา อโธ วา สงฺกมนฺติ, ปฏิเวกฺขณกิจฺจํ นตฺถิ. ยมฺปิ ตนุเกน วตฺเถน ยถา ตลํ ทิสฺสติ, เอวํ ปฏิจฺฉนฺนํ โหติ, ตสฺมิมฺปิ ปฏิเวกฺขณกิจฺจํ นตฺถิ. ยํ ปน ปฏิกจฺเจว ปาวารโกชวาทีหิ อตฺถตํ โหติ, ตํ หตฺเถน ปรามสิตฺวา สลฺลกฺเขตฺวา นิสีทิตพฺพํ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ฆนสาฏเกนปิ อตฺถเต ยสฺมึ วลิ น ปญฺญายติ, ตํ น ปฏิเวกฺขิตพฺพ’’นฺติ วุตฺตํ.
๑๕. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทวาย สิลา ปฏิวิชฺฌิตพฺพา, โย ปฏิวิชฺเฌยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (ปารา. ๑๘๓) วจนโต หสาธิปฺปาเยน ปาสาโณ น ปวฏฺเฏตพฺโพ. น เกวลญฺจ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๘๒-๑๘๓) ปาสาโณ, อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ ทารุขณฺฑํ วา อิฏฺฐกขณฺฑํ วา หตฺเถน วา ยนฺเตน วา ปฏิวิชฺฌิตุํ น วฏฺฏติ. เจติยาทีนํ อตฺถาย ปาสาณาทโย หสนฺตา หสนฺตา ปวฏฺเฏนฺติปิ ขิปนฺติปิ อุกฺขิปนฺติปิ, ‘‘กมฺมสมโย’’ติ วฏฺฏติ, อญฺญมฺปิ อีทิสํ นวกมฺมํ วา กโรนฺตา ภณฺฑกํ วา โธวนฺตา รุกฺขํ วา โธวนทณฺฑกํ วา อุกฺขิปิตฺวา ปฏิวิชฺฌนฺติ, วฏฺฏติ, ภตฺตวิสฺสคฺคกาลาทีสุ กาเก วา โสเณ วา กฏฺฐํ วา กถลํ วา ขิปิตฺวา ปลาเปนฺติ, วฏฺฏติ.
๑๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทาโย อาลิมฺปิตพฺโพ, โย อาลิมฺเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๘๓) วจนโต วเน อคฺคิ น ทาตพฺโพ. สเจ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๙๐) ปน ‘‘เอตฺถนฺตเร โย โกจิ สตฺโต มรตู’’ติ อคฺคึ เทติ, ปาราชิกานนฺตริยถุลฺลจฺจยปาจิตฺติยวตฺถูนํ อนุรูปโต ปาราชิกาทีนิ อกุสลราสิ จ โหติ. ‘‘อลฺลติณวนปฺปตโย ฑยฺหนฺตู’’ติ อคฺคึ เทนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ, ‘‘ทพฺพูปกรณานิ วินสฺสนฺตู’’ติ อคฺคึ เทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ‘‘ขิฑฺฑาธิปฺปาเยนปิ ทุกฺกฏ’’นฺติ สงฺเขปฏฺฐกถายํ วุตฺตํ. ‘‘ยํ กิญฺจิ อลฺลสุกฺขํ สอินฺทฺริยานินฺทฺริยํ ฑยฺหตู’’ติ อคฺคึ เทนฺตสฺส วตฺถุวเสน ปาราชิกถุลฺลจฺจยปาจิตฺติยทุกฺกฏานิ เวทิตพฺพานิ.
ปฏคฺคิทานํ ปน ปริตฺตกรณญฺจ ภควตา อนุญฺญาตํ, ตสฺมา อรญฺเญ วนกมฺมิเกหิ วา ทินฺนํ สยํ วา อุฏฺฐิตํ อคฺคึ อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา ‘‘ติณกุฏิโย มา วินสฺสนฺตู’’ติ ตสฺส อคฺคิโน ปฏิอคฺคึ ทาตุํ วฏฺฏติ, เยน สทฺธึ อาคจฺฉนฺโต อคฺคิ เอกโต หุตฺวา นิรุปาทาโน นิพฺพาติ. ‘‘ปริตฺตมฺปิ กาตุํ วฏฺฏตี’’ติ ติณกุฏิกานํ สมนฺตา ภูมิตจฺฉนํ ปริขาขณนํ วา, ยถา อาคโต อคฺคิ อุปาทานํ อลภิตฺวา นิพฺพาติ, เอตญฺจ สพฺพํ อุฏฺฐิเตเยว อคฺคิสฺมึ อสติ อนุปสมฺปนฺเน สยมฺปิ กาตุํ วฏฺฏติ. อนุฏฺฐิเต ปน อนุปสมฺปนฺเนหิ กปฺปิยโวหาเรน กาเรตพฺพํ, อุทเกน ปน นิพฺพาเปนฺเตหิ อปฺปาณกเมว อุทกํ อาสิญฺจิตพฺพํ.
๑๗. อสฺสทฺเธสุ (ปารา. อฏฺฐ. ๒.๑๘๑) มิจฺฉาทิฏฺฐิกุเลสุ สกฺกจฺจํ ปณีตโภชนํ ลภิตฺวา อนุปปริกฺขิตฺวา เนว อตฺตนา ปริภุญฺชิตพฺพํ, น ปเรสํ ทาตพฺพํ. วิสมิสฺสมฺปิ หิ ตานิ กุลานิ ปิณฺฑปาตํ เทนฺติ. ยมฺปิ อาภิโทสิกํ ภตฺตํ วา ขชฺชกํ วา ตโต ลภติ, ตมฺปิ น ปริภุญฺชิตพฺพํ. อปิหิตวตฺถุมฺปิ หิ สปฺปวิจฺฉิกาทีหิ อธิสยิตํ ฉฑฺฑนียธมฺมํ ตานิ กุลานิ เทนฺติ. คนฺธหลิทฺทาทิมกฺขิโตปิ ตโต ปิณฺฑปาโต น คเหตพฺโพ. สรีเร โรคฏฺฐานานิ ปุญฺฉิตฺวา ฐปิตภตฺตมฺปิ หิ ตานิ ทาตพฺพํ มญฺญนฺตีติ.
๑๘. ‘‘อนาปตฺติ, ภิกฺขเว, โคปกสฺส ทาเน’’ติ (ปารา. ๑๕๖) วุตฺตํ. ตตฺถ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๕๖) กตรํ โคปกทานํ วฏฺฏติ, กตรํ น วฏฺฏติ? มหาสุมตฺเถโร ตาว อาห ‘‘ยํ โคปกสฺส ปริจฺฉินฺทิตฺวา ทินฺนํ โหติ ‘เอตฺตกํ ทิวเส ทิวเส คณฺหา’ติ, ตเทว วฏฺฏติ, ตโต อุตฺตริ น วฏฺฏตี’’ติ. มหาปทุมตฺเถโร ปนาห ‘‘กึ โคปกานํ ปณฺณํ อาโรเปตฺวา นิมิตฺตสญฺญํ วา กตฺวา ทินฺนํ อตฺถิ, เอเตสํ หตฺเถ วิสฺสฏฺฐกสฺส เอเต อิสฺสรา, ตสฺมา ยํ เทนฺติ, ตํ พหุกมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ. กุรุนฺทฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ ‘‘มนุสฺสานํ อารามํ วา อญฺญํ วา ผลาผลํ ทารกา รกฺขนฺติ, เตหิ ทินฺนํ วฏฺฏติ, อาหราเปตฺวา ปน น คเหตพฺพํ. สงฺฆิเก ปน เจติยสฺส สนฺตเก จ เกณิยา คเหตฺวา รกฺขนฺตสฺเสว ทานํ วฏฺฏติ, เวตเนน รกฺขนฺตสฺส อตฺตโน ภาคมตฺตํ วฏฺฏตี’’ติ. มหาปจฺจริยํ ปน ‘‘ยํ คิหีนํ อารามรกฺขกา ภิกฺขูนํ เทนฺติ, เอตมฺปิ วฏฺฏติ. ภิกฺขุสงฺฆสฺส อารามโคปกา ยํ อตฺตโน ภติยา ขณฺฑิตฺวา เทนฺติ, เอตํ วฏฺฏติ. โยปิ อุปฑฺฒารามํ วา เกจิเทว รุกฺเข วา ภตึ ลภิตฺวา รกฺขติ, ตสฺสปิ อตฺตโน สมฺปตฺตรุกฺขโตเยว ทาตุํ วฏฺฏติ, เกณิยา คเหตฺวา รกฺขนฺตสฺส ปน สพฺพมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ วุตฺตํ. เอตํ ปน สพฺพํ พฺยญฺชนโต นานํ, อตฺถโต เอกเมว, ตสฺมา อธิปฺปายํ ญตฺวา คเหตพฺพํ.
อปิเจตฺถ อยมฺปิ วินิจฺฉโย เวทิตพฺโพ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๕๖) – ยตฺถ อาวาสิกา อาคนฺตุกานํ น เทนฺติ, ผลวาเร จ สมฺปตฺเต อญฺเญสํ อภาวํ ทิสฺวา โจริกาย อตฺตนาว ขาทนฺติ, ตตฺถ อาคนฺตุเกหิ ฆณฺฏึ ปหริตฺวา ภาเชตฺวา ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ยตฺถ ปน อาวาสิกา รุกฺเข รกฺขิตฺวา ผลวาเร สมฺปตฺเต ภาเชตฺวา ขาทนฺติ, จตูสุ ปจฺจเยสุ สมฺมา อุปเนนฺติ, อนิสฺสรา ตตฺถ อาคนฺตุกา. เยปิ รุกฺขา จีวรตฺถาย นิยเมตฺวา ทินฺนา, เตสุปิ อาคนฺตุกา อนิสฺสรา. เอส นโย เสสปจฺจยตฺถาย นิยเมตฺวา ทินฺเนปิ. เย ปน ตถา อนิยเมตฺวา อาวาสิกา จ เต รกฺขิตฺวา โคเปตฺวา โจริกาย ปริภุญฺชนฺติ, น เตสุ อาวาสิกานํ กติกาย ฐาตพฺพํ. เย ผลปริโภคตฺถาย ทินฺนา, อาวาสิกา จ เน รกฺขิตฺวา โคเปตฺวา สมฺมา อุปเนนฺติ, เตสุเยว เตสํ กติกาย ฐาตพฺพํ. มหาปจฺจริยํ ปน วุตฺตํ ‘‘จตุนฺนํ ปจฺจยานํ นิยเมตฺวา ทินฺนํ เถยฺยจิตฺเตน ปริภุญฺชนฺโต ภณฺฑํ อคฺฆาเปตฺวา กาเรตพฺโพ, ปริโภควเสน ภาเชตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ภณฺฑเทยฺยํ. ยํ ปเนตฺถ เสนาสนตฺถาย นิยมิตํ, ตํ ปริโภควเสเนว ภาเชตฺวา ปริภุญฺชนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยญฺจ ภณฺฑเทยฺยญฺจา’’ติ.
