ชตุเภสชฺชกถา

ชตุเภสชฺชกถายํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ชตูนิ เภสชฺชานิ หิงฺคุํ หิงฺคุชตุํ หิงฺคุสิปาฏิกํ ตกํ ตกปตฺตึ ตกปณฺณึ สชฺชุลสํ, ยานิ วา ปนญฺญานิปิ อตฺถิ ชตูนิ เภสชฺชานิ เนว ขาทนีเย ขาทนียตฺถํ ผรนฺติ, น โภชนีเย โภชนียตฺถํ ผรนฺติ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวชีวํ ปริหริตุํ, สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตุํ, อสติ ปจฺจเย ปริภุญฺชนฺตสฺส อาปตฺติ ทุกฺกฏสฺสา’’ติ (มหาว. ๒๖๓) วจนโต ตานิ ชตูนิ เภสชฺชานิ ปฏิคฺคเหตฺวา ยาวชีวํ ปริหริตุํ, สติ ปจฺจเย ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ หิงฺคุหิงฺคุชตุหิงฺคุสิปาฏิกา หิงฺคุชาติโยเยว. ตกตกปตฺติตกปณฺณโย ลาขาชาติโย.

วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๒๖๓) ปน ‘‘หิงฺคุชตุ นาม หิงฺคุรุกฺขสฺส ทณฺฑปลฺลวปวาฬปากนิปฺผนฺนา. หิงฺคุสิปาฏิกา นาม ตสฺส มูลสาขปากนิปฺผนฺนา. ตกํ นาม ตสฺส รุกฺขสฺส ตจปาโกทกํ. ตกปตฺตีติ ตสฺส ปตฺตปาโกทกํ. ตกปณฺณีติ ตสฺส ผลปาโกทกํ. อถ วา ‘ตกํ นาม ลาขา. ตกปตฺตีติ กิตฺติมโลหสาขา. ตกปณฺณีติ ปกฺกลาขา’ติ ลิขิตํ. สติ ปจฺจเยติ เอตฺถ สติปจฺจยตา คิลานาคิลานวเสน ทฺวิธา เวทิตพฺพา. วิกาลโภชนสิกฺขาปทสฺส หิ อนาปตฺติวาเร ยามกาลิกาทีนํ ติณฺณมฺปิ อวิเสเสน สติปจฺจยตา วุตฺตา. อิมสฺมึ ขนฺธเก ‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส คุฬํ อคิลานสฺส คุโฬทกํ. อนุชานามิ, ภิกฺขเว, คิลานสฺส โลณโสวีรกํ, อคิลานสฺส อุทกสมฺภินฺน’นฺติ (มหาว. ๒๗๓) วุตฺตํ, ตสฺมา สิทฺธํ ‘สติปจฺจยตา คิลานาคิลานวเสน ทุวิธา’ติ, อญฺญถา อสติ ปจฺจเย คุโฬทกาทิ อาปชฺชติ, ตโต จ ปาฬิวิโรโธ. อาหารตฺถนฺติ อาหารปโยชนํ, อาหารกิจฺจยาปนนฺติ อตฺโถติ จ. เตลปริโภเคนาติ สตฺตาหกาลิกปริโภเคน. ปิฏฺเฐหีติ ปิสิตเตเลหิ. โกฏฺฐผลนฺติ โกฏฺฐรุกฺขสฺส ผลํ, มทนผลํ วาติ จ ลิขิต’’นฺติ วุตฺตํ.