๑๐. ภณฺฑปฏิสามนวินิจฺฉยกถา
๕๓. ภณฺฑสฺส ปฏิสามนนฺติ ปเรสํ ภณฺฑสฺส โคปนํ. ปเรสญฺหิ (ปาจิ. อฏฺฐ. ๕๐๖) กปฺปิยวตฺถุ วา โหตุ อกปฺปิยวตฺถุ วา, อนฺตมโส มาตุ กณฺณปิฬนฺธนํ กาลปณฺณมฺปิ คิหิสนฺตกํ ภณฺฑาคาริกสีเสน ปฏิสาเมนฺตสฺส ปาจิตฺติยํ. สเจ ปน มาตาปิตูนํ สนฺตกํ อวสฺสํ ปฏิสาเมตพฺพํ กปฺปิยภณฺฑํ โหติ, อตฺตโน อตฺถาย คเหตฺวา ปฏิสาเมตพฺพํ. ‘‘อิทํ ปฏิสาเมตฺวา เทหี’’ติ ปน วุตฺเต ‘‘น วฏฺฏตี’’ติ ปฏิกฺขิปิตพฺพํ. สเจ ‘‘ปฏิสาเมหี’’ติ ปาเตตฺวา คจฺฉนฺติ, ปลิโพโธ นาม โหติ, ปฏิสาเมตุํ วฏฺฏติ. วิหาเร กมฺมํ กโรนฺตา วฑฺฒกีอาทโย วา ราชวลฺลภา วา ‘‘อตฺตโน อุปกรณภณฺฑํ วา สยนภณฺฑํ วา ปฏิสาเมตฺวา เทถา’’ติ วทนฺติ, ฉนฺเทนปิ ภเยนปิ น กาตพฺพเมว, คุตฺตฏฺฐานํ ปน ทสฺเสตุํ วฏฺฏติ, พลกฺกาเรน ปาเตตฺวา คเตสุ จ ปฏิสาเมตุํ.
สเจ (ปารา. อฏฺฐ. ๑.๑๑๑) อตฺตโน หตฺเถ ปฏิสามนตฺถาย ฐปิตํ ภณฺฑํ สามิเกน ‘‘เทหิ เม ภณฺฑ’’นฺติ ยาจิโต อทาตุกาโม ‘‘นาหํ คณฺหามี’’ติ ภณติ, สมฺปชานมุสาวาเทปิ อทินฺนาทานสฺส ปโยคตฺตา ทุกฺกฏํ. ‘‘กึ ตุเมฺห ภณถ, เนวิทํ มยฺหํ อนุรูปํ, น ตุมฺหาก’’นฺติอาทีนิ วทนฺตสฺสปิ ทุกฺกฏเมว. ‘‘รโห มยา เอตสฺส หตฺเถ ฐปิตํ, น อญฺโญ โกจิ ชานาติ, ทสฺสติ นุ โข เม, โน’’ติ สามิโก วิมตึ อุปฺปาเทติ, ภิกฺขุสฺส ถุลฺลจฺจยํ. ตสฺส ผรุสาทิภาวํ ทิสฺวา สามิโก ‘‘น มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, ตตฺร สจายํ ภิกฺขุ ‘‘กิลเมตฺวา นํ ทสฺสามี’’ติ ทาเน สอุสฺสาโห, รกฺขติ ตาว. สเจปิ โส ทาเน นิรุสฺสาโห, ภณฺฑสามิโก ปน คหเณ สอุสฺสาโห, รกฺขติเยว. ยทิ ปน ตสฺมึ ทาเน นิรุสฺสาโห ภณฺฑสามิโก ‘‘น มยฺหํ ทสฺสตี’’ติ ธุรํ นิกฺขิปติ, เอวํ อุภินฺนํ ธุรนิกฺเขเปน ภิกฺขุโน ปาราชิกํ. ยทิปิ มุเขน ‘‘ทสฺสามี’’ติ วทติ, จิตฺเตน ปน อทาตุกาโม, เอวมฺปิ สามิกสฺส ธุรนิกฺเขเป ปาราชิกํ. ตํ ปน สงฺโคปนตฺถาย อตฺตโน หตฺเถ ปเรหิ ฐปิตํ ภณฺฑํ อคุตฺตเทสโต ฐานา จาเวตฺวา คุตฺตฏฺฐาเน ฐปนตฺถาย หรโต อนาปตฺติ. เถยฺยจิตฺเตนปิ ฐานา จาเวนฺตสฺส อวหาโร นตฺถิ. กสฺมา? อตฺตโน หตฺเถ นิกฺขิตฺตตฺตา, ภณฺฑเทยฺยํ ปน โหติ. เถยฺยจิตฺเตน ปริภุญฺชโตปิ เอเสว นโย.