โอทิสฺส จีวรตฺถาย ทินฺนํ จีวเรเยว อุปเนตพฺพํ. สเจ ทุพฺภิกฺขํ โหติ, ภิกฺขู ปิณฺฑปาเตน กิลมนฺติ, จีวรํ ปน สุลภํ, สงฺฆสุฏฺฐุตาย อปโลกนกมฺมํ กตฺวา ปิณฺฑปาเตปิ อุปเนตุํ วฏฺฏติ. เสนาสเนน คิลานปจฺจเยน วา กิลมนฺเตสุ สงฺฆสุฏฺฐุตาย อปโลกนกมฺมํ กตฺวา ตทตฺถายปิ อุปเนตุํ วฏฺฏติ. โอทิสฺส ปิณฺฑปาตตฺถาย จ คิลานปจฺจยตฺถาย จ ทินฺเนปิ เอเสว นโย. โอทิสฺส เสนาสนตฺถาย ทินฺนํ ปน ครุภณฺฑํ โหติ, ตํ รกฺขิตฺวา โคเปตฺวา ตทตฺถเมว อุปเนตพฺพํ. สเจ ปน ทุพฺภิกฺขํ โหติ, ภิกฺขู ปิณฺฑปาเตน น ยาเปนฺติ, เอตฺถ ราชโรคโจรภยาทีหิ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตานํ วิหารา ปลุชฺชนฺติ, ตาลนาฬิเกราทิเก วินาเสนฺติ, เสนาสนปจฺจยํ ปน นิสฺสาย ยาเปตุํ สกฺกา โหติ, เอวรูเป กาเล เสนาสนํ วิสฺสชฺเชตฺวาปิ เสนาสนชคฺคนตฺถาย ปริโภโค ภควตา อนุญฺญาโต. ตสฺมา เอกํ วา เทฺว วา วรเสนาสนานิ ฐเปตฺวา อิตรานิ ลามกโกฏิยา ปิณฺฑปาตตฺถาย วิสฺสชฺเชตุํ วฏฺฏนฺติ, มูลวตฺถุจฺเฉทํ ปน กตฺวา น อุปเนตพฺพํ.
โย ปน อาราโม จตุปจฺจยตฺถาย นิยเมตฺวา ทินฺโน, ตตฺถ อปโลกนกมฺมํ น กาตพฺพํ. เยน ปจฺจเยน ปน อูนํ, ตทตฺถํ อุปเนตุํ วฏฺฏติ, อาราโม ปฏิชคฺคิตพฺโพ, เวตนํ ทตฺวาปิ ชคฺคาเปตุํ วฏฺฏติ. เย ปน เวตนํ ลภิตฺวา อาราเมเยว เคหํ กตฺวา วสนฺตา รกฺขนฺติ, เต เจ อาคตานํ ภิกฺขูนํ นาฬิเกรํ วา ตาลปกฺกํ วา เทนฺติ, ยํ เตสํ สงฺเฆน อนุญฺญาตํ โหติ ‘‘ทิวเส ทิวเส เอตฺตกํ นาม ขาทถา’’ติ, ตเทว เต ทาตุํ ลภนฺติ, ตโต อุตฺตริ เตสํ เทนฺตานมฺปิ คเหตุํ น วฏฺฏนฺติ. โย ปน อารามํ เกณิยา คเหตฺวา สงฺฆสฺส จตุปจฺจยตฺถาย กปฺปิยภณฺฑเมว เทติ, อยํ พหุกมฺปิ ทาตุํ ลภติ. เจติยสฺส ปทีปตฺถาย วา ขณฺฑผุลฺลปฏิสงฺขรณตฺถาย วา ทินฺนอาราโมปิ ชคฺคิตพฺโพ, เวตนํ ทตฺวาปิ ชคฺคาเปตพฺโพ. เวตนญฺจ ปเนตฺถ เจติยสนฺตกมฺปิ สงฺฆสนฺตกมฺปิ ทาตุํ วฏฺฏติ. เอตมฺปิ อารามํ เวตเนน ตตฺเถว วสิตฺวา รกฺขนฺตานญฺจ เกณิยา คเหตฺวา กปฺปิยภณฺฑทายกานญฺจ ตตฺถชาตกผลทานํ วุตฺตนเยเนว เวทิตพฺพํ.
๑๙. ธมฺมิกรกฺขํ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๖๗๙) ยาจนฺเตน อตีตํ อนาคตํ วา อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขิตุํ น วฏฺฏติ. อตีตญฺหิ อารพฺภ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา, อนาคตํ อารพฺภปิ อตฺถิ โอทิสฺส อาจิกฺขนา, อตฺถิ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา. กถํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? ภิกฺขูนํ วิหาเร คามทารกา วา ธุตฺตาทโย วา เย เกจิ อนาจารํ อาจรนฺติ, รุกฺขํ วา ฉินฺทนฺติ, ผลาผลํ วา หรนฺติ, ปริกฺขาเร วา อจฺฉินฺทนฺติ, ภิกฺขุ โวหาริเก อุปสงฺกมิตฺวา ‘‘อมฺหากํ วิหาเร อิทํ นาม กต’’นฺติ วทติ. ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อตีตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา น วฏฺฏติ. ตญฺเจ สุตฺวา เต โวหาริกา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุสฺส คีวา โหติ, ‘‘ทณฺฑํ คณฺหิสฺสนฺตี’’ติ อธิปฺปาเยปิ สติ คีวาเยว โหติ. สเจ ปน ‘‘ตสฺส ทณฺฑํ คณฺหถา’’ติ วทติ, ปญฺจมาสกมตฺเต คหิเต ปาราชิกํ โหติ. ‘‘เกนา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อสุเกนาติ วตฺตุํ อมฺหากํ น วฏฺฏติ, ตุเมฺหเยว ชานิสฺสถ. เกวลญฺหิ มยํ รกฺขํ ยาจาม, ตํ โน เทถ, อวหฏภณฺฑญฺจ อาหราเปถา’’ติ วตฺตพฺพํ. เอวํ อโนทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สา วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเต สเจปิ เต โวหาริกา การเก คเวสิตฺวา เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพสาปเตยฺเยปิ คหิเต ภิกฺขุโน เนว คีวา, น อาปตฺติ. ปริกฺขารํ หรนฺเต ทิสฺวา เตสํ อนตฺถกามตาย ‘‘โจโร โจโร’’ติ วตฺตุมฺปิ น วฏฺฏติ. เอวํ วุตฺเตปิ หิ ยํ เตสํ ทณฺฑํ กโรนฺติ, สพฺพํ ภิกฺขุโน คีวา โหติ. อตฺตโน วจนกรํ ปน ‘‘อิมินา เม ปริกฺขาโร คหิโต, ตํ อาหราเปหิ, มา จสฺส ทณฺฑํ กโรหี’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ. ทาสทาสีวาปิอาทีนมฺปิ อตฺถาย อฑฺฑํ กโรนฺติ อยํ อกปฺปิยอฑฺโฑ นาม, น วฏฺฏติ.
กถํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ? วุตฺตนเยเนว ปเรหิ อนาจาราทีสุ กเตสุ ภิกฺขุ โวหาริเก เอวํ วทติ ‘‘อมฺหากํ วิหาเร อิทญฺจิทญฺจ กโรนฺติ, รกฺขํ โน เทถ อายตึ อกรณตฺถายา’’ติ. ‘‘เกน เอวํ กต’’นฺติ วุตฺเต จ ‘‘อสุเกน จ อสุเกน จา’’ติ อาจิกฺขติ. เอวํ อนาคตํ อารพฺภ โอทิสฺส อาจิกฺขนา โหติ, สาปิ น วฏฺฏติ. เตสญฺหิ ทณฺเฑ กเต ปุริมนเยเนว สพฺพํ ภิกฺขุสฺส คีวา, เสสํ ปุริมสทิสเมว. สเจ โวหาริกา ‘‘ภิกฺขูนํ วิหาเร เอวรูปํ อนาจารํ กโรนฺตานํ อิมํ นาม ทณฺฑํ กโรมา’’ติ เภรึ จราเปตฺวา อาณาย อติฏฺฐมาเน ปริเยสิตฺวา ทณฺฑํ กโรนฺติ, ภิกฺขุโน เนว คีวา, น อาปตฺติ. วิหารสีมาย รุกฺขาทีนิ ฉินฺทนฺตานํ วาสิผรสุอาทีนิ คเหตฺวา ปาสาเณหิ โกฏฺเฏนฺติ, น วฏฺฏติ. สเจ ธารา ภิชฺชติ, การาเปตฺวา ทาตพฺพา. อุปธาวิตฺวา เตสํ ปริกฺขาเร คณฺหนฺติ, ตมฺปิ น กาตพฺพํ. ลหุปริวตฺตญฺหิ จิตฺตํ, เถยฺยเจตนาย อุปฺปนฺนาย มูลจฺเฉชฺชมฺปิ คจฺเฉยฺย.
๒๐. อุจฺจารํ วา ปสฺสาวํ วา สงฺการํ วา วิฆาสํ วา ติโรกุฏฺเฏ วา ติโรปากาเร วา ฉฑฺเฑตุํ วา ฉฑฺฑาเปตุํ วา น วฏฺฏติ. จตฺตาริปิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๘๒๖) วตฺถูนิ เอกปโยเคน ฉฑฺเฑนฺตสฺส เอกเมว ทุกฺกฏํ, ปาเฏกฺกํ ฉฑฺเฑนฺตสฺส วตฺถุคณนาย ทุกฺกฏานิ. อาณตฺติยมฺปิ เอเสว นโย. ทนฺตกฏฺฐฉฑฺฑเนปิ ทุกฺกฏเมว. โอโลเกตฺวา วา อวลญฺเช วา อุจฺจาราทีนิ ฉฑฺเฑนฺตสฺส อนาปตฺติ. ยมฺปิ มนุสฺสานํ อุปโภคปริโภคํ โรปิมํ เขตฺตํ โหตุ นาฬิเกราทิอาราโม วา, ตตฺถาปิ ยตฺถ กตฺถจิ โรปิมหริตฏฺฐาเน เอตานิ วตฺถูนิ ฉฑฺเฑตุํ น วฏฺฏติ. ฉฑฺเฑนฺตสฺส ปุริมนเยเนว อาปตฺติเภโท เวทิตพฺโพ. เขตฺเต วา อาราเม วา นิสีทิตฺวา ภุญฺชมาโน อุจฺฉุอาทีนิ วา ขาทมาโน คจฺฉนฺโต อุจฺฉิฏฺโฐทกจลกาทีนิ หริตฏฺฐาเน ฉฑฺเฑติ, อนฺตมโส อุทกํ ปิวิตฺวา มตฺถกจฺฉินฺนนาฬิเกรมฺปิ ฉฑฺเฑติ, ทุกฺกฏํ. กสิตฏฺฐาเน นิกฺขิตฺตพีเช องฺกุเร อุฏฺฐิเตปิ อวุฏฺฐิเตปิ ทุกฺกฏเมว. อนิกฺขิตฺตพีเชสุ ปน เขตฺตโกณาทีสุ วา อสญฺชาตโรปิเมสุ เขตฺตมริยาทาทีสุ วา ฉฑฺเฑตุํ วฏฺฏติ, มนุสฺสานํ กจวรฉฑฺฑนฏฺฐาเนปิ วฏฺฏติ. มนุสฺเสสุ สสฺสํ อุทฺธริตฺวา คเตสุ ฉฑฺฑิตเขตฺตํ นาม โหติ, ตตฺถ วฏฺฏติ. ยตฺถ ปน ‘‘ลายิตมฺปิ ปุพฺพณฺณาทิ ปุน อุฏฺฐหิสฺสตี’’ติ รกฺขนฺติ, ตตฺถ น วฏฺฏติ.
๒๑. ‘‘น, ภิกฺขเว, นหายมาเนน ภิกฺขุนา รุกฺเข กาโย อุคฺฆํเสตพฺโพ, โย อุคฺฆํเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วจนโต นหายนฺเตน (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๔๓ อาทโย) รุกฺเข วา นหานติตฺเถ นิขนิตฺวา ฐปิตตฺถมฺเภ วา อิฏฺฐกสิลาทารุกุฏฺฏานํ อญฺญตรสฺมึ กุฏฺเฏ วา กาโย น ฆํเสตพฺโพ.
