ทุติยเภสชฺชกถา

ทุติยเภสชฺชกถายํ ‘‘อนุชานามิ, ภิกฺขเว, ตานิ ปญฺจ เภสชฺชานิ ปฏิคฺคเหตฺวา กาเลปิ วิกาเลปิ ปริภุญฺชิตุ’’นฺติ (มหาว. ๒๖๑) วจนโต ‘‘ตานิ ปญฺจ เภสชฺชานิ กาเล ปฏิคฺคเหตฺวา กาเล ปริภุญฺชนฺตานํ เตสํ ภิกฺขูนํ ยานิปิ ตานิ ปากติกานิ ลูขานิ โภชนานิ, ตานิ นจฺฉาเทนฺติ, ปเคว เสเนสิตานิ. เต เตน เจว สารทิเกน อาพาเธน ผุฏฺฐา อิมินา จ ภตฺตาจฺฉาทเกน ตทุภเยน ภิยฺโยโสมตฺตาย กิสา โหนฺตี’’ติ อิมสฺมึ วตฺถุสฺมึ กาเลปิ วิกาเลปีติ อนุญฺญาตตฺตา วิกาเลปิ ปริภุญฺชิตุํ วฏฺฏติ. ตตฺถ ‘‘นจฺฉาเทนฺตีติ น ชีรนฺติ, น วาตโรคํ ปฏิปฺปสฺสมฺเภตุํ สกฺโกนฺติ. เสเนสิตานีติ สินิทฺธานิ. ภตฺตาจฺฉาทเกนาติ ภตฺตํ อโรจิเกนา’’ติ อฏฺฐกถายํ (มหาว. อฏฺฐ. ๒๖๑) วุตฺตํ, ฏีกาสุ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๒๖๑; วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๒๖๑-๒๖๒) ปน ‘‘นจฺฉาเทนฺตีติ รุจึ น อุปฺปาเทนฺตี’’ติ เอตฺตกเมว วุตฺตํ, มหาวิภงฺเค (ปารา. ๖๒๒) ปน ‘‘ยานิ โข ปน ตานิ คิลานานํ ภิกฺขูนํ ปฏิสายนียานิ เภสชฺชานิ. เสยฺยถิทํ – สปฺปิ นวนีตํ เตลํ มธุ ผาณิตํ, ตานิ ปฏิคฺคเหตฺวา สตฺตาหปรมํ สนฺนิธิการกํ ปริภุญฺชิตพฺพานิ, ตํ อติกฺกามยโต นิสฺสคฺคิยํ ปาจิตฺติย’’นฺติ วจนโต อิเมสํ ปญฺจเภสชฺชานํ สตฺตาหกาลิกภาโว เวทิตพฺโพ, อิธ ปน อฏฺฐุปฺปตฺติวเสน วุตฺโตติ.