๕๔. ปญฺจนฺนํ สหธมฺมิกานํ สนฺตกํ ปน ยํ กิญฺจิ ปริกฺขารํ ปฏิสาเมตุํ วฏฺฏติ. สเจ อาคนฺตุโก ภิกฺขุ อาวาสิกานํ จีวรกมฺมํ กโรนฺตานํ สมีเป ปตฺตจีวรํ ฐเปตฺวา ‘‘เอเต สงฺโคเปสฺสนฺตี’’ติ มญฺญมาโน นหายิตุํ วา อญฺญตฺร วา คจฺฉติ, สเจ ตํ อาวาสิกา สงฺโคเปนฺติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ, นฏฺเฐ คีวา น โหติ. สเจปิ โส ‘‘อิทํ, ภนฺเต, ฐเปถา’’ติ วตฺวา คจฺฉติ, อิตเร จ กิจฺจปสุตตฺตา น ชานนฺติ, เอเสว นโย. อถาปิ เต ‘‘อิทํ, ภนฺเต, ฐเปถา’’ติ วุตฺตา ‘‘มยํ พฺยาวฏา’’ติ ปฏิกฺขิปนฺติ, อิตโร จ ‘‘อวสฺสํ ฐเปสฺสนฺตี’’ติ อนาทิยิตฺวา คจฺฉติ, เอเสว นโย. สเจ ปน เต เตน ยาจิตา วา อยาจิตา วา ‘‘มยํ ฐเปสฺสาม, ตฺวํ คจฺฉา’’ติ วทนฺติ, ตํ สงฺโคปิตพฺพํ. โน เจ สงฺโคเปนฺติ, นฏฺเฐ คีวา. กสฺมา? สมฺปฏิจฺฉิตตฺตา.
โย ภิกฺขุ ภณฺฑาคาริโก หุตฺวา ปจฺจูสสมเย เอว ภิกฺขูนํ ปตฺตจีวรานิ เหฏฺฐาปาสาทํ โอโรเปตฺวา ทฺวารํ อปิทหิตฺวา เตสมฺปิ อนาโรเจตฺวาว ทูเร ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ, ตานิ เจ โจรา หรนฺติ, ตสฺเสว คีวา. โย ปน ภิกฺขุ ภิกฺขูหิ ‘‘โอโรเปถ, ภนฺเต, ปตฺตจีวรานิ, กาโล สลากคฺคหณสฺสา’’ติ วุตฺโต ‘‘สมาคตาตฺถา’’ติ ปุจฺฉิตฺวา ‘‘อาม สมาคตามฺหา’’ติ วุตฺเต ปตฺตจีวรานิ นีหริตฺวา นิกฺขิปิตฺวา ภณฺฑาคารทฺวารํ พนฺธิตฺวา ‘‘ตุเมฺห ปตฺตจีวรานิ คเหตฺวา เหฏฺฐาปาสาททฺวารํ ปฏิชคฺคิตฺวา คจฺเฉยฺยาถา’’ติ วตฺวา คจฺฉติ. ตตฺร เจโก อลสชาติโก ภิกฺขุ ภิกฺขูสุ คเตสุ ปจฺฉา อกฺขีนิ ปุญฺฉนฺโต อุฏฺฐหิตฺวา อุทกฏฺฐานํ มุขโธวนตฺถํ คจฺฉติ, ตํ ขณํ ทิสฺวา โจรา ตสฺส ปตฺตจีวรํ หรนฺติ, สุหฏํ, ภณฺฑาคาริกสฺส คีวา น โหติ.