‘‘น, ภิกฺขเว, อฏฺฏาเน นหายิตพฺพํ, โย นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วจนโต อฏฺฏาเนปิ นหายิตุํ น วฏฺฏติ. อฏฺฏานํ นาม รุกฺขํ ผลกํ วิย ตจฺเฉตฺวา อฏฺฐปทากาเรน ราชิโย ฉินฺทิตฺวา นหานติตฺเถ นิขนนฺติ, ตตฺถ จุณฺณานิ อากิริตฺวา มนุสฺสา กายํ ฆํสนฺติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, คนฺธพฺพหตฺถเกน นหายิตพฺพํ, โย นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬฺว. ๒๔๓) วจนโต นหานติตฺเถ ฐปิเตน ทารุมยหตฺเถน จุณฺณานิ คเหตฺวา มนุสฺสา สรีรํ ฆํสนฺติ, เตน นหายิตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, กุรุวินฺทกสุตฺติยา นหายิตพฺพํ, โย นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วจนโต กุรุวินฺทกสุตฺติยาปิ นหายิตุํ น วฏฺฏติ. กุรุวินฺทกสุตฺติ นาม กุรุวินฺทกปาสาณจุณฺณานิ ลาขาย พนฺธิตฺวา กตคุฬิกกลาปโก วุจฺจติ, ยํ อุโภสุ อนฺเตสุ คเหตฺวา สรีรํ ฆํสนฺติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, วิคฺคยฺห ปริกมฺมํ การาเปตพฺพํ, โย การาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๓) วจนโต อญฺญมญฺญํ สรีเรน ฆํสิตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, มลฺลเกน นหายิตพฺพํ, โย นหาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส อกตมลฺลก’’นฺติ (จูฬว. ๒๔๓-๒๔๔) วจนโต มกรทณฺฑเก ฉินฺทิตฺวา มลฺลกมูลสณฺฐาเนน กตํ ‘‘มลฺลก’’นฺติ วุจฺจติ, อิทํ คิลานสฺสปิ น วฏฺฏติ. อกตมลฺลกํ นาม ทนฺเต อจฺฉินฺทิตฺวา กตํ, อิทํ อคิลานสฺส น วฏฺฏติ, อิฏฺฐกขณฺฑํ ปน กปาลขณฺฑํ วา วฏฺฏติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุกฺกาสิกํ ปุถุปาณิก’’นฺติ (จูฬว. ๒๔๔) วจนโต อุกฺกาสิกํ ปุถุปาณิกญฺจ วฏฺฏติ. อุกฺกาสิกํ นาม วตฺถวฏฺฏิ, ตสฺมา นหายนฺตสฺส ยสฺส กสฺสจิ นหานสาฏกวฏฺฏิยา ปิฏฺฐึ ฆํสิตุํ วฏฺฏติ. ปุถุปาณิกนฺติ หตฺถปริกมฺมํ วุจฺจติ, ตสฺมา สพฺเพสํ หตฺเถน ปิฏฺฐิปริกมฺมํ กาตุํ วฏฺฏติ.
อิทํ ปเนตฺถ นหานวตฺตํ – อุทกติตฺถํ คนฺตฺวา ยตฺถ วา ตตฺถ วา จีวรํ นิกฺขิปิตฺวา เวเคน ฐิตเกเนว น โอตริตพฺพํ, สพฺพทิสา ปน โอโลเกตฺวา วิวิตฺตภาวํ ญตฺวา ขาณุคุมฺพลตาทีนิ ววตฺถเปตฺวา ติกฺขตฺตุํ อุกฺกาสิตฺวา อวกุชฺช ฐิเตน อุตฺตราสงฺคจีวรํ อปเนตฺวา ปสาเรตพฺพํ, กายพนฺธนํ โมเจตฺวา จีวรปิฏฺเฐเยว ฐเปตพฺพํ. สเจ อุทกสาฏิกา นตฺถิ, อุทกนฺเต อุกฺกุฏิกํ นิสีทิตฺวา นิวาสนํ โมเจตฺวา สเจ นินฺนฏฺฐานํ อตฺถิ, อาตเป ปสาเรตพฺพํ. โน เจ อตฺถิ, สํหริตฺวา ฐเปตพฺพํ. โอตรนฺเตน สณิกํ นาภิปฺปมาณมตฺตํ โอตริตฺวา วีจึ อนุฏฺฐเปนฺเตน สทฺทํ อกโรนฺเตน นิวตฺติตฺวา อาคตทิสาภิมุเขน นิมุชฺชิตพฺพํ, เอวํ จีวรํ รกฺขิตํ โหติ. อุมฺมุชฺชนฺเตนปิ สทฺทํ อกโรนฺเตน สณิกํ อุมฺมุชฺชิตฺวา นหานปริโยสาเน อุทกนฺเต อุกฺกุฏิเกน นิสีทิตฺวา นิวาสนํ ปริกฺขิปิตฺวา อุฏฺฐาย สุปริมณฺฑลํ นิวาเสตฺวา กายพนฺธนํ พนฺธิตฺวา จีวรํ ปารุปิตฺวาว ฐาตพฺพํ.
๒๒. ‘‘น, ภิกฺขเว, วลฺลิกา ธาเรตพฺพา… น ปามงฺโค ธาเรตพฺโพ… น กณฺฐสุตฺตกํ ธาเรตพฺพํ… น กฏิสุตฺตกํ ธาเรตพฺพํ… น โอวฏฺฏิกํ ธาเรตพฺพํ… น กายูรํ ธาเรตพฺพํ… น หตฺถาภรณํ ธาเรตพฺพํ… น องฺคุลิมุทฺทิกา ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๕) วจนโต กณฺณปิฬนฺธนาทิ ยํ กิญฺจิ อาภรณํ น วฏฺฏติ. ตตฺถ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๔๕) วลฺลิกาติ กณฺณโต นิกฺขนฺตมุตฺโตลมฺพกาทีนํ เอตํ อธิวจนํ. น เกวลญฺจ วลฺลิกา เอว, ยํ กิญฺจิ กณฺณปิฬนฺธนํ อนฺตมโส ตาลปณฺณมฺปิ น วฏฺฏติ. ปามงฺคนฺติ ยํ กิญฺจิ ปลมฺพกสุตฺตํ. กณฺฐสุตฺตกนฺติ ยํ กิญฺจิ คีวูปคํ อาภรณํ. กฏิสุตฺตกนฺติ ยํ กิญฺจิ กฏิปิฬนฺธนํ, อนฺตมโส สุตฺตตนฺตุมตฺตมฺปิ. โอวฏฺฏิกนฺติ วลยํ. กายูราทีนิ ปากฏาเนว.
๒๓. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทีฆา เกสา ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺวมาสิกํ วา ทุวงฺคุลํ วา’’ติ (จูฬว. ๒๔๖) วจนโต สเจ เกสา อนฺโตเทฺวมาเส ทฺวงฺคุลํ ปาปุณนฺติ, อนฺโตเทฺวมาเสเยว ฉินฺทิตพฺพา, ทฺวงฺคุเลหิ อติกฺกาเมตุํ น วฏฺฏติ. สเจปิ น ทีฆา, เทฺวมาสโต เอกทิวสมฺปิ อติกฺกาเมตุํ น ลภติเยว. อุภยถาปิ อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโทว วุตฺโต, ตโต โอรํ ปน น วฏฺฏนภาโว นาม นตฺถิ.
‘‘น, ภิกฺขเว, กตฺตริกาย เกสา เฉทาเปตพฺพา, โย เฉทาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาพาธปจฺจยา กตฺตริกาย เกเส เฉทาเปตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๕) วจนโต อาพาธํ วินา กตฺตริกาย เกเส เฉทาเปตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, โกจฺเฉน เกสา โอสณฺเฐตพฺพา… น ผณเกน เกสา โอสณฺเฐตพฺพา… น หตฺถผณเกน เกสา โอสณฺเฐตพฺพา… น สิตฺถเตลเกน เกสา โอสณฺเฐตพฺพา… น อุทกเตลเกน เกสา โอสณฺเฐตพฺพา, โย โอสณฺเฐยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๖) วจนโต มณฺฑนตฺถาย โกจฺฉาทีหิ เกสา น โอสณฺเฐตพฺพา, อุทฺธโลเมน ปน อนุโลมนิปาตนตฺถํ หตฺถํ เตเมตฺวา สีสํ ปุญฺฉิตพฺพํ, อุณฺหาภิตตฺตรชสิรานมฺปิ อลฺลหตฺเถน ปุญฺฉิตุํ วฏฺฏติ.
๒๔. ‘‘น, ภิกฺขเว, อาทาเส วา อุทกปตฺเต วา มุขนิมิตฺตํ โอโลเกตพฺพํ, โย โอโลเกยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาพาธปจฺจยา อาทาเส วา อุทกปตฺเต วา มุขนิมิตฺตํ โอโลเกตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๔๗) วจนโต อาพาธํ วินา อาทาเส วา อุทกปตฺเต วา มุขํ น โอโลเกตพฺพํ. เอตฺถ จ กํสปตฺตาทีนิปิ เยสุ มุขนิมิตฺตํ ปญฺญายติ, สพฺพานิ อาทาสสงฺขเมว คจฺฉนฺติ, กญฺชิยาทีนิปิ จ อุทกปตฺตสงฺขเมว. ตสฺมา ยตฺถ กตฺถจิ โอโลเกนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. อาพาธปจฺจยา ปน ‘‘สญฺฉวิ นุ โข เม วโณ, อุทาหุ น ตาวา’’ติ ชานนตฺถํ วฏฺฏติ, ‘‘ชิณฺโณ นุ โขมฺหิ, โน’’ติ เอวํ อายุสงฺขารํ โอโลกนตฺถมฺปิ วฏฺฏตีติ วุตฺตํ.
‘‘น, ภิกฺขเว, มุขํ อาลิมฺปิตพฺพํ… น มุขํ อุมฺมทฺทิตพฺพํ… น มุขํ จุณฺเณตพฺพํ… น มโนสิลิกาย มุขํ ลญฺเฉตพฺพํ… น องฺคราโค กาตพฺโพ… น มุขราโค กาตพฺโพ… น องฺคราคมุขราโค กาตพฺโพ, โย กเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาพาธปจฺจยา มุขํ อาลิมฺปิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๔๗) วจนโต อาพาธํ วินา มุขวิลิมฺปนาทิ น กาตพฺพํ.
๒๕. ‘‘น, ภิกฺขเว, นจฺจํ วา คีตํ วา วาทิตํ วา ทสฺสนาย คนฺตพฺพํ, โย คจฺเฉยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๘) วจนโต นจฺจาทึ ทสฺสนาย น คนฺตพฺพํ. เอตฺถ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๘๓๕) จ นจฺจนฺติ นฏาทโย วา นจฺจนฺตุ โสณฺฑา วา อนฺตมโส โมรสูวมกฺกฏาทโยปิ, สพฺพเมตํ นจฺจเมว, ตสฺมา อนฺตมโส โมรนจฺจมฺปิ ทสฺสนาย คจฺฉนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. สยมฺปิ นจฺจนฺตสฺส วา นจฺจาเปนฺตสฺส วา ทุกฺกฏเมว. คีตนฺติ นฏาทีนํ วา คีตํ โหตุ อริยานํ ปรินิพฺพานกาเล รตนตฺตยคุณูปสญฺหิตํ สาธุกีฬิตคีตํ วา อสญฺญตภิกฺขูนํ ธมฺมภาณกคีตํ วา อนฺตมโส ทนฺตคีตมฺปิ, ‘‘ยํ คายิสฺสามา’’ติ ปุพฺพภาเค โอกูชนฺตา กโรนฺติ, สพฺพเมตํ คีตเมว, สยํ คายนฺตสฺสปิ คายาเปนฺตสฺสปิ ทุกฺกฏเมว.
