มหาปเทสกถา
๖๗. มหาปเทสกถายํ มหาปเทสา นาม อปฺปฏิกฺขิตฺตา เทฺว, อนนุญฺญาตา เทฺวติ จตฺตาโรติ ทสฺเสนฺโต ‘‘ยํ ภิกฺขเว’’ติอาทิมาห. เตสุ อปฺปฏิกฺขิตฺเตปิ อกปฺปิยานุโลมกปฺปิยานุโลมวเสน เทฺว, ตถา อนนุญฺญาเตปีติ.
ตตฺถ ‘‘ปริมทฺทนฺตาติ อุปปริกฺขนฺตา. ปฏฺฏณฺณุเทเส สญฺชาตวตฺถํ ปฏฺฏุณฺณํ. ‘ปฏฺฏุณฺณํ โกเสยฺยวิเสโส’ติ หิ อภิธานโกเส วุตฺตํ. จีนเทเส โสมารเทเส จ สญฺชาตวตฺถานิ จีนโสมารปฏานิ. ปฏฺฏุณฺณาทีนิ ตีณิ โกเสยฺยสฺส อนุโลมานิ ปาณเกหิ กตสุตฺตมยตฺตา. อิทฺธิมยํ เอหิภิกฺขูนํ ปุญฺญิทฺธิยา นิพฺพตฺตจีวรํ, ตํ โขมาทีนํ อญฺญตรํ โหตีติ เตสํเยว อนุโลมํ. เทวตาหิ ทินฺนจีวรํ เทวทตฺติยํ, ตํ กปฺปรุกฺเข นิพฺพตฺตํ ชาลินิยา เทวกญฺญาย อนุรุทฺธตฺเถรสฺส ทินฺนวตฺถสทิสํ, ตมฺปิ โขมาทีนํเยว อนุโลมํ โหติ เตสุ อญฺญตรภาวโต. เทฺว ปฏานิ เทสนาเมน วุตฺตานีติ เตสํ สรูปทสฺสนมตฺตเมตํ, นาญฺญนิวตฺตนปทํ ปฏฺฏุณฺณปฏฺฏสฺสปิ เทสนาเมเนว วุตฺตตฺตา. ตุมฺพาติ ตีณิ ภาชนานิ. ผลกตุมฺโพ ลาพุอาทิ. อุทกตุมฺโพ อุทกุกฺขิปนกุฏโก. กิลญฺชจฺฉตฺตนฺติ เวฬุวิลีเวหิ วายิตฺวา กตฉตฺต’’นฺติ สารตฺถทีปนิยํ (สารตฺถ. ฏี. มหาวคฺค ๓.๓๐๕) วุตฺตํ.
‘‘ยาวกาลิกปกฺกานนฺติ ปกฺเก สนฺธาย วุตฺตํ. อามานิ ปน อนุปสมฺปนฺเนหิ สีตุทเก มทฺทิตฺวา ปริสฺสาเวตฺวา ทินฺนปานํ ปจฺฉาภตฺตมฺปิ กปฺปติ เอว. อยญฺจ อตฺโถ มหาอฏฺฐกถายํ สรูปโต อวุตฺโตติ อาห ‘กุรุนฺทิยํ ปนา’ติอาทิ. อุจฺฉุรโส นิกสโฏติ อิทํ ปาตพฺพตาสามญฺเญน ยามกาลิกกถายํ วุตฺตํ, ตํ ปน สตฺตาหกาลิกเมวาติ คเหตพฺพํ. อิเม จตฺตาโร รสาติ ผลปตฺตปุปฺผอุจฺฉุรสา จตฺตาโร’’ติ วิมติวิโนทนิยํ (วิ. วิ. ฏี. มหาวคฺค ๒.๓๐๐) วุตฺตํ. ‘‘เทฺว ปฏา เทสนาเมเนวาติ จีนปฏโสมารปฏานิ. ตีณีติ ปฏฺฏุณฺเณน สห ตีณิ. อิทฺธิมยํ เอหิภิกฺขูนํ นิพฺพตฺตํ. เทวทตฺติยํ อนุรุทฺธตฺเถเรน ลทฺธ’’นฺติ วชิรพุทฺธิฏีกายํ (วชิร. ฏี. มหาวคฺค ๓๐๕).