สเจปิ โกจิ ภณฺฑาคาริกสฺส อนาโรเจตฺวาว ภณฺฑาคาเร อตฺตโน ปริกฺขารํ ฐเปติ, ตสฺมิมฺปิ นฏฺเฐ ภณฺฑาคาริกสฺส คีวา น โหติ. สเจ ปน ภณฺฑาคาริโก ตํ ทิสฺวา ‘‘อฏฺฐาเน ฐปิต’’นฺติ คเหตฺวา ฐเปติ, นฏฺเฐ ตสฺเสว คีวา. สเจปิ ฐปิตภิกฺขุนา ‘‘มยา, ภนฺเต, อีทิโส นาม ปริกฺขาโร ฐปิโต, อุปธาเรยฺยาถา’’ติ วุตฺโต ‘‘สาธู’’ติ สมฺปฏิจฺฉติ, ทุนฺนิกฺขิตฺตํ วา มญฺญมาโน อญฺญสฺมึ ฐาเน ฐเปติ, นฏฺเฐ ตสฺเสว คีวา. ‘‘นาหํ ชานามี’’ติ ปฏิกฺขิปนฺตสฺส ปน นตฺถิ คีวา. โยปิ ตสฺส ปสฺสนฺตสฺเสว ฐเปติ, ภณฺฑาคาริกญฺจ น สมฺปฏิจฺฉาเปติ, นฏฺฐํ สุนฏฺฐเมว. สเจ ปน นํ ภณฺฑาคาริโก อญฺญตฺร ฐเปติ, นฏฺเฐ คีวา. สเจ ภณฺฑาคารํ สุคุตฺตํ, สพฺโพ สงฺฆสฺส เจติยสฺส จ ปริกฺขาโร ตตฺเถว ฐปียติ, ภณฺฑาคาริโก จ พาโล อพฺยตฺโต ทฺวารํ วิวริตฺวา ธมฺมกถํ วา โสตุํ อญฺญํ วา กิญฺจิ กาตุํ กตฺถจิ คจฺฉติ, ตํ ขณํ ทิสฺวา ยตฺตกํ โจรา หรนฺติ, สพฺพํ ตสฺส คีวา. ภณฺฑาคารโต นิกฺขมิตฺวา พหิ จงฺกมนฺตสฺส วา ทฺวารํ วิวริตฺวา สรีรํ อุตุํ คาหาเปนฺตสฺส วา ตตฺเถว สมณธมฺมานุโยเคน นิสินฺนสฺส วา ตตฺเถว นิสีทิตฺวา เกนจิ กมฺเมน พฺยาวฏสฺส วา อุจฺจารปสฺสาวปีฬิตสฺสปิ สโต ตตฺเถว อุปจาเร วิชฺชมาเน พหิ คจฺฉโต วา อญฺเญน วา เกนจิ อากาเรน ปมตฺตสฺส สโต ทฺวารํ วิวริตฺวา วา วิวฏเมว ปวิสิตฺวา วา สนฺธึ ฉินฺทิตฺวา วา ยตฺตกํ ตสฺส ปมาทปจฺจยา โจรา หรนฺติ, สพฺพํ ตสฺเสว คีวา. ‘‘อุณฺหสมเย ปน วาตปานํ วิวริตฺวา นิปชฺชิตุํ วฏฺฏตี’’ติ วทนฺติ. อุจฺจารปีฬิตสฺส ปน ตสฺมึ อุปจาเร อสติ อญฺญตฺถ คจฺฉนฺตสฺส คิลานปกฺเข ฐิตตฺตา อวิสโย, ตสฺมา คีวา น โหติ.