‘‘ปญฺจิเม, ภิกฺขเว, อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตสฺส. อตฺตนาปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชติ, ปเรปิ ตสฺมึ สเร สารชฺชนฺติ, คหปติกาปิ อุชฺฌายนฺติ, สรกุตฺติมฺปิ นิกามยมานสฺส สมาธิสฺส ภงฺโค โหติ, ปจฺฉิมา ชนตา ทิฏฺฐานุคตึ อาปชฺชติ. อิเม โข, ภิกฺขเว, ปญฺจ อาทีนวา อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺมํ คายนฺตสฺส. น, ภิกฺขเว, อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺโม คายิตพฺโพ, โย คาเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๔๙) –
วจนโต อายตเกน คีตสฺสเรน ธมฺโมปิ น คายิตพฺโพ.
อายตโก (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๔๙) นาม คีตสฺสโร ตํ ตํ วตฺตํ ภินฺทิตฺวา อกฺขรานิ วินาเสตฺวา ปวตฺโต. ธมฺเม ปน สุตฺตนฺตวตฺตํ นาม อตฺถิ, ชาตกวตฺตํ นาม อตฺถิ, คาถาวตฺตํ นาม อตฺถิ, ตํ วินาเสตฺวา อติทีฆํ กาตุํ น วฏฺฏติ, จตุรสฺเสน วตฺเตน ปริมณฺฑลานิ ปทพฺยญฺชนานิ ทสฺเสตพฺพานิ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สรภญฺญ’’นฺติ (จูฬว. ๒๔๙) วจนโต ปน สเรน ธมฺมํ ภณิตุํ วฏฺฏติ. สรภญฺเญ กิร ตรงฺควตฺตโธตกวตฺตคลิตวตฺตาทีนิ ทฺวตฺตึส วตฺตานิ อตฺถิ, เตสุ ยํ อิจฺฉติ, ตํ กาตุํ ลภติ. สพฺเพสํ ปทพฺยญฺชนํ อวินาเสตฺวา วิการํ อกตฺวา สมณสารุปฺเปน จตุรสฺเสน นเยน ปวตฺตนํเยว ลกฺขณํ.
วาทิตํ นาม ตนฺติพทฺธาทิวาทนียภณฺฑํ วาทิตํ วา โหตุ กุฏเภริวาทิตํ วา อนฺตมโส อุทกเภริวาทิตมฺปิ, สพฺพเมตํ น วฏฺฏติ. ยํ ปน นิฏฺฐุภนฺโต วา สาสงฺเก วา ฐิโต อจฺฉริกํ วา โผเฏติ, ปาณึ วา ปหรติ, ตตฺถ อนาปตฺติ, สพฺพํ อนฺตราราเม ฐิตสฺส ปสฺสโต อนาปตฺติ, ปสฺสิสฺสามีติ วิหารโต วิหารํ คจฺฉนฺตสฺส อาปตฺติเยว. อาสนสาลายํ นิสินฺโน ปสฺสติ, อนาปตฺติ. ปสฺสิสฺสามีติ อุฏฺฐหิตฺวา คจฺฉโต อาปตฺติ, วีถิยํ ฐตฺวา คีวํ ปริวตฺเตตฺวา ปสฺสโตปิ อาปตฺติเยว. สลากภตฺตาทีนํ วา อตฺถาย อญฺเญน วา เกนจิ กรณีเยน คนฺตฺวา คตฏฺฐาเน ปสฺสติ วา สุณาติ วา, อนาปตฺติ. อาปทาสุ ตาทิเสน อุปทฺทเวน อุปทฺทุโต สมชฺชฏฺฐานํ ปวิสติ, เอวํ ปวิสิตฺวา ปสฺสนฺตสฺส สุณนฺตสฺส วา อนาปตฺติ. ‘‘เจติยสฺส อุปหารํ เทถ อุปาสกา’’ติ วตฺตุมฺปิ, ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปหารํ กโรมา’’ติ วุตฺเต สมฺปฏิจฺฉิตุมฺปิ น ลภติ. ‘‘ตุมฺหากํ เจติยสฺส อุปฏฺฐานํ กโรมา’’ติ วุตฺเต ปน ‘‘อุปฏฺฐานกรณํ นาม สุนฺทร’’นฺติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๒๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, อตฺตโน องฺคชาตํ เฉตพฺพํ, โย ฉินฺเทยฺย, อาปตฺติ ถุลฺลจฺจยสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๑) วจนโต องฺคชาตํ (จูฬว. ๒๕๑) ฉินฺทนฺตสฺส ถุลฺลจฺจยํ, อญฺญํ ปน กณฺณนาสาองฺคุลิอาทึ ยํ กิญฺจิ ฉินฺทนฺตสฺส ตาทิสํ วา ทุกฺขํ อุปฺปาเทนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. อหิกีฏทฏฺฐาทีสุ ปน อญฺญาพาธปจฺจยา วา โลหิตํ วา โมเจนฺตสฺส ฉินฺทนฺตสฺส วา อนาปตฺติ.
๒๗. ‘‘น, ภิกฺขเว, คิหีนํ อุตฺตริมนุสฺสธมฺมํ อิทฺธิปาฏิหาริยํ ทสฺเสตพฺพํ, โย ทสฺเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๒) วจนโต คิหีนํ วิกุพฺพนิทฺธึ ทสฺเสตุํ น วฏฺฏติ, อธิฏฺฐานิทฺธิ ปน อปฺปฏิกฺขิตฺตา.
๒๘. ‘‘น, ภิกฺขเว, โสวณฺณมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ…เป… น รูปิยมโย…เป… น มณิมโย…เป… น เวฬุริยมโย…เป… น ผลิกมโย…เป… น กํสมโย…เป… น กาจมโย…เป… น ติปุมโย …เป… น สีสมโย…เป… น ตมฺพโลหมโย ปตฺโต ธาเรตพฺโพ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๒) วจนโต สุวณฺณมยาทิปตฺโต น วฏฺฏติ. สเจปิ คิหี ภตฺตคฺเค สุวณฺณตฏฺฏิกาทีสุ พฺยญฺชนํ กตฺวา อุปนาเมนฺติ, อามสิตุมฺปิ น วฏฺฏติ. ผลิกมยกาจมยกํสมยานิ ปน ตฏฺฏิกาทีนิ ภาชนานิ ปุคฺคลิกปริโภเคเนว น วฏฺฏนฺติ, สงฺฆิกปริโภเคน วา คิหิวิกฏานิ วา วฏฺฏนฺติ. ตมฺพโลหมโยปิ ปตฺโตเยว น วฏฺฏติ, ถาลกํ ปน วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เทฺว ปตฺเต อโยปตฺตํ มตฺติกาปตฺต’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๒) เทฺวเยว จ ปตฺตา อนุญฺญาตา.
‘‘น, ภิกฺขเว, ตุมฺพกฏาเห ปิณฺฑาย จริตพฺพํ, โย จเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วจนโต ลาพุกฏาหํ ปริหริตุํ น วฏฺฏติ, ตํ ลภิตฺวา ปน ตาวกาลิกํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ฆฏิกฏาเหปิ เอเสว นโย.
‘‘น, ภิกฺขเว, ฉวสีสปตฺโต ธาเรตพฺโพ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วจนโต ฉวสีสมโยปิ ปตฺโต น วฏฺฏติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปตฺตาธารก’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต ภูมิทารุทณฺฑวอลเวตฺตาทีหิ กเต ภูมิอาธารเก ทารุทณฺฑอาธารเก จ ปตฺตํ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. เอตฺถ จ ‘‘ภูมิอาธารเก ตโย ทณฺฑาธารเก เทฺว ปตฺเต อุปรูปริ ฐเปตุํ วฏฺฏตี’’ติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. มหาอฏฺฐกถายํ ปน วุตฺตํ ‘‘ภูมิอาธารเก ติณฺณํ ปตฺตานํ อโนกาโส, เทฺว ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ทารุอาธารกทณฺฑาธารเกสุปิ สุสชฺชิเตสุ เอเสว นโย. ภมโกฏิสทิโส ปน ทารุอาธารโก ตีหิ ทณฺฑเกหิ พทฺโธ, ทณฺฑาธารโก จ เอกสฺสปิ ปตฺตสฺส อโนกาโส, ตตฺถ ฐเปตฺวาปิ หตฺเถน คเหตฺวาว นิสีทิตพฺพํ, ภูมิยํ ปน นิกฺกุชฺชิตฺวา เอกเมว ฐเปตพฺพ’’นฺติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, มิฑฺฒนฺเต ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ, โย นิกฺขิเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต อาลินฺทกมิฑฺฒิกาทีนํ อนฺเต ฐเปตุํ น วฏฺฏติ. สเจ ปน ปริวตฺเตตฺวา ตตฺเถว ปติฏฺฐาติ, เอวรูปาย วิตฺถิณฺณาย มิฑฺฒิกาย ฐเปตุํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, ปริภณฺฑนฺเต ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ, โย นิกฺขิเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต พาหิรปสฺเส กตาย ตนุกมิฑฺฒิกาย อนฺเตปิ เอเสว นโย. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โจฬก’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต โจฬกํ ปตฺถริตฺวา ตตฺถ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ตสฺมึ ปน อสติ กฏสารเก วา ตฏฺฏิกาย วา มตฺติกาย วา ปริภณฺฑกตาย ภูมิยา ยตฺถ น ทุสฺสติ, ตถารูปาย วาลิกาย วา ฐเปตุํ วฏฺฏติ. ปํสุรชาทีสุ ปน ขรภูมิยํ วา ฐเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ.