๕๕. โย ปน อนฺโต อุณฺหปีฬิโต ทฺวารํ สุคุตฺตํ กตฺวา พหิ นิกฺขมติ, โจรา ตํ คเหตฺวา ‘‘ทฺวารํ วิวรา’’ติ วทนฺติ, ยาวตติยํ น วิวริตพฺพํ. ยทิ ปน เต โจรา ‘‘สเจ น วิวรสิ, ตญฺจ มาเรสฺสาม, ทฺวารญฺจ ภินฺทิตฺวา ปริกฺขารํ หริสฺสามา’’ติ ผรสุอาทีนิ อุกฺขิปนฺติ, ‘‘มยิ จ มเต สงฺฆสฺส จ เสนาสเน วินฏฺเฐ คุโณ นตฺถี’’ติ วิวริตุํ วฏฺฏติ. อิธาปิ ‘‘อวิสยตฺตา คีวา นตฺถี’’ติ วทนฺติ. สเจ โกจิ อาคนฺตุโก กุญฺจิกํ วา เทติ, ทฺวารํ วา วิวรติ, ยตฺตกํ โจรา หรนฺติ, สพฺพํ ตสฺส คีวา. สงฺเฆน ภณฺฑาคารํ คุตฺตตฺถาย สูจิยนฺตกญฺจ กุญฺจิกมุทฺทิกา จ โยเชตฺวา ทินฺนา โหติ, ภณฺฑาคาริโก ฆฏิกมตฺตํ ทตฺวา นิปชฺชติ, โจรา วิวริตฺวา ปริกฺขารํ หรนฺติ, ตสฺเสว คีวา. สูจิยนฺตกญฺจ กุญฺจิกมุทฺทิกญฺจ โยเชตฺวา นิปนฺนํ ปเนตํ สเจ โจรา อาคนฺตฺวา ‘‘ทฺวารํ วิวราหี’’ติ วทนฺติ, ตตฺถ ปุริมนเยเนว ปฏิปชฺชิตพฺพํ. เอวํ สุคุตฺตํ กตฺวา นิปนฺเน ปน สเจ ภิตฺตึ วา ฉทนํ วา ภินฺทิตฺวา อุมงฺเคน วา ปวิสิตฺวา หรนฺติ, น ตสฺส คีวา.
สเจ ภณฺฑาคาเร อญฺเญปิ เถรา วสนฺติ, วิวเฏ ทฺวาเร อตฺตโน อตฺตโน ปริกฺขารํ คเหตฺวา คจฺฉนฺติ, ภณฺฑาคาริโก เตสุ คเตสุ ทฺวารํ น ชคฺคติ, สเจ ตตฺถ กิญฺจิ อวหรียติ, ภณฺฑาคาริกสฺส อิสฺสรวตาย ภณฺฑาคาริกสฺเสว คีวา, เถเรหิ ปน สหาเยหิ ภวิตพฺพํ. อยญฺหิ สามีจิ. ยทิ ภณฺฑาคาริโก ‘‘ตุเมฺห พหิ ฐตฺวา ตุมฺหากํ ปริกฺขารํ คณฺหถ, มา ปวิสิตฺถา’’ติ วทติ, เตสญฺจ เอโก โลลมหาเถโร สามเณเรหิ เจว อุปฏฺฐาเกหิ จ สทฺธึ ภณฺฑาคารํ ปวิสิตฺวา นิสีทติ เจว นิปชฺชติ จ, ยตฺตกํ ภณฺฑํ นสฺสติ, สพฺพํ ตสฺส คีวา, ภณฺฑาคาริเกน ปน อวเสสเถเรหิ จ สหาเยหิ ภวิตพฺพํ. อถ ภณฺฑาคาริโกว โลลสามเณเร จ อุปฏฺฐาเก จ คเหตฺวา ภณฺฑาคาเร นิสีทติ เจว นิปชฺชติ จ, ยตฺตกํ นสฺสติ, สพฺพํ ตสฺเสว คีวา. ตสฺมา ภณฺฑาคาริเกเนว ตตฺถ วสิตพฺพํ, อวเสเสหิ อปฺเปว รุกฺขมูเล วสิตพฺพํ, น จ ภณฺฑาคาเรติ.