‘‘น, ภิกฺขเว, ปตฺโต ลคฺเคตพฺโพ, โย ลคฺเคยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต นาคทนฺตาทีสุ ยตฺถ กตฺถจิ ลคฺเคตุํ น วฏฺฏติ, จีวรวํเสปิ พนฺธิตฺวา ฐเปตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, มญฺเจ ปตฺโต นิกฺขิปิตพฺโพ, โย นิกฺขิเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๔) วจนโต ภณฺฑกฏฺฐปนตฺถเมว วา กตํ โหตุ นิสีทนสยนตฺถํ วา, ยตฺถ กตฺถจิ มญฺเจ วา ปีเฐ วา ฐเปนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, อญฺเญน ปน ภณฺฑเกน สทฺธึ พนฺธิตฺวา ฐเปตุํ, อฏนิยํ พนฺธิตฺวา โอลมฺพิตุํ วา วฏฺฏติ, พนฺธิตฺวาปิ อุปริ ฐเปตุํ น วฏฺฏติเยว. สเจ ปน มญฺโจ วา ปีฐํ วา อุกฺขิปิตฺวา จีวรวํสาทีสุ อฏฺฏกจฺฉนฺเนน ฐปิตํ โหติ, ตตฺถ ฐเปตุํ วฏฺฏติ. อํสวฏฺฏนเกน อํสกูเฏ ลคฺเคตฺวา องฺเก ฐเปตุํ วฏฺฏติ, ฉตฺเต ภตฺตปูโรปิ อํสกูเฏ ลคฺคิตปตฺโตปิ ฐเปตุํ น วฏฺฏติ. ภณฺฑเกน ปน สทฺธึ พนฺธิตฺวา อฏฺฏกํ กตฺวา วา ฐปิเต โย โกจิ ฐเปตุํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, ปตฺตหตฺเถน กวาฏํ ปณาเมตพฺพํ, โย ปณาเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วจนโต ปตฺตหตฺเถน กวาฏํ น ปณาเมตพฺพํ. เอตฺถ จ น เกวลํ ยสฺส ปตฺโต หตฺเถ, โส เอว ปตฺตหตฺโถ. น เกวลญฺจ กวาฏเมว ปณาเมตุํ น ลภติ, อปิจ โข ปน หตฺเถ วา ปิฏฺฐิปาเท วา ยตฺถ ยตฺถจิ สรีราวยเว ปตฺตสฺมึ สติ หตฺเถน วา ปาเทน วา สีเสน วา เยน เกนจิ สรีราวยเวน กวาฏํ วา ปณาเมตุํ ฆฏิกํ วา อุกฺขิปิตุํ สูจึ วา กุญฺจิกาย อวาปุริตุํ น ลภติ, อํสกูเฏ ปน ปตฺตํ ลคฺเคตฺวา ยถาสุขํ อวาปุริตุํ ลภติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, จลกานิ วา อฏฺฐิกานิ วา อุจฺฉิฏฺโฐทกํ วา ปตฺเตน นีหริตพฺพํ, โย นีหเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วจนโต จลกาทีนิ ปตฺเตน นีหริตุํ น วฏฺฏติ. เอตฺถ จ จลกานีติ จพฺเพตฺวา อปวิทฺธามิสานิ. อฏฺฐิกานีติ มจฺฉมํสออกานิ. อุจฺฉิฏฺโฐทกนฺติ มุขวิกฺขาลิโตทกํ. เอเตสุ ยํ กิญฺจิ ปตฺเตน นีหรนฺตสฺส ทุกฺกฏํ. ปตฺตํ ปฏิคฺคหํ กตฺวา หตฺถํ โธวิตุมฺปิ น ลภติ. หตฺถโธตปาทโธตอุทกมฺปิ ปตฺเต อากิริตฺวา นีหริตุํ น วฏฺฏติ, อนุจฺฉิฏฺฐํ สุทฺธปตฺตํ อุจฺฉิฏฺฐหตฺเถน คณฺหิตุํ น วฏฺฏติ, วามหตฺเถน ปเนตฺถ อุทกํ อาสิญฺจิตฺวา เอกํ อุทกคณฺฑุสํ คเหตฺวา อุจฺฉิฏฺฐหตฺเถน คณฺหิตุํ วฏฺฏติ. เอตฺตาวตาปิ หิ โส อุจฺฉิฏฺฐปตฺโต โหติ, หตฺถํ ปน พหิอุทเกน วิกฺขาเลตฺวา คเหตุํ วฏฺฏติ. มจฺฉมํสผลาผลาทีนิ จ ขาทนฺโต ยํ ตตฺถ อฏฺฐึ วา จลกํ วา ฉฑฺเฑตุกาโม โหติ, ตํ ปตฺเต ฐเปตุํ น ลภติ. ยํ ปน ปฏิขาทิตุกาโม โหติ, ตํ ปตฺเต ฐเปตุํ ลภติ. อฏฺฐิกกณฺฏกาทีนิ ตตฺเถว กตฺวา หตฺเถน ลุญฺจิตฺวา ขาทิตุํ วฏฺฏติ. มุขโต นีหฏํ ปน ยํ กิญฺจิ ปุน ขาทิตุกาโม ปตฺเต ฐเปตุํ น ลภติ, สิงฺคิเวรนาฬิเกรขณฺฑาทีนิ ฑํสิตฺวา ปุน ฐเปตุํ ลภติ.
๒๙. ‘‘น จ, ภิกฺขเว, สพฺพปํสุกูลิเกน ภวิตพฺพํ, โย ภเวยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๕) วจนโต สพฺพปํสุกูลิเกน น ภวิตพฺพํ. เอตฺถ ปน จีวรญฺจ มญฺจปีฐญฺจ ปํสุกูลํ วฏฺฏติ, อชฺโฌหรณียํ ปน ทินฺนเมว คเหตพฺพํ.
๓๐. ‘‘น, ภิกฺขเว, อทฺธานมคฺคปฺปฏิปนฺเนน ภิกฺขุนา ปริสฺสาวนํ ยาจิยมาเนน น ทาตพฺพํ, โย น ทเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๙) วจนโต อปริสฺสาวนกสฺส (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๕๙) ยาจมานสฺส ปริสฺสาวนํ อทาตุํ น วฏฺฏติ. โย ปน อตฺตโน หตฺเถ ปริสฺสาวเน วิชฺชมาเนปิ ยาจติ, ตสฺส น อกามา ทาตพฺพํ.
‘‘น จ, ภิกฺขเว, อปริสฺสาวนเกน ภิกฺขุนา อทฺธานมคฺโค ปฏิปชฺชิตพฺโพ, โย ปฏิปชฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๕๙) วจนโต อปริสฺสาวนเกน มคฺโค น คนฺตพฺโพ. สเจปิ น โหติ ปริสฺสาวนํ วา ธมฺมกรณํ วา, สงฺฆาฏิกณฺโณ อธิฏฺฐาตพฺโพ ‘‘อิมินา ปริสฺสาเวตฺวา ปิวิสฺสามี’’ติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ทณฺฑปริสฺสาวน’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๙) วจนโต ทณฺฑปริสฺสาวนมฺปิ วฏฺฏติ. ทณฺฑปริสฺสาวนํ นาม ยตฺถ รชกานํ ขารปริสฺสาวนํ วิย จตูสุ ปาเทสุ พทฺธนิสฺเสณิกาย สาฏกํ พนฺธิตฺวา มชฺเฌ ทณฺฑเก อุทกํ อาสิญฺจนฺติ, ตํ อุโภปิ โกฏฺฐาเส ปูเรตฺวา ปริสฺสาวติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โอตฺถรก’’นฺติ (จูฬว. ๒๕๙) วจนโต โอตฺถรกํ ปริสฺสาวนมฺปิ วฏฺฏติ. โอตฺถรกํ นาม ยํ อุทเก โอตฺถริตฺวา ฆฏเกน อุทกํ คณฺหนฺติ, ตญฺหิ จตูสุ ทณฺฑเกสุ วตฺถํ พนฺธิตฺวา อุทเก จตฺตาโร ขาณุเก นิขนิตฺวา เตสุ พนฺธิตฺวา สพฺพปริยนฺเต อุทกโต โมเจตฺวา มชฺเฌ โอตฺถริตฺวา ฆเฏน อุทกํ คณฺหนฺติ.
๓๑. ‘‘น, ภิกฺขเว, นคฺเคน นคฺโค อภิวาเทตพฺโพ, โย อภิวาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติอาทิวจนโต (จูฬว. ๒๖๑) น นคฺเคน นคฺโค อภิวาเทตพฺโพ, น นคฺเคน อภิวาเทตพฺพํ, น นคฺเคน นคฺโค อภิวาทาเปตพฺโพ, น นคฺเคน อภิวาทาเปตพฺพํ, น นคฺเคน นคฺคสฺส ปริกมฺมํ กาตพฺพํ, น นคฺเคน นคฺคสฺส ทาตพฺพํ, น นคฺเคน ปฏิคฺคเหตพฺพํ, น นคฺเคน ขาทิตพฺพํ, น นคฺเคน ภุญฺชิตพฺพํ, น นคฺเคน สายิตพฺพํ, น นคฺเคน ปาตพฺพํ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติสฺโส ปฏิจฺฉาทิโย ชนฺตาฆรปฏิจฺฉาทึ อุทกปฏิจฺฉาทึ วตฺถปฏิจฺฉาทิ’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๑) วจนโต ติสฺโส ปฏิจฺฉาทิโย วฏฺฏนฺติ. เอตฺถ จ ชนฺตาฆรปฏิจฺฉาทิ อุทกปฏิจฺฉาทิ จ ปริกมฺมํ กโรนฺตสฺเสว วฏฺฏติ, เสเสสุ อภิวาทนาทีสุ น วฏฺฏติ. วตฺถปฏิจฺฉาทิ ปน สพฺพกมฺเมสุ วฏฺฏติ.
๓๒. ‘‘น, ภิกฺขเว, ปุปฺผาภิกิณฺเณสุ สยเนสุ สยิตพฺพํ, โย สเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๖๔) วจนโต ปุปฺเผหิ สนฺถเตสุ สยเนสุ น สยิตพฺพํ, คนฺธคนฺธํ ปน คเหตฺวา กวาเฏ ปญฺจงฺคุลึ ทาตุํ วฏฺฏติ ปุปฺผํ คเหตฺวา วิหาเร เอกมนฺตํ นิกฺขิปิตุํ.
๓๓. ‘‘น, ภิกฺขเว, อาสิตฺตกูปธาเน ภุญฺชิตพฺพํ, โย ภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๖๔) วจนโต อาสิตฺตกูปธาเน ฐเปตฺวา น ภุญฺชิตพฺพํ. อาสิตฺตกูปธานนฺติ ตมฺพโลเหน วา รชเตน วา กตาย เปฬาย เอตํ อธิวจนํ, ปฏิกฺขิตฺตตฺตา ปน ทารุมยาปิ น วฏฺฏติ.
๓๔. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มโฬริก’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๔) วจนโต มโฬริกาย ฐเปตฺวา ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. มโฬริกาติ ทณฺฑาธารโก วุจฺจติ. ยฏฺฐิอาธารกปณฺณาธารกปจฺฉิกปีฐาทีนิปิ เอตฺเถว ปวิฏฺฐานิ. อาธารกสงฺเขปคมนโต หิ ปฏฺฐาย ฉิทฺทํ วิทฺธมฺปิ อวิทฺธมฺปิ วฏฺฏติเยว.
๓๕. ‘‘น, ภิกฺขเว, เอกภาชเน ภุญฺชิตพฺพํ, โย ภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ(จูฬว. ๒๖๔) อาทิวจนโต น เอกภาชเน ภุญฺชิตพฺพํ, น เอกถาลเก ปาตพฺพํ. สเจ ปน เอโก ภิกฺขุ ภาชนโต ผลํ วา ปูปํ วา คเหตฺวา คจฺฉติ, ตสฺมึ อปคเต อิตรสฺส เสสกํ ภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ, อิตรสฺสปิ ตสฺมึ ขีเณ ปุน คเหตุํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, เอกมญฺเจ ตุวฏฺฏิตพฺพํ, โย ตุวฏฺเฏยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ(จูฬว. ๒๖๔) อาทิวจนโต น เอกมญฺเจ นิปชฺชิตพฺพํ, น เอกตฺถรเณ นิปชฺชิตพฺพํ. ววตฺถานํ ปน ทสฺเสตฺวา มชฺเฌ กาสาวํ วา กตฺตรยฏฺฐึ วา อนฺตมโส กายพนฺธนมฺปิ ฐเปตฺวา นิปชฺชนฺตานํ อนาปตฺติ. เอกปาวุรเณหิ เอกตฺถรณปาวุรเณหิ จ น นิปชฺชิตพฺพํ. เอกํ อตฺถรณญฺเจว ปาวุรณญฺจ เอเตสนฺติ เอกตฺถรณปาวุรณา. สํหาริมานํ ปาวารตฺถรณกฏสารกาทีนํ เอกํ อนฺตํ อตฺถริตฺวา เอกํ ปารุปิตฺวา นิปชฺชนฺตานเมตํ อธิวจนํ.
๓๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, เจลปฺปฏิกา อกฺกมิตพฺพา, โย อกฺกเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๖๘) วจนโต น เจลสนฺถาโร อกฺกมิตพฺโพ, ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหีนํ มงฺคลตฺถาย ยาจิยมาเนน เจลปฺปฏิกํ อกฺกมิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๘) วจนโต ปน กาจิ อิตฺถี (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๖๘) อปคตคพฺภา วา โหติ ครุคพฺภา วา, เอวรูเปสุ ฐาเนสุ มงฺคลตฺถาย ยาจิยมาเนน อกฺกมิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โธตปาทกํ อกฺกมิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๘) วจนโต ปาทโธวนฏฺฐาเน โธเตหิ ปาเทหิ อกฺกมนตฺถาย อตฺถตปจฺจตฺถรณํ อกฺกมิตุํ วฏฺฏติ.
๓๗. ‘‘น, ภิกฺขเว, กตกํ ปริภุญฺชิตพฺพํ, โย ปริภุญฺเชยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๖๙) วจนโต กตกํ น วฏฺฏติ. กตกํ นาม ปทุมกณฺณิกาการํ ปาทฆํสนตฺถํ กณฺฏเก อุฏฺฐาเปตฺวา กตํ. ตํ วฏฺฏํ วา โหตุ จตุรสฺสาทิเภทํ วา, พาหุลิกานุโยคตฺตา ปฏิกฺขิตฺตเมว, เนว ปฏิคฺคเหตุํ, น ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ติสฺโส ปาทฆํสนิโย สกฺขรํ กถลํ สมุทฺทเผณก’’นฺติ (จูฬว. ๒๖๙) วจนโต สกฺขราทีหิ ปาทฆํสนํ วฏฺฏติ. สกฺขราติ ปาสาโณ วุจฺจติ, ปาสาณเผณโกปิ วฏฺฏติเยว.
๓๘. ‘‘น, ภิกฺขเว, จามริพีชนี ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๖๙) วจนโต จามริวาเลหิ กตพีชนี น วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มกสพีชนึ. อนุชานามิ ภิกฺขเว ติสฺโส พีชนิโย วากมยํ อุสีรมยํ โมรปิญฺฉมยํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, วิธูปนญฺจ ตาลวณฺฏญฺจา’’ติ (จูฬว. ๒๖๙) วจนโต มกสพีชนีอาทิ วฏฺฏติ. ตตฺถ วิธูปนนฺติ พีชนี วุจฺจติ. ตาลวณฺฏํ ปน ตาลปณฺเณหิ วา กตํ โหตุ เวฬุทนฺตวิลีเวหิ วา โมรปิญฺเฉหิ วา จมฺมวิกตีหิ วา, สพฺพํ วฏฺฏติ. มกสพีชนี ทนฺตมยวิสาณมยทณฺฑกาปิ วฏฺฏติ. วากมยพีชนิยา เกตกปาโรหกุนฺตาลปณฺณาทิมยาปิ สงฺคหิตา.
๓๙. ‘‘น, ภิกฺขเว, ฉตฺตํ ธาเรตพฺพํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส ฉตฺต’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๐) วจนโต อคิลาเนน ฉตฺตํ น ธาเรตพฺพํ. ยสฺส ปน กายฑาโห วา ปิตฺตโกโป วา โหติ จกฺขุ วา ทุพฺพลํ, อญฺโญ วา โกจิ อาพาโธ วินา ฉตฺเตน อุปฺปชฺชติ, ตสฺส คาเม วา อรญฺเญ วา ฉตฺตํ วฏฺฏติ. วสฺเส ปน จีวรคุตฺตตฺถมฺปิ วาฬมิคโจรภเยสุ อตฺตคุตฺตตฺถมฺปิ วฏฺฏติ, เอกปณฺณจฺฉตฺตํ ปน สพฺพตฺเถว วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อคิลาเนนปิ อาราเม อารามูปจาเร ฉตฺตํ ธาเรตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๐) วจนโต ปน อคิลานสฺสปิ อารามอารามูปจาเรสุ ฉตฺตํ ธาเรตุํ วฏฺฏติ.
๔๐. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทีฆา นขา ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มํสปฺปมาเณน นขํ ฉินฺทิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๔) วจนโต ทีฆา นขา ฉินฺทิตพฺพา. ‘‘น, ภิกฺขเว, วีสติมฏฺฐํ การาเปตพฺพํ, โย การาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, มลมตฺตํ อปกฑฺฒิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๔) วจนโต วีสติปิ นเข ลิขิตมฏฺเฐ การาเปตุํ น วฏฺฏติ, นขโต มลมตฺตํ ปน อปกฑฺฒิตุํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, สมฺพาเธ โลมํ สํหราเปตพฺพํ, โย สํหราเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาพาธปจฺจยา สมฺพาเธ โลมํ สํหราเปตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๕) วจนโต คณฺฑวณาทิอาพาธํ วินา สมฺพาเธ โลมํ สํหราเปตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทีฆํ นาสิกาโลมํ ธาเรตพฺพํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๗๕) วจนโต สณฺฑาเสน นาสิกาโลมํ สํหราเปตุํ วฏฺฏติ. สกฺขราทีหิ นาสิกาโลมํ คาหาปเนปิ อาปตฺติ นตฺถิ, อนุรกฺขณตฺถํ ปน ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สณฺฑาส’’นฺติ (จูฬว. ๒๗๕) สณฺฑาโส อนุญฺญาโต. ‘‘น, ภิกฺขเว, ปลิตํ คาหาเปตพฺพํ, โย คาหาเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๗๕) วจนโต ปลิตํ คาหาเปตุํ น วฏฺฏติ. ยํ ปน ภมุกาย วา นลาเฏ วา ทาฐิกาย วา อุคฺคนฺตฺวา พีภจฺฉํ หุตฺวา ฐิตํ, ตาทิสํ โลมํ ปลิตํ วา อปลิตํ วา คาหาเปตุํ วฏฺฏติ.
๔๑. ‘‘น, ภิกฺขเว, อกายพนฺธเนน คาโม ปวิสิตพฺโพ, โย ปวิเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๗๘) วจนโต อกายพนฺธเนน คาโม น ปวิสิตพฺโพ, อพนฺธิตฺวา นิกฺขมนฺเตน ยตฺถ สรติ, ตตฺถ พนฺธิตพฺพํ. ‘‘อาสนสาลาย พนฺธิสฺสามี’’ติ คนฺตุํ วฏฺฏติ, สริตฺวา ยาว น พนฺธติ, น ตาว ปิณฺฑาย จริตพฺพํ.
๔๒. ‘‘น, ภิกฺขเว, คิหินิวตฺถํ นิวาเสตพฺพํ, โย นิวาเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ(จูฬว. ๒๘๐) อาทิวจนโต หตฺถิโสณฺฑาทิวเสน คิหินิวตฺถํ น นิวาเสตพฺพํ, เสตปฏปารุตาทิวเสน น คิหิปารุตํ ปารุปิตพฺพํ, มลฺลกมฺมกราทโย วิย กจฺฉํ พนฺธิตฺวา น นิวาเสตพฺพํ. เอวํ นิวาเสตุํ คิลานสฺสปิ มคฺคปฺปฏิปนฺนสฺสปิ น วฏฺฏติ. ยมฺปิ มคฺคํ คจฺฉนฺตา เอกํ วา เทฺว วา โกเณ อุกฺขิปิตฺวา อนฺตรวาสกสฺส อุปริ ลคฺคนฺติ, อนฺโต วา เอกํ กาสาวํ ตถา นิวาเสตฺวา พหิ อปรํ นิวาเสนฺติ, สพฺพํ น วฏฺฏติ. คิลาโน ปน อนฺโตกาสาวสฺส โอวฏฺฏิกํ ทสฺเสตฺวา อปรํ อุปริ นิวาเสตุํ ลภติ, อคิลาเนน เทฺว นิวาเสนฺเตน สคุณํ กตฺวา นิวาเสตพฺพานิ.
๔๓. ‘‘น, ภิกฺขเว, อุภโตกาชํ หริตพฺพํ, โย หเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๘๑) วจนโต อุภโตกาชํ หริตุํ น วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เอกโตกาชํ อนฺตรากาชํ สีสภารํ ขนฺธภารํ กฏิภารํ โอลมฺพก’’นฺติ วจนโต เอกโตกาชาทึ หริตุํ วฏฺฏติ.
๔๔. ‘‘น, ภิกฺขเว, ทีฆํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตพฺพํ, โย ขาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๘๒) วจนโต น ทีฆํ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐงฺคุลปรมํ ทนฺตกฏฺฐํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, จตุรงฺคุลปจฺฉิมํ ทนฺตกฏฺฐ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๒) วจนโต มนุสฺสานํ ปมาณงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลปรมํ จตุรงฺคุลปจฺฉิมญฺจ ทนฺตกฏฺฐํ ขาทิตพฺพํ.
๔๕. ‘‘น, ภิกฺขเว, รุกฺโข อภิรุหิตพฺโพ, โย อภิรุเหยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สติ กรณีเย โปริสํ รุกฺขํ อภิรุหิตุํ อาปทาสุ ยาวทตฺถ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๔) วจนโต น รุกฺขํ อภิรุหิตพฺพํ, สุกฺขกฏฺฐคหณาทิกิจฺเจ ปน สติ ปุริสปฺปมาณํ อภิรุหิตุํ วฏฺฏติ. อาปทาสูติ วาฬมิคาทโย วา ทิสฺวา มคฺคมูโฬฺห วา ทิสา โอโลเกตุกาโม หุตฺวา ทวฑาหํ วา อุทโกฆํ วา อาคจฺฉนฺตํ ทิสฺวา อติอุจฺจมฺปิ รุกฺขํ อาโรหิตุํ วฏฺฏติ.
๔๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, พุทฺธวจนํ ฉนฺทโส อาโรเปตพฺพํ, โย อาโรเปยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สกาย นิรุตฺติยา พุทฺธวจนํ ปริยาปุณิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๕) วจนโต เวทํ วิย พุทฺธวจนํ สกฺกฏภาสาย วาจนามคฺคํ อาโรเจตุํ น วฏฺฏติ, สกาย ปน มาคธิกาย นิรุตฺติยา ปริยาปุณิตพฺพํ.
๔๗. ‘‘น, ภิกฺขเว, โลกายตํ ปริยาปุณิตพฺพํ, โย ปริยาปุเณยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ(จอูฬว. ๒๘๖) อาทิวจนโต โลกายตสงฺขาตํ ‘‘สพฺพํ อุจฺฉิฏฺฐํ, สพฺพํ อนุจฺฉิฏฺฐํ, เสโต กาโก, กาโฬ พโก อิมินา จ อิมินา จ การเณนา’’ติ เอวมาทินิรตฺถกการณปฏิสํยุตฺตํ ติตฺถิยสตฺถํ เนว ปริยาปุณิตพฺพํ, น ปรสฺส วาเจตพฺพํ. น จ ติรจฺฉานวิชฺชา ปริยาปุณิตพฺพา, น ปรสฺส วาเจตพฺพา.
๔๘. ‘‘น, ภิกฺขเว, ขิปิเต ‘ชีวา’ติ วตฺตพฺโพ, โย วเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิหีนํ ‘ชีวถ ภนฺเต’ติ วุจฺจมาเนน ‘จิรํ ชีวา’ติ วตฺตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๘) วจนโต ขิปิเต ‘‘ชีวา’’ติ น วตฺตพฺพํ, คิหินา ปน ‘‘ชีวถา’’ติ วุจฺจมาเนน ‘‘จิรํ ชีวา’’ติ วตฺตุํ วฏฺฏติ.