๕๖. เย ปน อตฺตโน อตฺตโน สภาคภิกฺขูนํ วสนคพฺเภสุ ปริกฺขารํ ฐเปนฺติ, ปริกฺขาเร นฏฺเฐ เยหิ ฐปิโต, เตสํเยว คีวา, อิตเรหิ ปน สหาเยหิ ภวิตพฺพํ. ยทิ ปน สงฺโฆ ภณฺฑาคาริกสฺส วิหาเรเยว ยาคุภตฺตํ ทาเปติ, โส จ ภิกฺขาจารตฺถาย คามํ คจฺฉติ, นฏฺฐํ ตสฺเสว คีวา. ภิกฺขาจารํ ปวิสนฺเตหิ อติเรกจีวรํ รกฺขณตฺถาย ฐปิตวิหารวาริกสฺสปิ ยาคุภตฺตํ วา นิวาปํ วา ลภมานสฺเสว ภิกฺขาจารํ คจฺฉโต ยํ ตตฺถ นสฺสติ, สพฺพํ คีวา. น เกวลญฺจ เอตฺตกเมว, ภณฺฑาคาริกสฺส วิย ยํ ตสฺส ปมาทปจฺจยา นสฺสติ, สพฺพํ คีวา.
สเจ วิหาโร มหา โหติ, อญฺญํ ปเทสํ รกฺขิตุํ คจฺฉนฺตสฺส อญฺญสฺมึ ปเทเส นิกฺขิตฺตํ หรนฺติ, อวิสยตฺตา คีวา น โหติ. อีทิเส ปน วิหาเร เวมชฺเฌ สพฺเพสํ โอสรณฏฺฐาเน ปริกฺขาเร ฐเปตฺวา นิสีทิตพฺพํ, วิหารวาริกา วา เทฺว ตโย ฐเปตพฺพา. สเจ เตสมฺปิ อปฺปมตฺตานํ อิโต จิโต จ รกฺขตํเยว กิญฺจิ นสฺสติ, คีวา น โหติ. วิหารวาริเก พนฺธิตฺวา หริตภณฺฑมฺปิ โจรานํ ปฏิปถํ คเตสุ อญฺเญน มคฺเคน หริตภณฺฑมฺปิ น เตสํ คีวา. สเจ วิหารวาริกานํ วิหาเร ทาตพฺพํ ยาคุภตฺตํ วา นิวาโป วา น โหติ, เตหิ ปตฺตพฺพลาภโต อติเรกา เทฺว ติสฺโส ยาคุสลากา เตสํ ปโหนกภตฺตสลากา จ ฐเปตุํ วฏฺฏติ, นิพทฺธํ กตฺวา ปน น ฐเปตพฺพา. มนุสฺสา หิ วิปฺปฏิสาริโน โหนฺติ ‘‘วิหารวาริกาเยว อมฺหากํ ภตฺตํ ภุญฺชนฺตี’’ติ, ตสฺมา ปริวตฺเตตฺวา ปริวตฺเตตฺวา ฐเปตพฺพา. สเจ เตสํ สภาคา สลากภตฺตาทีนิ อาหริตฺวา เทนฺติ, อิจฺเจตํ กุสลํ. โน เจ เทนฺติ, วารํ คาหาเปตฺวา นีหราเปตพฺพานิ. สเจ วิหารวาริโก เทฺว ติสฺโส ยาคุสลากา จ จตฺตาริ ปญฺจ สลากภตฺตานิ จ ลภมาโน ภิกฺขาจารํ คจฺฉติ, ภณฺฑาคาริกสฺส วิย สพฺพํ นฏฺฐํ คีวา โหติ. สเจ สงฺฆสฺส วิหารปาลานํ ทาตพฺพํ ภตฺตํ วา นิวาโป วา นตฺถิ, ภิกฺขู วิหารวารํ คเหตฺวา อตฺตโน อตฺตโน นิสฺสิตเก วิหารํ ชคฺคาเปนฺติ, สมฺปตฺตวารํ อคฺคเหตุํ น ลภติ. ยถา อญฺเญ ภิกฺขู กโรนฺติ, ตเถว กาตพฺพํ. ภิกฺขูหิ ปน อสหายสฺส วา อทุติยสฺส วา ยสฺส สภาโค ภิกฺขุ ภตฺตํ อาเนตฺวา ทาตา นตฺถิ, เอวรูปสฺส วาโร น ปาเปตพฺโพ.