๔๙. ‘‘น, ภิกฺขเว, ลสุณํ ขาทิตพฺพํ, โย ขาเทยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาพาธปจฺจยา ลสุณํ ขาทิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๒๘๙) วจนโต อาพาธํ วินา ลสุณํ ขาทิตุํ น วฏฺฏติ, สูปสมฺปากาทีสุ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๗๙๗) ปกฺขิตฺตํ ปน วฏฺฏติ. ตญฺหิ ปจฺจมาเนสุ มุคฺคสูปาทีสุ วา มจฺฉมํสวิกติยา วา เตเล วา พทรสาฬวาทีสุ วา อมฺพิลสากาทีสุ วา อุตฺตริภงฺเคสุ วา ยตฺถ กตฺถจิ อนฺตมโส ยาคุภตฺเตปิ ปกฺขิตฺตํ วฏฺฏติ.
๕๐. ‘‘น, ภิกฺขเว, อโธเตหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ, โย อกฺกเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต อโธเตหิ ปาเทหิ มญฺจปีฐาทิเสนาสนํ ปริกมฺมกตา วา ภูมิ น อกฺกมิตพฺพา. ‘‘น, ภิกฺขเว, อลฺเลหิ ปาเทหิ เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ, โย อกฺกเมยฺย อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต เยหิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๔) อกฺกนฺตฏฺฐาเน อุทกํ ปญฺญายติ, เอวรูเปหิ อลฺลปาเทหิ ปริภณฺฑกตา ภูมิ วา เสนาสนํ วา น อกฺกมิตพฺพํ. สเจ ปน อุทกสิเนหมตฺตเมว ปญฺญายติ, น อุทกํ, วฏฺฏติ. ปาทปุญฺฉนึ ปน อลฺลปาเทหิปิ อกฺกมิตุํ วฏฺฏติเยว. ‘‘น, ภิกฺขเว, สอุปาหเนน เสนาสนํ อกฺกมิตพฺพํ, โย อกฺกเมยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต โธตปาเทหิ อกฺกมิตพฺพฏฺฐานํ สอุปาหเนน อกฺกมิตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, ปริกมฺมกตาย ภูมิยา นิฏฺฐุภิตพฺพํ, โย นิฏฺฐุเภยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต ปริกมฺมกตาย ภูมิยา น นิฏฺฐุภิตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, เขฬมลฺลก’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๔) เอวํ อนุญฺญาเต เขฬมลฺลเก นิฏฺฐุภิตพฺพํ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โจฬเกน ปลิเวเฐตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต สุธาภูมิยา วา ปริภณฺฑภูมิยา วา มญฺจปีฐํ นิกฺขิปนฺเตน สเจ ตฏฺฏิกา วา กฏสารโก วา นตฺถิ, โจฬเกน มญฺจปีฐานํ ปาทา เวเฐตพฺพา, ตสฺมึ อสติ ปณฺณมฺปิ อตฺถริตุํ วฏฺฏติ, กิญฺจิ อนตฺถริตฺวา ฐเปนฺตสฺส ปน ทุกฺกฏํ. ยทิ ปน ตตฺถ เนวาสิกา อนตฺถตาย ภูมิยาปิ ฐเปนฺติ, อโธตปาเทหิปิ วฬญฺเชนฺติ, ตเถว วฬญฺเชตุํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, ปริกมฺมกตา ภิตฺติ อปสฺเสตพฺพา, โย อปสฺเสยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๓๒๔) วจนโต ปริกมฺมกตา ภิตฺติ เสตภิตฺติ วา โหตุ จิตฺตกมฺมกตา วา, น อปสฺเสตพฺพา. น เกวลญฺจ ภิตฺติเมว, ทฺวารมฺปิ วาตปานมฺปิ อปสฺเสนผลกมฺปิ ปาสาณตฺถมฺภมฺปิ รุกฺขตฺถมฺภมฺปิ จีวเรน วา เยน เกนจิ อปฺปฏิจฺฉาเทตฺวา อปสฺสิตุํ น ลภติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปจฺจตฺถริตฺวา นิปชฺชิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๕) วจนโต ปน โธตปาเทหิ อกฺกมิตพฺพํ, ปริภณฺฑกตํ ภูมึ วา ภูมตฺถรณํ เสนาสนํ วา สงฺฆิกมญฺจปีฐํ วา อตฺตโน สนฺตเกน ปจฺจตฺถรเณน ปจฺจตฺถริตฺวาว นิปชฺชิตพฺพํ. สเจ นิทฺทายโตปิ ปจฺจตฺถรเณ สงฺกุฏิเต โกจิ สรีราวยโว มญฺจํ วา ปีฐํ วา ผุสติ, อาปตฺติเยว, โลเมสุ ปน ผุสนฺเตสุ โลมคณนาย อาปตฺติโย. ปริโภคสีเสน อปสฺสยนฺตสฺสปิ เอเสว นโย. หตฺถตลปาทตเลหิ ปน ผุสิตุํ อกฺกมิตุํ วา วฏฺฏติ, มญฺจํ วา ปีฐํ วา หรนฺตสฺส กาเย ปฏิหญฺญติ, อนาปตฺติ.
๕๑. ‘‘ทสยิเม, ภิกฺขเว, อวนฺทิยา. ปุเรอุปสมฺปนฺเนน ปจฺฉุปสมฺปนฺโน อวนฺทิโย, อนุปสมฺปนฺโน อวนฺทิโย, นานาสํวาสโก วุฑฺฒตโร อธมฺมวาที อวนฺทิโย, มาตุคาโม อวนฺทิโย, ปณฺฑโก อวนฺทิโย, ปาริวาสิโก อวนฺทิโย, มูลายปฏิกสฺสนารโห อวนฺทิโย, มานตฺตารโห อวนฺทิโย, มานตฺตจาริโก อวนฺทิโย, อพฺภานารโห อวนฺทิโย’’ติ (จูฬว. ๓๑๒) วจนโต อิเม ทส อวนฺทิยาติ เวทิตพฺพา.
‘‘ปจฺฉุปสมฺปนฺเนน ปุเรอุปสมฺปนฺโน วนฺทิโย, นานาสํวาสโก วุฑฺฒตโร ธมฺมวาที วนฺทิโย, ตถาคโต อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วนฺทิโย’’ติ (จูฬว. ๓๑๒) – วจนโต อิเม ตโย วนฺทิตพฺพา.
๕๒. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตีณิ ตูลานิ รุกฺขตูลํ ลตาตูลํ โปฏกีตูล’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต อิมานิ ตีณิ ตูลานิ กปฺปิยานิ. ตตฺถ (จูฬว. อฏฺฐ. ๒๙๗) รุกฺขตูลนฺติ สิมฺพลิรุกฺขาทีนํ เยสํ เกสญฺจิ รุกฺขานํ ตูลํ. ลตาตูลนฺติ ขีรวลฺลิอาทีนํ ยาสํ กาสญฺจิ วลฺลีนํ ตูลํ. โปฏกีตูลนฺติ โปฏกีติณาทีนํ เยสํ เกสญฺจิ ติณชาติกานํ อนฺตมโส อุจฺฉุนฬาทีนมฺปิ ตูลํ. เอเตหิ ตีหิ สพฺพภูตคามา สงฺคหิตา โหนฺติ. รุกฺขวลฺลิติณชาติโย หิ มุญฺจิตฺวา อญฺโญ ภูตคาโม นาม นตฺถิ, ตสฺมา ยสฺส กสฺสจิ ภูตคามสฺส ตูลํ พิมฺโพหเน วฏฺฏติ. ภิสึ ปน ปาปุณิตฺวา สพฺพเมตํ อกปฺปิยตูลนฺติ วุจฺจติ. น เกวลญฺจ พิมฺโพหเน เอตํ ตูลเมว, หํสโมราทีนํ สพฺพสกุณานํ สีหาทีนํ สพฺพจตุปฺปทานญฺจ โลมมฺปิ วฏฺฏติ, ปิยงฺคุปุปฺผพกุลปุปฺผาทีนํ ปน ยํ กิญฺจิ ปุปฺผํ น วฏฺฏติ. ตมาลปตฺตํ สุทฺธเมว น วฏฺฏติ, มิสฺสกํ ปน วฏฺฏติ, ภิสีนํ อนุญฺญาตํ ปญฺจวิธํ อุณฺณาทิตูลมฺปิ วฏฺฏติ.
๕๓. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปญฺจ ภิสิโย อุณฺณภิสึ โจฬภิสึ วากภิสึ ติณภิสึ ปณฺณภิสิ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต ปญฺจหิ อุณฺณาทีหิ ปูริตา ปญฺจ ภิสิโย อนุญฺญาตา. ตูลคณนาย หิ เอตาสํ คณนา วุตฺตา. ตตฺถ อุณฺณคฺคหเณน น เกวลํ เอฬกโลมเมว คหิตํ, ฐเปตฺวา ปน มนุสฺสโลมํ ยํ กิญฺจิ กปฺปิยากปฺปิยมํสชาตีนํ ปกฺขิจตุปฺปทานํ โลมํ สพฺพํ อิธ อุณฺณคฺคหเณเนว คหิตํ. ตสฺมา ฉนฺนํ จีวรานํ ฉนฺนํ อนุโลมจีวรานญฺจ อญฺญตเรน ภิสิจฺฉวึ กตฺวา ตํ สพฺพํ ปกฺขิปิตฺวา ภิสึ กาตุํ วฏฺฏติ. เอฬกโลมานิ ปน อปกฺขิปิตฺวา กมฺพลเมว จตุคฺคุณํ ปญฺจคุณํ วา ปกฺขิปิตฺวา กตาปิ อุณฺณภิสิสงฺขฺยเมว คจฺฉติ.
โจฬภิสิอาทีสุ ยํ กิญฺจิ นวโจฬํ วา ปุราณโจฬํ วา สํหริตฺวา อนฺโต ปกฺขิปิตฺวา วา กตา โจฬภิสิ. ยํ กิญฺจิ วากํ ปกฺขิปิตฺวา กตา วากภิสิ. ยํ กิญฺจิ ติณํ ปกฺขิปิตฺวา กตา ติณภิสิ. อญฺญตฺร สุทฺธตมาลปตฺตา ยํ กิญฺจิ ปณฺณํ ปกฺขิปิตฺวา กตา ปณฺณภิสีติ เวทิตพฺพา. ตมาลปตฺตํ ปน อญฺเญน มิสฺสเมว วฏฺฏติ. สุทฺธํ น วฏฺฏติ. ยํ ปเนตํ อุณฺณาทิปญฺจวิธํ ตูลํ ภิสิยํ วฏฺฏติ, ตํ มสูรเกปิ วฏฺฏตีติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. เอเตน มสูรกํ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏตีติ สิทฺธํ โหติ. ภิสิยา ปมาณนิยโม นตฺถิ, มญฺจภิสิ ปีฐภิสิ ภูมตฺถรณภิสิ จงฺกมนภิสิ ปาทปุญฺฉนภิสีติ เอตาสํ อนุรูปโต สลฺลกฺเขตฺวา อตฺตโน รุจิวเสน ปมาณํ กาตพฺพํ. พิมฺโพหนํ ปน ปมาณยุตฺตเมว วฏฺฏติ.