ยมฺปิ ปากวฏฺฏตฺถาย วิหาเร ฐเปนฺติ, ตํ คเหตฺวา อุปชีวนฺเตน ฐาตพฺพํ. โย ตํ น อุปชีวติ, โส วารํ น คาหาเปตพฺโพ. ผลาผลตฺถายปิ วิหาเร ภิกฺขุํ ฐเปนฺติ, ชคฺคิตฺวา โคเปตฺวา ผลวาเรน ภาเชตฺวา ขาทนฺติ. โย ตานิ ขาทติ, เตน ฐาตพฺพํ, อนุปชีวนฺโต น คาหาเปตพฺโพ. เสนาสนมญฺจปีฐปจฺจตฺถรณรกฺขณตฺถายปิ ฐเปนฺติ, อาวาเส วสนฺเตน ฐาตพฺพํ, อพฺโภกาสิโก ปน รุกฺขมูลิโก วา น คาหาเปตพฺโพ. เอโก นวโก โหติ, พหุสฺสุโต ปน พหูนํ ธมฺมํ วาเจติ, ปริปุจฺฉํ เทติ, ปาฬึ วณฺเณติ, ธมฺมกถํ กเถติ, สงฺฆสฺส ภารํ นิตฺถรติ, อยํ ลาภํ ปริภุญฺชนฺโตปิ อาวาเส วสนฺโตปิ วารํ น คาหาเปตพฺโพ. ‘‘ปุริสวิเสโส นาม ญาตพฺโพ’’ติ วทนฺติ. อุโปสถาคารปฏิมาฆรชคฺคนกสฺส ปน ทิคุณํ ยาคุภตฺตํ, เทวสิกํ ตณฺฑุลนาฬิ, สํวจฺฉเร ติจีวรํ ทสวีสคฺฆนกํ กปฺปิยภณฺฑญฺจ ทาตพฺพํ. สเจ ปน ตสฺส ตํ ลภมานสฺเสว ปมาเทน ตตฺถ กิญฺจิ นสฺสติ, สพฺพํ คีวา. พนฺธิตฺวา พลกฺกาเรน อจฺฉินฺนํ, น คีวา. ตตฺถ เจติยสฺส วา สงฺฆสฺส วา สนฺตเกน เจติยสฺส สนฺตกํ รกฺขาเปตุํ วฏฺฏติ, เจติยสฺส สนฺตเกน สงฺฆสฺส สนฺตกํ รกฺขาเปตุํ น วฏฺฏติ. ยํ ปน เจติยสฺส สนฺตเกน สทฺธึ สงฺฆสฺส สนฺตกํ ฐปิตํ โหติ, ตํ เจติยสนฺตเก รกฺขาปิเต รกฺขิตเมว โหตีติ เอวํ วฏฺฏติ. ปกฺขวาเรน อุโปสถาคาราทีนิ รกฺขโตปิ ปมาทวเสน นฏฺฐํ คีวาเยวาติ.
อิติ ปาฬิมุตฺตกวินยวินิจฺฉยสงฺคเห
ภณฺฑปฏิสามนวินิจฺฉยกถา สมตฺตา.