๕๔. ‘‘น, ภิกฺขเว, อฑฺฒกายิกานิ พิมฺโพหนานิ ธาเรตพฺพานิ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๙๗) เยสุ กฏิโต ปฏฺฐาย ยาว สีสํ อุปทหนฺติ, ตาทิสานิ อุปฑฺฒกายปฺปมาณานิ พิมฺโพหนานิ ปฏิกฺขิปิตฺวา ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สีสปฺปมาณํ พิมฺโพหน’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) สีสปฺปมาณํ อนุญฺญาตํ. สีสปฺปมาณํ นาม ยสฺส วิตฺถารโต ตีสุ กณฺเณสุ ทฺวินฺนํ กณฺณานํ อนฺตรํ มินิยมานํ วิทตฺถิ เจว จตุรงฺคุลญฺจ โหติ, มชฺฌฏฺฐานํ มุฏฺฐิรตนํ โหติ. ‘‘ทีฆโต ปน ทิยฑฺฒรตนํ วา ทฺวิรตนํ วา’’ติ กุรุนฺทิยํ วุตฺตํ. อยํ สีสปฺปมาณสฺส อุกฺกฏฺฐปริจฺเฉโท, อิโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ, เหฏฺฐา วฏฺฏติ. อคิลานสฺส สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ ทฺวยเมว วฏฺฏติ, คิลานสฺส พิมฺโพหนานิ สนฺถริตฺวา อุปริ ปจฺจตฺถรณํ ทตฺวา นิปชฺชิตุมฺปิ วฏฺฏติ. ‘‘ยานิ ปน ภิสีนํ อนุญฺญาตานิ ปญฺจ กปฺปิยตูลานิ, เตหิ พิมฺโพหนํ มหนฺตมฺปิ วฏฺฏตี’’ติ ผุสฺสเทวตฺเถโร อาห. วินยธรอุปติสฺสตฺเถโร ปน ‘‘พิมฺโพหนํ กริสฺสามีติ กปฺปิยตูลํ วา อกปฺปิยตูลํ วา ปกฺขิปิตฺวา กโรนฺตสฺส ปมาณเมว วฏฺฏตี’’ติ อาห.
๕๕. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อาสนฺทิก’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต จตุรสฺสปีฐสงฺขาโต อาสนฺทิโก วฏฺฏติ, โส จ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุจฺจกมฺปิ อาสนฺทิก’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต อฏฺฐงฺคุลโต อุจฺจปาทโกปิ วฏฺฏติ. เอกโตภาเคน ทีฆปีฐเมว หิ อฏฺฐงฺคุลโต อุจฺจปาทกํ น วฏฺฏติ, ตสฺมา จตุรสฺสปีฐํ ปมาณาติกฺกนฺตมฺปิ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สตฺตงฺค’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต ตีสุ ทิสาสุ อปสฺสยํ กตฺวา กตมญฺโจปิ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อุจฺจกมฺปิ สตฺตงฺค’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต อยมฺปิ ปมาณาติกฺกนฺโต จ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ภทฺทปีฐ’’นฺติอาทินา (จูฬว. ๒๙๗) ปาฬิยํ อนุญฺญาตํ เวตฺตมยปีฐํ ปิโลติกาพทฺธปีฐํ ทารุปฏฺฏิกาย อุปริ ปาเท ฐเปตฺวา โภชนผลกํ วิย กตํ เอฬกปาทปีฐํ อามลกากาเรน โยชิตํ พหุปาทกํ อามณฺฑกวฏฺฏิกปีฐํ ปลาลปีฐํ ผลกปีฐญฺจ ปาฬิยํ อนาคตญฺจ อญฺญมฺปิ ยํ กิญฺจิ ทารุมยปีฐํ วฏฺฏติ.
‘‘น, ภิกฺขเว, อุจฺเจ มญฺเจ สยิตพฺพํ, โย สเยยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต ปมณาติกฺกนฺเต มญฺเจ สยนฺตสฺส ทุกฺกฏํ, ตํ ปน กโรนฺตสฺส การาเปนฺตสฺส จ เฉทนกํ ปาจิตฺติยํ. อญฺเญน กตํ ปฏิลภิตฺวา ปริภุญฺชนฺเตน ฉินฺทิตฺวา ปริภุญฺชิตพฺพํ. สเจ น ฉินฺทิตุกาโม โหติ, ภูมิยํ นิขนิตฺวา ปมาณํ อุปริ ทสฺเสติ, อุตฺตานกํ วา กตฺวา ปริภุญฺชติ, อุกฺขิปิตฺวา ตุลาสงฺฆาเฏ ฐเปตฺวา อฏฺฏํ กตฺวา ปริภุญฺชติ, วฏฺฏติ. ‘‘น, ภิกฺขเว, อุจฺจา มญฺจปฏิปาทกา ธาเรตพฺพา, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺส. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, อฏฺฐงฺคุลปรมํ มญฺจปฏิปาทก’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต มนุสฺสานํ ปมาณงฺคุเลน อฏฺฐงฺคุลปรโมว มญฺจปฏิปาทโก วฏฺฏติ, ตโต อุทฺธํ น วฏฺฏติ.
๕๖. ‘‘น, ภิกฺขเว, อุจฺจาสยนมหาสยนานิ ธาเรตพฺพานิ, เสยฺยถิทํ, อาสนฺทิ ปลฺลงฺโก โคนโก จิตฺตโก ปฏิกา ปฏลิกา ตูลิกา วิกติกา อุทฺทโลมิ เอกนฺตโลมิ กฏฺฏิสฺสํ โกเสยฺยํ กุตฺตกํ หตฺถตฺถรํ อสฺสตฺถรํ รถตฺถรํ อชินปเวณี กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณํ สอุตฺตรจฺฉทํ อุภโตโลหิตกูปธานํ, โย ธาเรยฺย, อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๕๔) วจนโต อุจฺจาสยนมหาสยนานิ น วฏฺฏนฺติ. ตตฺถ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๕๔) อุจฺจาสยนํ นาม ปมาณาติกฺกนฺตํ มญฺจํ. มหาสยนํ นาม อกปฺปิยตฺถรณํ. อาสนฺทิอาทีสุ อาสนฺทีติ ปมาณาติกฺกนฺตาสนํ. ปลฺลงฺโกติ ปาเทสุ วาฬรูปานิ ฐเปตฺวา กโต. โคนโกติ ทีฆโลมโก มหาโกชโว. จตุรงฺคุลาธิกานิ กิร ตสฺส โลมานิ. จิตฺตโกติ รตนจิตฺรอุณฺณามยตฺถรโก. ปฏิกาติ อุณฺณามโย เสตตฺถรโก. ปฏลิกาติ ฆนปุปฺผโก อุณฺณามยโลมตฺถรโก, โย ‘‘อามลกปโฏ’’ติปิ วุจฺจติ. ตูลิกาติ ปกติตูลิกาเยว. วิกติกาติ สีหพฺยคฺฆาทิรูปวิจิโตฺร อุณฺณามยตฺถรโก. อุทฺทโลมีติ เอกโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณํ. เอกนฺตโลมีติ อุภโต อุคฺคตโลมํ อุณฺณามยตฺถรณํ. กฏฺฏิสฺสนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกเสยฺยกฏฺฏิสฺสมยํ ปจฺจตฺถรณํ. โกเสยฺยนฺติ รตนปริสิพฺพิตํ โกสิยสุตฺตมยํ ปจฺจตฺถรณํ, สุทฺธโกเสยฺยํ ปน วฏฺฏติ.
กุตฺตกนฺติ โสฬสนฺนํ นาฏกิตฺถีนํ ฐตฺวา นจฺจนโยคฺคํ อุณฺณามยตฺถรณํ. หตฺถตฺถรอสฺสตฺถรา หตฺถิอสฺสปิฏฺฐีสุ อตฺถรณกอตฺถรณา เอว. รถตฺถเรปิ เอเสว นโย. อชินปเวณีติ อชินจมฺเมหิ มญฺจปฺปมาเณน สิพฺพิตฺวา กตา ปเวณี. กทลิมิคปวรปจฺจตฺถรณนฺติ กทลิมิคจมฺมํ นาม อตฺถิ, เตน กตํ ปวรปจฺจตฺถรณนฺติ อตฺโถ. ตํ กิร เสตวตฺถสฺส อุปริ กทลิมิคจมฺมํ ปตฺถริตฺวา สิพฺพิตฺวา กโรนฺติ. สอุตฺตรจฺฉทนฺติ สห อุตฺตรจฺฉเทน, อุปริพทฺเธน รตฺตวิตาเนน สทฺธินฺติ อตฺโถ. เสตวิตานมฺปิ เหฏฺฐา อกปฺปิยปจฺจตฺถรเณ สติ น วฏฺฏติ, อสติ ปน วฏฺฏติ. อุภโตโลหิตกูปธานนฺติ สีสูปธานญฺจ ปาทูปธานญฺจาติ มญฺจสฺส อุภโตโลหิตกูปธานํ, เอตํ น กปฺปติ. ยํ ปน เอกเมว อุปธานํ อุโภสุ ปสฺเสสุ รตฺตํ วา โหตุ ปทุมวณฺณํ วา วิจิตฺรํ วา, สเจ ปมาณยุตฺตํ, วฏฺฏติ, มหาอุปธานํ ปน ปฏิกฺขิตฺตํ. โคนกาทีนิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๐) สงฺฆิกวิหาเร วา ปุคฺคลิกวิหาเร วา มญฺจปีฐเกสุ อตฺถริตฺวา ปริภุญฺชิตุํ น วฏฺฏนฺติ, ธมฺมาสเน ปน คิหิวิกตนีหาเรน ลพฺภนฺติ, ตตฺราปิ นิปชฺชิตุํ น วฏฺฏติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ฐเปตฺวา ตีณิ อาสนฺทึ ปลฺลงฺกํ ตูลิกํ คิหิวิกตํ อภินิสีทิตุํ, น เตฺวว อภินิปชฺชิตุ’’นฺติ (จูฬว. ๓๑๔) – วจนโต อาสนฺทาทิตฺตยํ ฐเปตฺวา อวเสเสสุ โคนกาทีสุ คิหิวิกเตสุ ธมฺมาสเน วา ภตฺตคฺเค วา อนฺตรฆเร วา นิสีทิตุํ วฏฺฏติ, นิปชฺชิตุํ น วฏฺฏติ. ตูโลนทฺธํ ปน มญฺจปีฐํ ภตฺตคฺเค อนฺตรฆเรเยว นิสีทิตุํ วฏฺฏติ, ตตฺถาปิ นิปชฺชิตุํ วฏฺฏติ. ตูโลนทฺธํ ปน มญฺจปีฐํ การาเปนฺตสฺสปิ อุทฺทาลนกํ ปาจิตฺติยํ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โอนทฺธมญฺจํ โอนทฺธปีฐ’’นฺติ (จูฬว. ๒๙๗) วจนโต ปน จมฺมาทีหิ โอนทฺธํ มญฺจปีฐํ วฏฺฏติ. ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ปาวารํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โกเสยฺยปาวารํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, โกชวํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, กมฺพล’’นฺติ (มหาว. ๓๓๗-๓๓๘) – วจนโต ปาวาราทีนิ สงฺฆิกานิ วา โหนฺตุ ปุคฺคลิกานิ วา, ยถาสุขํ วิหาเร วา อนฺตรฆเร วา ยตฺถ กตฺถจิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏนฺติ. โกชวํ ปเนตฺถ ปกติโกชวเมว วฏฺฏติ, มหาปิฏฺฐิยโกชวํ น วฏฺฏติ.
‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, สพฺพํ ปาสาทปริโภค’’นฺติ (จูฬว. ๓๒๐) วจนโต สุวณฺณรชตาทิวิจิตฺรานิ (จูฬว. อฏฺฐ. ๓๒๐) กวาฏานิ มญฺจปีฐานิ ตาลวณฺฏานิ สุวณฺณรชตโยนิ ปานียฆฏปานียสราวานิ, ยํ กิญฺจิ จิตฺตกมฺมกตํ, สพฺพํ เสนาสนปริโภเค วฏฺฏติ. ‘‘ปาสาทสฺส ทาสิทาสํ เขตฺตวตฺถุํ โคมหึสํ เทมา’’ติ วทนฺติ, ปาเฏกฺกํ คหณกิจฺจํ นตฺถิ, ปาสาเท ปฏิคฺคหิเต ปฏิคฺคหิตเมว โหติ.